หลังจากเฝ้ารอกันมาพักใหญ่ในที่สุด Supreme แบรนด์สตรีตแฟชั่นชื่อดังก็เปิดตัวคอลเลกชัน Spring/Summer 2020 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยนำเสนอผ่าน Lookbok พื้นหลังขาวเรียบง่ายเพื่อให้หนุ่ม ๆ สายแฟชั่นที่รอคอย ได้เห็นรายละเอียดของไอเทมแต่ละชิ้นอย่างเต็มตา เมื่อ Supreme นำเสนอไอเทมทุกชิ้นจากคอลเลกชันล่าสุด UNLOCKMEN พบว่ามีไอเทมรวมกันเป็นร้อยชิ้น เราจึงขอแนะนำไอเทมที่น่าสนใจทั้งหมด 10 ชิ้น ของ Spring/Summer 2020 เพื่อดูว่ามีชิ้นไหนเด็ดเข้าตาและชิ้นไหนกำลังกลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกโซเชียล SUPREME x NIKE AIR FORCE 1 LOW ไอเทมที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือรองเท้าผ้าใบที่ Supreme กับ Nike ร่วมมือกันอย่างสนีกเกอร์สองคู่สีขาว-ดำ ที่ผลิตขึ้นจากวัสดุหนังคุณภาพพรีเมียม โดดเด่นด้วยเชือกรองเท้าที่มีกราฟิตี้ชื่อแบรนด์ชวนลายตา เชือกสีแดงสำหรับรองเท้าสีขาว ส่วนเชือกรองเท้าสีดำจะถูกจับคู่กับรองเท้าสีเดียวกัน และประทับแถบโลโก้ Supreme สีแดงสดไว้บริเวณด้านข้างของรองเท้าเพื่อเน้นย้ำว่าโมเดล Air Force 1 Low ได้แบรนด์ Supreme มาร่วมดีไซน์ด้วย SUPREME x OREO
สำหรับหนุ่ม ๆ ผู้ชื่นชอบและติดตามเกมรวมดาราเอ็นบีเอ หรือ NBA All-Star Game การแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลโดย NBA ที่จัดกันเป็นประจำทุกปีช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่แบ่งเป็นทีมฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเพื่อกระโดดเข้าสู่สังเวียน เพื่อแข่งกันว่าใครจะสามารถยัดลูกกลม ๆ ลงในห่วงได้มากกว่ากัน การแข่งขันรวมดาวของ NBA เต็มไปด้วยความเข้มข้น มีนักกีฬาบาสเกตบอลชื่อดังหลายคนตบเท้าเข้าสู่การแข่งขันนี้ วงการพนันก็คึกคัก สื่อหลายสำนักต่างให้ความสนใจการแข่งขัน NBA All-Star Game จึงทำให้แบรนด์แฟชั่นน้อยใหญ่เล็งเห็นว่าหากสามารถร่วมคอลแลปส์กับการแข่งนี้ได้ ไอเทมของพวกเขาก็จะได้อยู่บนหน้าสื่อจำนวนมากอย่างแน่นอน Diamond Supply Co. แบรนด์สเกตบอร์ดสุดเก๋าที่มีต้นกำเนิดเมื่อปี 1998 โดย Nick Diamond ชายผู้เกิดไอเดียว่าอยากมีแบรนด์สเกตบอร์ดและสตรีตแวร์เป็นของตัวเอง เขาเริ่มสร้างทั้งหมดภายในห้องพักหนึ่งเล็ก ๆ ในอพาร์ตเมนต์เมืองซานฟรานซิสโกพร้อมกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแบรนด์ แถมยังสามารถสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการสตรีตแฟชั่นครั้งใหญ่ในปี 2005 เมื่อการร่วมออกแบบสนีกเกอร์กับ Nike SB จนได้ออกมาเป็นรุ่น Nike SB Dunk Low “Tiffany” สี Aqua/Chrome ที่โดดเด่นยิงโดนความชอบผู้ชายสายสตรีตไปเต็ม ๆ จนทำให้ราคาของรองเท้าคู่นี้พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ สำหรับปี 2020 แบรนด์
เมื่อพูดถึงศิลปินชาวดัตช์ผู้โด่งดังจากยุค Post-impressionism (ลัทธิประทับใจยุคหลัง) ที่มีอิทธิพลและชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็คงหนีไม่พ้น Vincent Van Gogh (ฟินเซนต์ ฟัน โคค) แต่คนไทยชอบเรียกเขาว่า “แวนโก๊ะ” ชายมากฝีมือผู้มีอาการทางจิตพร้อมกับปริศนาหูซ้ายที่หายไปทิ้งความสงสัยไว้ให้คนรุ่นหลัง เรื่องเล่าความเจ็บปวด ความคิด และมุมมองของแวนโก๊ะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านลายเส้นเป็นผลงานศิลปะ เมื่อตอนมีชีวิตเขาเป็นเพียงศิลปินไร้ชื่อ ไร้เงิน เป็นคนบ้าที่อยู่นอกสายตาของผู้คน แต่พอถึงคราวจากไปผลงานของเขากลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับโลกจนใคร ๆ ก็ต้องรู้จักแวนโก๊ะ ทำให้ช่วงเวลาหลายร้อยปีเรามักพบเห็นผลงานภาพวาดสีน้ำมันของเขาถูกผลิตออกมาเป็นสินค้าแฟชั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงปี 2020 ที่ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาจะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบแฟชั่นทันสมัย แบรนด์แฟชั่นของชาวดัตช์ที่มีชื่อว่า Daily Paper นำผลงานสุดยิ่งใหญ่ของแวนโก๊ะมาไว้บนเครื่องแต่งกายคอลเลกชัน Spring/Summer 2020 ด้วยการร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่สดใสต้อนรับหน้าร้อนที่มาเยือนเหมือนกับภาพดอกทานตะวันของยอดจิตรกร Daily Paper โด่งดังขึ้นจากการนำวัฒนธรรมของชาวแอฟริกามาเป็นแรงบันดาลใจเพื่อผสานเข้ากับความร่วมสมัยสไตล์ยุโรป พวกเขาเล่าเรื่องราวของชาวแอฟริกาจนเป็นภาพจำของแบรนด์ไปแล้ว แต่ในครั้งนี้ Daily Paper หันมามองสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาตลอดอย่างแวนโก๊ะ และคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่จะบอกเล่าเรื่องราวอันแสนเศร้าแต่งดงามของเขาเพื่อระลึกถึงมรดกทางศิลปะที่เขาได้ทิ้งไว้ให้กับโลก ธีมของสีในคอลเลกชันนี้จะเน้นสีเหลืองกับสีน้ำเงินตามแบบภาพวาด Sun Flowers (ดอกทานตะวัน) และภาพ The Stary Night (ราตรีประดับดาว) ผลงานภาพสีน้ำมันสองชิ้นอันโด่งดัง ทำให้แจกเก็ตเดนิมถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลืองอ่อนพร้อมกับภาพของทิวทัศน์ไกลสุดลูกหูลูกตา
ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าตอนนี้โลกของเราก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้คนรุ่นใหม่ต่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ส่งสารเตือนมาเป็นระยะ จนผู้คนต้องสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น ประเทศไทยของเราก็เริ่มมีมาตรการงดใช้ถุงพลาสติก ส่วนบุคคลผู้มีอิทธิพลต่อโลกทั้งด้านการเมือง สังคม สิ่งแวดล้อมและแฟชั่นก็หันมามองประเด็นนี้กันมากขึ้น รวมถึงแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Nike ที่พร้อมก้าวเข้าสู่โลกแห่งการใ่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน Nike ถือเป็นแบรนด์เครื่องแต่งกายที่ตอบรับกระแสสังคมได้อย่างน่าประทับใจ พวกเขาเริ่มคิดคอนเซ็ปต์แฟชั่นเป็นมิตรกับโลกโดยใช้ชื่อว่า “Move to Zero” คอลเลกชันเพื่อสิ่งแวดล้อม สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อลดความเสียหายที่วงการแฟชั่นได้ทำไว้กับธรรมชาติเพื่อลดคาร์บอนกับของเสียอื่น ๆ ให้เหลือศูนย์ ผ่านกระบวนการออกแบบ คิดค้น ผลิต เพื่อนำไปใช้และนำกลับมาใช้ซ้ำอีกครั้งได้จริง ๆ ไอเทมในคอลเลกชัน Move to Zero ประกอบไปด้วยเสื้อฮู้ด สเวตเชิ้ต เสื้อยืด จ็อกเกอร์ และกางเกงขาสั้น ทั้งหมดทำจากวัสดุโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลผสานกับผ้าฝ้ายทนทานต่อการใช้งานแบบสมบุกสมบัน บางชิ้นก็ผสมผสานระหว่างโพลีเอสเตอร์รีไซเคิลกับคอตตอนออร์แกนิกเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน แถมกระบวนการผลิตยังใช้น้ำกับสารเคมีน้อยกว่าปกติ แบรนด์ยังเน้นย้ำอีกด้วยว่าถึงจะเป็นไอเทมที่สร้างสรรค์จากวัสดุรีไซเคิล แต่คุณภาพของผลงานก็ยังคงสูงตามมาตรฐานของ Nike UNLOCKMEN สนใจคอลเลกชัน Move to Zero โดยเฉพาะกางเกงขาสั้นทำจากเส้นใยอินทรีย์ (Organic Fiber) ร่วมกับวัสดุรีไซเคิล 60% ที่มองเผิน ๆ แทบไม่รู้เลยว่ากางเกงตัวนี้ทำมาจากวัสดุเหลือใช้เพราะดีไซน์ที่ทันสมัย
Y-3 แบรนด์ย่อยที่เกิดจากการร่วมมือของ Adidas ดีไซน์เนอร์มากฝีมือชาวญี่ปุ่น Yohji Yamamoto เตรียมฉลองครบรอบ 50 ปีให้กับโมเดลรองเท้าในตำนานอย่าง Adidas Superstar ด้วยโมเดลรองเท้า 2 ใหม่ YOHJI PRO และ YOHJI STAR คือ 2 โมเดลรองเท้าในแคปซูลล่าสุดของ Y-3 มีให้เลือกทั้งแบบ Low และ Hi โดยโมเดล YOHJI STAR เป็นหุ้มข้อต่ำ (Low) มาในหนังพรีเมียมสีขาวและสีดำ เป็นรองเท้าที่ใช้โครงสร้างดั้งเดิมของ Adidas Superstar มาผสมผสานกับเทคโนโลยีและสัดส่วนแบบใหม่ทั้งความสูงของพื้นรองเท้าที่บางกว่าเดิมและ Rubber Shell Toe ขนาดเล็กลง ในส่วนของ YOHJI PRO จะเป็นรุ่นหุ้มข้อสูง (Hi) มาในดีไซน์คล้ายกับ YOHJI STAR ความพิเศษของรองเท้าในคอลเลกชันนี้คือหนังพิเศษสีดำที่เรียกว่า “Ecru” ในส่วนที่ร้อยเชือกและ Heel tap รวมถึงลายเซ็นของ
ตลอดช่วงเวลาของวาเลนไทน์ถือเป็นโอกาสดีสำหรับหนุ่ม ๆ สายสนีกเกอร์เฮดแน่นอน เพราะเทศกาลนี้มีรองเท้ารุ่นเด็ดดีไซน์แจ่มถูกปล่อยออกมาหลายคู่ และสำหรับช่วงเทศกาลแห่งความรักปีนี้ เราจะพาทุกท่านไปดูกันว่าแต่ละแบรนด์นั้นมีทีเด็ดอะไรปล่อยออกมากันบ้าง THREE STRIPE in VALENTINE ค่ายสามขีดเตรียมโมเดลรองเท้าไว้สำหรับวาเลนไทน์ทั้งรุ่นสุดเก๋าและรุ่นใหม่ล่ามาแรงใน Adidas Originals Valentine 2020 Collection ซึ่งประกอบไปด้วยโมเดล Superstar 2 คู่และโมเดล Stan smith 3 คู่ ถูกปรับงานดีไซน์ให้ออกมาเหมาะกับวันแห่งความรัก เริ่มต้นกับ Adidas Superstar คอลเลกชันนี้มากับอัปเปอร์หนังสีขาวและสีดำตกแต่งด้วยลายกราฟิกรูปหัวใจและโลโก้ Adidas Original ไว้ด้านนอกตัวรองเท้า รวมถึงเชือกสีขาวที่มีดลวดลายหัวใจสีแดงแต่เพิ่มพื้นที่ว่างให้กับรองเท้าด้วยลิ้นและ Heel Tap สีขาว ต่อมาเป็นโมเดล Stan Smith คู่แรกมาในอัปเปอร์หนังสีขาวตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยกราฟิก STAN SMITH สีแดงและรูปหัวใจแทนที่ในส่วน Heel Tap เป็นโมเดลไอคอนอีกคู่ที่เรียบง่ายและหยิบมาสวมอย่างมีสไตล์ได้เสมอ 2 คู่ต่อมาเป็น Stan Smith อีก2 สีคือ White/Green และ White
จำได้ไหมว่าในวัยเด็กคุณใส่ผ้าใบอะไรไปโรงเรียน ? พอเจอคำถามนี้ก็ชวนให้ย้อนถึงวันวานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แรงบันดาลใจและความไร้เดียงสา พอรู้ตัวอีกทีเราก็เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ไปเสียแล้ว เหมือนกับรองเท้าผ้าใบในวัยเด็กที่เติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กับเราด้วยเช่นกัน รองเท้าผ้าใบที่ UNLOCKMEN กำลังพูดถึงอยู่คือแบรนด์รองเท้าผ้าใบสัญชาติไทยที่มีอายุเยอะกว่าใครหลาย ๆ คนที่กำลังอ่านคอนเทนต์นี้อยู่เสียอีก แบรนด์ที่ว่านั้นคือ GOLDCITY กับเรื่องราวที่เริ่มต้นเมื่อราว 70 ปีก่อน จากช่างรองเท้าผู้ชื่นชอบการทำรองเท้า เขาพยายามสร้างสรรค์รองเท้าคุณภาพดี ทนทาน ใส่ง่าย และสิ่งสำคัญคือต้องราคาถูกจนใคร ๆ ก็สามารถจับต้องได้ จึงไม่แปลกใจหากวัยเด็กของใครหลายคนมี GOLDCITY เป็นเพื่อนร่วมทางด้วย GOLDCITY ถือเป็นแบรนด์รองเท้านักเรียนที่ติด 3 อันดับแรกของประเทศไทยมาโดยตลอด ด้วยสินค้าที่ไม่ต้องเน้นลวดลายหรือสีสันอะไรมาก (เพราะมันผิดกฎโรงเรียน) ผลิตภัณฑ์ออกแบบให้เป็นรองเท้าผ้าใบแบบเรียบ ๆ ไม่ใช่ผ้าใบหุ้มข้อ โดดเด่นเรื่องความทนทาน พร้อมรับกิจกรรมสำหรับวัยรุ่นพลังเหลือที่ใส่เล่นเตะบอลกับเพื่อน ๆ หรือใส่ทำกิจกรรมคาบพลศึกษา แถมเวลาเบรกก็ต้องมีเสียงดังเอี๊ยดฟังแล้วรู้สึกว่าเราตอนนั้นแม่งโคตรเท่ รวมถึงราคาสบายกระเป๋าเพื่อให้ผู้ปกครองของเด็ก ๆ สามารถซื้อมาให้ลูกหลานของตัวเองได้แบบไม่เดือดร้อน หลังเริ่มต้นเติบโตมากับกลุ่มเด็กนักเรียน ออกแบบรองเท้าโดยเน้นความทนทานสวมใส่สบายในราคาไม่แพงจนพวกเขาจบการศึกษามาหลายต่อหลายรุ่น เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบ 70 ปีเสียแล้ว แบรนด์รองเท้าที่เข้มแข็งในกลุ่มตลาดนักเรียนจึงถือโอกาสมองช่องหาทางเพิ่มความแปลกใหม่ แบรนด์ของพวกเขาจะไม่ได้มีแค่รองเท้าผ้าใบขาวหรือดำเพื่อให้เด็กใส่ ๆ โรงเรียนอีกต่อไป GOLDCITY
สำหรับเหล่าชาวสเก็ตต่างต้องรู้จัก NIKE SB กันเป็นอย่างอยู่แล้ว เพราะนี่คือชื่อย่อของ NIKE Skateboarding เปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงเดือนมีนาคม 2002 เพื่อตีตลาดกลุ่มรองเท้าและเครื่องแต่งกายสำหรับชาวสเกตบอร์ดโดยเฉพาะ และได้รับความนิยมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้ NIKE SB พร้อมจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นของตัวเองอีกครั้งด้วยการกระโจนเข้าสู่มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่างโอลิมปิก ซึ่งปีนี้ไปจัดกัน ณ เกาะญี่ปุ่นใจกลางกรุงโตเกียวด้วยการออกแบบเครื่องแต่งกายของนักกีฬาสเกตบอร์ดจากทีมชาติสหรัฐอเมริกา ทีมชาติบราซิล และทีมชาติฝรั่งเศส ด้วยสีสันอันเป็นเอกลักษณ์จากธงชาติของแต่ละประเทศ ย้อนกลับไปเมื่อก่อนตั้งแต่ราวทศวรรษที่ 50 เราจะพบเหล่าวัยรุ่นเอาดีไซน์จากกระดานโต้คลื่นที่ใช้กลางทะเลมาดัดแปลงและติดล้อเล่นกันตามสวนสาธารณะ เมื่อเวลาผ่านไปการเล่น ‘สเกตบอร์ด’ ก็เข้าไปอยู่ในใจของเหล่าวัยรุ่นชายหญิงจนถึงปัจจุบันเสียแล้ว แต่ถ้าจะให้มองว่าสเกตบอร์ดเป็นกีฬาก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปาก (ความคิดส่วนใหญ่ของผู้คนก่อนปี 2020) หรือถ้าจะมองว่าเป็นกีฬาก็คงเป็นกีฬานอกสายตาจากชาวโลก เพราะหลายคนมองว่าเป็นแค่การเล่นกันของพวกเด็กวัยรุ่น แถมมันยังอันตรายและเกิดอุบัติเหตุจากการเล่นได้ง่าย จากกีฬาเฉพาะกลุ่มเติบโตขึ้นกลายเป็นกีฬาของมหาชน ในที่สุดสเกตบอร์ดก็ได้รับการบรรจุเข้าสู่โอลิมปิกอย่างเป็นทางการในปี 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ เหตุผลนี้หนักแน่นพอให้ NIKE SB ไม่รอช้าดีไซน์เครื่องแบบทีมสเกตบอร์ดออกสู่สายตาชาวโลก ยูนิฟอร์มของนักกีฬาทีมชาติสหรัฐฯ บราซิล และฝรั่งเศส เกิดขึ้นจากความสร้างสรรค์ของ Piet Parra ศิลปินนักออกแบบที่ร่วมงานกับ Nike มาเป็นเวลานาน ออกแบบชุดสำหรับการแข่งขันโดยเลือกใช้วัสดุคุณภาพเพื่อความสะดวกต่อนักกีฬา เนื้อผ้าทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 100% ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเสื้อของทีมชาติสหรัฐฯ
ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าวงการรองเท้าคือตลาดเครื่องแต่งกายที่มีขนาดและมีมูลค่าสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดเครื่องแต่งกายชนิดอื่น ๆ ด้วยความเป็นตลาดร่วมที่มีส่วนผสมระหว่างวงการแฟชั่นและกีฬาก็ยิ่งให้รองเท้ามีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และมีผู้คนจำนวนมากผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาสร้างสีสันและความเปลี่ยนแปลงให้วงการมาตลอดหลายสิบปี หนึ่งในนั้นคือ Christian Tresser (คริสเตียน เทลสเซอร์) หากจะกล่าวว่าผลงานของคริสเตียน เทลสเซอร์ นั้นเป็นที่รู้จักมากกว่าชื่อเสียง และตัวตนของเขาคงไม่ผิดนัก เพราะต้องบอกเลยว่านักออกแบบรองเท้าคนนี้มีผลงานและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้วงการรองเท้าจากแนวคิดที่หาตัวจับได้ยาก งานออกแบบของเขาบางรุ่นกลายเป็นไอคอนิกของยุคสมัย บางรุ่นยังคงได้รับความนิยมมาถึงปัจจุบัน และอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้เขาสนใจและหลงใหลในการดีไซน์รองเท้าจนก้าวมาเป็นนักออกแบบซึ่งมีผลงานสนีกเกอร์หลายรุ่นที่ยังคงทรงอิทธิพลอยู่อย่างยาวนาน เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน Form Soccer To Designer คริสเตียนเกิดในรัฐแคลิฟอร์เนีย วัยเด็กเขาเป็นคนที่ชอบวาดภาพ แต่อีกหนึ่งกิจกรรมโปรดในวัยเด็กคือการเล่นฟุตบอล หรือซ็อกเกอร์ แต่อย่างที่รู้กันดีว่าเมืองลุงแซมไม่ได้เป็นดินแดนของฟุตบอลเพราะพวกเขามีอเมริกันเกมส์ที่นิยมอยู่แล้วทั้งเบสบอล บาสเกตบอล และอเมริกันฟุตบอล อย่างไรก็ตามกีฬายอดฮิตของชาวอเมริกันเหล่านั้นไม่อาจเบนความสนใจของคริสเตียนไปจากสิ่งที่เขาหลงใหลได้เลย คริสเตียนแค่หลงใหลในกีฬาฟุตบอล และเล่นมันอย่างต่อนเนื่องจนกระทั่งเข้าศึกษาต่อในระดับมหาลัยเขาก็ยังชอบฟุตบอลอยู่เสมอโดยลงเล่นให้ Foothill College Soccer Team แต่แล้วเวลาแห่งการตัดสินใจก็มาถึง เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพในเวลานั้นโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ ส่งผลให้คริสเตียนดเล่นฟุตบอลในระดับมหาวิทยาลัยได้เพียงปีเดียวก็ตัดสินใจย้ายไปเรียนการออกแบบที่วิทยาลัยศิลปะและการออกแบบในซานฟรานซิสโก เพราะการออกแบบคืออีกเรื่องที่เขาหลงใหลไม่แพ้กัน และรู้ว่าเส้นทางสายออกแบบนั้นยังพอเหลือที่ว่างให้ตัวเองมีโอกาสถ่ายทอดความรักในเกมกีฬาลงในสิ่งเขาออกแบบขึ้น คริสเตียนเป็นคนที่มีฝีมือในการวาดและสเก็ตช์ภาพสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะรองเท้าที่ตัวเขาสนใจเป็นพิเศษ หลังจบการศึกษาได้มีโอกาสรับจ็อบดีไซน์เนอร์ให้กับบริษัทออกแบบรองเท้าอิสระที่กำลังรับงานแบรนด์ย่อย BOKS ให้กับ Reebok ในยุครุ่งเรือง ก่อนที่ไอเดียของคริสเตียนจะไปเข้าตาคนในบริษัทและได้รับการว่าจ้างเต็มเวลาให้ Reebok ในที่สุด REEBOK
ใคร ๆ มักพูดกันว่าผู้ชายเรามีเสื้อผ้าในตู้กันอยู่ไม่กี่สี มีแพตเทิร์นของเสื้ออยู่ไม่กี่แบบ ส่วนใหญ่จะเน้นความมินิมัลเพื่อให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์ เรื่องนี้เราคงต้องยอมรับว่า “ใช่” แต่จะให้เหมารวมว่าเราชอบความจำเจและอยากเพลย์เซฟคงไม่ใช่ เพราะความจริงเราละเอียดอ่อนกับเรื่องการแต่งตัวกว่านั้น เสื้อผ้าต้องแสดง attitude และความเหมาะสมกับการสวมใส่ ส่งท้ายงานดีไซน์ครั้งใหญ่ของกรุงเทพฯ ที่กำลังจะสิ้นสุดลงวันนี้ เราจึงพาทุกคนไปพูดคุยกับ 2 ดีไซเนอร์ไทยจาก 2 แบรนด์ MENSWEAR ที่หลายคนอาจเห็นงานพวกเขาจริง ๆ ใน BKKDW 2020 หรือติดตามผ่านโซเชียล เพื่อให้รู้เบื้องหลังของการออกแบบชุดเท่ ๆ และสนุกสนานที่ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์การออกแบบประจำปีนี้ คือ ปรับตัว>อยู่รอด>เติบโต : “Resilience” “CURATED” – เอก ทองประเสริฐ เริ่มต้นที่คอลเลกชัน COLLECTOR PROJECT x DEVANT – BANGKOK EDITION จากแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น Curated ของเอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกและอยู่ในวงการมานับ 10 ปี ที่ดีไซน์เอาไว้จัดจ้าน สนุกทั้งสีสันและสุดทั้งลวดลาย มาเต็มทั้งผ้ายันต์


