Nike แบรนด์เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังออกคอลเลกชันแพ็ครุ่น limited-edition ที่เกิดจากการร่วมมือกันของ Nike x EA Sports บริษัทเกมและซอฟต์แวร์ในชื่อว่า Madden Pack เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศของ NFL ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกาอย่าง Super Bowl นี่ไม่ใช่การคอลแลปส์กันเป็นครั้งแรกระหว่าง Nike และ EA Sports เพราะในช่วงปี 2016 ก็เคยมีผลงานร่วมกันในการวางจำหน่าย Mercurial Superfly สำหรับเกม FIFA 17 ที่มีเพียง 1,500 คู่เท่านั้น ไปจนถึงรองเท้า Phantom Vision Elite Dynamic Fit FG เมื่อปีที่ผ่านมา ปีนี้ทั้งสองค่ายใหญ่ต่างวงการก็กลับมาเจอกันอีกครั้งในงาน Super Bowl 2019 เหตุผลที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นกีฬาชื่อดังและบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ตัดสินใจร่วมมือกันออกคอลเลกชันแพ็คพิเศษการแข่งขัน Super Bowl นั่นเป็นเพราะผู้คนทั่วทั้งสหรัฐฯ ต่างให้ความสนใจกับการแข่งขันครั้งนี้ และ Super Bowl ก็ขึ้นชื่อเรื่องเรตติ้งการรับชมที่พุ่งสูงในทุกปี ค่าโฆษณาระหว่างรายการที่สูงถึง 5 ล้านดอลลาร์ต่อนาที คิดเป็นเงินไทยราว 200
Super Bowl คือนัดชิงชนะเลิศของศึกคนชนคน NFL โดยในทุก ๆ ปีผู้คนทั่วโลกกว่า 100 ล้านคนต่างจับจ้องให้ความสนใจมหกรรมกีฬาครั้งยิ่งใหญ่นี้ จึงทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในอีเวนต์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจนอกจากการแข่งขันอันเข้มข้นในสนามก็คือโชว์ในช่วงพักครึ่งหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Super Bowl Halftime Show โดยในทุกปีจะมีศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์ผลัดเปลี่ยนกันมามอบความบันเทิงสุดมหัศจรรย์ให้กับผู้ชมในสนามและหน้าจอทีวีทั่วทั้งโลก ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มันคือเวทีที่ศิลปินทุกคนต่างใฝ่ฝัน เพราะคงไม่มีโชว์ไหนอีกแล้วที่จะมีผู้ชมมากมายขนาดนี้ โชว์สุดมหัศจรรย์ของ Michael Jackson ในปี 1993 สะกดผู้ชมได้อยู่หมัด ไร้ซึ่งคำครหาต่อฉายา ‘King of Pop’ โชว์สุดมันส์ของ Bruno Mars ในปี 2014 ที่แสดงศักยภาพของเขาออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้ทุกคนต่างยอมรับว่าเขาคือ King of Pop คนใหม่อย่างแท้จริง พร้อมด้วยการเซอร์ไพรส์ของวงร็อกระดับตำนาน Red Hot Chili Peppers ที่มาเพิ่มดีกรีความเดือดของโชว์ขึ้นไปอีกขั้น ‘Super Bowl Halftime Show ที่ดีที่สุดตลอดกาล’ ของ Prince สุดยอดศิลปินผู้ล่วงลับ ที่ไม่ต้องใช้เอฟเฟ็กต์มากมาย ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่อลังการ เพียงแค่ความสามารถของเขาเพียว ๆ ผู้ชมก็ตกอยู่ในภวังค์ราวต้องมนตร์แล้ว เหล่านี้คือ Super Bowl Halftime Show ที่ตราตรึงใจ
ในทุกวงการมักจะมีศัพท์เฉพาะโผล่ออกมา เรียกความสับสนให้ Newbie อย่างมาก พวกหน้าใหม่เลยต้องค่อย ๆ แกะรอยกันไป จนกว่าจะรู้ความหมายและเอาไปโม้กับคนอื่นได้แบบไม่เสียหน้า อย่างในวงการภาพยนตร์เองก็มีสารพัดคำอยู่เหมือนกัน UNLOCKMEN พามาทำความรู้จักกับคำเหล่านี้ที่เป็นคำยอดฮิตอย่าง TEASER กับ TRAILER และ REMAKE กับ REBOOT แกะรอยความแตกต่างและนำไปใช้ให้ถูกแบบไม่ปล่อยไก่ให้เสียหน้า TEASER กับ TRAILER ก่อนจะไปชี้ความแตกต่างกันแบบเป็นข้อ ๆ มาทำความเข้าใจกันก่อนว่าแต่ละอย่างมันคืออะไรกันบ้าง TEASER เป็นการเรียกน้ำย่อยได้แบบกระตุกต่อมเอามาก ๆ เพราะมันคือการเอาซีนเด่น ๆ ที่เป็น Hilight ในเรื่องมาวางแบบ ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! เน้นความอลังการ ความสวยงาม ของ Visuals และ Production แทรกด้วยวลีสั้น ๆ จากตัวละคร หรืออะไรที่รู้ว่าจะ Impact กับคนดู มาใส่แบบไม่เรียงลำดับเรื่องราว และไม่เปิดเผยเนื้อเรื่อง ความยาวของมันจึงมีน้อยนิด ส่วนมากจะไม่เกินหนึ่งนาที ซึ่งเจ้า Teaser เนี่ย มักจะถูกปล่อยออกมาก่อน TRAILER
ถ้าพูดถึงชื่อฮัวคิน กุซมาน ใครหลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่ถ้าพูดถึง “เอล ชาโป”ฉายาของเขาหลายคนก็คงต้องร้องอ๋อเป็นแน่ เพราะเขาคือเจ้าพ่อยาเสพติดที่โด่งดังโดยเฉพาะกับเรื่องการแหกคุกซ้ำแล้วซ้ำอีกของเขา แต่ในตอนนี้ชื่อเสียงของเขาจะไม่อยู่แค่ในโลกของการเมืองหรือวงการยาเสพติดอีกต่อไป เพราะ El Chapo จะเป็นชื่อที่ปรากฎอยู่ในโลกของแฟชั่นในเวลาอันใกล้นี้ ลูกสาวเจ้าพ่อยาเสพติดเอล ชาโป คิดจะตั้งแบรนด์แฟชั่นขึ้น เธอจึงตั้งแบรนด์เสื้อผ้าที่จดทะเบียนทางกฎหมายอย่างถูกต้องสองชื่อด้วยกันคือ El Chapo และ El Chapo Guzmán รวมถึงเปิดเว็บไซต์ official อย่างเป็นทางการในชื่อ elchapoguzman.com หากอ่านเผิน ๆ นี่ก็แค่แบรนด์แฟชั่นหน้าใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ แล้วทำไมวงการแฟชั่นทั่วโลกต่างก็ให้ความสนใจ? นั่นเป็นเพราะชื่อเสียงโด่งดังในด้านลบและวีรกรรมกระฉ่อนโลกของเอล ชาโป ที่ทำให้ผู้คนต้องจับตามองว่าเสื้อผ้าภายใต้ชื่อของเจ้าพ่อยาเสพติดคนนี้จะจะเป็นสไตล์ไหนและจะเจาะกลุ่มตลาดใด คำถามมากมายที่เกิดขึ้นจากการตั้งแบรนด์เสื้อผ้าในชื่อเอล ชาโป คือสุดยอดการตลาดที่ไม่มีใครคาดคิด จุดเริ่มต้นของเอล ชาโป นั้นแสนจะธรรมดา จากเด็กหนุ่มที่อยู่ในไร่ปศุสัตว์ในรัฐซินาลัว ประเทศเม็กซิโก ที่แทบไม่มีจะกินและมองเห็นช่องทางที่จะทำให้ปากท้องของเขาอิ่มได้เร็วที่สุดคือการปลูกฝิ่นและกัญชาขายตั้งแต่อายุ 15 เมื่อเอล ชาโป เติบโตขึ้นเขาได้กลายมาเป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคปัจจุบัน เป็นหัวหน้าแก๊งยาเสพติดชื่อดังซีนาโลอา พร้อมกับคดีความที่ยาวเป็นหางว่าว ถูกฟ้องอย่างน้อย 6 รัฐในสหรัฐฯ ทั้งข้อหาค้ายาเสพติดและฆาตกรรม วีรกรรมของเอล ชาโป
เมื่อแบรนด์รองเท้าสัญชาติอังกฤษอย่าง Dr. Martens ที่โด่งดังเรื่องการนำสไตล์คลาสสิกมาสร้างสรรค์เป็นรองเท้ารุ่นต่าง ๆ ได้ดึงแบรนด์วงพังก์ร็อกชื่อดังมาร่วมผสมผสานความคลาสสิกกับความขบถเข้าด้วยกันผ่านรองเท้าคอลเลกชันพิเศษ Sex Pistols x Dr. Martens Sex Pistols คือวงดนตรี Punk Rock ชื่อดังจากเกาะอังกฤษที่เริ่มตั้งวงในกรุงลอนดอนในช่วงปี 1975 เป็นกลุ่มวงดนตรีที่ริเริ่มนำสิ่งที่เรียกว่าพังก์เข้ามายังเมืองผู้ดี Sex Pistols นั้นขึ้นชื่อเรื่องการแสดงคอนเสิร์ตที่เข้าถึงอารมณ์ เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดดุดัน และยังเป็นที่รู้จักมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยความไม่เหมือนใคร สไตล์ของสมาชิกในวงที่มักจะท้าทายเรื่องของสังคม ต่อต้านสิ่งที่ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนเปิดเผย จึงทำให้แนวเพลงและการแสดงของวง Sex Pistols สร้างแรงบันดาลใจให้กับชาวพังก์และนักร้องอัลเทอร์เนทีฟในอังกฤษและได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงสมัยนิยมของอังกฤษ สิ่งที่ทำให้ Sex Pistols โด่งดังขึ้นมาคือผลงานในปี 1977 กับ Nofuture (God Save the Queen) ที่ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงตามมา เพราะแต่เดิม God Save the Queen คือเพลงสรรเสริญพระบารมีของสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ ในเครือจักรภพ แต่ด้วยผลงานที่สร้างสรรค์ทำให้ในปี 2006 Sex Pistols ถูกแต่งตั้งให้เข้าสู่หอเกีรยติยศ Rock
มี 2 สิ่งในการแต่งตัวของผู้ชายที่ถือเป็นส่วนสำคัญถึงขั้นตัดสินภาพรวมของสไตล์ในแต่ละคนได้ นั่นคือรองเท้าหนังและนาฬิกาข้อมือ ที่บอกว่าสำคัญเพราะสองสิ่งนี้จำเป็นจะต้องมีรองรับให้เข้ากับแต่ละสถานการณ์ ไม่ใช่สิ่งที่จะมีเพียงชิ้นเดียวแล้วใส่ลุยได้ทุกงานอย่างที่หลายคนเข้าใจ ซึ่งถ้าให้เทียบความสำคัญกัน ต้องบอกว่านาฬิกาเป็นตัวเสริมความมั่นใจได้มากอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเราเลือกจับคู่ได้อย่างถูกต้อง สำหรับคนที่ไม่ใช่นักเล่นนาฬิการะดับมือโปร ว่ากันตามตรงก็ไม่จำเป็นจะต้องมีนาฬิกาในกล่องสะสมเป็นสิบ ๆ เรือน สำหรับสิบเทศกาลก็ได้นะครับ อันที่จริงการมีนาฬิกาเรือนเก่งที่รูปทรงคลาสสิก เป็นนาฬิกาที่ใส่ติดมือ ใส่แล้วมั่นใจ สามารถไปได้กับการแต่งตัวหลากหลายสไตล์ของเรา ก็เป็นไอเดียการเลือกนาฬิกาที่ถูกต้องเช่นกัน และที่สำคัญราคาของนาฬิกาดี ๆ สักเรือนก็ไม่จำเป็นต้องไปแตะหลักแสนหลักล้านก็ได้ครับ เพราะสไตล์และความมั่นใจเกิดจากหัวใจและการเข้าใจสิ่งที่ตัวเองต้องการ ใน Watch Talk ครั้งนี้เราได้คัดเลือกนาฬิกา 7 เรือน ที่ออกแบบได้คลาสสิกสวยงามแบบ Vintage-look มั่นใจได้เลยว่าเลือกเรือนไหน ก็สามารถสวมใส่เข้าได้เกือบทุกสไตล์การแต่งตัวตั้งแต่ Casual ยัน Formal ในราคาไม่หนักหนาอย่างที่คิด อันที่จริงเรามีให้เลือกตั้งแต่ราคาสบายกระเป๋ามากไปจนถึงสมน้ำสมเนื้อกันเลยล่ะครับ HAMILTON Khaki Aviation X-Wind Day Date Auto นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1919 Hamilton เป็นแบรนด์นาฬิกาที่ได้รับเลือกจากกรมไปรษณีย์กลางสหรัฐฯ ให้ใช้บนเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากวอชิงตันไปยังนิวยอร์ก รวมถึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ผลิตและส่งมอบนาฬิกาให้แก่กองทัพสหรัฐฯอย่างเป็นทางการนับแต่ปี 1914 อีกด้วย จึงนับได้ว่ามีชื่อเสียง
ในสังคมปัจจุบันที่อุดมไปด้วยความเครียด ‘มังงะ’ หรือ ‘การ์ตูนญี่ปุ่น’ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในสื่อบันเทิงหลักที่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์และให้ความบันเทิง และด้วยความที่อุตสาหกรรมการ์ตูนญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่ จึงมีมังงะมากมายหลายประเภทถือกำเนิดขึ้น แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าประเภทที่ได้รับความนิยมที่สุดคือ ‘มังงะสไตล์โชเน็น’ ที่เน้นเรื่องการต่อสู้ผสมกับพลังมิตรภาพเป็นหลัก อย่างไรก็ตามมังงะอีกประเภทหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ ‘มังงะแก๊ก’ ที่ถึงแม้จะได้รับความนิยมไม่เท่าแต่ก็เป็นสีสันที่เรียกเสียงหัวเราะได้เสมอ วันนี้เราจะมาแนะนำมังงะสายฮา 5 เรื่อง ที่เราชอบ มันช่วยเราให้อารมณ์ดีขึ้นในวันที่ยากลำยากของชีวิต เราเลยหวังว่าทั้ง 5 เรื่องนี้จะช่วยทุกคนได้เช่นกัน เทวดาหน้าโฉด Written by: โนริฮิโร่ ยากิ ถ้าใครเป็นแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นยุคเก่าคงรู้จักเรื่องนี้แน่นอน เพราะ ‘เทวดาหน้าโฉด’ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในมังงะสายแก๊กระดับตำนาน ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1992 และด้วยเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ดังนั้นถ้าใครเคยอ่านรับรองว่าไม่มีทางลืม เทวดาหน้าโฉดว่าด้วยเรื่องราวของ คิตาโน่ เซอิจิโร่ เด็กหนุ่มมัธยมปลายที่จิตใจดีราวกับเทวดา แต่งตัวเรียบร้อย อยู่ในโอวาท ไม่ว่าใครจะกำลังเดือดร้อนเขาก็พร้อมช่วยเหลือเสมอ แต่ด้วยหน้าตาที่ไม่ต่างอะไรจากเจ้าพ่อยากูซ่า ผู้คนรอบข้างต่างหวาดกลัวเขา ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ทำให้คิตาโน่ต้องย้ายโรงเรียนอยู่บ่อย ๆ และด้วยหน้าตาอันหน้ากลัวนี้เอง ทำให้คิตาโน่ต้องเข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์วายป่วงเรียกเสียงฮาครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นความน่าสงสารที่คนอ่านอย่างเราอดหัวเราะไม่ได้ ถึงจะเป็นมังงะเก่า แต่ก็ยังพอหาอ่านได้อยู่ ใครคิดว่าชีวิตตัวเองแย่แล้ว เรื่องราวของคิตาโน่จะทำให้คุณรู้สึกโชคดีขึ้นมาแน่นอน คุโรมาตี้ โรงเรียนคนบวม Written by: เอย์จิ โนนากะ นี่คือโรงเรียนมัธยมปลายที่มีกอริลล่า, เฟรดดี้ เมอร์คิวรี่ขี่ม้า,
เมื่อเดือนแห่งความรักเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งก็คล้ายเป็นเวลาที่ประเด็นเรื่องความรักความสัมพันธ์จะถูกยกขึ้นมาพูดถึงใหม่อีกหน ไม่ใช่เพราะความรักความสัมพันธ์สำหรับผู้ชายมีค่ามีความหมายแค่เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่เพราะในแต่ละปีชีวิตย่อมมีสักหมุดหมายหนึ่งที่ช่วยให้เราอยากทบทวนตัวเอง อยากเป็นคนที่ดีขึ้น หรืออยากแก้ไขอะไรบางอย่าง ถ้าเดือนแรกของปีเป็นหมุดหมายสำหรับการเริ่มต้น การพัฒนาตัวเอง การเริ่มต้นของเดือนแห่งความรักอย่างเดือนกุมภาพันธ์ก็เป็นหมุดหมายที่เราจะได้ทบทวนตัวเองว่าเราเป็นแฟนที่น่ารักพอหรือยัง ? มีอะไรที่ผู้ชายอย่างเราหลงลืมไปบ้างหรือเปล่า ? มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าเราก้าวหน้าฝ่าฟันไปสู่ภูเขาแห่งความสำเร็จสูงใหญ่ แต่ก้าวเล็ก ๆ ง่าย ๆ แต่เป็นความหมายของความมั่นคงทางใจอย่างความรักเรากลับละเลยมัน เดือนแห่งความรักนี้มาเป็นแฟนที่น่ารักกว่าเดิมเพื่อคนที่เรารักไปพร้อม ๆ กัน ความโรแมนติกคือรายละเอียด เวลาใครสักคนบอกว่าแฟนที่น่ารัก แฟนที่สมบูรณ์แบบ คือการเป็นแฟนที่โรแมนติก ผู้ชายอยากเราคงย่นจมูก ขมวดคิ้วและรู้สึกว่าความโรแมนติกแม่งโคตรไม่เข้ากันกับความเป็นผู้ชายอย่างเรา แต่เดือนแห่งความรักปีนี้ UNLOCKMEN อยากบอกว่าความโรแมนติกมันไม่ได้หมายความถึงเรื่องหวานซึ้งชวนเลี่ยนหรือการเซอร์ไพรส์ยิ่งใหญ่เสมอไป แต่ความโรแมนติกคือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยในชีวิตประจำวันที่เราหลงลืมไปนั่นเอง ยิ่งคบกันมานานเท่าไหร่เราก็ยิ่งมีโอกาสหลงลืมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป ในเดือนแห่งความรักนี้ ลองหันมาใส่ใจรายละเอียดที่เคยหลงลืม รับรองว่าสาว ๆ จะต้องอุ่นใจในความโรแมนติกนี้ สำหรับใครที่นึกไม่ออกว่ารายละเอียดที่เราพูดถึงคืออะไร จินตนาการง่าย ๆ ถึงการเตรียมน้ำเย็น ๆ สักแก้วรอเธอกลับมาจากการทำงานอันเหนื่อยหนัก กะละมังใส่น้ำอุ่นสักใบให้เธอแช่เท้าคลายความอ่อนล้า เขียนโน้ตสั้น ๆ บอกรักหรือแสดงความเป็นห่วงเธอ หรือแม้แต่การบีบยาสีฟันให้ ทั้งหมดไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่หรือใช้เงินเสมอไป จำไว้ว่าการใส่ใจในรายละเอียดนี่แหละคือความโรแมนติก
‘อารีย์’ เป็นอีกย่านหนึ่งในกรุงเทพที่เราชอบ เรียกว่าตกหลุมรักก็ว่าได้ เรารู้สึกว่าย่านนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความเงียบสงบกับความสนุกสนาน ดังนั้นเมื่อมีบาร์หรือร้านเปิดใหม่ในย่านนี้ เราก็จะพยายามหาโอกาสไปเยือนให้ได้ ‘Feeling Bar’ คือจุดหมายปลายทางของค่ำคืนนี้ ตัวร้านอยู่ลึกเข้าไปในซอยอารีย์ 4 ฝั่งเหนือ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า แต่ก็ไม่ใช่ระยะที่ไกลเกินกว่าจะเดิน และเมื่อถึงหน้าร้าน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดนอกเหนือจากการตกแต่งร้านที่เน้นแสงไฟนีออนฉูดฉาดแล้ว คือป้ายไฟนีออนเป็นประโยคว่า How Are You Feeling Tonight? เป็นประโยคคำถามที่เราไม่จำเป็นต้องตอบ แต่ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร สถานที่แห่งนี้จะคอยเยียวยาคุณเอง เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้าน เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกมิติ ตัดขาดกับบรรยากาศภายนอกโดยสิ้นเชิง การตัดขาดเช่นนี้ช่วยให้เรารู้สึกลืมเรื่องกังวลใจไปได้อย่างประหลาด ปล่อยตัวปล่อยใจดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ฉาบไปด้วยแสงนีออน Feeling Bar เป็นบาร์ขนาดเล็ก มีไม่ถึง 20 โต๊ะ คะเนจากสายตาน่าจะรองรับลูกค้าได้ไม่เกิน 100 คน ซึ่งเป็นข้อดี เพราะภายใต้แสงที่ดูเหงา การที่คนในร้านใกล้ชิดกันก็ช่วยลดดีกรีความหว่องลงไปได้บ้าง คอนเซ็ปต์สำคัญของ Feeling Bar เป็นบาร์ที่เปรียบเสมือนจุดศูนย์รวมอารมณ์ของผู้คนมากหน้าหลายตา ไม่ว่าคุณจะรู้สึกมีความสุข สนุก เหงา เศร้า ที่นี่ก็พร้อมให้พักพิงได้เสมอ โดยแต่ละวันทางร้านจะมีธีมแตกต่างกัน บางวันก็เอาใจคนที่กำลังเศร้าด้วยเพลงเรียกน้ำตา บางวันก็เปิดเพลงเก่ายุค 90 เอาใจ


