นอกจากเราจะเห็นคนรอบตัวปลดปล่อยศักยภาพการเป็นพ่อครัวและขาแดนซ์กันแล้ว ยังมีคนอีกกลุ่มใหญ่ที่กลายเป็นนักออกกำลังกายผ่านทางออนไลน์อีกเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าใครคิดจะเอาดีทางด้านนี้ สิ่งแรกที่ต้องคิดคือจุดขายที่จะสร้างสไตล์และความแตกต่างให้การออกกำลังกายของคุณดูดีกว่าใคร ขอแนะนำ Exercise Gear collection ใหม่ล่าสุดจาก Louis Vuitton เพราะเข้าใจว่าช่วงนี้หลายคนต้องอยู่ติดบ้าน นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ Louis Vuitton เลือกเปิดตัว Sporting Goods, Games และ Collectors Items สุดพิเศษในช่วงเวลาที่แสนจะน่าเบื่อเนื่องจาก Coronavirus ชิ้นที่เด็ดสุดใน collection นี้ เราขอยกให้กับสาขา Sporting Goods ที่มี DUMBBELLS สุดหรูหรา น้ำหนักข้างละ 3 กิโลกรัม ผลิตจากเหล็กขัดเงางาม บริเวณที่จับหุ้มด้วยหนังแท้ลาย Monogram Eclipse สวยงามราวกับเครื่องประดับออกงานมากกว่าอุปกรณ์ออกกำลังกาย เหมาะสำหรับคนที่อยากกำลังกายอย่างโดดเด่น สุขภาพดีและเติมเต็มความภาคภูมิใจได้ในสนนราคาคู่ละ $2,720 (81,600 บาท) หรือใครไม่ชอบยก Dumbbells ก็ยังมี PING PONG SET JAMES ชุดไม้ปิงปอง LV ที่มาพร้อมกับไม้ตีปิงปอง
กลุ่มคาราวานขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามที่ต่าง ๆ หรือนักดนตรีพังก์ที่ออกจากบ้านมาร้องเพลงในบาร์เล็ก ๆ ทุกคืนวันเสาร์ แก๊งยากูซ่าผู้ถูกเกลียดชัง ทั้งหมดคือกลุ่ม Subcultute หรือวัฒนธรรมย่อยที่ซ่อนตัวอยู่ในสังคม เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มผู้คนความชอบเดียวกัน แถมการรวมกลุ่มพวกเขามักโดดเด่นและมีเอกลักษณ์จนคนจำได้ เหตุผลที่ UNLOCKMEN พูดถึงชาวพังก์ แก๊งบิ๊กไบค์ และกลุ่มแยงกี้กับยากูซ่า ที่ดูแล้วไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันมากนักเป็นเพราะพวกเราได้เจอกับแบรนด์เครื่องหนังสัญชาติญี่ปุ่นชื่อว่า “Blackmeans” ที่ร่วมสืบทอดวัฒนธรรมย่อยเหล่านี้ให้ได้ไปต่อในกระแสสังคม ผ่านการออกแบบเครื่องหนังที่ถือเป็นไอเทมยอดฮิตสำหรับชาวแก๊งทั้งสาม แจ็กเกตหนังคือไอเทมประจำตัวของหนุ่ม ๆ ผู้ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์ระยะไกล อาจเป็นเพราะแจ็กเกตหนังแขนยาวสามารถกันแดด ป้องกันผิวหนังเวลาเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าผ้าชนิดอื่น ๆ แถมยังสามารถสลักรูปประจำกลุ่มไว้กลางหลังได้เหมือนอย่างแก๊ง Hell Angels อันโด่งดัง ส่วนชาวพังก์ก็มักสวมเสื้อกั๊กหนัง ปลอกคอหนัง และกำไลข้อมือหนังออกไปพบปะกับคนคอเดียวกันในบาร์เหล้า ส่วนยากูซ่ากับแก๊งแยงกี้ก็มักมีเสื้อหนังประจำกลุ่มแบบเดียวกับกลุ่มบิ๊กไบค์ เครื่องแต่งกายคือสิ่งเติมเต็มความพึงพอใจทำให้ผู้คนจดจำพวกเขาได้ การให้ความสำคัญกับแฟชั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญทำให้คนทั่วไปเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพยายามจะสื่อ Yujiro Komatsu (ยูจิโร่ โคมัตสึ) เป็นชายที่ชื่นชอบเครื่องหนังมาก เขาไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นชาวพังก์ เป็นสมาชิกแก๊งยากูซ่า หรือว่าขี่บิ๊กไบค์แต่เขาเป็นแค่คนหลงรักเครื่องหนังและเห็นชาวพังก์มาตั้งแต่ 10 ขวบ แถมยังรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้ความชอบของตัวเองตอบโจทย์ของคนหลายกลุ่มได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากความชอบส่วนตัวยูจิโร่ยังได้แรงบันดาลใจที่ทำให้ก้าวสู่โลกแฟชั่นจากการเห็น John Lennon สวมเสื้อ “Sukajan” ในปี
“สถานการณ์แบบนี้ใครเขาจะยังมานั่งคิดเรื่องแฟชั่น ?” ครับ พวกเราชาว UNLOCKMEN ก็ยังคงคิดถึงแฟชั่นและการแต่งกายอยู่เสมอไม่ว่าจะเจอกับเรื่องราวแบบไหน ไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจสิ่งรอบตัวแต่การตระหนักถึงเครื่องแต่งกายมีส่วนช่วยเราได้มากกว่าที่คิด บางคนอยู่บ้านแล้วเศร้าจนแทบหมดอาลัยตายอยาก หรือบางคนยังต้องออกไปเผชิญกับไวรัสโควิด-19 นอกบ้าน การแต่งตัวเหมาะสมตามสถานการณ์คือสิ่งที่จะช่วยปกป้องเราได้ ในวันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำสไตล์การแต่งตัวสองแบบด้วยกันทั้ง ‘คนต้องอยู่ติดบ้าน’ กับ ‘คนยังมีเหตุจำเป็นต้องออกไปเผชิญโลกภายนอก’ เพราะการใส่ใจกับการแต่งตัวสามารถช่วยเราได้ไม่น้อย คนที่ต้องอยู่ติดบ้าน แฟชั่นสำหรับคนอยู่บ้านอาจดูไม่มีอะไรมาก เพียงแค่เดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ เสร็จแล้วใส่กางเกงบ็อกเซอร์กับเสื้อกล้ามหรือเสื้อยืดหนึ่งตัวก็เป็นอันเสร็จ บางคนตื่นมาพร้อมชุดนอนก็ลุยงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อยาว ๆ พลางคิดว่าดีด้วยซ้ำเพราะไม่ต้องมานั่งรีดชุดทำงาน แต่ความรู้สึกแสนชิลมันจะมาแค่ช่วงแรกเท่านั้นครับ มีหลายคนต้อง work from home มาแล้วกว่าสองอาทิตย์ นั่ง ๆ นอน ๆ เดินวนไปวนมาอยู่ในพื้นที่จำกัด ออกไปเจอคนแปลกหน้าเพียงไม่กี่วินาทีเพราะรับอาหารจากการสั่งเดลิเวอรี่ นานวันเข้าความรู้สึกแสนสบายที่ใส่เสื้อผ้าง่าย ๆ เริ่มจางลง ความเบื่อหน่ายเข้ามาแทนที่ มีชาว UNLOCKMEN คนหนึ่ง บ่นว่ารู้สึกเศร้าเพราะไม่ได้เจอกับใครเลย ส่วนอีกคนบอกว่าเห็นตัวเองแบบเซอร์ ๆ ทุกวันก็รู้สึกเบื่อ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องน่าเป็นห่วงที่ไม่ควรมองข้าม การแต่งตัวสามารถช่วยปรับสภาพอารมณ์ของคนต้องอยู่แต่บ้านออกไปไหนไม่ได้จนรู้สึกซึม เพราะสีสันบนเครื่องแต่งกายส่งผลต่อความรู้สึกมากกว่าที่คิด ถ้าใครรู้สึกอึดอัดกดดัน ไอเทมสีเขียวจะช่วยให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งรอบตัว สร้างความผ่อนคลาย
ถ้าพูดถึงประเทศแห่งแฟชั่นในทวีปยุโรปก็ต้องฝรั่งเศส เมืองที่ถูกเรียกว่าแดนน้ำหอม เมืองแห่งแฟชั่นและความงาม ต้นกำเนิดของแบรนด์แฟชั่นชื่อก้องโลกทั้ง แอร์เมส (Hermes) ชาแนล (Chanel) หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) เบอร์เบอร์รี่ (Burberry) อีฟส์ แซ็งต์ ลอร็องต์ (Yves Saint Laurent) จีวองชี (Givenchy) รวมถึง คริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) ซึ่งชื่อแบรนด์คุ้นหูเหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของแฟชั่นที่เกิดจากฝรั่งเศสเท่านั้น UNLOCKMEN เชื่อว่าหากใครติดตามเทรนด์แฟชั่นอยู่ตลอดต้องรู้จัก Louis Vuitton Moet Hennessy (LVMH) บริษัทจำหน่ายสินค้าแฟชั่นลักชัวรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ณ เวลานี้ เพราะเขามีแบรนด์แฟชั่นดัง ๆ เป็น prestigious band มากกว่า 60 แบรนด์ ไม่ได้ยิ่งใหญ่แค่โลกแฟชั่นเท่านั้นแต่ยังวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีนักธุรกิจนามว่าแบร์นาร์ด อาร์โนลด์ (Bernard Arnuault) เป็นผู้กุมบังเหียนของอาณาจักร LVMH เมื่อต้นปี 2020
UNLOCKMEN เชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนต่างก็อ่านมังงะเรื่อง One Piece แถมบางคนไม่ใช่แค่อ่านเฉย ๆ แต่เป็นแฟนเดนตายผู้หลงรักเรื่องราวการผจญภัยที่กลั่นออกมาจากจินตนาการของอาจารย์โอดะ เล่าผ่านเด็กหนุ่มนามว่าลูฟี่ เพราะใคร ๆ ต่างก็ชื่นชอบมังงะโจรสลัดจึงทำให้แบรนด์แฟชั่นสายสปอร์ตจากอิตาลีไม่พลาดที่จะนำตัวละครหลักจากเรื่อง One Piece มาปรับให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ ต้องเกริ่นกันก่อนว่าแบรนด์แฟชั่น Kappa เป็นแบรนด์ที่คนรุ่นเก๋ารู้จักกันอย่างกว้างขวาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1950 มักมาพร้อมกับสัญลักษณ์เฉพาะตัวเป็นรูปคนนั่งหันหลังชนกัน คนไทยส่วนใหญ่เรียกว่าแบรนด์คนคู่ ส่วนคนอิตาลีเรียก “The Omni” เราจะไม่เห็นหน้าตาของคนคู่นี้เพราะพวกเขามาแต่เพียงเงาซึ่งกลายเป็นจุดเด่นที่ถูกกล่าวขาน เพราะคนคู่ที่เป็นโลโก้ของแบรนด์สามารถเป็นใครก็ได้ Kappa จึงเกิดไอเดียนำตัวละครขวัญใจจากมังงะเรื่อง One Piece มาสร้างสรรค์เป็นผลงานคอลเลกชันพิเศษ Kappa x One Piece นำโดยตัวหลักของเรื่องอย่าง มังกี้ ดี ลูฟี่ มาเป็นหนึ่งในคนคู่และให้ตัวละครสำคัญประกบคู่พร้อมกับสีสันที่คนอ่าน One Piece เห็นสีแล้วจะต้องนึกถึงตัวละครนั้น ๆ ทันที บนเสื้อฮู้ดสีขาวสะอาดตา เราจะเห็นลูฟี่นั่งหันหลังชนกับ ‘แชงคูส’ ชายผมแดงผู้จุดประกายแรงบันดาลใจให้เด็กหนุ่มออกทะเลเป็นโจรสลัด นอกจากนี้สำหรับเสื้อเซตคนคู่ลูฟี่แชงคูสยังมีเสื้อฮู้ดสีแดงเหมือนสีผมของเขา เสื้อฮู้ดแขนยาวสีดำตัดความโดดเด่นด้วยสีส้มกับขาว และเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นให้เลือกแมตช์กับไอเทมแฟชั่นอื่น ๆ ตามต้องการอีกด้วย ถัดจากชายที่ชักจูงให้ตัวเอกของเรื่องเดินเข้าสู่เส้นทางโจรสลัดคือ
ช่วงที่วิกฤตไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดในวงกว้างเฉกเช่นตอนนี้ บอกเลยว่าส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานของเราอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลาย ๆ บริษัทจึงนำมาตรการ Work Form Home มาปรับใช้ ให้พนักงานสามารถทำงานได้จากที่บ้าน เลี่ยงการเดินทางและพบปะกับผู้คน เพื่อลดโอกาสที่เชื้อไวรัสจะแพร่กระจายมากกว่าเดิม ต่อให้หนุ่ม ๆ หลายคนจะนิยมแก้ผ้านอนหรือใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินอยู่ในบ้านแบบไม่สนอะไร แต่เมื่อคุณต้องทำงานที่บ้าน ชุดล่อนจ้อนที่ว่านี้อาจไม่เหมาะนัก ยิ่งถ้าต้องประชุมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับหัวหน้า มันคงไม่สุภาพเท่าไร แต่ถ้าจะให้ใส่สูทผูกเนกไทก็คงเป็นทางการเกินไป วันนี้ UNLOCKMEN เลยขอแนะนำไอเทมแฟชั่นใส่สบาย เหมาะแก่การนั่งทำงานที่บ้าน และไอเทมพวกนี้อาจช่วยให้วันทำงานที่อุดอู้น่าเบื่อของคุณสนุกขึ้นกว่าเดิมก็ได้ Les Girls Les Boys อาจมีบางวันที่คุณต้องรีบขุดตัวเองออกจากที่นอนและสลัดความง่วงทิ้งไป เพื่อวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานคนอื่น แต่คุณดันสวมเสื้อนอนเก่า ๆ ที่ไม่สุภาพเท่าไรนัก เราอยากเสนอชุดนอนลายขวาง Les Girls Les Boys ให้เป็นอีกทางเลือก เพราะเชื่อว่าชุดใส่นอนที่ดูดีและเป็นทางการที่สุดคงจะเป็นชุดนอน ชุดนอนชุดนี้ตัดเย็บด้วยผ้า Cotton Satin ทอลายขวางที่มีเนื้อเรียบลื่นมันเงาและมีน้ำหนักเบา นอกจากแถบสีขาวดำเข้มจะช่วยเสริมรูปร่างผู้สวมใส่ ยังมอบความน่าเชื่อถือและเหมาะกับการประชุมมากกว่าเสื้อยืดมอซอตัวโปรดของคุณอย่างแน่นอน Casablanca Sweatpants ชุดที่เหมาะกับการทำงานที่บ้านนอกจากต้องสวมใส่สบายและช่วยให้เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องตัวแล้ว คงจะดีไม่น้อยถ้าไอเทมแฟชั่นที่คุณเลือกช่วยเสริมสไตล์และทำให้คุณโดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมงานคนอื่น กางเกงขายาวผ้าฝ้าย Casablanca Sweatpants
เดินทางเดือนเข้าสู่เดือนที่ 3 ของปีนี้หนุ่ม ๆ ผู้รักรองเท้าหลายคนคงเพลิดเพลินกันตั้งแต่ต้นปีกับโมเดลรองเท้าจำนวนมากที่ถูกปล่อยออกมา ทั้งรุ่นใหม่ล่าสุดและรุ่นเก๋าที่หยิบเอามาทำใหม่ปะปนกันไป และคงเห็นกันว่ารองเท้าหลายคู่มาพร้อมสีสันสดใสประจำเทศกาลที่โดดเด่นเตะตา แต่เราเชื่อว่ายังมีผู้ชายหลายคนที่ชอบในการสวมใส่รองเท้าโทนสีดำหรือขาว ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นความเข้ากันกับสไตล์การแต่งตัว วิธีการดูแลรักษาหรืออาจเป็นรสนิยมส่วนตัว แต่ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้จะมีรองเท้าโทนขาว-ดำจากแบรนด์ไหน รุ่นอะไรกำลังจะถูกปล่อยออกสู่ตลาดบ้าง วันนี้ SNEAKER OF THE MONTH มี 8 คู่ที่อยากแบ่งปันให้กับผู้อ่านทุกคนได้รู้จัก มาชมกันเลยว่าแต่ละคู่จะมีทีเด็ดงานยังไงบ้าง Nike Air Max 2090 “Black/White” เริ่มกันที่สมาชิกล่าสุดของรองเท้าตระกูล Air Max กับ Air Max 2090 โมเดลนี้ทำขึ้นมาเพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีของ Air Max 90 และใช้แรงบันดาลใจงานดีไซน์ของโมเดลเก๋ามาถ่ายทอดลงในรูปแบบรองเท้าที่เรียกว่า FlyEase ซึ่งสวมใส่ง่ายและเหมาะกับรูปทรงและขนาดเท้าที่มีความแตกต่างกัน Nike Air Max 2090 “Black/White” มาในสีหลักมีทั้งขาวและดำ โดยขึ้นรูปอัปเปอร์ด้วยวัสดุสังเคราะห์ ก่อนจะปกป้องด้วยชั้น Mudguards
พูดถึงแฟชั่นคุณนึกถึงอะไร? รันเวย์ นายแบบหน้าคม แบรนด์หรู หรือบางสิ่งบางอย่างที่ดูไกลตัวเราออกไป? แต่ถ้าเราบอกว่าแฟชั่นเกี่ยวกับโลกใบนี้ทั้งใบ ตั้งแต่ปัญหาขยะล้นโลกที่เรากำลังตื่นตัว เพราะขยะเสื้อผ้านั้นมีปริมาณมหาศาลมากกว่าที่เราคิด ไปจนถึงปัญหาสิทธิแรงงาน เพราะเบื้องหลังเสื้อผ้าที่เราใส่อยู่ทุกตัวมีใครบางคนในโรงงานที่ผลิตมันอยู่ หรือปัญหาการบริโภคแบบสุดขีดคลั่ง ที่เราอาจไม่รู้ตัวว่าการซื้อเสื้อผ้าราคาถูกมาก เพื่อเปลี่ยนบ่อยเท่าไรก็ได้ที่เราทำอยู่ก็เป็นปัญหา อุตสาหกรรมแฟชั่นสำหรับใครหลายคนจึงอาจมีภาพแบบหนึ่ง แต่กับเธอ “อุ้ง-กมลนาถ องค์วรรณดี” ผู้ประสานงานเครือข่าย Fashion Revolution Thailand พ่วงการเป็นนักออกแบบอิสระและอาจารย์พิเศษที่ภาคศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แฟชั่นไม่ใช่แค่เสื้อผ้าสวย ๆ บนรันเวย์ แต่หมายถึงเสื้อผ้า สไตล์ หมายถึงสิ่งที่เธอรัก และหมายถึงการที่เธออยากเห็นอุตสาหกรรมแฟชั่นดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน แล้วแฟชั่นจะไปกันได้กับสิ่งแวดล้อม สิทธิแรงงาน การบริโภคที่ช้าลงได้จริงไหม? ถ้าได้จริง มันลงมือทำได้ง่าย ๆ หรือเปล่า? เราอยากสปอยล์คำตอบตรงนี้ว่า “ทำได้จริง และง่าย ง่ายจนเริ่มลงมือทำทันทีที่อ่านจบก็ยังได้” แต่ทำอย่างไร? เราก็อยากชวนมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน ‘Fashion Revolution’ กลุ่มคนรักแฟชั่นที่อยากเห็นแฟชั่นดีขึ้น การอยากเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง ไม่ได้หมายความแค่ว่าเราไม่ชอบสิ่งนั้น แต่อาจหมายความว่าเรารักสิ่งนั้นมาก ๆ จนอยากเห็นสิ่งนั้นดีขึ้น
ก่อนวัฒนธรรมต่าง ๆ จะผสมผสานรวมตัวกันได้หลายหลากเหมือนในปัจจุบัน ผู้คนบนโลกต้องลองผิดลองถูกเพื่อจับคู่หลายสิ่งเข้าด้วยกัน รวมไปถึงโลกของสนีกเกอร์ในยุคแรกที่ต่างจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง เพราะสมัยนั้นไม่ได้มีการตลาดควบคู่กับศิลปินหรืออินฟลูเอนเซอร์ประกาศออกมาตั้งแต่ก่อนผลิตเหมือนอย่างทุกวันนี้ อย่างไรก็ตามในอดีตมีโมเดลรองเท้าอยู่ 1 คู่ที่ได้ปฏิวัติวงการให้โลกรู้ว่าความลงตัวระหว่างสนีกเกอร์และวัฒนธรรมฮิปฮอปนั้นแสนลงตัวซึ่งกลายมาเป็นรากฐานสำคัญของตลาดรองเท้าในปัจจุบัน ชื่อของมันคือ Adidas Superstar และเราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักเส้นทางสู่การเป็นตำนานของรองเท้าคู่นี้ไปพร้อมกัน ยุคแรกเริ่มโลกไม่ได้รู้จักรองเท้าคู่นี้ในชื่อ Superstar แต่เป็น Supergrip ผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1965 ดีไซน์ของทั้ง 2 รุ่นมีความเหมือนในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นการวางแถบ 3 ขีดด้านข้างตัวรองเท้า พื้นหนา แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือส่วน Toe Box ซึ่งจะพัฒนาเป็นเอกลักษณ์สำคัญในเวลาต่อมา Supergrip ถูกออกแบบให้เหมาะสมต่อการเล่นกีฬาอย่างเทนนิส และสามารถตอบโจทย์ได้ดีกับกีฬาที่เปลี่ยนการเคลื่อนไหวร่างกายแบบเฉียบพลัน แต่ในปี 1969 แบรนด์ Converse ครองตลาดรองเท้าบาสเกตบอลด้วยโมเดล All-Star ที่ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ระดับมัธยม มหาลัยไปจนถึงลีกอาชีพอย่าง ทำให้ที่ปรึกษาของอาดิดาสในเวลานั้นอย่าง Chris Severn เสนอให้บอร์ดสร้างรองเท้าบาสเข้ามาป้อนเข้าแข่งขันในตลาดบ้าง อาดิดาสเริ่มพัฒนาโมเดล Supergrip ให้เป็นรองเท้าบาสเกตบอลที่สมบูรณ์แบบ เพราะพวกเขาไม่ได้ต้องการวางขายรองเท้าธรรมดา ๆ แต่ตั้งใจสร้างรองเท้ากีฬาที่จะช่วยลดการบาดเจ็บของผู้เล่น เพราะมีผลสำรวจว่านักกีฬาบางส่วนที่ใส่รองเท้าผ้าใบแคนวาสมักมีปัญหาบาดเจ็บ สิ่งที่พวกเขาทำคือขึ้นรูปรองจากเท้าด้วยหนังแท้สีขาวซึ่งให้ความกระชับมากกว่าเวลาที่ผู้เล่นขยับข้อเท้าหรือหัวเข่า และเพิ่มขนาดส่วนโซลให้หนามากขึ้นเพื่อลดแรงกระแทก ก่อนตกแต่งด้วยลวดลาย Three-Stripe
หลายคนอาจมองว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องน่าเบื่อไม่ชวนฟัง เพราะฟังทีไรก็พาลให้เครียด แต่ถ้าลองมองให้ลึกลงไปจะเห็นว่าการเมืองเป็นแทบทุกเรื่องของเรา ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ภาษีที่เราจ่าย ค่าข้าวร้านป้าข้างบ้าน ทางเท้าที่เราเดิน รวมถึงเรื่องแฟชั่นล้วนเกี่ยวข้องกับการเมืองด้วยกันทั้งนั้น แม้ใครหลายคนอาจไม่ชอบติดตามเรื่องการเมือง ไม่ได้ดูวันเปิดสภา หรือตามฟังนักการเมืองฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลประชันกันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ถ้าได้ยินชื่อของคุณประยุทธ์ คุณประวิตร หรือคุณธนาธร รับรองเลยว่าถึงไม่สนใจการเมืองก็ต้องรู้จักชื่อของนักการเมืองเหล่านี้ ครั้งนี้ UNLOCKMEN ไม่ได้มาพูดเรื่อง ‘การเมืองไทย’ แต่จะมาเล่าถึง ‘แฟชั่นของนักการเมืองไทย’ ที่น่าสนใจทั้งหมด 5 คนด้วยกัน เพื่อดูว่านักการเมืองชื่อดังมีสไตล์การแต่งตัวอย่างไร พวกเขาชื่นชอบเสื้อผ้าแบบไหน และอะไรคือแฟชั่นที่โดดเด่นออกมาจนคนจำได้ SOMKID JATUSRIPITAK เริ่มสำรวจสไตล์ของนักการเมืองคนแรกไปกับคุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คนไทยรุ่นพ่อแม่เห็นเขาโลดแล่นอยู่ในโลกการเมืองมายาวนาน เคยเป็นนักการเมืองพรรคไทยรักไทย จากนั้นย้ายมาอยู่พรรครวมใจชาติพัฒนา ถัดมาคือพรรคพลังประชารัฐ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ชายคนนี้เป็นนักการเมืองเจนสนาม การแต่งตัวของเขาไม่ว่าไปประชุมสภา ไปงานใด ๆ มักเนี้ยบจนแทบหาที่ติ (เรื่องการแต่งตัว) ไม่ได้ เริ่มกันตั้งแต่ทรงผมเซตเสยขึ้นไปไว้ด้านหลังให้หมด บางครั้งเซตแบ่งข้าง บางงานเสยผมข้ึนไปทางเดียวทั้งหมด จุดสังเกตน่าสนใจคือคุณสมคิดไม่ปาดเจลจนผมแข็ง เหลือวอลลุ่มไว้ให้เห็นควบคู่กับสีผมธรรมชาติที่กล้าพูดเลยว่าเราเห็นเขามาตั้งแต่ผมดำจนผมกลายเป็นสีดอกเลาก็ยังเนี้ยบเหมือนเดิม ชุดสูทของคุณสมคิดทั้งสูทสีดำ


