ทุกวันนี้ใครที่อยู่ในแวดวงของสื่อ, การเขียน – อ่านบทความ หรือพวกเว็บไซต์ขายของออนไลน์ต่าง ๆ อาจคุ้นหูกับ WordPress กันมาบ้างแล้ว โดย WordPress เป็นระบบ CMS ขนาดใหญ่ที่เป็นตัวสร้างเว็บไซต์ได้หลากหลายรูปแบบ ปรับเปลี่ยนได้เหมาะสมตามแต่การใช้งาน และยังเป็น CMS ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งเจ้าของผู้พัฒนา WordPress คือ Automattic บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกล่าสุดมีข่าวออกสื่อ เป็นเรื่องของตัวบริษัทที่มีข่าวขายตึกสำนักงานในซานฟรานซิสโกทิ้ง เราก็นึกว่าบริษัทนี้จะเจ๊ง แต่ที่ไหนได้เป็นเพราะมันแทบจะไม่มีพนักงานเข้ามานั่งทำงานในออฟฟิศเลยต่างหาก โดยสำนักงาน Automattic ได้ประกาศขายทอดตลาดผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งก่อนหน้านี้ Matt Mullenweg ซีอีโอของ Automattic ก็เคยพูดไว้แล้วว่า เขากำลังประสบปัญหาเรื่องการที่พนักงานไม่เข้ามาในทำงานในพื้นที่ออฟฟิศ!! ฟังแล้วดูน่าตกใจใช่ไหมครับ เพราะว่ามันช่างสวนทางกับยุคปัจจุบันที่บริษัทที่มักจะมีการเติบโต จะต้องขยับขยายพื้นที่ออฟฟิศเพื่อรองรับกับปริมาณและการใช้งานของพนักงานที่เพิ่มขึ้นมากขึ้น โดย Matt ก็ได้พูดถึงเกี่ยวกับออฟฟิศแห่งนี้ไว้เหมือนกันว่า เขาทำออฟฟิศนี้เมื่อ 6-7 ปีก่อน ทุกอย่างล้วนตกแต่งใหม่ สวยงาม น่าใช้ คิดวิเคราะห์มาแล้วอย่างดี มีโต๊ะทำงาน มีมุมพักผ่อนต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุด และพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 15,000 ตารางฟุตกันเลย
หากบอกว่าเพลงร็อคคือแนวดนตรีแห่งมวลมนุษยชาติในช่วงที่ผ่านมา อีกหนึ่งแนวดนตรีที่คืบคลานเข้ามาเป็นบทเพลงแห่งจักรวาลที่เกาะกินทุกคนคงจะหนีไม่พ้นดนตรีแนวอิเล็กทรอนิกส์มิวสิค หรือที่เรียกกันบ้าน ๆ ว่า EDM หากคุณไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างนี้ของเรา ขอให้ย้อนกลับไปดูชาร์ตเพลงไม่ว่าจะเป็น Billboard , MTV หรือแม้กระทั่งวิดีโอบน YouTube ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาต่างโดนบทเพลงเต้นรำครอบครองจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้กับดนตรีแนวอื่น ๆ อีกแล้ว จะว่าใครก็คงไม่ได้เพราะในเรื่องดนตรีมันมีวัฎจักรของตัวมันเอง ตัวอย่างเช่นปี 90s เรามีเพลงร็อคที่ครองใจผู้คน แต่แล้วหลังจากปี 2000 ก็เป็นช่วงเฟื่องฟูของ นู-เมทัล จนกระทั้งมี ฮิปฮอป เข้ามาก่อนที่จะกลายมาเป็นอิเล็กทรอนิกส์มิวสิคเช่นทุกวันนี้ ซึ่งหลายคนอาจจะเริ่มเบื่อหน่ายเพราะไหนจะดีเจหน้าเก่าที่เคยมีผลงานอยู่แล้ว บวกกับหน้าใหม่ ๆ ที่ผุดขึ้นมาขยันออกเพลงแนวตี้ด ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน จนตอนนี้ตลาดดนตรีมันเริ่มจะเฟ้อแล้ว แต่หากไล่เรียงจากบรรดาศิลปินดีเจจากตลาดอุตสาหกรรมดนตรีทั้งหมด ดูเหมือนจะมีดูโอ้คู่หนึ่งที่โดดเด่น และพยายามก้าวข้ามความเป็นดีเจอย่างสิ้นเชิงนั้นคือ The Chainsmonkers The Chainsmonkers มีสมาชิกประกอบไปด้วย Andrew Taggart และ Alex Pall ทั้งคู่เริ่มต้นรู้จักกันผ่านทางเว็บไซต์แชทออนไลน์เว็ปไซต์หนึ่ง ซึ่งตอนนั้น Alex Pall เริ่มที่จะเป็นดีเจเปิดเพลงบ้างแล้ว และอยู่ภายใต้สังกัดของ
six pack คือมัดกล้ามเนื้อที่ผู้ชายหลายคนปรารถนาที่จะมีมันเหลือเกิน แต่อยู่เฉย ๆ แล้วปล่อยให้มันลอยมาเองคงจะไม่ได้ เราต้องมีการขยับร่างกาย บวกดูแลโภชนาการเสียหน่อย เพราะในโลกไม่มีอะไรแลกมาง่ายดาย ด้วยเหตุนึ้เพื่อเป็นการทำฝันของหนุ่ม UNLOCKMEN ให้เป็นจริง ทีมงานจะได้นำท่าออกกำลังกายสำหรับหน้าท้องที่ใช้เวลาไม่นานเพียง 10 นาที และให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ที่แม้แต่เทรนเนอร์จาก Men Health ยังยืนยันว่าหากให้ทำติดต่อกัน 2-4 ครั้งต่อสัปดาห์รับรองกล้ามท้องมาแน่ The Overhead Crunch ทำไมต้องท่านี้ : การที่เราทำท่านี้แทนการ Crunch ปกติก็เพราะเมื่อเวลาเรากางแขนเหยียดตรงแล้วยกตัวขึ้น กล้ามท้องส่วนบนของเราจะทำงานหนักกว่าท่าธรรมทั่วไป เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ และความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อให้มากขึ้นกว่าปกติ 12 rep 3 set The Reverse crunch ทำไมต้องท่านี้ : การทำ reverese crunch โดยการยกขาทั้งสองขาตั้งฉากกับพื้นจากนั้นค่อย ๆ วางลง จะเป็นการเน้นย้ำถึงบริเวณกล้ามท้องล่างซึ่งเป็นส่วนที่ไขมันสลายออกได้ยากที่สุดในร่างกายของเรา ดังนั้นเราจึงต้องเพิ่มความเข้มข้นกับส่วนนี้ให้มากเป็นพิเศษ 12 rep 3 set Janda sit-up
ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเรียนรู้ เรื่องนี้เป็นจริงแน่นอน ก่อนหน้านี้อาจมีคนเคยเห็นเด็กอายุ 13 ขวบสามารถเขียนเกมได้เอง หรือคุณยายอายุ 82 ปี เขียนแอปฯ iOS ขึ้นมาใช้งานกันได้จริงมาแล้ว ดังนั้นคนอื่นทำได้แค่อย่ายอมแพ้หรือท้อถอยกับการเรียนรู้ การเขียนโค้ดหรืออาชีพที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีอย่าง Programmer ที่ใครต่อใครว่าเท่และเงินดีนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ใคร ๆ ก็อยากเป็น แต่มันไม่ง่ายที่จะทำได้ เพราะต้องใช้การกระบวนการคิด การเรียนรู้และฝึกฝนเฉพาะทางเป็นอย่างสูงนั่นเอง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส ใครที่สนใจอยากลองเพิ่มสกิล ลองหัดดูสักหน นี่ก็เป็น 9 เว็บไซต์ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับการเขียน Code ที่เรารวบรวมมาไว้ให้ลองกัน CODECADEMY นี่ถือว่าเป็นเว็บไซต์สำหรับคนระดับเริ่มต้นที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะโครงสร้างของตัวเว็บไซต์ที่สามารถถามโต้-ตอบบทเรียนได้ หรือการมีแบบทดสอบช่วยให้เราเข้าถึงการเรียนและทดสอบความเข้าใจของตัวเองจริง ๆ ได้ นอกจากนี้ภายในยังมีหลักสูตรหลากหลายหัวข้อให้เลือกลองเรียนกันไม่อั้นอีกด้วย FREE CODE CAMP Free Code Camp เป็นเว็บไซต์ที่ก่อตั้งจากองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เป็นชุมชน Open-source ที่มีการ Challenges การเขียนโปรแกรมต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้ทักษะที่มีประโยชน์และได้ใช้งานจริง ๆ จากเหล่าผู้มีประสบการณ์ และยังมีการแจกจานงานมากกว่า 4000+ งาน
บางทีสิ่งที่เราพยายามตามหา กลับอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ด้วยความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน มนุษย์พยายามสรรหาวิธีการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาความทุกข์ บำรุงความสุข ซึ่งความสุขของแต่ละคนนั้นก็ไม่เหมือนกัน บางคนก็สุขเมื่อได้เสพ Sex บางคนก็สุขเมื่อได้เสพยา แต่ผลวิจัยของ Montreal’s McGill University พบว่า ที่จริงแล้วดนตรีทำให้สมองเรามีความสุขได้ไม่ต่างกับ Sex หรือความ high ได้ไม่ต่างกับ Drugs รู้แบบนี้ยิ่งช่วยประหยัดเงินค่ายาได้มากเลยทีเดียว ผลวิจัยเรื่องความฟินจากเสียงดนตรีครั้งใหม่นี้ เพิ่งจะถูกตีพิมพ์บน Nature journal Scientific Reports โดยการวิจัยหาประโยชน์จากเสียงดนตรีชิ้นล่าสุด นำโดย cognitive psychologist “Daniel Levitin” ผู้มุ่งมั่นศึกษาผลของดนตรีที่มีต่อสมองมนุษย์มาช้านาน โดยก่อนหน้านี้ได้ทำการสแกนดูปฏิกิริยา dopamine receptor ส่วนสร้างความสุขที่ทำงานเมื่อได้ยินเสียงเพลงโปรด เช่นเดียวกับการเล่นยาเสพติด ที่หลายคนน่าจะเคยผ่านตาผลวิจัยชิ้นนี้มาบ้างแล้ว ส่วนผลวิจัยชิ้นล่าสุด เป็นการทำงานแบบย้อนแย้ง คือการใช้ยาที่ชื่อ Naltrexone (นาลเทรกโซน) ยาที่ใช้สกัดกั้นส่วน opidoid receptor ไม่ให้ทำปฏิกิริยากับ opioids (โอปิออยด์) ซึ่งมาจากทั้งธรรมชาติสร้างเมื่อเราได้สิ่งเร้าที่ทำให้มีความสุข
บางครั้งโชคชะตาก็พาให้เราลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ทันตั้งตัว หลายครั้งหลายหนที่การสบตาได้นำพาปัญหามาให้มนุษย์ธรรมดา ๆ อย่างเราแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่เราใช้ชีวิตตามปกติแต่มันดันไปขัดหูขัดตาใครบางคนเข้าโดยเฉพาะกลุ่มคนที่เอะอะก็จะเดินหน้าสาวหมัดเข้ามา แทนที่จะเริ่มต้นด้วยการเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการใช้สติปัญญาแบบมนุษย์ที่มีอารยะธรรมควรจะปฎิบัติ ซึ่งเราเองก็มีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า คนธรรมดาทั่วไปที่รุ่งเช้าออกไปทำงาน พอตกเย็นเลิกงานก็ตรงดิ่งกลับบ้านทุกวัน คงไม่มีใครคิดว่า ตัวเองจะตกเป็นเหยื่อจากการคุกคามทางความรุนแรงอย่างแน่นอน ดังนั้นส่วนใหญ่จึงไม่มีใครพกพาอาวุธยุทโธปกรณ์ติดตัวไปทำงาน หรือพกออกนอกบ้านอยู่ตลอดเวลา พอเกิดเหตุการณ์โดนรุมทำร้ายเลยต้องกลายเป็นกระสอบทรายในการระบายอารมณ์อยู่เป็นประจำ บางคนอ่านแล้วอาจจะคิดว่า นี่กำลังจะบอกให้คนทั่วไปพกพาอาวุธไปไหนมาไหนอย่างนั้นหรือเปล่า? คำตอบก็คือ ไม่ใช่ แต่เราอยากจะบอกคุณว่า จริง ๆ แล้ว ทุกคนสามารถจะเอาตัวรอดและป้องกันตัวจากเหตุการณ์การถูกคุมคามด้วยความรุนแรงได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องพกพาอาวุธแต่อย่างใด เพราะ มือ และ เท้า ของเราเองก็ถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่ใช้ในการป้องกันตัวได้ในยามฉุกเฉิน เพียงแค่รู้วิธีการ และจุดอ่อนต่าง ๆ บนร่างกาย วันนี้เราจึงได้นำเอาเทคนิคการเอาตัวรอดและป้องกันตัวเองด้วยมือเปล่า ที่มีความอันตรายร้ายแรงถึงขั้นฆ่าใครสักคนให้ตายได้ง่าย ๆ *ดังนั้นโปรดจำไว้ว่าสิ่งต่อไปที่คุณกำลังจะอ่าน มันเป็นเทคนิคในการฆ่าที่ไม่ควรจะนำไปใช้ทดลองเล่นกับใคร นอกจากจะเกิดภัยอันตรายร้ายแรงขึ้น แล้วค่อยนำออกมาใช้ปกป้องตัวเอง TEMPLE การโจมตีที่บริเวณ Temple หรือด้านข้างของศีรษะหลังดวงตา แค่ถ้าให้พูดเป็นภาษาไทยเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ขมับ นั่นเอง ขมับ เป็นจุดที่สำคัญมากที่สุดของร่างกายที่ไม่ควรได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรง เนื่องจากมันเป็นจุดที่เส้นเลือดแดงขนาดใหญ่ไหลผ่าน คุณลองสังเกตได้จากการจับบริเวณขมับของคุณเองว่า บริเวณนี้จะเป็นมีความบอบบางและนิ่มกว่าจุดอื่น
ร่างกายมนุษย์เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์และน่าสนใจเป็นอย่างมาก ยิ่งได้รู้จักกับร่างกายตัวเองมากเท่าไหร่ เรื่องที่น่าประหลาดใจก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังมีหลายคนที่ไม่ค่อยจะรู้จักกับร่างกายของตัวเราเองแบบจริง ๆ จัง ๆ แถมยังมีความเชื่อผิด ๆ เช่น ทำแบบนี้แล้วจะดีกับร่างกาย กินอาหารแบบนี้แล้วร่างกายจะป่วย ความเชื่อเหล่านี้มักเป็นคำบอกเล่าที่ส่งต่อกันมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งอาจจะเป็นเพียงการเรื่องเล่าจากตำนานหรือเรื่องเล่าในจินตนาที่ถูกแต่งขึ้น เพื่อที่จะช่วยให้การเลี้ยงดูบุตรหลายง่าย ดังนั้นวันนี้เราจึงได้นำเอาความเชื่อผิด ๆ ที่เราทุกคน ควรหยุดเชื่อกันได้แล้วมาฝากชาว UNLOCKMEN กัน 10% Of The Brain คนส่วนใหญ่มักจะเชื่อว่า สมองของเรานั้นทำงานได้เต็มที่ที่สุดในเวลากลางวันเพราะคนเราต้องใช้สมองในการทำงาน และควบคุมการใช้ชีวิตประจำต่าง ๆ มากมาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว สมองของเรานั้นจะทำงานแบบเต็มที่ที่สุดในขณะที่เรากำลังนอนหลับอยู่ต่างหาก You’ll be even smarter in 3 years หลายคนมีความเชื่อที่ว่า Cell สมองของคนเราจะหยุดการเจริญเติบโต เมื่อเรามีอายุมากขึ้น แต่ที่จริงแล้ว Cell สมองของคนเรานั้น มีการซ่อมแซม ผลัดเปลี่ยนและสร้างขึ้นมาใหม่ทดแทนของเก่าที่สึกหรอไปอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการพัฒนาของสมองของคนเราจึงไม่มีวันหยุดการเจริญเติบโต หากใครที่คิดว่า โตขึ้นมาไม่จำเป็นต้องหาความรู้เข้าหัว เพราะสมองไม่เปิดรับเหมือนตอนเด็ก ๆ อยู่ล่ะก็ เตรียมเลิกหาข้ออ้างให้ได้เลย
เรื่องของศาสตร์ความเชื่อ และเรื่องเร้นลับต่าง ๆ นั้น ถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยชนิดติดแน่นจนแงะออกจากกันไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ผีสางนางไม้ นรกสวรรค์ นอกจากนี้ยังรวมไปถึง การดูดวง ที่เป็นการพยากรณ์สิ่งต่าง ๆ ที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือเพื่อให้รู้เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแบบล่วงหน้า ถ้าเจาะไปที่ศาสตร์ของ การดูดวง มันก็ยังถูกแยกออกไปศาสตร์ย่อย ๆ อีกหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น ดูลายมือ ดูวันเดือนปี ดูไพ่ ดูไฝ ดูอะไรก็ได้ที่หมอดูทั้งหมายกล่าวอ้างว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัว แต่มีศาสตร์การพยากรณ์อยู่อย่างหนึ่ง ที่ดูแล้วเหมือนจะมีเหตุและผลมากกว่าเพียงแค่การนั่งหลับตาเล่าเรื่องเท่านั้น นั่นก็คือการพยากรณ์นิสัยคนจากดวงดาวประจำราศีเกิด ที่เราบอกว่าศาสตร์การทำนายชนิดนี้ เป็นศาสตร์แห่งพยากรณ์ที่พอจะมีมูลความจริงอยู่มากกว่าศาสตร์การทำนายอื่น ๆ ก็เพราะว่า การทำนายทายทักจากดวงดาวนั้นเป็นการนำเอาข้อมูลในเชิงโหราศาสตร์และวิทยาศาสตร์เข้ามาผสมผสานกันและยังใช้เป็นส่วนหนึ่งในเกณฑ์การวิเคราะห์พยากรณ์อยู่ด้วยเสมอ ไม่ใช่แค่คนปกติทั่วไปอย่างเรา ๆ ที่เชื่อในคำทำนายต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะการทำนายนิสัยใจคอของบุคคลจากดาวประจำราศี เมื่อ FBI เปิดเผยสถิติจริงที่เป็นการนำวันเดือนปีเกิดของฆาตกรต่อเนื่องและคนที่อันตรายสุด ๆ แถมยังวิกลจริตผิดมนุษย์มนามาไล่เรียงดูแบบจริง ๆ จัง ๆ ว่าราศีใดกันที่มีแนวโน้มและโอกาสจะกลายเป็นฆาตรโรคจิตอำมหิตสุด ๆ บ้าง ซึ่งผลที่ได้ออกมานั้น ไม่น่าเชื่อว่า มันจะบังเอิญอะไรขนาดนี้ 12. คนส่วนใหญ่มักพูดถึงคนที่เกิดในราศี เมถุน
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเพื่อนของเราหลายคนที่ชวนไปท่องเที่ยวยามราตรีด้วยกัน นอกจากมากินเหล้าฟรี ยังเจอสาวดี ๆ อยู่เป็นประจำ ทั้งที่เราก็ไปที่เดียวกัน ไปก็ไปพร้อมกัน แต่ขากลับกลายเป็นเรากลับบ้านเหงา ๆ คนเดียวทุกครั้งไป วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากจะบอกให้ผู้ชายทั้งหลายที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำได้รู้โดยทั่วกันว่า ต้นเหตุของมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่บุคลิก หรือหน้าตา แต่มันเป็นเรื่องของการใช้สายตาในการอ่านเกมมากกว่า ก่อนอื่นคุณต้องรู้เอาไว้อย่างหนึ่งเลยว่า โอกาสประสบความสำเร็จในการไล่ล่าของทุกคนนั้น มีพอ ๆ กัน แต่ที่ทำให้เกิดความแตกต่างกันก็คือ เรื่องของความเก๋า การใช้เล่ห์เหลี่ยมอันแพรวพราวและการอ่านสไตล์สาวแต่ละคนให้ขาดว่าสาวแต่ละคนนั้นต้องใช้วิธีการเข้าทำแบบไหน ถึงจะได้รับความสนใจจากพวกเธอ ถ้าหากพูดถึงการอ่านเกมที่แม่นยำภายในผับ และบาร์แล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ชายแต่ละคน โชว์ฟอร์ม และความสามารถเฉพาะตัวออกมาได้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเทียบกันให้เห็นภาพชัด ๆ ผู้ชายอ่านเกมไม่ขาด ก็เหมือนกับนักบอลประเภทกั๊ก ๆ เวลาเห็นมันเล่นแล้วจะรู้สึกหงุดหงิดสุด ๆ จะบุกก็ขึ้นไม่สุด พอโดนอีกฝ่ายบุก(ผู้หญิง) ไม่เข้าพรวดจนหลุดตำแหน่ง ก็ยืนแข็งตั้งรับอยู่ท่าเดียว ไม่มีการสวนกลับเป็นการเตือนให้เห็นถึงพิษภัยและความอันตรายกันบ้าง ผู้ชายสไตล์ที่พูดถึงข้างต้นนี้ส่วนใหญ่ สุดท้ายมักจะโดนคนที่ไม่เน้นลีลาหวือหวา แต่เป็นเรียกว่า บัญชาเกม อ่านขาด ตัดเกมสวนกลับลากไปกระหน่ำทำประตูทุกครั้งไป ถ้าใครที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เราอยากจะบอกคุณว่า บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่คุณจะต้องเรียนรู้อะไรบางอย่างเพิ่มเติมแล้วก็เป็นได้ ไม่อย่างนั้น ต่อไปคุณแทบจะไม่มีทางโชว์ฟอร์มอันร้อนแรงออกมาได้เลย คุณจะเป็นแค่มิดฟิลด์ตัวทำเกมส์กระจอก
การได้อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ก็มีข้อดีมากมาย ทั้งโอกาสในหน้าที่การงาน การเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่สะดวกรวดเร็วทันใจ แต่การอยู่ในเมืองใหญ่ก็มีราคาที่เราต้องจ่าย ทั้งเสียงการจราจรจอแจ สภาพอากาศที่ไม่บริสุทธิ์มากพอ นอกจากจะสร้างความรำคาญ ยังส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวอย่างที่เราคาดไม่ถึงอีกด้วย นักวิจัยทำการศึกษาจากผู้ใหญ่จำนวน 144,000 คน จนออกมาเป็นงานวิจัยชิ้นนี้ที่เพิ่งถูกเผยแพร่เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยงานวิจัยครั้งนี้โฟกัสไปที่ชีวเคมีในเลือด (blood biochemistry) สมมติฐานของงานวิจัยครั้งนี้ก็คือการที่มนุษย์อย่างเรา ๆ ต้องอาศัยอยู่ใกล้ถนนที่รถราวิ่งกันขวักไขว่นั้นส่งผลเสียต่อสุขภาพเรา เนื่องจากมลพิษทางอากาศและเสียงการจราจรส่งผลต่อการเป็นโรคหัวใจ เพราะมันรบกวนการนอนหลับ เพิ่มความดันโลหิต แถมเพิ่มความเครียดให้กับเราอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นมลพิษทางอากาศยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด การตรวจสอบสารชีวเคมีในเลือดครั้งนี้ พวกเขาตรวจสอบทั้งไขมันในเลือดและไตรกลีเซอไรด์ซึ่งถ้ามีปริมาณมากก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะหัวใจวายได้มาก รวมถึงตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งสัมพันธ์กับโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคหลอดเลือดในสมอง สุดท้ายพวกเขาโฟกัสไปที่ปริมาณโปรตีน C-reactive ซึ่งเป็นสัญญานของโรคหัวใจ ผลการทดสอบออกมาว่าหลังจากที่ควบคุมตัวแปรต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ การศึกษา การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสถานะการสูบบุหรี่ออกไปแล้วพบว่าทุก ๆ การรับมลพิษทางเสียงที่เพิ่มขึ้น 5 เดซิเบลจากบริเวณที่พักอาศัย มีส่วนเกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้น 0.3 เปอร์เซนต์ เมื่อเทียบกับคนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีเสียงรบกวนน้อยกว่า ในขณะที่ปริมาณมลภาวะทางอากาศ ก็มีผลต่อปริมาณน้ำตาลในเลือดที่เพิ่มขึ้น 2.3% มีผลต่อปริมาณไตรกลีเซอไรด์ที่เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณมลภาวะทางเสียงและอากาศในที่ที่แต่ละคนอาศัยอยู่ ถ้าให้สรุปอย่างง่ายก็คือสารชีวเคมีในเลือดเหล่านี้กำลังบอกเราว่า


