ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าวงการรองเท้าคือตลาดเครื่องแต่งกายที่มีขนาดและมีมูลค่าสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดเครื่องแต่งกายชนิดอื่น ๆ ด้วยความเป็นตลาดร่วมที่มีส่วนผสมระหว่างวงการแฟชั่นและกีฬาก็ยิ่งให้รองเท้ามีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และมีผู้คนจำนวนมากผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างสีสันและความเปลี่ยนแปลงให้วงการมาตลอดหลายสิบปี หนึ่งในนั้นคือ Christian Tresser (คริสเตียน เทลสเซอร์) หากจะกล่าวว่าผลงานของคริสเตียน เทลสเซอร์ นั้นเป็นที่รู้จักมากกว่าชื่อเสียง และตัวตนของเขาคงไม่ผิดนัก เพราะต้องบอกเลยว่านักออกแบบรองเท้าคนนี้มีผลงานและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการรองเท้าจากแนวคิดที่หาตัวจับได้ยาก งานออกแบบของเขาบางรุ่นกลายเป็นไอคอนิกของยุคสมัย บางรุ่นยังคงได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน และอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้เขาสนใจและหลงใหลในการดีไซน์รองเท้าจนก้าวมาเป็นนักออกแบบซึ่งมีผลงานสนีกเกอร์หลายรุ่นที่ยังคงทรงอิทธิพลอยู่อย่างยาวนาน เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน Form Soccer To Designer คริสเตียนเกิดในรัฐแคลิฟอร์เนีย วัยเด็กเขาเป็นคนที่ชอบวาดภาพ แต่อีกหนึ่งกิจกรรมโปรดในวัยเด็กคือการเล่นฟุตบอล หรือซ็อกเกอร์ แต่อย่างที่รู้กันดีว่าเมืองลุงแซมไม่ได้เป็นดินแดนของฟุตบอลเพราะพวกเขามีอเมริกันเกมส์ที่นิยมอยู่แล้วทั้งเบสบอล บาสเกตบอล และอเมริกันฟุตบอล อย่างไรก็ตามกีฬายอดฮิตของชาวอเมริกันเหล่านั้นไม่อาจเบนความสนใจของคริสเตียนไปจากสิ่งที่เขาหลงใหลได้เลย คริสเตียนแค่หลงใหลในกีฬาฟุตบอล และเล่นมันอย่างต่อนเนื่องจนกระทั่งเข้าศึกษาต่อในระดับมหาลัยเขาก็ยังชอบฟุตบอลอยู่เสมอโดยลงเล่นให้ Foothill College Soccer Team แต่แล้วเวลาแห่งการตัดสินใจก็มาถึง เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพในเวลานั้นโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ ส่งผลให้คริสเตียนดเล่นฟุตบอลในระดับมหาวิทยาลัยได้เพียงปีเดียวก็ตัดสินใจย้ายไปเรียนการออกแบบที่วิทยาลัยศิลปะและการออกแบบในซานฟรานซิสโก เพราะการออกแบบคืออีกเรื่องที่เขาหลงใหลไม่แพ้กัน และรู้ว่าเส้นทางสายออกแบบนั้นยังพอเหลือที่ว่างให้ตัวเองมีโอกาสถ่ายทอดความรักในเกมกีฬาลงในสิ่งเขาออกแบบขึ้น คริสเตียนเป็นคนที่มีฝีมือในการวาดและสเก็ตช์ภาพสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะรองเท้าที่ตัวเขาสนใจเป็นพิเศษ หลังจบการศึกษาได้มีโอกาสรับจ็อบดีไซน์เนอร์ให้กับบริษัทออกแบบรองเท้าอิสระที่กำลังรับงานแบรนด์ย่อย BOKS ให้กับ Reebok ในยุครุ่งเรือง ก่อนที่ไอเดียของคริสเตียนจะไปเข้าตาคนในบริษัทและได้รับการว่าจ้างเต็มเวลาให้ Reebok ในที่สุด REEBOK
ใคร ๆ มักพูดกันว่าผู้ชายเรามีเสื้อผ้าในตู้กันอยู่ไม่กี่สี มีแพตเทิร์นของเสื้ออยู่ไม่กี่แบบ ส่วนใหญ่จะเน้นความมินิมัลเพื่อให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์ เรื่องนี้เราคงต้องยอมรับว่า “ใช่” แต่จะให้เหมารวมว่าเราชอบความจำเจและอยากเพลย์เซฟคงไม่ใช่ เพราะความจริงเราละเอียดอ่อนกับเรื่องการแต่งตัวกว่านั้น เสื้อผ้าต้องแสดง attitude และความเหมาะสมกับการสวมใส่ ส่งท้ายงานดีไซน์ครั้งใหญ่ของกรุงเทพฯ ที่กำลังจะสิ้นสุดลงวันนี้ เราจึงพาทุกคนไปพูดคุยกับ 2 ดีไซเนอร์ไทยจาก 2 แบรนด์ MENSWEAR ที่หลายคนอาจเห็นงานพวกเขาจริง ๆ ใน BKKDW 2020 หรือติดตามผ่านโซเชียล เพื่อให้รู้เบื้องหลังของการออกแบบชุดเท่ ๆ และสนุกสนานที่ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์การออกแบบประจำปีนี้ คือ ปรับตัว>อยู่รอด>เติบโต : “Resilience” “CURATED” – เอก ทองประเสริฐ เริ่มต้นที่คอลเลกชัน COLLECTOR PROJECT x DEVANT – BANGKOK EDITION จากแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น Curated ของเอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกและอยู่ในวงการมานับ 10 ปี ที่ดีไซน์เอาไว้จัดจ้าน สนุกทั้งสีสันและสุดทั้งลวดลาย มาเต็มทั้งผ้ายันต์
มาเปลี่ยนกางเกงยีนส์ตัวเดิมของคุณ ให้มีลูกเล่นใส่ได้ทุกวันไม่ซ้ำใครเพียงแค่ Roll มัน
ตลอดปี 2019 หนุ่ม ๆ ผู้หลงใหลในรองเท้าคงรู้กันดีกว่าตลาดสนีกเกอร์ของปีที่ผ่านมาค่อนข้างคึกคัก ทำให้มีรองเท้าหลายคู่ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ถูกส่งออกมาแย่งส่วนแบ่งการตลาด และวันนี้สถิติที่แสดงให้เห็นว่า”รองเท้ารุ่นไหนคือรองเท้าที่ขายดีที่สุด” ในปีที่ผ่านมาได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว Matt Powell นักวิเคราะห์ธุรกิจด้านกีฬาจาก NPD Group เปิดเผย 10 อันดับรองเท้าที่ขายดีที่สุดของปี 2019 ภายใน 10 รายชื่อเป็นส่วนผสมระหว่างรองเท้าโมเดลยุคใหม่ และ Iconic Sneakers จากยุคคลาสสิก มาดูกันว่าส่วนแบ่งตลาดรองเท้าปีล่าสุดจะเป็น Nike หรือ Adidas ที่คว้าความยิ่งใหญ่ไปครอง อันดับ 10: AIR JORDAN 11 Air Jordan XI เข้ามาอยู่ในอันดับที่ 10 รองเท้าที่ขายดีที่สุด ตอกย้ำการกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในหมู่คนรักรองเท้าโดยเฉพาะแฟนของค่าย Jumpman โมเดล XI ผลิตครั้งแรกในปี 1995 ก่อนจะพักสายการผลิตไปช่วงหนึ่งและเรโทรกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะในปี 2019 ที่มากับสีคลาสสิกอย่าง Bred ปล่อยไซซ์ออกมาครบแบบ Family ทำให้ Air
Porsche 911 กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แบรนด์เสื้อผ้าจากนิวยอร์กอย่าง AIME LEON DORE ออกแบบคอลเลกชันใหม่ขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เนื่องในโอกาสการเปิดตัว Porsche 911 โฉมคัสตอมพิเศษที่มีเพียงแค่คันเดียวในโลก “ALD 964” คือชื่อของ Porsche 911 รุ่นปี 1990 โดยรถคันนี้ถูกคัสตอมมาในสีขาวทั้งคัน มาพร้อมสปอยเลอร์ทรง Ducktail สร้างขึ้นมาใหม่ ส่วนดีไซน์พิเศษที่เพิ่มขึ้นมาคือกราฟิกรูปเพกาซัสที่ด้านข้างตัวรถและป้าย “ALD 964” ชื่อที่ใช้เรียก Porsche 911 เจนแรกของคนในโรงงานปอร์เช่ งานคัสตอมสุดพิเศษทั้งหมดนี้เกิดจากความหลงใหลในรถยนต์ปอร์เช่ของ Teddy Sanis ดีไซน์เนอร์คนสำคัญของ AIME LEON DORE ที่เคยได้มีโอกาสเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของปอร์เช่ รวมถึงโรงงานประกอบโมเดล 911 ในสตุ๊ตการ์ต กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างออกแบบคอลเลกชัน “ALD 964” และใช้เตรียมรถเพื่อเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่หลายเดือน ซึ่งแรงบันดาลใจอันเข้มข้นนี้ยังได้ถูกถ่ายทอดสู่คอลเลกชันเสื้อผ้าของแบรนด์ ประกอบไปด้วยเอาท์เตอแวร์หลัก 2 ชิ้นเป็น Hoodie และ Work Jacket บวกกับไอเทมท่อนบนอย่าง Sweatshirt และ
เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์กันอีกครั้ง สำหรับหนุ่ม ๆ ที่มีคนข้างกายทั้งหลายก็ต้องเริ่มมองหาของขวัญเตรียมไว้ให้คนรักในวันวาเลนไทน์ บางคนมองหาร้านอาหารบรรยากาศดี หรือมองหาช่อดอกไม้สวย ๆ สักช่อเพื่อมอบให้เธอคนนั้นในวันที่แสนพิเศษ คนที่นึกออกแล้วว่าจะทำอะไรหรือซื้อของขวัญแบบไหนให้คนเราขอแสดงความยินดีด้วย แต่เราก็ยังเชื่อว่าจะต้องมีชาว UNLOCKMEN อีหลายคนที่ยังคิดไม่ตก คิดไม่ตกว่าจะซื้ออะไรดี จนได้มาเห็นคอลเลกชันพิเศษของ Adidas ที่ออกมายั่วน้ำลายทั้งชายหญิงไปพร้อมกัน พอปฏิทินเดินมาถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แบรนด์เครื่องกีฬาที่เราคุ้นเคยอย่าง Adidas ก็ปล่อยคอลเลกชันพิเศษ Valentine’s Day เอาใจคนมีคู่ด้วยการนำโมเดลคลาสสิกรุ่น Stan Smith และ Continental 80 มาปัดฝุ่นใหม่ แต่งแต้มลวดลายให้เข้ากับเดือนแห่งความรัก สนีกเกอร์ทั้งสองคู่ในคอลเลกชันนี้จะมีสีเป็นขาวล้วน จากนั้นจึงค่อยแต่งแต้มสีสันและลวดลายที่สื่อถึงความรัก เริ่มจาก Continental 80 รองเท้าออกกำลังกายในร่มสุดฮิตจากช่วงตนยุค 80 กันก่อน โดย Adidas ได้ประทับหัวใจสีแดงไว้บริเวณส้นรองเท้า หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าหัวใจสีแดงก็มีขีดสามเส้นที่เน้นย้ำถึงสัญลักษณ์ของแบรนด์ แถมยังไม่ลืมประทับโลโก้สีแดงสดไว้ที่ลิ้นรองเท้า ส่วนบริเวณเส้นด้านข้างถูกแต้มด้วยด้ายสีทองเสริมให้รองเท้าผ้าใบพื้นขาวโดดเด่นยิ่งขึ้น ส่วนอีกคู่ในคอลเลกชันแห่งความรักกับรองเท้าเทนนิส Stan Smith ก็คงคอนเซ็ปต์เรียบง่ายแต่โดนใจวัยรุ่นด้วยการนำหัวใจแดงที่มีแถบสามขีดเหมือนกับคู่ Continental 80 มาไว้บริเวณด้านข้างแทน และแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ของแบรนด์สีทองเงาวับไว้ตรงส้นรองเท้า ส่วนบริเวณลิ้นรองเท้าก็ใช้สีทองแบบเดียวกับโลโก้แบรนด์เพิ่มความหรูหราได้อย่างน่าประทับใจ
หลังจากที่วงการสนีกเกอร์ก็จัดหนักจัดเต็มใส่เรากันแบบไม่ยั้ง ย่างเข้าสู่เดือนที่สองของปี 2020 ก็ยังลดความร้อนแรงลงแต่ดูเหมือนจะดุเดือดกว่าเก่ากับข่าวที่เผยว่าศิลปินหนุ่มสัญชาติโคลอมเบียอย่าง J Balvin จะจับมือกับ Nike ปล่อยสนีกเกอร์สุดพิเศษออกมาให้เหล่าผู้รอคอยได้รับชมกัน ต้องเกริ่นกันก่อนสำหรับหนุ่ม ๆ บางคนที่อาจจะยังไม่ค่อยรู้จักชื่อเสียงของ J Balvin กันเท่าไรนัก ชายคนนี้คือศิลปินที่ร้องเพลงภาษาสเปน เขาทำให้โลกเห็นว่าภาษาที่แตกต่างของคนบนโลกไม่อาจเป็นพรมแดนกั้นการเสพดนตรีได้ จน Billboard กล่าวยกย่องผลงานเพลงของเขาว่าเป็น “ผลงานที่เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏให้เห็นในวงการเพลงละติน” ด้วยผลงานเพลงที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร การจับสไตล์ดนตรีฮิปฮอปในกระแสมาร่วมกับดนตรีสไตล์โคลอมเบียน รวมทั้งแฟชั่นอันแสนจัดจ้านของเขา ทำให้ชื่อของ J Balvin เข้าไปอยู่ในลิสต์ศิลปินโปรดของใครหลายคน ทั้งแนวเพลง สไตล์การแต่งตัวที่เท่โดนใจ และความสนใจกระแสของแฟชั่นที่ไม่น้อยหน้าใคร ทำให้ในที่สุดเขาได้ร่วมงานกับแบรนด์สนีกเกอร์ระดับโลกอย่าง Nike และกลายเป็นศิลปินลาตินคนแรกที่ได้ร่วมงานกับ Air Jordan สร้างสรรค์สนีกเกอร์สุดฮิตอย่าง Nike Air Jordan 1 ให้มีสไตล์ตามแบบของ J Balvin คาแรกเตอร์ของ J Balvin เป็นชายที่สนุกสนาน ร่าเริง เป็นไอ้หนุ่มแสบที่รักเสียงเพลง แถมผลงานทั้งเพลงและมิวสิกวิดีโอก็ยังเต็มไปด้วยสีสันและแฟชั่นที่แหวกแนว ทั้งหมดที่เป็น J Balvin หลอมรวมสู่สนีกเกอร์ที่เขาออกแบบเต็มขั้น
ถ้าพูดถึงศิลปินต่างประเทศที่โด่งดังและได้ยินเพลงของเขาตามวิทยุอยู่บ่อย ๆ ในตอนนี้คงหนีไม่พ้นผลงานของหนุ่มมาดเซอร์ไม่เหมือนใครอย่าง Post Malone หรือแม้แต่ใครที่ไม่ได้ติดตามเพลงฝั่งตะวันตกต้องเคยเห็นหน้าของเขาสักครั้ง ชายหนุ่มหัวฟูมีรอยสักเต็มหน้าคงจะเป็นคาแรกเตอร์ที่ผู้คนจำแม่นอย่างแน่นอน ในวันนี้ UNLOCKMEN จะไม่ได้มาพูดถึงความโด่งดังกับความสำเร็จในวงการเพลงของนักร้องหนุ่ม แต่จะสำรวจสไตล์ แฟชั่นและการแต่งตัวเขา เพื่อดูว่าแต่ละสถานการณ์เขาสวมใส่อะไรและมันจะสนุก หรือมันส์แค่ไหน EVERYDAY LOOK by POST MALONE ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำเพลงเท่านั้นที่คนทั่วโลกให้ความสนใจกับหนุ่ม Post Malone แต่ผู้คนยังให้ความสนใจเกี่ยวกับแฟชั่นและการแต่งตัวของเขาอีกด้วย หลายคนใคร่รู้ว่าศิลปินมากความสามารถคนนี้จะแต่งตัวอย่างไรในวันธรรมดาที่ออกไปเดินเล่นพบปะเพื่อนฝูง การแต่งตัวของศิลปินคนนี้ค่อนข้างหลากหลาย บางวันเขาคุมโทนความเรียบง่ายดูดีด้วยการแต่งการกึ่งวินเทจ-ฮิปฮอป ด้วยเสื้อคอเต่าสีดำกับเสื้อแจ็กเกตแขนยาว หรือวันสบาย ๆ อย่างเสื้อแขนสั้นแบบหลวม ๆ เข้าคู่กับกางเกงขายาวสีน้ำตาลและไม่ลืมคาดเข็มขัด กับหาหมวกแก๊ปสักใบเข้ากับชุด การแต่งตัวแม้มองเผิน ๆ ไม่มีลูกเล่นอะไรมากของเขาก็เท่และดูดีมากจริง ๆ ในวันที่เบื่อการคุมโทนสีขาวดำคูล ๆ Post Malone จะเล่นสนุกกับแฟชั่นของเขาด้วยการเลือกเสื้อผ้าสีสันสดใสมาแมตช์กับการแต่งตัว หากใครที่ติดตาม Instagram ของชายคนนี้จะเห็นว่าเขาสวมใส่เสื้อแทบจะทุกสีจริง ๆ ไม่ว่าจะแดง น้ำเงิน เหลือง ม่วง ชมพู เขียว ส้ม ขอเพียงมันเป็นสีที่เขาอยากจะใส่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
ยังไม่ทันผ่านเดือนแรกของปี ค่ายรองเท้าทั้งหลายก็เปิดตัวรองเท้าจำนวนมากจนตามซื้อไม่ทัน โดยเฉพาะเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่ถือเป็นเดือนของโมเดล Air Force 1 ก็ว่าได้ Air Force 1 คือรองเท้าคู่แรกของ Nike ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีรองรับแรงกระแทกแบบ AIR เปิดตัวครั้งแรกในปี 1982 ในฐานะรองเท้าบาสเกตบอล ก่อนวัฒนธรรมต่าง ๆ ทำให้มันกลายเป็นรองเท้าโมเดลคลาสสิกที่ผู้คนหลงใหลแม้เวลาจะผ่านมาถึง 38 ปีแล้วก็ตาม และสำหรับหนุ่มที่ชอบโมเดลนี้เป็นพิเศษ SNEAKERS OF THE MOUNT วันนี้จะมาแนะนำ AIR FORCE 1 หลากหลายรุ่นย่อยที่กำลังจะวางขายเร็ว ๆ นี้ มาดูกันมามีคู่ไหนเข้าตากันบ้าง AIR FORCE 1 React D/MS/X AF-1 คู่แรกถือเป็นคู่ที่มีคนรอคอยไม่น้อยทีเดียวสำหรับ AIR FORCE 1 React D/MS/X เป็นการผสมรวมระหว่างความเก๋าด้านงานดีไซน์กับเทคโนโลยีรองรับแรงกระแทกยอดนิยมตัวล่าสุดของ Nike อย่าง React ออกมาเป็น AF-1 สีดำ
ถ้าแบรนด์ไฮสตรีตที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในวงการแฟชั่นมาเจอกับพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกจะเป็นอย่างไร ? เป็นคำถามที่ใครหลายคนต่างอยากจะรู้ว่าแฟชั่นสตรีตที่กลายเป็นเรื่องสมัยใหม่ต้องมาผูกเข้ากับความคลาสสิกของงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และเรื่องราวที่มีมานานหลายร้อยปี ในที่สุดคำถามข้างต้นก็ได้รับคำตอบเมื่อแบรนด์สตรีตแฟชั่นของดีไซเนอร์มากฝีมือ Virgil Abloh อย่าง Off-White ออกคอลเลกชันพิเศษร่วมกับ Louvre Museum สถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าของโลกมากกว่า 35,000 ชิ้น ที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมตั้งแต่ปี 1793 ทั้งโด่งดังและมีคุณค่ามากที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส แฟชั่นสไตล์สตรีตคอลเลกชันพิเศษจาก Off-White x Louvre Museum เต็มไปด้วยสุนทรีย์แห่งความคลาสสิกที่ไม่คิดว่าจะมาบรรจบกันได้ โดยดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ Virgil Abloh เลือกหยิบผลงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ของศิลปินสุดโด่งดังอย่าง Leonardo da Vinci ผู้ได้ฉายาชายจากยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา มาเล่าเรื่องบนเครื่องแต่งกาย “Virgin of the Rocks and The Virgin and Child with Saint Anne” คือผลงานของ Da Vinci ที่ Virgil Abloh เลือกมาอยู่บนเสื้อผ้า


