หากผู้ชายที่ใช้ชีวิตสุดขีดอย่างเราจะพูดถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและใต้วงแขนสำหรับผู้ชาย เชื่อเลยว่าชื่อของ “นีเวีย เมน” ต้องเป็นชื่อแรก ๆ ที่ผุดเข้ามาในหัวของพวกเรา เพราะผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวผู้ชาย และความเข้าใจในความต้องการของผู้ชาย ไม่ว่าจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน จึงไม่แปลกใจเลยที่นีเวีย เมน ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและใต้วงแขนสำหรับผู้ชาย ครั้งนี้ “นีเวีย เมน” ฉลองการเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งผู้เชี่ยวชาญตัวจริงเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและใต้วงแขนสำหรับผู้ชายโดยยกสถานที่ลับรวมตัวแห่งใหม่ของแก๊งผู้ชายไทยหลากหลายไลฟ์สไตล์อย่าง “SAFEHOUSE” มาตั้งไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ไม่เพียงแค่นั้นนีเวีย เมนยังเผยโฉมแพคเกจจิ้งใหม่ที่ดูทันสมัย สะดุดตาเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้ชายอย่างเรามากขึ้น ที่สำคัญยังมี 4 หนุ่ม 4 สไตล์ที่เป็นตัวแทนของการดูแลผิวที่แตกต่างกันของผู้ชายทั้ง ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่กอดคอมาพร้อมกับ กรรณ-สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ไอซ์-พาริส และ เดอะ ทอยส์ โดย 4 หนุ่มก็ได้เผยเคล็ดลับการดูแลตัวเองตามสไตล์ของแต่ละคนที่เลือกใช้นีเวีย เมน เพื่อความมั่นใจในแบบของตัวเอง “นีเวีย เมน จัดงานมันส์ ๆ แบบนี้ขึ้นเพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่โดนใจชายไทยในเรื่องผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและใต้วงแขน โดยมาในธีมของ SAFEHOUSE ที่เปรียบเสมือนห้องลับของแก๊งเพื่อนผู้ชาย เพื่อให้กลุ่มลูกค้าได้รับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ที่หลายหลายของ นีเวีย เมน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของกลุ่มลูกค้า ผ่านพรีเซ็นเตอร์ที่มีบุคคลิกที่แตกต่างกันทั้งสี่คน แต่ยังคงความเป็นหนุ่มสไตล์นีเวีย เมน ให้ได้เห็น” คุณเขมชาติ เติมวิวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโส
หนังยาง ไอเทมเด็ดที่ผู้ชายไทยอย่างเราพบเห็นได้ทั่วไปตามถุงแกงอาหาร และบ่อยครั้งที่เราโยนมันทิ้งโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่สำหรับเมืองที่เคร่งเรื่องกฏหมายและความสะอาดในที่สาธารณะอย่างสิงคโปร์ การทิ้งหนังยางลงพื้นสามารถทำให้คุณต้องเสียค่าปรับอย่างน้อย $300 ดอลลาร์สิงคโปร์เลยทีเดียว ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ชื่อ @khrluffy โพสต์ภาพใบค่าปรับ ซึ่งระบุความผิดไว้ว่าเขาได้ทิ้งหนังยางไว้บนท้องถนน และผิดกฏหมายมาตราที่ 17(1)(A) ของพระราชบัญญัติด้านสาธารณสุขของสิงคโปร์ ซึ่งระบุว่าผู้กระทำความผิดครั้งแรกจะถูกปรับ $300 ดอลล่าร์สิงคโปร์ หากทิ้งขยะลงบนท้องถนน ไม่ว่าขยะนั้นจะเป็นสิ่งใดก็ตาม นอกจากนั้นข้อมูลของ National Environment Agency หรือ NEA ในปี 2018 ก็ระบุว่ามีการปรับผู้กระทำความผิดไปแล้วมากกว่า 39,000 ครั้ง และค่าปรับนั้นก็ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ $300 ดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น เพราะหากคุณทิ้งก้นบุหรี่ลงจากตึกระฟ้า (และเจ้าหน้าที่เห็นคุณทำผิด) ก็จะโดนปรับสูงถึง $19,800 ดอลล่าร์สิงคโปร์ หรือเทียบเป็นเงินไทยก็คือสูงถึง 450,000 บาทด้วยกัน ถ้านั่นยังเลวร้ายไม่พอ สิงคโปร์ก็ยังมีมาตรการที่ให้คุณมาบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะ นั่นก็คือการทำความสะอาดท้องถนน พร้อมกับใส่เสื้อกั๊กสะท้อนแสงสีเหลืองและชมพู ซึ่งจะถูกมอบให้กับผู้ทำผิดโดยการทิ้งขยะลงท้องถนนเท่านั้น โดยมาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากที่จำนวนผู้ทำผิดเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึง 30% ด้วยกัน และมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ที่คิดจะกระทำผิดยั้งคิดให้ดีเสียก่อนจะโยนอะไรทิ้ง แม้กฏของสิงคโปร์ดูค่อนข้างรุนแรง แต่นี่คือสิ่งที่จะส่งผลดีต่อสาธารณะ รวมทั้งโลกของเราอีกด้วย
ความทรงจำเป็นหน่วยความจุที่ซ่อนอยู่ในสมองสิ่งมีชีวิตอย่างเรา เป็นเหมือนเทปที่ถูกบันทึกและฉายภาพออกมาเมื่อมีสิ่งเร้าให้นึกถึง แม้จะรู้ว่าสมองแบ่งเป็น 4 ส่วนและส่วนฮิปโปแคมปัสคือศูนย์รวมของความจำ แต่เราก็ไม่สามารถกลับไปลบ แก้ไข หรือเพิ่มความทรงจำใหม่ได้ตามใจชอบ ยิ่งไปกว่านั้นคือการใช้ชีวิตที่ถูกพันธนาการด้วยความทรงจำเชิงลบ มีเรื่องแย่ ๆ หลายเรื่องล่อลวงให้เราหวนกลับไประลึก ก่อนจะตลบหลังแล้วเอาหอกแหลม ๆ ทิ่มแทงจนมิดด้าม นอกจากความทุกข์ ความเศร้า และความปวดร้าว ยังมีภาพความจำเลวร้ายตามหลอกหลอนเราอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย มีงานวิจัยยืนยันว่าความทรงจำแง่ลบที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนั้นมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามค้นหาวิธีการลบความทรงจำบางส่วนเพื่อลดผลกระทบที่กระเทือนต่อจิตใจมนุษย์ สมองไม่ได้ฉลาดเสมอไป เชื่อว่าหนุ่ม ๆ ทุกคนคงมีทั้งความทรงจำหอมหวานและขมขื่นผสมปนเปกันอยู่ภายใต้รอยหยักลูกกลม ๆ ถึงหลายงานวิจัยจะสรรเสริญความชาญฉลาดของสมองมนุษย์ แต่ต้องยอมรับบางครั้งมันก็ไม่ได้ฉลาดอย่างที่คิด เรื่องที่เราอยากยัดลงไปในส่วนของความจำ สมองกลับลืมมันไปอย่างง่าย แต่กับบางเรื่องที่ยิ่งตั้งใจจะลืมมากแค่ไหน ดูเหมือนจะสมองจะขับเน้นให้เราจดจำมันได้ละเอียดและถาวร แม้ความมุ่งมั่นที่จะลืมเดินทางไปถึงประตูทางออก แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองจะเดินไปเฉกเช่นความคิด คงไม่แปลกมั้งถ้าจะพูดว่า “สมองมันไม่ได้ฉลาด” เพราะบางความทรงจำที่อยากลืม เรายังทำให้เลือนรางหรือจางหายไปไม่ได้เสียด้วยซ้ำ ยากล่อมประสาทมีผลต่อหน่วยความจำ งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Science Advances เผยว่าโปรโพฟอล (Propofol) หรือยาชา ช่วยลบความทรงจำเชิงลบออกไปจากหน่วยความจำของเราได้ มันจะทำให้ระบบประสาทและสมองทำงานช้าลง ผ่อนคลาย ไร้พันธะทางความรู้สึก และสามารถหลับไปได้อย่างรวดเร็ว แถมยาชายังเชื่อมโยงกับความทรงจำในระยะสั้นซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของบรรดานักวิทยาศาสตร์ เพราะพวกเขาเชื่อว่ากลไกการทำงานของยากล่อมประสาทชนิดนี้จะช่วยลบความทรงจำเลวร้ายออกไปได้ คล้ายกับการขโมยไฟล์ออกจากตู้เก็บเอกสาร นำมาตรวจสอบและใส่มันกลับไปยังที่เดิม ทีมนักวิจัยจึงทดลองเปิดสไลด์โชว์ที่มีเนื้อหาเชิงลบให้อาสาสมัคร
ชีวิตผู้ชาย Work Hard Play Hard เต็มไปด้วยสารพัดสิ่งที่เราต้องจัดการ ทั้งงานล้นมือ กิจกรรมล้นชีวิต ปาร์ตี้ล้นเวลาที่มี ความสัมพันธ์ล้นเกินจะจัดการ ทั้งหมดนี้เราอาจคืบคลานผ่านมันไปอย่างยากลำบากถ้าปราศจาก “เทคโนโลยีสุดล้ำ”มาช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะเทคโนโลยียิ่งล้ำก็ยิ่งช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่มาในรูปแบบการรวมหลายฟังก์ชันซับซ้อนมาไว้ในหนึ่งเดียว น้อยแต่มาก จิ๋วแต่แจ๋ว เล็กแต่เร็ว จะช่วยให้สารพัดสิ่งที่เราต้องจัดการง่ายขึ้น ยิ่งชีวิตผู้ชาย Urban Men ที่ต้องการความเร็ว ความสะดวกและความคล่องตัวสูง นอกจากสัญชาตญาณและไลฟ์สไตล์ที่ (พยายาม) เร่งรีบแล้ว การมี “เทคโนโลยีจิ๋วแต่แจ๋ว”อยู่เคียงข้างคอยช่วยก็มั่นใจได้เลยว่าชีวิตจะง่ายไร้ขีดจำกัดอย่างที่เราต้องการได้แน่นอน “แคปซูล” เป็นอีกความน้อยแต่มากที่ช่วยเหลือผู้ชายมาหลายยุคหลายสมัยในประวัติศาสตร์มวลมนุษยชาติ ด้วยความจิ๋วแต่แจ๋ว พกพาฟังก์ชั่นหลากหลายไว้ในหนึ่งแคปซูลจึงทำให้แคปซูลกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ชีวิตผู้ชายทั้งง่าย ไวและคล่องตัวขึ้นอย่างมหัศจรรย์ แคปซูลจิ๋วแต่แจ๋ว: ชีวิตกินยาได้ง่ายขึ้นด้วย“ยาแคปซูล” คุณเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมเผชิญหน้ากับโลกทั้งใบอย่างไม่หวาดหวั่น แต่รู้สึกว่าการต้องกลืนยาเม็ดในวันป่วยหนักช่างยากเย็นเหลือเกินหรือเปล่า? ถ้าใช่ ลองจินตนาการดูสิว่าหากปราศจาก “ยาแคปซูล” แล้วเราต้องมานั่งชั่ง ตวง วัด ปริมาณยาผงที่ถูกต้องเป็นมิลลิกรัม ๆ ด้วยตัวเอง แถมรสชาติยังชวนสยองพองขน ขมหนักจนมะระยังต้องหลีกทางให้ การกินยาของเราคงเป็นเรื่องยากกว่านี้ร้อยเท่าพันเท่า ส่วนถ้าคุณรู้สึกว่าการกินยาไม่ยากอยู่แล้วก็ยิ่งต้องขอบคุณ “ยาแคปซูล”ที่จิ๋วแต่แจ๋วตัวนี้ ย้อนกลับไปในปี 1833 ซึ่งเป็นปีที่ยาแคปซูลอ่อนถือกำเนิดขึ้นโดย Mothes
ผ่านปีใหม่มาได้ไม่ทันไร แรงบันดาลใจ พลังงาน และความตื่นเต้นที่เคยพลุ่งพล่านในสายเลือดผู้ชายอย่างเราก็ค่อย ๆ มอดดับลง จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ไปเฟสติวัลที่รวบรวมความสุขของชีวิตครบทุกรสชาติมาไว้ในงานเดียวได้อย่างกลมกล่อมลงตัว แถมกระชากเอาความมันส์ที่กำลงเหือดหายให้กลับมาฉายแสงลุกโชนให้กับชีวิตผู้ชายอีกครั้ง! BLEND 285 presents BLEN FES LIVE PROJECT คือ โปรเจกต์ที่เราขอยกให้เป็นที่สุดแห่งปี ซึ่งงานนี้ได้มันรวมเอา ความสุขและความสนุกมาให้ทุกคนได้พกกลับบ้านไปกันอย่างเต็มกระเป๋า โดยการ Let’s BLEND ไปกับเหล่าศิลปิน พร้อม Special Show ที่มาสร้างความประทับใจให้กับทุกคน งานนี้ไม่ได้มีแค่ศิลปินที่มา Let’s BLEND เท่านั้น ยังมีร้านอาหารชื่อดังของแต่ละจังหวัดที่มา Let’s BLEND Menu ที่มีเฉพาะภายในงานให้ทุกคนได้เลือกชิม รวมถึงร้านค้าจากโลกออนไลน์ให้ทุกคนได้เลือกชอปให้ความเหนื่อยหายไปและทำให้เราเชื่อได้อีกครั้งว่า “ชีวิตดีเรามีได้” ดังนั้นมั่นใจได้เลย ไม่ว่าจะเหี่ยวแห้งมาจากหน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ หรือชีวิตที่เริ่มเนือย ๆ งานนี้ก็ชวนให้พวกเรามา Let’s BLEND ความสุขและความสนุกให้ชีวิตได้อย่างลงตัวแน่นอน Let’s BLEND ความสุขและความสนุกไปกับเหล่าศิลปิน อะไรจะ BLEND ความสุขและความสนุกไปได้ดียิ่งกว่าการได้ร่วมร้องให้สุดเสียงกระโดดให้สุดแรงไปกับศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย อย่าง Bodyslam,
“เหนือกว่า”คือความต้องการลึก ๆ ในตัวผู้ชาย เรามุ่งมั่นใช้ชีวิตในแต่ละวันเพื่อไปสู่ “ความเหนือระดับ”แบบที่เราฝันไว้ ยิ่งการได้ใช้ชีวิตเหนือระดับในพื้นที่อยู่อาศัยสุดพรีเมียมที่สามารถตอบโจทย์เราได้ทั้งเรื่องงาน ไลฟ์สไตล์ และการพักผ่อนถือเป็นที่สุดแห่งความเหนือกว่าที่เราอยากไปถึง การมีพื้นที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพของมหานครอย่างกรุงเทพฯ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์แห่งความพิถีพิถัน พร้อมด้วยทัศนียภาพจากมุมสูงที่สุดในย่านนั้น อีกทั้งยังเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุดมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เรา รวมถึงใส่ใจในการเลือกสรรวัสดุที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้สถาปัตยกรรมที่สง่างาม คงทน สมกับ “ความเหนือระดับ”ที่เราฝันถึง พื้นที่อยู่อาศัยแห่งความเหนือระดับที่จะทำให้เราได้ใช้ชีวิตเหนือระดับไม่ได้เป็นแค่ความฝันอีกต่อไป เพราะ The Address สยาม-ราชเทวี พร้อมทั้งทำเลคุณภาพ เอกลักษณ์แห่งความใส่ใจ ความสูงที่ไม่อาจหาใครเทียบ ทั้งยังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดทั้งในแง่พื้นที่ส่วนกลางไปจนกระทั่งวัสดุที่พรีเมียมที่สุด ชีวิตเหนือระดับ: สยาม–ราชเทวี ทำเลที่ไม่อาจหาใครเทียบ สยาม–ราชเทวี ถือเป็นทำเลศักยภาพไม่ว่าเราต้องการจะไปทำงานที่ไหน มีธุรกิจสำคัญอันใดต้องคุย หรือต้องการการพักผ่อนที่ตอบโทย์สารพัดไลฟ์สไตล์ ย่านสยาม–ราชเทวีเชื่อมต่อกับทุกโซนสำคัญทั้ง BTS MRT และ Airport Link รวมถึงการสัญจรบนถนนสายหลัก The Address สยาม-ราชเทวี ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี ตอบโจทย์ทุกการเดินทางโดยห่างจาก BTS ราชเทวีเพียง 150 เมตรเท่านั้น ในขณะที่ Airport Link พญาไท อยู่ใกล้เพียง 1 สถานีถือเป็นที่สุดแห่งความสะดวกสบายที่เราไปถึงได้ภายในไม่กี่นาที นอกจากนั้นยังอยู่ใจกลางแหล่งธุรกิจและห้างสรรพสินค้าแห่งกรุงเทพมหานครไม่ว่าจะเป็น Siam Paragon,
ต้องบอกเลยว่าขนาดอวัยวะเพศก็เป็นอีกเรื่องสำคัญของผู้ชาย มีหนุ่ม ๆ หลายคนที่วิตกกังวลและไม่มั่นใจกับขนาดไอ้หนูของตน แถมยังรู้สึกประหม่าทุกครั้งหากต้องมีเซ็กซ์กับสาว ๆ ยิ่งช่วงวินาทีที่เธอแหวกดงหญ้ารกรุงรังแล้วต้องประหลาดใจกับเจ้าเห็ดโคนน้อยในกางเกง แม่งเป็นอะไรที่น่าหดหู่และโคตรเสียหน้าสำหรับชายชาตรีอย่างเรา แต่ไม่ต้องกลัว เพราะวันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำวิธีที่ทำให้ไอ้หนูของหนุ่ม ๆ มีขนาดใหญ่โตบิ๊กบึ้ม จะปล่อยให้เจ้าโลกที่เปรียบดั่งศักดิ์ศรีของผู้ชายอย่างเราถูกเหยียดหยามไม่ได้! จากงานวิจัยของ THE JOURNAL BJU INTERNATIONAL เผยว่าโดยเฉลี่ยแล้วขนาดของอวัยวะเพศชายตอนที่อ่อนตัวจะมีความยาวประมาณ 3.58 นิ้ว และมีความยาวรอบวงอยู่ที่ 3.66 นิ้ว แต่เมื่อแข็งตัวจะมีความยาวมากถึง 5.16 นิ้ว และความกว้างของเส้นรอบวงก็เพิ่มขึ้นถึง 4.59 นิ้ว แม้ขนาดโดยเฉลี่ยของหนุ่ม ๆ หลายคนจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่เชื่อว่าคงมีผู้ชายบางคนที่ยังไม่พอใจกับขนาดไอ้หนูของตัวเอง ถ้าอยากมีสัก 7 หรือ 9 นิ้วตามแบบดาราหนังโป๊ เราจะเพิ่มขนาดให้มันได้ยังไงบ้างล่ะ? ปลูกถ่ายอวัยวะเพศ Dr. James Elist ศัลยแพทย์แห่งลอสแอนเจลิส ผู้อ้างว่าเป็นศัลยแพทย์คนเดียวในโลกที่ผ่าตัดเพิ่มความยาวและเส้นรอบวงของอวัยวะเพศโดยใช้ซิลิโคนสอดใส่ เขาอ้างว่าวิธีนี้จะเพิ่มความยาวให้ไอ้หนูได้มากถึง 1.5 นิ้ว แถมยังเพิ่มความกว้างของเส้นรอบวงได้อีก 2.5 นิ้ว ตอนนี้เขาได้ผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเพศชายไปแล้วถึง
การทำงานเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องพบเจอกันเป็นปกติ และก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ตั้งตาคอยวันหยุดช่วงเทศกาลต่าง ๆ รวมถึงวันลาพักร้อนของตัวเองด้วย แต่ดันผลสำรวจที่น่าตกใจว่าคนไทยลางานน้อยติดอันดับและยกเลิกทริปเที่ยวเป็นอันดับหนึ่งของโลก เหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร ? คนไทยบ้างานหรือว่ามีเหตุผลอื่นที่ทำให้เราไม่อยากลาไปเที่ยว เป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปีสำหรับเว็บไซต์ Expedia ที่ให้บริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ทั้งโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน แพ็เกจเที่ยวบินและโรงแรม เช่ารถและกิจกรรมท่องเที่ยว จัดสำรวจพฤติกรรมกลุ่มนักท่องเที่ยวพนักงานประจำทั่วโลกซึ่งปีนี้พบว่า คนกลุ่มนี้รู้สึกไม่อยากลาพักร้อนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ ถึง 53% โดยมีสาเหตุหลักคือเรื่องงานที่ติดพันจนหาเวลาไปเที่ยวไม่ได้ รวมถึงปริมาณงานจำนวนมหาศาลที่รอต้อนรับเราหลังจากจบทริปที่ทำให้พอนึกถึงก็ยิ่งทำให้ไม่อยากลา รวมถึงเผยสถิติน่าตกใจว่าไทยติดอันดับ 7 ประเทศที่ลาพักร้อนน้อยที่สุดในโลก นอกจากผลสำรวจการใช้วันลาแล้วทาง Expedia ยังสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมการเที่ยวของมนุษย์เงินเดือนปี 2018 ว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวไทยมักเลื่อนการจองที่พักหรือยกเลิกทริปกลางคันสูงถึง 75% ด้วยสาเหตุติดงาน มีงานเข้ากะทันหันที่ลาไม่ได้จริง ๆ และด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่อันดับหนึ่งของโลกด้านการเททริป ส่วนอันดับสองที่บ้างานจนต้องยกเลิกทริปเที่ยวรองจากไทยคือยูเออี ตามมาด้วยอินเดีย เม็กซิโก เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกงตามลำดับ วลีที่ว่า “คนไทยเป็นคนขี้กังวลและคิดเยอะ” ถือว่าเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริง เพราะวันลาพักร้อนของคนไทยเฉลี่ยที่ 10 วันต่อปี แต่ส่วนใหญ่มักใช้วันลาพักร้อน 8 วัน จากทั้งหมด 10 วัน ด้วยเหตุผลว่าเผื่อวันลาเอาไว้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รวมถึงเหตุผลเรื่องงานรัดตัวที่ทำให้หาวันลาดี ๆ
“ฉันรู้สึกเหมือนเป็นนางเงือก ร่างชี้ว่าเป็นชายแต่จิตวิญญาณคือหญิงสาว ฉันเหมือนดอกไม้ ดอกไม้ที่สร้างขึ้นจากกระดาษ แม้รับความรักท่วมท้นจากภายนอกเมื่อมองมา แต่ไม่ได้อาจสัมผัสความรู้สึกนี้จากการแตะต้องและดอมดม” Heena, 51, ธากา, บังกลาเทศ, 2012 Hijra (ฮิจรา) คือกลุ่มคนที่มีเพศสภาพที่แตกต่างจากเพศสถานะภายใน ใช้สำหรับเรียกเพศที่สามที่กายเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงและดำเนินชีวิตแบบหญิงสาว คำศัพท์ที่ชี้หน้าและตีตราความรู้สึกของบทบาทความเป็นชายหญิงและความ “เป็นอื่น” ทางสังคม ถ้าพูดในแง่ประวัติศาสตร์แล้ว “ฮิจรา” ปรากฏหลักฐานมายาวนาน นานพอจะเชื่อว่านี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคม แต่ค่านิยมแง่ลบไม่ได้หายไปพร้อมกาลเวลา เหลือเป็นคราบติดแน่นฝังไว้ถึงวันนี้แม้รัฐบาลบังกลาเทศจะออกกฎหมายแสดงการรับรองสิทธิทางเพศมา 5 ปีแล้วก็ตาม การใช้ชีวิตต้องสาปด้วยคำสาป บางคนสงสัยว่าสถานะต้องสาปที่ผู้คนไม่อยากเข้าใกล้นี้จะใช้ชีวิตอย่างไร คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการหางานเพราะไม่มีใครยอมรับ หรือสิทธิพลเมืองอื่น ๆ ที่ถูกริดรอนไป สิ่งที่พิทักษ์ฮิจราไว้คือระบบความเชื่อบางอย่างของสังคมที่ฝังมายาวนาน ว่าเพศที่สามอย่างพวกเธอคือผู้มีอำนาจพิเศษจากการบูชาพระแม่พหุชระหรือมาตากี ซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระแม่อุมา ทำให้สามารถสาปแช่งหรือให้พรได้ ดังนั้น วาจาศักดิ์สิทธิ์นี้จึงกลายเป็นเครื่องมือทำกินที่ทำให้ฮิจราสามารถรับเงินมาได้จากการอวยพรเด็กแรกเกิดที่ครอบครัวต่าง ๆ เชิญไป และเป็นอาวุธปกป้องตัวเองจากผู้ไม่ประสงค์ดีด้วยการสาปแช่งผู้คน ซึ่งเชื่อกันว่าใครได้รับคำบริภาษนั้นไปจะต้องโชคร้าย เงือกที่ไม่อาจเป็นมนุษย์ ดอกไม้เทียมที่ไม่อาจเป็นดอกไม้จริง คือความเจ็บปวดที่ฮิจราชาวบังกลาเทศต้องยอมรับ จิตวิญญาณที่ขัดแย้งกับเปลือกที่รับมาทำให้พวกเธอต้องกลายเป็นคนไร้ราก หอบชีวิตออกจากแผ่นดินเกิดคนแล้วคนเล่า ถูกทอดทิ้งจากความสัมพันธ์เบื้องหลังทุกรูปแบบเพื่อย้ายไปยังอินเดีย สถานที่ที่พวกเธอยังคงได้รับการดูหมิ่นดูแคลนไม่แพ้กันแต่ระดับความเลวร้ายต่ำกว่า ทว่าในความมืดมิดอ้างว้างก็แทนที่ได้ด้วยความสัมพันธ์เหนียวแน่นระหว่างฮิจราด้วยกัน ดังนั้น ถ้าเราไปพบพวกเธอเป็นกลุ่มใหญ่ นั่นคือครอบครัวใหม่ของพวกเธอ Sharhia Sharmin
เราเชื่อว่าผู้ชายแทบทุกคนต้องเคยอกหักกันมาบ้าง แล้วเมื่อความผิดหวังมาพร้อมกับสายสัมพันธ์ที่จบลง ถึงจะเป็นเพศที่เข้มแข็งแต่เวลาที่อกสามศอกหักเป็นเสี่ยง ๆ ก็ทำเอาผู้ชายอย่างเราโศกเศร้าได้เหมือนกัน แถมไอ้ความเจ็บช้ำที่เกิดขึ้นภายในใจแทบไม่ต่างอะไรกับความเจ็บที่เกิดกับร่างกายเลย ผู้ชายทุกคนก็คงมีวิธีรับมือกับอาการอกหักและถูกทิ้งที่แตกต่างกันไป แต่วันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำอีกวิธีที่จะช่วยรักษาแผลใจ โดยที่หนุ่ม ๆ ไม่ต้องเอากำปั้นไปชกกำแพงหรือซัดสุราเมรัยหลายขนานจนเมาแอ๋ วิทยาศาสตร์ของการอกหัก เมื่อเราตกหลุมรักใครสมองจะสูบฉีดฮอร์โมน dopamine และ oxytocin ทำให้เรารู้สึกดี ในทางตรงกันข้ามหากเราอกหักหรือสูญเสียคนสำคัญในชีวิต การไหลเวียนของกระแสเลือดและเคมีในสมองจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเปลือกของสมองส่วนหน้า (cingulate cortex) ที่คอยควบคุมความเจ็บปวดทางร่างกายจะมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือทำให้เราไม่อยากอาหาร ไม่อยากนอน และไม่อยากแม้แต่จะทำอะไรเลย การเดินทางช่วยซ่อมแซมหัวใจที่สึกหรอ Dr. Jessica O’Reilly ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศและความสัมพันธ์ที่ผ่านประสบการณ์การทำงานกับคู่สมรสมากกว่า 15,000 คู่ทั่วโลก อธิบายว่าการออกเดินทางนั้นช่วยเยียวยาหัวใจที่แตกสลายได้จริง เพราะเป็นการทำลายกิจวัตรประจำวันของเราและมันจะพาหนุ่ม ๆ ออกไปจากสภาพแวดล้อมที่คุ้นชิน โดยจะกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนรับรู้ทำให้สมองของเราเปลี่ยนแปลงไปตามความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าความทรงจำหวาน ๆ ในวันวานเป็นเรื่องยากที่จะหาวิธีจัดการกับมัน แต่การเดินทางจะช่วยให้คุณค่อย ๆ หลุดพ้นออกจากภาพจำเก่า ๆ ไปทีละน้อย สถานที่ที่เคยไปเที่ยวด้วยกันจะถูกทำให้เลือนรางและแทนด้วยความทรงจำใหม่ ๆ เมื่อเราออกเดินทางไปยังดินแดนแปลกใหม่ ห่างไกล และไร้ซึ่งคนรู้จัก แม้การออกไปเที่ยวคนเดียวจะเป็นเรื่องที่ยากหน่อยในช่วงที่หัวใจไม่สู้ดีนัก แต่มันจะสร้างโอกาสให้หนุ่ม


