เสื้อยืดมือ 2 หากอ่านชื่อของมันเผิน ๆ ความหมายของมันอาจจะหมายถึงของเก่า, ของถูกโละ หรือของไม่ใช้แล้ว แต่หากได้เจาะลึกคำ ๆ นี้ลงไปอีก ก็จะพบว่ามันคือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตั้งแต่หลักร้อย จนถึงหลักล้าน ใช่แล้วคุณอ่านไม่ผิดหรอกครับ เสื้อยืดมือ 2 วินเทจหลาย ๆ ตัวราคาพุ่งแรงไม่แตกต่างจากวงการพระเครื่องเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้ทำให้ใครหลายคนลงมาจับธุรกิจชนิดนี้ เพราะการเริ่มต้นอาจจะไม่ต้องใช้งบประมาณลงทุนมากเหมือนกับธุรกิจประเภทอื่น ๆ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จ เพราะแค่มีเงินอย่างเดียวนั้นมันไม่เพียงพอ ด้วยเหตุนี้ Unlockmen เลยได้นัดพูดคุยกับ “โย – โยธิน พูนสำรอง” เจ้าของร้านเสื้อยืดมือ 2 และเสื้อวินเทจสุดคูลย่านสะพานควาย นามว่า “Knowwhere Studio” ที่ในปัจจุบันมีลูกค้าทั่วโลกติดตามอยู่บน Instagram มากกว่า 56,000 บัญชี โยเป็นอีกหนึ่งบุคคลตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจดังกล่าว โดยเริ่มต้นจากเงินเพียงแค่ 500 บาทเท่านั้น! มาติดตามเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จตามสไตล์ของ Zero To Hero ได้เลยครับ ซึมซับความรู้จากการฟังเพลงและเป็นลูกจ้าง “โย” เดิมทีไม่ได้เป็นคนที่สนใจเสื้อยืดวินเทจมาก่อน แต่เป็นคนที่ชื่นชอบแฟชั่นที่มาจากวงดนตรีแนวเพลงที่โยรักอย่างเช่น ฮาร์ดคอร์,
แม้การเป็น EV Muscle อาจจะไม่ใช่รถสำหรับทุกคน แต่ Dodge Charger Daytona SRT Concept คันนี้อาจจะทำให้หลายคนเปิดใจกันมากขึ้น Tim kuniskis, Dodge CEO บอกว่าโปรเจค Dodge EV Muscle คันนี้ หัวใจสำคัญที่สุดคือ มันต้องดูเหมือน Dodge และมันต้องให้ฟิลลิ่งการขับเหมือน Muscle car มีการปัดและมี aerodynamic ที่ดี ซึ่งดูเหมือนจะขัดกับความเป็น EV car อย่างสิ้นเชิง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นไปไม่ได้ ด้วยดีไซน์ที่เรียกว่า R-Wing R-Wing คือหลัก aerodynamic ที่คิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์ด้านจรวด Gary Romberg ซึ่งเขาได้นำมันมาปรับใช้ในรถ Daytona สำหรับ NASCAR ดักอากาศผ่านช่องว่างด้านหน้าที่มี R-Wing ครอบเอาไว้ เพื่อบังคัมลมให้ไปเพิ่ม downforce ในย่านความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ Dodge Charger Daytona
การนอนหลับฝันดีแบบเต็มอิ่มและไม่มีสิ่งใดมารบกวน ว่ากันว่ามันคือความสุขอย่างสูงสุดของผู้ที่ต้องการพักผ่อน ถ้าคุณสามารถทำมันได้เป็นประจำ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีของคุณเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น หลาย ๆ คนต้องเผชิญกับอาการนอนไม่หลับเต็มอิ่ม เพราะถูก “ฝันร้าย” เข้ามาครอบงำ จนส่งผลให้เรายิ่งเพลียไปมากกว่าเดิมทั้ง ๆ ที่นอนไว แถมยังเกิน 6 ชั่วโมง อีกด้วย หากคุณรู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวเป็นประจำ และไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไรดี มาลองดูวิธีแก้ไขจากทางเรากันดีกว่า รู้จักกับความฝัน ก่อนอื่นก่อนใด ลองมาทำความรู้จักกับ “ความฝัน” ดูซักหน่อย ว่ามันมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไรบ้าง ตัวอย่างเช่น ซิกมันด์ ฟรอยด์ ได้อธิบายเกี่ยวกับความฝันที่เกิดขึ้นว่า มันมาจากบางสิ่งที่ถูกเก็บและอัดอั้นไว้ภายในส่วนลึกของจิตใจ โดยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะปรากฏออกมาโดยไม่รู้ตัวในขณะที่เรากำลังนอนหลับ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องราวต่าง ๆ ในความฝันในบางครั้งมันจะดูโอเวอร์ไปจากชีวิตจริงเป็นอย่างมาก นักจิตวิทยาบางท่านก็มองว่าความฝันเกิดจากผลพวงของการสุ่มยิงเซลล์ประสาทในขณะที่เรากำลังนอนหลับ หรือบางครั้งก็ถูกวิเคราะห์ว่า ความฝันสามารถช่วยให้เราเตรียมพร้อมกับบางสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในวันรุ่งขึ้น เช่น เราฝันว่ากำลังจะนำเสนอพรีเซนต์ในห้องประชุม เป็นต้น ไม่ว่าความฝันจะเกิดจากอะไรตาม แต่สำหรับ “ฝันร้าย” โดยมากมักจะเกิดจากอาการของความเครียด, ความวิตกกังวล และสภาวะซึมเศร้า นั่นเอง วิธีกำจัดฝันร้าย เมื่อฝันร้ายสร้างผลกระทบต่อการนอนหลับ และส่งผลต่อสุขภาพของคุณ เราก็ควรจัดการมันซะด้วยวิธีง่าย
หลังจากเคยถอดออกจาก Netflix (ไทย) ไปแล้วครั้งนึง ตอนนี้ Death Proof ภาพยนตร์ปี 2017 ของเจ้าพ่อหนังคัลท์ยุคใหม่ Quentin Tarantino ก็กลับมาสตรีมมิ่งอีกครั้ง ใครที่ยังไม่เคยดูบอกเลยห้ามพลาด! ด้วยเสน่ห์ที่มีกลิ่นอายความสยองขวัญแบบปี 80s ซึ่งมาพร้อมกับความฟิล์มนัวร์ Noise มาเต็มที่ได้อารมณ์มาก ๆ และถ้าคุณรักรถ Vintage อย่าง Chevy Nova เรียกว่าจะได้เชยชมความงามที่มาพร้อมความแรงตลอดเรื่องกันเลยล่ะ สำหรับ Death Proof เควนตินเคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นผลงานที่ชอบน้อยที่สุดตั้งแต่เคยสร้างมา แต่ถ้าถามความเห็นของเราที่เป็นแฟนคลับเขา และเพิ่งจะดูเรื่องนี้อีกครั้งไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ต้องบอกว่าไม่ได้รู้สึกว่าแย่ กลับกันคือยังเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ (และกวนตีน) สไตล์เควนตินเหมือนเดิม และที่ชอบมากโดยส่วนตัว คือการแตกไอเดียหัวข้อ ‘Death Proof’ อันเป็นเรื่องราวว่าด้วยรถซิ่งของสตั๊นแมนยุคเก่า ที่ใช้เพื่อชนจริง กระแทกจริง ไม่มี CGI ผสมใด ๆ มาเป็นเรื่องราว 2 ชั่วโมงได้อย่างสนุกจนน่าเหลือเชื่อ และปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่น่าประทับใจนอกจากการได้เห็น Mary Elizabeth Winstead ใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์สีเหลืองแล้ว
ผ่านพ้นไปแล้วกับ “J–MAT Brand Planning Competition#1” การแข่งขันที่เฟ้นหานักสร้างแบรนด์รุ่นใหม่จากรั้วมหาวิทยาลัย โดยความร่วมมือของ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และ เอสซีจี ซึ่งได้ยื่นโจทย์ให้คิดแผนสร้างแบรนด์ฉลาก “SCG Green Choice : คุณเลือกเพื่อโลกได้” ทำให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับ และมองหาเมื่อต้องซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน หรือคิดง่าย ๆ ว่าเป็นการทำแบรนด์ชวนคนมาเลือกสินค้าที่ดีต่อเรา และดีต่อโลกนั่นเอง หลังจากที่เริ่มต้นเปิดรับสมัครไปเมื่อต้นเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ก็มีเหล่าบรรดานิสิตนักศึกษาตั้งทีมยื่นใบสมัครมากว่า 800 คน กว่าร้อยทีม ก่อนจะคัดเลือกเหลือ 50 ทีม เข้ามาเรียนรู้และเก็บประสบการณ์กับโครงการผ่านกิจกรรม Online Training & Workshop ที่มีเหล่ากูรูด้านการสร้างแบรนด์ การวางแผนการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นแบรนด์รักษ์โลก มาให้ความรู้ ให้น้องๆ ได้นำไปพัฒนาแผน และส่งผลงานเข้าชิงในรอบ10 ทีมสุดท้าย ซึ่งทีมที่ผ่านเข้ารอบนี้จะได้รับเงินสนับสนุน 20,000 บาท เพื่อนำแผนไปลงมือทำจริงในเวลา 1 เดือน แล้วกลับมาชิงชัยหาผู้ชนะกันในรอบไฟนอล และสุดท้ายก็เป็นทีม Greentastic 4 ที่คิดและนำเสนอแผนสร้างแบรนด์ได้ชนะใจกรรมการจนคว้ารางวัลชนะเลิศรับเงินรางวัล
RTR Spec 5 Mustang ม้าคลั่งเวอร์ชั่นล่าสุดจากสำนัก RTR ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเชี่ยวชาญในการจูนม้าป่าให้ดุดันไม่แพ้ Shelby ซึ่งรหัส Spec 5 หมายถึง Mustang ที่แรง ดิบ และโหดที่สุของ RTR ตัวเลข 750 horespower มาจากการเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ 5.0-liter Coyote V8 ของ Mustang GT version พร้อมเสริมความแรงด้วย Whipple sueprcharger system ให้เแรงบิดมากถึง 840 Nm of torque สามารถเลือกได้ว่าอยากขับชิล ๆ ด้วยเกียร์ automatic หรือเน้นสับเองด้วยเกียร์ manual เพื่อให้แน่ใจว่าม้าทั้งหมดจะถูกจับลงพื้นได้ครบถ้วน RTR จัดการเสริมช่วงล่างด้วย Tactical Performance coilover และ lowering springs ลดความสูงหน้าหลัง พร้อมติดตั้ง sway
สายใยแห่งความรักและความผูกพันระหว่าง “แม่” และ “ลูก” เป็นความสัมพันธ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด เป็นแรงผลักดันที่ทำให้คนคนหนึ่งยอมลำบากและสามารถเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับอีกฝ่าย เนื่องในโอกาสวันแม่ปีนี้ แกร็บ ชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับสองพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บสาวแกร่ง คุณหมอน – ศรีสมร เจริญสุข คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ยอมลำบากล้มลุกคลุกคลานทำทุกอย่างเพื่อส่งเสียให้ลูกๆ มีอนาคตที่สดใส และ คุณอ๋อย-สุจิตรา ปราชญ์เปรื่อง ลูกกตัญญูที่ไม่เคยหยุดทำงานเพื่อหาเลี้ยงแม่ผู้พิการ กับเรื่องราวที่สะท้อนความเสียสละและพลังแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อกำลังใจให้กับคุณแม่และลูกๆ ทุกคน คุณแม่นักสู้ ทำงานปลดหนี้เพื่อ “อนาคตที่ดีของลูก” คุณหมอน-ศรีสมร เจริญสุข คุณแม่ลูกสองวัย 57 ปีจากเชียงราย เล่าให้ฟังถึงชีวิตของการเป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังตั้งแต่ลูกสาวคนเล็กอายุได้เพียง 3 ขวบ ว่าแต่ก่อนเธอหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำขนมไทยขาย แต่ด้วยภาระค่าใช้จ่ายที่มากมายทำให้เธอต้องไปกู้เงินนอกระบบมาเพื่อใช้หมุนเวียนในครอบครัวจนกลายเป็นหนี้ก้อนโต รายได้ในแต่ละวันที่หามาได้กลายเป็นเงินที่พอใช้อยู่รอดไปวัน ๆ จนเมื่อเกิดวิกฤตโควิด ชีวิตของคุณหมอนต้องถึงจุดพลิกผัน เมื่อรายได้จากขายขนมเริ่มไม่เพียงพอ และลูกสาวคนเล็กกำลังจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก “ในวันที่ลูกสาวบอกว่าสอบติดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในสาขาวิชาแอนนิเมชันและวิชวลเอฟเฟกต์ พี่ทั้งปลื้มใจและภูมิใจในตัวเขามาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเครียดและกดดัน เพราะรู้ว่าสิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แม้ว่าตอนนั้นลูกสาวจะกู้ กยศ. อยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด ในฐานะคนเป็นแม่เราจะยอมแพ้ไม่ได้เพราะอนาคตของลูกคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตอนนั้นรู้สึกมืดแปดด้านมาก เพราะรายได้จากการขายขนมเริ่มจะไม่พอ จนวันหนึ่งเรามองไปบนถนนเห็นคนขับแกร็บขับส่งอาหาร เลยคิดว่าเราน่าจะขับได้นะ จึงตัดสินใจลองมาขับแกร็บหารายได้เสริมดู” เมื่อเริ่มขับแกร็บไปสักพักคุณหมอนเริ่มเห็นว่ารายได้จากการขับแกร็บดีกว่าการขายขนม
หากคุณเป็นคอดนตรีและชื่นชอบการชม Netflix เป็นพิเศษ เราก็ไม่อยากให้คุณพลาดกับ Trainwreck : Woodstock ‘99 โดยเด็ดขาด สารคดีที่จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ทิ้งทวนยุค 90’s โดยแท้จริง มันจะทำให้คุณได้ซึบซับว่าช่วงเวลาดังกล่าวดนตรีแนวไหนได้รับความนิยมสุดขีด และวัฒนธรรมการเสพดนตรีในช่วงนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง แต่นั่นคงไม่ใช่หัวข้อหลักที่ทางสารคดีได้นำเสนอ เพราะจริง ๆ แล้วเรื่องที่ทุกคนต่างพูดถึงกันมาจวบจนปัจจุบัน มันคือ “หายนะ” สุดชิบหายวายป่วงที่ได้เกิดขึ้นในเทศกาลดนตรี Woodstock ‘99 ต่างหาก ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 30 ปีก่อน (ก่อนปี 1999) หรือในปี 1969 เทศกาลดนตรี Woodstock ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยจัดงานกันที่ไวท์เลค ในเมืองเบเธล รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 15 – 18 สิงหาคม มันคือช่วงเวลาที่ทุกคนได้ร่วมกันดื่มด่ำความสุข, ความรัก, ความอบอุ่น และสันติภาพ ผ่านเสียงดนตรีจากศิลปินมากมายที่มาร่วมบรรเลง ไม่ว่าจะเป็น Jimi
ถ้านึกถึงสิ่งแรกที่คิดถึงประเทศเกาหลีใต้ สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปอย่างเราก็คงมีวัฒนธรรมการกินไก่ทอด & เบียร์, วง G-IDLE (เป็นติ่งแหละ), การทำศัลยกรรม อ้อ ๆ แล้วก็แน่นอน ‘การสัก’ ไงล่ะ เสน่ห์ของความมินิมอลบนเรือนร่างเป็นสิ่งที่ไม่มีทางลืมนึกถึงได้เลย เพราะเกาหลีใต้คือหนึ่งในประเทศที่คนบินไปเพื่อสักมากที่สุดที่หนึ่งของโลก อุดมไปด้วย Tattoo Artist มีชื่อเสียงฝีมือฉกาจมากมาย แต่น่าเศร้าที่กฎหมายของประเทศนี้ยังจับคำว่า ‘ถูกกฎหมาย’ ของการสักใส่ไว้ในกรงไม่ให้หนีไปไหน ซึ่งย้อนไปไกลตั้งแต่ปี 1992 จนล่าสุดถึงปี 2022 สาเหตุของความย้อนแย้งของกฎหมายต่อสายตาของผู้คนทั่วโลก ว่าอะไรทำให้ประเทศที่งานศิลปะเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะดนตรี แฟชั่น และแน่นอนว่า ‘การสัก’ ถึงถูกแบนจากประเทศของตัวเอง UNLOCKMEN ชวนอ่านเรื่องเศร้าของการเป็นช่างสักในเกาหลีใต้ ที่พวกเขารู้สึกว่าถึงแม้จะเป็นประเทศที่เจริญแล้ว แต่ก็ยังถูกปฎิบัติราวกับอาชญากรอยู่ดี The K-TATTOO ความรุ่งเรืองที่สวนทางเรื่องรอยสักในเกาหลีใต้ น่าจะสามารถใช้มาตรวัดที่ไม่มากก็น้อยจากวัฒนธรรมภายในประเทศที่เรียกว่า K-TATTOO อันเป็นคำนิยามในทางเดียวกันกับคำที่ใช้กำหนดแนวดนตรีในประเทศ K-POP หรือซีรีส์แบบ K-DRAMA ความหมายง่าย ๆ ประมาณว่า ‘รอยสักที่อยู่บนเรือนร่างของศิลปินเกาหลี’ นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น รอยสักบนตัวของ


