เราเกิด เติบโต ใช้ชีวิตจนมีความคิดแบบหนึ่ง ความเชื่อแบบหนึ่ง ความรู้สึกแบบหนึ่ง แล้ววันหนึ่ง “บางสิ่งบางอย่าง” เข้ามากระแทกชีวิตเรา สั่นสะเทือนทุกสิ่งที่เราเคยเชื่อ เคยคิด เคยเป็น เคยรู้สึก จากนั้นชีวิตของเราก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะ “บางสิ่งบางอย่าง” ทำให้เราเห็นโลกในมุมอื่นที่เราไม่เคยเห็น ทำให้เราได้คิดแบบใหม่อย่างที่เราไม่เคยคิด หรือทำให้เรามีความรู้สึกบางแบบที่เราไม่เคยรู้สึกมาก่อน บางสิ่งบางอย่างที่ว่าอาจเป็นใครสักคน เหตุการณ์สักเหตุการณ์ หนังสือสักเล่ม เพลงสักเพลง และใช่ อาจเป็นหนังสักเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล แต่ละคนจึงมี “หนังเปลี่ยนชีวิต” เป็นของตัวเอง UNLOCKMEN ชวนมาดูหนังเปลี่ยนชีวิตของพวกเรา เผื่อมันจะตรงกับหนังเปลี่ยนชีวิตของคุณ ทำให้คุณนึกถึงหนังเปลี่ยนชีวิตของตัวเองขึ้นมา หรือทำให้คุณจำได้ว่าชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังจากดูหนังเรื่องนั้นมันมีรายละเอียดชวนนึกถึงเพียงใด The Fault in Our Stars – KAENG (CONTENT CREATOR) เราทุกคนมีเงื่อนไขในชีวิตไม่เหมือนกัน The Fault in Our Stars เล่าเรื่องราวของหนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวที่มีเงื่อนไขในชีวิตเป็นความเจ็บป่วยทางร่างกาย หนังไม่ได้พาเราไปฟูมฟายเศร้าสร้อยกับสาวน้อยเป็นโรค แต่หนังทำให้เห็นชีวิต เห็นความหวัง และพาคุณไปพบบทเรียนบางอย่างที่เราเชื่อว่าคุณจะต้องฉุกคิดถึงชีวิตตัวเองแน่นอน KAENG’S OPINION: “ชอบที่หนังสื่อเป็นนัยว่าชีวิตคนเราไม่แน่นอน
ทุกวันนี้เราพยายามเกาะติดทุกสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกเพื่อไม่ให้ตัวเองตกขบวนการเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต แต่ขณะที่หลายคนมุ่งวิ่งไปข้างหน้า กลับกันอีกมุมหนึ่งที่เหมือนโลกคู่ขนานอย่าง “วงการแอนทีค” หรือ “วงการของเก่า” ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่หลงใหลและยอมทุ่มหมดตักเพื่อให้ได้อดีตมาครอบครอง เพื่อเข้าใจเรื่องของเก่าอย่างมีรสชาติ รู้อีกมุมของวงการนี้ให้แตกฉาน คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการพูดคุยกับคุณต๋อง – สุพจน์ ศิริพรเลิศกุล บุรุษใหญ่ระดับตำนานผู้คร่ำหวอดในวงการของเก่ามายาวนาน เจ้าของอาณาจักร PAPAYA โกดังสามชั้นที่อัดแน่นด้วยข้าวของวินเทจประเมินค่าไม่ได้ย่านลาดพร้าวแห่งนี้ “อาชีพนี้เราขายอดีต มันก็อาจจะไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ เพราะคนที่เข้ามาตรงนี้มันไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี อย่างเราชอบสักชิ้นนึง มัน Remind อะไรเราบางอย่าง พวกที่เคยขายคอมพิวเตอร์บางทีผมก็ซื้อร้านขายเศษเหล็กเครื่องละสองสามพันบาท แต่เรารู้ว่าไอ้นี่มันอยู่ปีไหน ๆ เราขายเครื่องสามสี่หมื่น ก็ขายได้ คือทุกอย่างถ้าเกิดเรามีความใส่ใจกับมันทุกอย่าง เราจะรู้ว่าทุกอย่างมันมีราคา แต่คนที่เห็นมันคือคนที่มันต้องรู้ไง” กี่บาทก็ต้องเก่า “สะสมของนี่เก็บมาตั้งแต่เด็ก ๆ สมัยก่อนพอมีเงินเราจะไปสนามหลวงข้างวัดพระแก้ว วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จะไปตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไปเดินซื้อ พูดง่าย ๆ ว่ามีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อของเก่าหมด พอซื้อไปก็รู้จักคนไปเรื่อย เริ่มซื้อเป็น เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ใช้เวลานาน เป็นปี ๆ”
ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าขยะพลาสติกนั้นกำลังกลายเป็นมลภาวะที่ทำร้ายโลกของเราอยู่ เนื่องมาจากการใช้พลาสติกแล้วทิ้ง ทำให้เกิดการปนเปื้อนลงไปในดิน แม่น้ำและมหาสมุทร จนมีผู้ใชอินเตอร์เน็ตทำ Meme ล้อเลียนออกมา เป็นบทสนทนาระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อปลาในตลาดว่า ผู้ซื้อ: ขอถุงพลาสติกหน่อยครับ ผู้ขาย: มันอยู่ข้างในแล้ว จริงอยู่ว่า Meme นี้อาจตลกจริง แต่ปัญหาพลาสติกนั้นก็มีอยู่จริงเช่นกัน และมีการคำนวณตัวเลขออกมาแล้วว่า ในทุกๆ 1 อาทิตย์ มนุษย์ทุกคนกำลังรับประทานพลาสติกเข้าไปในร่างกาย เทียบเท่ากับบัตรเครดิตหนึ่งใบเลยทีเดียว ถ้าเวลาผ่านไป 1 ปี ก็ลองจินตนาการดูว่าในร่างกายเราจะมีบัตรเครดิตกี่ชิ้น? พลาสติกที่เราใช้งานกันอยู่นั้นยังไม่หายไปไหนเลย จริงๆ แล้วตั้งแต่ที่พลาสติกชิ้นแรกถูกผลิตขึ้นมาบนโลกใบนี้ มันก็ยังไม่ได้ถูกย่อยสลาย เนื่องจากกระบวนการนั้นกินเวลายาวนานถึง 450 ปีด้วยกัน และพลาสติกชิ้นแรกบนโลกยังอยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของช่วงเวลานี้เลยด้วยซ้ำ โดยบรรดาพลาสติกชิ้นใหญ่ๆ นั้นจะค่อยๆ ถูกแยกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก่อนจะเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อาหารของเรา นั่นทำให้ในทุกๆ มื้ออาหารที่เราทาน น้ำที่เราดื่ม และอากาศที่หายใจ พลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้ที่เรียกกันว่า Microplastic ก็ได้เข้าสู่ร่างกายของเราไปแล้ว ถามว่าพลาสติกเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์หรือไม่ ก็ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดในเรื่องนี้ จริงอยู่ว่าสำหรับสัตว์และระบบนิเวศ นี่คือเรื่องที่เลวร้ายเลย ทว่าสำหรับมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการศึกษาผลกระทบต่อร่างกายเท่านั้น แต่เราก็ไม่สามารถสบายใจได้อยู่ดีแหละ เพราะเอาจริงๆ แล้ว คุณอยากกินบัตรเครดิตเข้าไปทุกๆ
หากวันหนึ่งสงครามนิวเคลียร์ที่ใครหลายคนหวาดกลัวได้เกิดขึ้นจริง หรือเหตุไม่คาดฝันอย่างที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Chernobyl เมื่อปีค.ศ. 1986 ได้อุบัติขึ้นอีกครั้งในสถานที่ ๆ ใกล้ตัวคุณ ข่าวดีก็คือคุณรอดจากแรงระเบิดได้ ทว่าข่าวร้ายก็คือผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ที่รุนแรงไม่แพ้กับแรงระเบิดในตอนแรกเลย หลายคนเริ่มตื่นตัวหรือทราบข้อมูลเรื่องราวของ Chernobyl และความน่ากลัวของปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชั่นที่มีผลต่อร่างกายว่ามันร้ายแรงขนาดไหน แต่หลายอาจจะยังไม่เข้าใจว่า มันไปสร้างผลกระทบอะไรให้ร่างกาย วันนี้เราจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดและเข้าใจง่าย เมื่อปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชั่นได้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากนิวเคลียสของยูเรเนียมหรือพลูโตเนียมแตกออกเป็นธาตุที่เล็กลง ทำให้เกิดการปลดปล่อยพลังงานและนิวตรอนจำนวนมากออกมา โดยมันสามารถทำให้อิเล็กตรอนถูกปลดปล่อยเป็นอิสระจากอะตอมหรือโมเลกุลได้ เรียกกันว่ารังสีก่อไอออนหรือ “Ionizing radiation” ซึ่งมีอยู่มากมายหลากหลายชนิด ไล่ตั้งแต่ รังสีคอสมิก, อัลฟ่า, เบต้า, แกมมา, X-ray และอื่นๆ อีกมากมาย อันตรายที่ตามมาก็คือปริมาณของรังสีเหล่านี้ที่ร่างกายได้รับเข้าไป ซึ่งสามารถวัดได้โดยใช้หน่วยเกรย์ (Gy) หรือหน่วยซีเวิร์ต (Sv) โดยอันที่จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเราล้วนแต่แผ่รังสีออกมาหมดทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่คุณเองด้วย กล้วย 1 ลูกแผ่รังสีออกมา 98 nSv หรือเท่ากับ 0.000000027 Sv และปริมาณสูงสุดที่นักบินอวกาศของ NASA จะได้รับนั้นต้องไม่เกิน 1 Sv ตลอดอาชีพของเขา ซึ่งนั่นก็มาพอที่จะทำให้เจ็บป่วย และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้แล้ว
สำหรับลูกผู้ชายอย่างเราพ่อคือต้นแบบของการกระทำหลาย ๆ อย่าง เขาทำให้เราอยากเก่งแบบเขา อยากเท่เหมือนเขา และอยากแข็งแกร่งให้ได้ครึ่งหนึ่งของเขา ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่หล่อหลอมให้เรากลายเป็น ‘เรา’ ในวันนี้ ส่วนหนึ่งก็ได้มาจากพ่อ แม้จะไม่ใช่คนอุ้มท้อง ไม่ใช่ต้นกำเนิดของน้ำนม และไม่ใช่แม้กระทั่งคนที่นอนให้ซบหน้าอกจนหลับไป แต่เชื่อว่าความรักของพ่อที่มีต่อลูกชายไม่ได้มีน้อยไปกว่าความรักจากแม่แม้แต่น้อย UNLOCKMEN เลยอยากพาลูกชายของคุณพ่อทุกคนไปซึมซับความรักและไปดูอีกมุมหนึ่งของคนผู้เป็นพ่อผ่านคอลเลกชันภาพถ่าย ‘THE FRAGILITY OF FATHERHOOD’ ของ TROY COLBY ที่อาจทำให้คุณรู้สึกเฉย ๆ ทำให้คิดถึงพ่อ หรือทำให้รู้ว่าบางครั้ง ‘พ่อ’ ก็ไม่ได้แข็งแกร่งเสมอไป เมื่อมีลูก ความเครียดและความวิตกกังวลก็ถาโถมเข้าใส่คุณพ่อหลายคนอย่างจัง แม้การมีลูกจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่การเลี้ยงลูกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน สำหรับ TROY COLBY ช่างภาพอเมริกันวัย 43 ปีคนนี้ก็คงไม่ต่างกัน อายุที่เพิ่มขึ้น ความกังวลใจของเขาก็เพิ่มตามมาด้วย เป้าหมายที่จะทำตัวเข้มแข็งและไร้อารมณ์ความรู้สึกใด ๆ กลับไร้ผล เพราะเมื่อมีลูกจริง ๆ ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่าเพศพ่อนั้นอ่อนแอได้เหมือนกัน โลกที่เปิดกว้างจนชายและหญิงเท่าเทียมกันทำให้บทบาทของพ่อในปัจจุบันต่างจากอดีต พ่อไม่จำเป็นต้องหาเลี้ยงครอบครัวและเป็นนักล่าประจำชนเผ่าเหมือนแต่ก่อน และความคิดที่ว่า “พ่อทำอะไรให้ลูกน้อยกว่าแม่” จึงผุดขึ้นในหัวของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในฐานะช่างภาพเขาจึงเลือกจะหมุนเลนส์กล้องที่เคยจ่อไปที่ธรรมชาติ ผู้คน
ไม่ต้องเป็นสายลับก็สามารถจับโกหกได้ เพราะคนโกหกมักมีสัญญานบางอย่างที่แสดงความลุกลี้ลุกลนออกมาจนเราสามารถสัมผัสได้เองว่าคนคนนี้ไม่ได้พูดความจริงกับเราอยู่ หรือถ้าโกหกมาจนเทพแล้วก็ไม่ต้องกังวลไป UNLOCKMEN สรรหา 12 สัญญานจากที่จะบ่งบอกได้ว่าคนตรงหน้าเรานั้นกำลังโกหกเราอยู่แน่นอน! 1.ขยับหัวไปมาอย่างรวดเร็ว ดร. Lillian Glass ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับภาษากาย ผู้เขียนหนังสือ The Body Language of Liars บอกว่าคนโกหกมักจะขยับหัวอย่างรวดเร็วเมื่อพวกเขาถูกคาดคั้นให้ตอบคำถาม อาจจะเป็นการก้มหัว เอียงข้าง ขยับซ้าย หรือขยับขวา แต่มันจะเกิดขึ้นทันทีอย่างรวดเร็วเมื่อถูกยิงคำถามเข้าใส่ 2.เปลี่ยนจังหวะการหายใจซะอย่างนั้น ปฏิกริยาตอบสนองที่ชัดเจนที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือจังหวะการหายใจ คนโกหกจะเริ่มมีจังหวะการหายใจที่หนักขึ้น ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าเมื่อคนเราโกหก เราก็จะรู้สึกตื่นเต้น กดดัน จังหวะการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนของเลือดก็เปลี่ยนไปด้วย ดังนั้นอาจจะมีอาการร่วมอย่างหัวไหล่ที่ยกตัวสูงขึ้น น้ำเสียงก็จะเปลี่ยนไปด้วย 3.พูดซ้ำ ๆ วน ๆ อาการพูดซ้ำ ๆ วน ๆ เกิดขึ้นเพราะคนโกหกจะพยายามชักจูงเราให้เชื่อในสิ่งที่เขาพูด รวมถึงเป็นการโน้มน้าวให้ตัวเองเชื่อในสิ่งที่พูดเองด้วย ไม่เพียงแค่นั้นการพูดซ้ำ ๆ ด้วยคำเดิม หรือวลีเดิมก็เป็นการประวิงเวลาให้คิดว่าจะพูดอะไรต่อดี หรือถ้าถูกถามคำถามก็ต้องประวิงเวลาให้คิดตอบแบบเฟค ๆ ขึ้นมา 4.เอามือกุมส่วนที่เปราะบางของร่างกาย ถ้าใครสักคนยกมือขึ้นมาปิดคอ หน้าอก หัว หรือหน้าท้องตัวเอง
พฤติกรรมการใช้ชีวิต ความเคยชิน และเหตุผลต่าง ๆ นานาที่ทำให้ผู้ชายหลายคนหลงรักการนอนดึก มีความสุขที่ได้ทำงานเงียบ ๆ ตอนกลางคืน และรู้สึกดีทุกครั้งเมื่อได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันท่ามกลางบรรยากาศที่แสงอาทิตย์ถูกกลบด้วยความมืดของราตรีกาล ทั้งหมดนั้นทำให้เรากลายเป็นคนนอนดึกตื่นเช้า ไม่ก็นอนเช้าตื่นค่ำไปโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่พ่วงมากับพฤติกรรมเลียนแบบค้างคาวคือนาฬิกาชีวิตเดินผิดแผกไปจากเดิม เราเชื่อว่าไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะนอน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน แม้จะรู้ว่าการเข้านอนตรงเวลาดีต่อร่างกาย แต่ให้ตายยังไงก็ไม่ทำ เพราะมันยากที่จะทำได้จริง ว่าไหมล่ะครับ? วันนี้ UNLOCKMEN เลยเอาวิธีรีเซตนาฬิกาชีวิตเวอร์ชันเบสิกมาฝากหนุ่ม ๆ ค้างคาวทุกคน เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้จริงและส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของเราแน่นอน! NIGHT OWL มนุษย์ผู้โปรดปรานพระจันทร์มากกว่าพระอาทิตย์ แต่เดิม ‘NIGHT OWL’ มีความหมายว่า ‘นกฮูก’ จนเมื่อ William Shakespeare นำคำนี้ไปเปรียบเปรยในบทกวี The Rape of Lucrece ตั้งแต่นั้น NIGHT OWL ก็กลายเป็นคำจำกัดความของผู้ที่ชื่นชอบใช้ชีวิตกลางคืนไปโดยปริยาย NIGHT OWL คือคนที่ไม่สามารถนอนหลับได้เป็นระยะเวลานาน หลับยากกว่าคนอื่น ๆ และมีแนวโน้มที่จะนอนดึก บ้างก็นอนในตอนเช้า พวกเขาชอบทำงาน
จริงอยู่ที่เซ็กซ์และท่วงท่าบนเตียงของผู้ชายแต่ละคนจะพัฒนาขึ้นตามอายุและประสบการณ์ แม้หนุ่มรุ่นใหญ่จะมีประสบการณ์เต็มเปี่ยม แนบมาพร้อมเคล็ดวิชาร้อยลีลา แต่ปัญหาหนักที่พวกเขาต้องเจอคือเมื่อเล้าโลมสำราญรักจนถึงจุดสุดยอด ไอ้เจ้าลูกชายกลับหลั่งน้ำรักออกมาเพียงน้อยนิด บ้างก็ซึมออกมาเหมือนก๊อกน้ำรั่วจนทำให้พ่อเสียหน้า สร้างความหนักใจยิ่งกว่าเดิมเวลาสาว ๆ จ้องมองมาที่เจ้าโลกของคุณหลังเสร็จภารกิจ พร้อมแสยะยิ้มเบา ๆ ให้กับความห่วยแตกของไอ้หนูสุดที่รัก แม่งเป็นอะไรที่โคตรเซ็งและเหมือนเกียรติของชายชาตรีอย่างเราถูกเหยียบย่ำจนเละป่นปี้ แต่ไม่ต้องห่วง! เพราะวันนี้ UNLOCKMEN เอาเคล็ดลับที่ทำให้นกเขาของหนุ่ม ๆ กลับมาขันดังจนปรอทแตกแบบพุ่งกระฉูดมาฝากทุกคน จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลยครับ หนุ่ม ๆ หลายคนอาจเคยได้ยินมาบ้างว่า เมื่ออายุเพิ่มขึ้นฮอร์โมนเพศชายหรือเทสโทสเตอโรนที่ร่างกายผลิตได้จะน้อยลง ซึ่งฮอร์โมนที่ว่านี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเนื้อเยื่อของระบบสืบพันธุ์ชาย และผลสำรวจก็พบว่าผู้ชายสูงวัยมีระดับฮอร์โมนตัวนี้ต่ำลง เนื่องจากความใคร่อยากที่ลดลงและไม่มีเซ็กซ์ดุเดือดเลือดพล่านเหมือนสมัยรุ่น ๆ เมื่อตัวเลขบอกอายุเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวัย กระบวนการผลิตน้ำอสุจิของเราก็เปลี่ยนไปโดยปริยาย มีงานวิจัยพบว่าผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 52 ปีขึ้นไปจะมีน้ำอสุจิอยู่ที่ 1.8 มิลลิลิตร ในขณะที่หนุ่ม ๆ วัยรุ่นนั้นมีปริมาณน้ำอสุจิมากถึง 3.2 มิลลิลิตรต่อการหลั่งหนึ่งครั้ง เพิ่มความอึดลดความถี่ Erik Wibowo ผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคชายจากมหาวิทยาลัยโอทาโกของนิวซีแลนด์ เผยว่าการพุ่งทะลักออกมาอย่างรวดเร็วของน้ำอสุจิช่วงวินาทีที่ถึงจุดสุดยอด แสดงถึงสมรรถภาพทางเพศที่ดีสำหรับผู้ชาย ถ้าหนุ่ม ๆ คนไหนมีการหลั่งน้ำออกมาน้อยก็ควรจะลดความถี่ของการหลั่ง เพราะถ้าช่วยตัวเองหรือมีเซ็กซ์บ่อย ๆ น้ำอาจจะผลิตออกมาไม่ทันใช้งาน ไม่ก็เลื่อนเวลาการหลั่งน้ำในระหว่างที่มีเซ็กซ์ อาจจะกลั้นเอาไว้แล้วไปทำกิจกรรมอย่างอื่นก่อนแล้วค่อยมาซ้ำต่ออีกรอบ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มความอึดถึกทนให้กับไอ้หนูของคุณ
ถ้าพูดถึงสารหล่อลื่น หรือ เจลหล่อลื่น คงดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผู้ชายหลายคน เรามักจะคิดว่าการมีเซ็กซ์ไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้ เนื่องจากในช่องคลอดของผู้หญิงก็มีน้ำหล่อลื่นอยู่แล้ว ทำไมจะต้องใช้เจลหล่อลื่นด้วยล่ะ? ถึงแม้การเล้าโลมและกระตุ้นจุดสำคัญของผู้หญิงจะช่วยเพิ่มความเสียวซ่านและมีผลต่อการหลั่งน้ำหล่อลื่นในช่องคลอด แต่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะหลั่งน้ำออกมามากพอจนทำให้การสอดใส่เป็นไปอย่างสันติ ฉะนั้นสารหล่อลื่นก็ยังจำเป็นต่อการมีเซ็กซ์ของหนุ่ม ๆ เสมอ นอกจากจะช่วยลดแรงเสียดทานและอาการบาดเจ็บขณะมีเซ็กซ์ ยังทำให้ฉากรักบนเตียงของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นอีกด้วย UNLOCKMEN เลยอยากพาทุกคนย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของสารหล่อลื่นที่มีมาตั้งแต่ยุคก่อน ถือเป็นตัวช่วยสุดคลาสสิกที่ทำให้เซ็กซ์ราบรื่นไม่สะดุด ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ตาม จุดเริ่มต้นของสารหล่อลื่น ว่ากันว่าสารหล่อลื่นกำเนิดขึ้นในยุคเดียวกับที่มนุษย์คิดค้นเกวียน ในขณะที่สร้างเกวียนเพื่อการขนส่ง บรรพบุรุษเรากลับพบว่าตัวฮับของล้อที่ช่วยลดอาการส่าย ถูกเผาไหม้จากความร้อนและแรงเสียดทานจึงหาวิธีทำให้ฮับเย็นลงด้วยการใช้ ไขมัน น้ำมันมะกอก น้ำ และของเหลวชนิดอื่น ๆ จนท้ายที่สุดพบว่าของเหลวที่มีความหนืดอย่างน้ำมันมะกอก ช่วยกระจายความร้อนได้ดี ช่วยป้องกันไม่ให้ฮับเสียดสีจนดำเป็นตอตะโก แถมยังทำให้ล้อหมุนได้อย่างอิสระมากขึ้น นักวิชาการจึงคาดว่าการค้นพบครั้งนี้คือจุดเริ่มต้นของสารหล่อลื่นที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน น้ำมันมะกอก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าสารหล่อลื่นมีมาตั้งแต่ยุคกรีกโรมัน หรือราว 350 ปีก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งผู้คนตอนนั้นนิยมใช้น้ำมันมะกอกเป็นตัวช่วยเพิ่มความลื่นไหลให้เซ็กซ์ นักวิชาการจึงเชื่อว่าน้ำมันมะกอกคือสารหล่อลื่นยอดนิยมที่ชาวกรีกและโรมันใช้ในตอนนั้น สาหร่ายทะเล Ryan Drum นักพฤกษศาสตร์ชื่อดังผู้คร่ำหวอดในแวดวงสมุนไพร เผยว่าคนจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใช้สารสกัดที่ได้จากสาหร่ายทะเลมาผลิตเป็นสารหล่อลื่นนานนับ 1,000 ปี โดยนำสาหร่ายแดงมาต้มเพื่อให้กลายเป็นของเหลวที่ข้นหนืดและได้ออกมาเป็นคาราจีแนน (Carrageenan) ที่มีลักษณะคล้ายเมือกวุ้นและมีคุณสมบัติเหมือนกับเจลาติน แต่ไม่เหนียวและยืดหยุ่นเท่า งานวิจัยยังยืนยันว่าการใช้สารสกัดจากสาหร่ายทะเลช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิด HPV
แม้อายุอานามจะล่วงเลยมาจนใกล้จะย่างเข้าเลขสี่ แต่เรื่องความฟิตปั๋งเต็มเปี่ยมด้วยพลังช้างสารเหมือนหนุ่มเอ๊าะกลัดมันเราต้องขอยกให้กับชายที่ชื่อว่า ‘Ken Shimizu’ หรือหลายคนอาจรู้จักเขาในนาม ‘Shimiken’ แต่เราเชื่อว่าผู้ชายทั้งหลายคงไม่คุ้นทั้งชื่อจริง และชื่อในวงการของพี่คนนี้สักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คงคลับคล้ายคลับคลา คุ้นหน้าคุ้นตารวมถึงท่วงท่าลีลาของพี่เขาจากหนัง AV เรื่องโปรดที่ถูกเก็บอยู่ใน HDD กันเสียมากกว่า ซึ่งเหตุผลที่ต้องยอมยกนิ้วให้ในเรื่องความฟิตของพี่แกก็เพราะว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีของอาชีพพระเอก AV ยอดชายนาย Shimiken คนนี้ รับเล่นหนังมาแล้วกว่า 7,000 เรื่อง ผ่านการโจ๊ะพรึมพรึมกับหญิงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7,500 นาง จัดได้หมดทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยหน้าใสอดีตไอดอล, สาวต่างชาติพลังสูง หรือแม้กระทั่งคุณยายแฝดวัย 72 ปี ก็ยังผ่านมาได้อย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาของตากล้อง ช่างไฟ เด็กถือไมค์บูม และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่เจ้า Shimiken น้อยก็ไม่เคยงอแง ยังคงแข็งขันพร้อมรบอยู่เสมอ จนได้รับการขนานนามว่า ‘King of Porn’ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ในวัย 38 ปี คุณพี่ Shimiken ก็ยังไม่มีทีท่าจะแขวนพวง(สวรรค์)


