ท่ามกลางอนิเมะมากมายใน Netflix ‘Kakegurui’หรือในชื่อไทย ‘โคตรเซียนโรงเรียนพนัน’ ผลงานของอาจารย์ โฮมูระ คาวาโมโตะ กับอาจารย์ โทรุ นาโอะมูระ คือหนึ่งในเรื่องที่มีความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุด ไม่ว่าจะด้วยพล็อตแปลกใหม่ไม่ซ้ำกับใคร ฉีกขนบเนื้อเรื่องแนวโรงเรียนแบบเดิม ๆ อย่างไม่มีชิ้นดี งานภาพโดดเด่นหวือหวา ฉูดฉาดเร้าอารมณ์ นอกจากนั้นการออกแบบตัวละครก็ทำได้ยอดเยี่ยม ทุกตัวละครมีมิติในตัวเอง จนทำให้คนดูอย่างเราทั้งรักทั้งเกลียดได้อย่างประหลาด โดยรวมแล้ว Kakegurui คืออนิเมะชั้นเลิศที่สมควรหามาดูด้วยประกาศทั้งปวง และไม่ใช่แค่ความบันเทิงเท่านั้นที่จะได้รับ ภายใต้เรื่องราวของโรงเรียนที่เต็มไปด้วยการพนันแห่งนี้ยังแฝงประเด็นที่น่าสนใจเอาไว้มากมาย ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงมันกัน เอาล่ะ ไปเล่นการพนันแบบหลุดโลกกันเถอะ! ในโลกจำลองที่การพนันคือทุกสิ่ง เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ยูเมโกะ จาบามิ เด็กสาวลึกลับได้ย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนเอกชน เฮียคคะโอ ในช่วงกลางเทอม ซึ่งถ้าจะอธิบายโรงเรียนแห่งนี้ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ มันคือโรงเรียนคนรวย ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยลูกคนใหญ่คนโตของประเทศญี่ปุ่น และนอกจากการเป็นโรงเรียนสำหรับชนชั้นสูงแล้ว ความพิเศษอีกอย่างของเฮียคคะโอที่ไม่มีที่ไหนเหมือนคือที่นี่ตัดสินทุกอย่างด้วย ‘การพนัน’ เนื่องจากโรงเรียนนี้เต็มไปด้วยเหล่าลูกคนรวย ดังนั้นเงินคือทุกอย่าง ชนชั้นสถานะของนักเรียนทุกคนถูกกำหนดด้วยเงิน ไม่ใช่หน้าตา ผลการเรียน หรือกีฬา ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของโรงเรียนกลับไม่ใช่ผู้อำนวยการ แต่คือเหล่าคณะกรรมการนักเรียนที่มั่งคั่งด้วยเงินตราและฝีมือด้านการเล่นพนัน เมื่อคุณไม่มีเงิน คุณก็ต้องเล่นพนันเพื่อให้ได้มันมา! เด็กใหม่อย่างยูเมโกะ จาบามิรู้สึกยังไงกับกฎประหลาดของโรงเรียนนี้? ทุกคนต่างคิดว่าเธอจะเป็นปลาเล็กให้เหล่าเซียนพนันในโรงเรียนงาบได้แบบสบาย ๆ แต่ผิดคาด เพราะแท้จริงแล้วยูเมโกะคือคนที่บ้าการพนันยิ่งกว่าใคร และฝีมือเธอก็ยอดเยี่ยมเสียจนสามารถทำให้โลกการพนันของเฮียคคะโอต้องปั่นป่วนหลังจากเข้ามาเพียงไม่กี่วัน ไม่มีเงินก็จงกลายเป็นสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่แค่ความสนุก แต่ Kakegurui
‘การเดินทาง’ และ ‘การผจญภัย’ คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ผู้ชายอย่างเราจะขาดไม่ได้ ถือเป็นบทเรียนล้ำค่าที่สอนให้รู้จักชีวิตมากขึ้น แต่การออกเดินทางโดยปราศจากอุปกรณ์เอาตัวรอดก็เหมือนการออกรบโดยปราศจากอาวุธ ใช่ เรากำลังหมายถึง ‘มีดพก’ อุปกรณ์สำคัญสำหรับนักเดินทางที่ถึงจะดูเรียบง่ายแต่ก็มากด้วยประโยชน์ และไม่ว่าอยู่สถานการณ์ใดมันคือสิ่งที่จะช่วยชีวิตเราได้ในยามคับขัน แค่เห็นรูปลักษณ์ภายนอกก็น่าจะรู้แล้วว่า ‘The Quickie Karambit’ มีดพกเอนกประสงค์ขนาดจิ๋วที่เรานำมาเสนอในวันนี้แตกต่างจากมีดพกทั่วไปโดยสิ้นเชิง ด้วยการออกแบบของ TOPS Knives ที่เปลี่ยนแปลงด้ามจับและใบมีดขนาดใหญ่ให้กลายเป็นความแหลมคมขนาดจิ๋ว มาพร้อมกับรูสำหรับสอดใส่นิ้วมือเพื่อการจับที่กระชับยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังสบายมือกว่ามีดพกทั่วไป เพราะผู้ออกแบบตั้งใจให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนกำลังสวมแหวนอยู่ ‘จิ๋วแต่แจ๋ว’ คือนิยามของ The Quickie Karambit และถึงมันจะกะทัดรัดแต่ก็มีครบทุกอย่างที่ผู้ชายสายลุยอย่างเราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นใบมีดแหลมคมทั้ง 2 ด้าน ความสะดวกในการพกพา รูปทรงแปลกประหลาดที่สามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย จึงทำให้ The Quickie Karambit คือมีดพกที่ควรมีติดตัวก่อนเริ่มออกเดินทาง มีดทรง Karambit ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกในสุมาตราตะวันตก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากกรงเล็บของเสือ เช่นเดียวกับอุปกรณ์ส่วนใหญ่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในตอนแรกมันถูกออกแบบขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการปลูกและนวดข้าว ก่อนที่ต่อมาจะถูกประยุกต์ให้กลายเป็นอาวุธป้องกันตัวจากสัตว์ป่านักล่าหรือผู้ไม่หวังดี Karambit สมัยใหม่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่อุปกรณ์แบบ EDC ซึ่งเน้นประโยชน์ในการตัดหรือหั่นสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แน่นอนว่า Quickie Karambit ก็เช่นเดียวกัน มันเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งทุกรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นอกจากนั้นยังมีปลอกหนังไว้ห่อหุ้มเมื่อไม่ใช้งาน ด้วยราคาเพียง 70 เหรียญหรือประมาณ 2,000 บาท ไม่แพงเกินไปเลยสำหรับอุปกรณ์สารพัดประโยชน์เช่นนี้ รับรองว่าทุกทริปทุกการผจญภัยของคุณจะสะดวกและสนุกยิ่งขึ้นแน่นอน
เราอาจจะโฟกัสการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ทำอะไรแบบเดิม ๆ ไปที่ความน่าเบื่อของกิจวัตรประจำวัน ที่ทำอะไรซ้ำซาก หรือการไม่ก้าวออกมาจาก Comfort Zone ว่าไม่เติบโต แต่อย่าลืมว่าภายใต้เรื่องน่าเบื่อ อย่างการทำอะไรแบบเดิม ๆ เหล่านั้น มีพิษร้ายที่แฝงอยู่และทำร้ายตัวเราอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะนิสัยเสียเดิม ๆ ที่เราทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะทำเพราะความเคยชิน หรือทำเพราะไม่รู้ว่ามันคือนิสัยร้าย ๆ ผลลัพธ์มันก็ออกมาแย่อยู่ดี UNLOCKMEN ขอช่วยหนุ่ม ๆ มาปลดนิสัยร้าย ๆ ที่ล้วนเป็นเรื่องใกล้ตัวออกไปจากตัวเอง แล้วมาก้าวไปข้างหน้ากับนิสัยแบบใหม่ ในร่าง Better Me พึ่งพาคนอื่นมากเกินไป ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์สังคมอย่างมนุษย์เรา เมื่อเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา เรามักจะวิ่งหาใครสักคนที่พอจะช่วยเราได้ ลองนึกถึงวินาทีที่ได้เล่าความกังวลที่แบกเอาไว้ให้ใครสักคนฟังดูสิ มันคงช่วยให้เราสบายใจขึ้น แต่อย่าลืมว่ามันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้เราเลย เราอาจจะเล่าปัญหาให้ใครสักคนฟังเพื่อระบาย เพื่อสร้างความมั่นใจ ให้กับคำตอบหรือทางออกของตัวเอง แต่นั่นแหละ ต่างคนต่างวาระ เราอย่าเพิ่งเอาทางออกจากคนอื่นมาใช้กับปัญหาของตัวเอง เพราะไม้บรรทัดเดียวมันไม่สามารถใช้กับทุกอย่างได้ บางคนชอบคิดแทนคุณด้วยการแก้ปัญหาในแบบของเขา แม้มันจะได้ผลสำหรับเขา แต่มันไม่ได้การันตีผลลัพธ์เมื่อเอามาใช้กับปัญหาของคุณ เอาเป็นว่าเลือกที่จะเล่า ระบาย บอกกล่าว แทนการให้คนอื่นแก้ปัญหาให้จะดีกว่า Be Positive
ความรัก–ความสัมพันธ์ตัดสินได้ง่ายเสมอเมื่อเป็นเรื่องของคนอื่น แต่เมื่อใดก็ตามที่เรากระโจนเข้าใส่มันด้วยตัวเองแล้ว ร้อยทั้งร้อยมักไม่อาจใช้มาตรวัดเดิม ๆ ที่เคยใช้ชี้วัดตัดสินคนอื่นมาใช้กับความรู้สึกของตัวเองได้ เพราะความรักมักเป็นเช่นนั้น เช่นที่ซับซ้อน เพ้อคลั่ง ชวนให้ดำดิ่งลงไปสู่บางห้วงแห่งชีวิตที่เราจินตนาการไม่ออกว่าจะต้องมาพบเจอ บางครั้งรักหวาน แต่บางคราวรักก็ขมแสนขมและเรายังเลือกดื่มกินมันต่อไป ความรัก–ความสัมพันธ์จึงซับซ้อนเสมอ และง่ายที่จะบอกว่าผิดจากมุมของคนข้างนอก แม้หลายครั้งสถานการณ์ความรักสุดซับซ้อนจะปวดเจ็บยิ่งกว่านิยาย แต่ในฐานะผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่เคยสัมผัสรสชาติหวานหอมแห่งความรัก เราจึงอยากชวนทุกคนมาดำดิ่งลงไปในรสชาติขมขื่นกับหนังสือ 6 เล่มที่ว่าด้วยความสัมพันธ์สุดซับซ้อนที่ยิ่งอ่านก็ยิ่งขม แต่ก็ยิ่งเข้าใจและอาจยิ่งต้องบอกตัวเองให้หนัก ๆ ว่าโปรดจงอย่าพาตัวเองและคนที่เรารักไปสู่จุดขมแสนขมนั้นของความสัมพันธ์ จากดวงจันทร์ จากดวงจันทร์ แปลจากหนังสือ: Mal di pietre ผู้เขียน: Milena Agus ผู้แปล: นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ สำนักพิมพ์: อ่านอิตาลี เรื่องราวของหญิงสาวผู้เพ้อคลั่งกับความรักจนได้รับการขนานนามว่ามาจากที่สักแห่งไกลแสนไกลอย่างดวงจันทร์ ถึงอย่างนั้นเมื่อมีชายผู้ยินยอมมอบความรักให้เธอ เรื่องกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ใช่ เพราะความรักไม่เคยเป็นเรื่องง่าย นี่จึงเป็นเรื่องราวของหญิงสาวผู้อยากถูกรักและได้รับรักจากผู้ชายคนหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันเธอกลับหลงใหลเพ้อคลั่งถึงความรักกับคนอื่นที่ไม่อาจครอบครอง เนื้อเรื่องเรียบเรื่อยล่องลอย ไม่ใช่การคบซ้อนที่หวือหวา แต่ซับซ้อนด้วยอารมณ์ ความรู้สึกและจินตนาการของหญิงสาว ที่เราไม่อาจตัดสินได้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด หรือแม้แต่สิ่งใดกันแน่ที่จริง ? เพราะความรักเป็นแบบนั้น มันง่ายที่จะตัดสินจากมุมอื่น แต่เมื่อมันอยู่ตรงหน้าเรา กลับพร่าเลือนวูบไหวราวกับทะเลคลั่งในคืนที่แสงจันทร์ไม่เป็นใจ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย
พึ่งผ่านไปหมาด ๆ กับงาน #BIMMERMEET3 หรือ “บิมเมอร์” ที่เรียกได้ว่าเป็นงานที่รวมพลคนรักรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูมาจัดแสดงมากกว่า 400 คัน พร้อมยังมีกิจกรรมสนุก ๆ และสาวกได้ฟังเรื่องราวเชิงลึก เคล็ดลับต่าง ๆ จากบรรณาธิการของคอลัมนิสต์ของนิตยสาร BMWCar อีกด้วย ใครที่พลาดงานดี ๆ แบบนี้ไปไม่ต้องเสียใจเพราะ UNLOCKMEN เก็บภาพบรรยากาศมาไว้ให้แล้ว ภายในงานมีการแบ่งโซนจัดแสดงอย่างเช่น BMW M Town โซนที่คนรักรถหรูสมรรถนะสูงสายพันธุ์ M ต้องปลื้ม ไปถึงโซน BMW CLASSIC ที่ทั้งจัดแสดงและให้ข้อมูลการสั่งซื้ออะไหล่รถคลาสสิกแท้ ซึ่งปัจจุบันทางบีเอ็มดับเบิลยูประเทศไทย ได้อำนวยความสะดวกให้การจัดหาอะไหล่ที่เคยหายากมากทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมแล้วด้วย ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่ารถทุกรุ่นทุกปี จะมีอะไหล่แท้ที่ได้มาตรฐานให้ใช้งาน ต่อด้วยโซน #BMWstories ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจที่ชาวบิมเมอร์มีต่อบีเอ็มดับเบิลยู โซน X-Series ที่มีรถ SAV และ SAC พร้อมเทคโนโลยี xDrive มาโชว์กัน โซนโปรแกรมสิทธิประโยชน์ The Ultimate JOY Experience ที่เปิดให้เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นสมัครได้ฟรี โซน
ห้ามฝนไม่ให้ตก ห้ามนกไม่ให้บิน มันเป็นเรื่องที่ยากพอ ๆ กับการห้ามความรักไม่ให้เกิดขึ้น แน่นอนว่าความรักเป็นสิ่งสวยงามที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้ในสมองมนุษย์ แต่บ่อยครั้งเช่นกันที่ความรักสร้างปัญหาให้เราได้อย่างรุนแรง ส่วนใหญ่มักจะมีสาเหตุจาก การเกิดความรักในจังหวะที่ผิด โดยเฉพาะกับคนที่มีความรักอยู่แล้ว แต่จู่ ๆ กลับรู้สึกรักใครอีกคนเพิ่มขึ้นมาเมื่อได้พูดจาหรือทำความรู้จักกัน ยิ่งคุยยิ่งรู้สึกใช่ ทำอะไรก็รู้สึกอินไปซะหมด จนเราเกิดคำถามขึ้นในหัวใจว่า หรือนี่คือคนที่ใช่มากกว่า? และการรู้สึกแบบนี้ถือว่านอกใจหรือไม่? ก่อนจะไปต่อ เราอยากบอกให้ผู้ชายทุกคนสบายใจก่อนว่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่บางคนจะรู้สึกหวั่นไหวกับความรักครั้งใหม่ได้บ่อย ๆ แม้จะมีแฟนอยู่แล้วเป็นตัวเป็นตน แม้เราจะเคยได้ยินข้ออ้างที่บอกว่า “เกิดเป็นผู้ชาย ธรรมชาติสร้างให้เจ้าชู้” แม้จะฟังดูเป็นการแก้ตัวน้ำโคตรขุ่น แต่มันไม่ใช่เรื่องเหลวไหลซะทีเดียว เพราะในทางวิทยาศาสตร์ Hasse Walum นักวิจัยชาว Swedish เคยทำการวิจัยในปี 2008 เพื่อหารูปแบบการนอกใจว่ามีผลกับยีน (Gene) ของมนุษย์หรือไม่ โดยใช้ตัวอย่าง DNA จากผู้ชาย 552 คน การวิจัยค้นพบว่าการมีอยู่และจำนวนของยีนชื่อ “allele 334” มีผลกับการนอกใจอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยผู้ชายที่ไม่มียีน allele 334 ล้วนเป็นผู้ชายที่มีความสัมพันธ์แข็งแรงยาวนาน ส่วนผู้ชายที่มี allele 334 ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไป จะยิ่งมีความเจ้าชู้มากกว่า และมีแนวโน้มความสัมพันธ์ที่แย่มากขึ้นเท่านั้น
วินาทีแห่งความเป็นความตาย สร้างความระทึกให้เราได้เสมอ ความเจ็บปวดของชีวิตที่ต้องแขวนอยู่บนเส้นยาแดงผ่าแปด ความหวังของคนรอ และความกดดันของทีมแพทย์ ทุกฝ่ายต่างแบกรับความรู้สึกหนักอึ้งบนไหล่ตัวเองกันทั้งนั้น หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องราวของชีวิต ร่างกาย โรคภัย และความตาย เราขอชวนมาดู 5 ซีรีส์การแพทย์หลากหลายแนว ทั้งพีเรียด ดราม่า คอมเมดี้ หรือแม้แต่โรแมนติก ให้เราได้เลือกตามสไตล์ที่ใช่ แต่ยังคงดำเนินเรื่องด้วยวงการแพทย์อยู่ The Alienist (2018) เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเอเลี่ยน สิ่งมีชีวิตในอีกกาแล็กซี่แต่อย่างใด แต่หมายถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยทางจิตซึ่งในยุคสมัยหนึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องแปลกแยกและเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของความหมายนั้น เรื่องราวของ Dr.Kreizler (Daniel Brühl) ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น Alienist กับคู่หูนักวาดภาพประกอบฝีมือเยี่ยมอย่าง John Moore (Luke Evans) ที่มาช่วยเขาไขความลับของคดีฆาตกรรมเด็กชายขายบริการ แม้จะฟังดูเหมือนเรื่องราวการสืบสวนทั่วไป แต่บรรยากาศ ความสมจริงของศพ ความเลือดสาดที่โผล่ออกมาให้ชวนอ้วกเป็นระยะ ยิ่งบีบให้เรื่องนี้ตึงเครียดมากกว่าเดิม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นการแพทย์ในโรงพยาบาลโดยตรง แต่การไขปริศนาของเรื่องยังใช้ความรู้ทางการแพทย์แบบเต็มเปี่ยม บอกเลยว่าเป็นอีกเรื่องที่โปรดักชั่นสวยงามคุ้มค่าการอดนอนเสียจริง House M.D. สารพัดเคสผู้ป่วยอาการประหลาด ที่ทุกแผนกไม่สามารถรับมือได้ไหว หรือหาสาเหตุไม่เจอ จะตกมาอยู่ภายใต้การดูแลของ Dr. Gregory House (Hugh Laurie) หมอที่จะทำให้เราโยนภาพของหมอแบบเดิม ๆ ทิ้งไป
ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กมัธยมปลายที่กำลังไปเรียนพิเศษ เป็นหนุ่มมหาวิทยาลัยที่กำลังหัวหมุนกับการสอบไฟนอล หรือหนุ่มออฟฟิศที่กำลังเหนื่อยล้า เมื่อถึงวันหยุดประจำ ไม่ว่าจะเป็นเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุดพิเศษใด ๆ ล้วนแต่ทำให้เราลุกขึ้นส่งเสียงเฮดัง ๆ ให้กับการปลดเปลื้องความเหนื่อยล้าที่เกาะหลังเรามาทั้งสัปดาห์ แต่ใช่ว่าถึงเวลาจริง เราจะใช้มันได้คุ้มค่าอย่างที่คิดไว้ หลายครั้งถึงวันหยุด กลับมีเรื่องราววุ่นวายให้ต้องทำ จนลืมไปเลยว่านี่วันหยุด นึกว่าวันทำงานที่เปลี่ยนโลเกชั่นเฉย ๆ หากคุณคือหนึ่งในคนที่รู้สึกว่าใช้วันพักผ่อนของตัวเองไม่คุ้มเอาเสียเลย UNLOCKMEN ขอแนะนำ 5 เทคนิคดี ๆ ที่จะเนรมิตวันหยุดให้มันกลายเป็นวันหยุดที่คุ้มค่า จนรู้สึกได้ว่า นี่สิวะ! การพักผ่อนที่แท้จริง หลับแล้วต้องลึก การได้นอนมันคือสวรรค์สำหรับคนที่เหนื่อยกับชีวิตประจำวัน เพราะมันคือช่วงเวลาที่เราไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ชาร์จแบตให้ตัวเองสำหรับวันต่อไป อย่างไรก็ตามการนอนของเรา แม้เราจะรู้สึกว่าเราหลับแล้ว แต่มันอาจจะไม่ได้เข้าสู่ Stage ที่ลึกมากพอที่ให้ร่างกายได้พักผ่อนจริง ๆ ก็ได้ รวมถึงเวลาการนอนอันน้อยนิด การอดหลับอดนอน ของคนบ้างาน ก็ยังคงเป็นปัญหาที่เราไม่ได้มองข้าม แต่มันอาจแก้ไม่ได้เพราะงานที่ค้างมันบังคับ สภาพแวดล้อมของห้องนอนเป็นอีกสิ่งสำคัญที่เรามองข้าม อุณหภูมิที่เหมาะสม ห้องที่ไม่มีแสงลอดเข้ามาให้กวนใจ ถึงจะส่งผลให้การนอนของเรามีประสิทธิภาพ อีกอย่างคืออารมณ์ของเราก่อนนอน ที่ควร Relax ให้มาก ไม่เอาเรื่องเครียด ๆ มาคิดก่อนนอนจนเก็บเอาไปฝัน ไม่งั้นก็เหมือนได้ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืนเลยล่ะ
บทความนี้เหมาะสำหรับผู้มีความรู้พื้นฐานในเกมโป๊กเกอร์ ในบรรดาเกมการพนันมากมายในโลก ‘โป๊กเกอร์’ ดูจะมีเสน่ห์ดึงดูดที่สุด เพราะมันไม่ใช่เกมที่อาศัยดวงเพียงอย่างเดียว แต่ฝีมือการเล่นคือสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ต้องใช้ทักษะหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านใจอ่านภาษากายคู่ต่อสู้ คำนวณอัตราความน่าจะเป็น สร้างภาพลักษณ์ของตัวเอง กล้าเสี่ยงในเวลาที่จำเป็น และอีกมากมาย จึงไม่แปลกเลยที่ผู้คนนับล้านทั่วโลกต่างตกหลุมรักโป๊กเกอร์ มันคือเกมที่อยู่กึ่งกลางระหว่างการพนันและกีฬา ดังนั้นตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันจึงมีสุดยอดนักโป๊กเกอร์ปรากฏตัวขึ้นมากมาย พวกเขาใช้ความฉลาดและการอ่านใจอันยอดเยี่ยมกวาดเงินเข้ากระเป๋านับล้านเหรียญ ถ้าจะพูดถึงยุคบุกเบิกคงหนีไม่พ้น Doyle Brunson ตำนานนักโป๊กเกอร์ที่ยังมีลมหายใจ เจ้าของฉายา Texas Dolly กว่า 60 ปีที่เขาอยู่ในวงการโป๊กเกอร์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคือ Iconic ของเกมนี้ และเป็นแบบอย่างแก่นักโป๊กเกอร์รุ่นหลังมากมาย ยุคต่อมาคือยุคของ Stu Ungar นักโป๊กเกอร์อัจฉริยะระดับปรากฏการณ์ เจ้าของฉายา The Kid น่าเสียดายที่เขาด่วนจากไปก่อนเวลาอันควร แต่ในยุคปัจจุบันยังไงก็ต้องพูดถึง Daniel ‘Kid Poker’ Negreanu ซูเปอร์สตาร์นักโป๊กเกอร์ผู้มีลีลาการเล่นสุดเร้าใจ ขวัญใจแฟนโป๊กเกอร์ทั่วโลก อย่างไรก็ตามกว่าจะมาถึงวันนี้ Daniel ก็ผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ เขาเข้าใจดีว่าความพ่ายแพ้และรู้สึกว่าตัวเองเป็นไก่อ่อนในโต๊ะมันรู้สึกอย่างไร เขาจึงออกมาแนะนำกฎเหล็ก 7 ข้อสำหรับนักโป๊กเกอร์มือใหม่ ที่รับรองว่าถ้าทำตามอย่างเคร่งครัดอย่างน้อยคุณก็จะไม่ใช่ ‘Fish’ ให้ใครขโมยเงินไปได้ง่าย ๆ แน่นอน Don’t Show if You


