อยู่คนเดียวเพลิน ๆ สไตล์หนุ่มโสดก็ดูเมามันได้เต็มที่ แต่บางทีข้างกายมันก็เหงาเกินไปจนต้องตะโกนบอกฟ้าบอกลมดัง ๆ ว่า “โปรดส่งใครมารักฉันที อยู่อย่างนี้มันเหงาเกินไป” แต่ตะโกนเท่าไหร่ก็เหมือนฟ้าจะไม่ได้ยิน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลงมือด้วยตัวเอง และนี่คือ 5 หนทางที่ UNLOCKMEN ขอแนะนำให้หนุ่มโสดทุกคน อย่าจมอยู่กับที่ บางทีสถานที่เดิม ๆ ก็ทำให้เราเจอแต่กับคนเดิม ๆ ถ้าไม่อยากเจอแต่อะไรเดิม ๆ ก็ต้องพาตัวเองไปในที่ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยไปบ้าง เพื่อที่จะได้เจอคนใหม่ โอกาสที่จะพบรักแท้ครั้งใหม่อย่างที่คุณคาดไม่ถึง กิจกรรมใหม่ ๆ ก็ต้องมา กิจกรรมใหม่ ๆ ต้องมาไม่ได้หมายความว่าทำกิจกรรมอะไรก็ได้ แต่สาวที่เราชอบเป็นแบบไหนก็ให้ไปหากิจกรรมแบบนั้นทำ ชอบสาวหุ่นดีรักสุขภาพก็ลองพาตัวเองไปออกกำลังกาย ชอบผู้หญิงทำอาหารก็ลองไปเข้าคอร์สทำอาหารดู รับรองนี่จะเป็นรสชาติชีวิตอีกแบบที่คุณไม่เคยพบเจอ ให้แอปพลิเคชั่นหาคู่อยู่ข้างคุณ อย่าดูถูกพลังของเหล่าแอปฯ หาคู่ทั้งหลาย เพราะถ้าใช้ให้ถูกวิธี บางทีรักแท้ก็ซ่อนตัวรอให้เราหาเจออยู่ในนี้เช่นกัน แต่การใช้ก็ต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ ผสมความจริงใจจากเรา ไม่ใช่มองหาคู่นอนชั่วข้ามคืน อย่างนั้นอะไรก็คงช่วยคุณไม่ได้! อะไรไม่ดีโยนทิ้งไป เราต่างคนต่างรู้อยู่แล้วว่าตัวเองมีนิสัยอะไรที่ต้องการการปรับปรุงแก้ไขขั้นเร่งด่วน อาจจะปากไวเกินไป ขี้เมาเกินไป ไม่เอาการเอางานเกินไป นิสัยที่เราก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ดีเหล่านี้อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เรายังโสด ถ้ารู้อย่างนี้ก็โยนทิ้งมันไปเสีย เพื่อการเป็นคุณคนใหม่และความรักครั้งใหม่ที่จะเข้ามา เปิดใจเข้าไว้
ว่ากันว่าผู้ชายดีดีนั้นมีแต่ในนิยาย แต่ก็ใช่ว่า จะเป็นผู้ชายประเภท BADBOY แล้วจะปล่อยตัวชั่วร้ายตามมีตามเกิด เพราะถ้ารักจะเป็นวายร้าย BADBOY แล้วใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงอย่างเดียว อีกหลายด้านของชีวิตก็คงจะไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อเรามีโอกาสได้เกิดมาแล้ว ก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า ที่สำคัญยิ่งไปกว่าสิ่งใดของผู้ชายสไตล์ BADBOY ก็คือ การได้มาซึ่งสาว ๆ และลาภยศ สรรเสริญ หรือจะให้พูดแบบบ้าน ๆ ก็คงจะเรียกได้ว่า เป็น BADBOY ที่มีระดับและคุณภาพนั่นเอง แต่การเป็น BADBOY ให้ได้ดีนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้ UNLOCKMEN จึงได้นำเอาคู่มือ How To Be a Great BADBOY 101 สูตรสำเร็จนำเสนอ เผื่อปี 2018 นี้ใครอยากลองเปลี่ยนจากสไตล์คนดีที่ไม่ค่อยจะมีที่อยู่ มาลองเป็นผู้ชายแบบชั่ว ๆ แต่มีคุณภาพกันดูบ้าง A Guide to Life นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทำได้ภายในวันเดียว หรือ 1 สัปดาห์ แต่คุณจะต้องคิดว่าสิ่งที่เราจะบอกคุณต่อไปนี้ เป็นเสมือนโปรเจ็คต์แห่งชีวิตที่ใหญ่ยิ่ง และต้องใช้เวลาก่อร่างสร้างขึ้นนานพอสมควร
สำหรับคนที่ติดตาม UNLOCKMEN มาตั้งแต่ต้นจะรู้ดีว่า UNLOCKMEN นั้นเกิดขึ้นมาพร้อมกับความตั้งใจที่จะทำให้ผู้ชายทุกคน UNLOCK YOUR POTENTIAL ซึ่งก็คือ การทำให้ผู้ชายปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองในทุก ๆ ด้านออกมา และพัฒนาตัวเองให้เจ๋งขึ้นกว่าเดิม จนถึงทุกวันนี้ เราเชื่อว่า มีคนมากมายที่ยังติดตาม และยังอยากที่จะ UNLOCK ศักยภาพของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราก็ยังคงมีอะไรใหม่ ๆ ดี ๆ มาให้กับผู้ชายทุกคนเช่นเคย สำหรับบทความวันนี้ เราได้นำเอาวิธีการที่จะทำให้คุณปลดปล่อยความคิด และศักยภาพรอบด้านในการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ครั้งหนึ่งอาจจะเคยเป็นคนคิดอะไรในแง่ลบ และยังคงรู้สึกว่าไม่สามารถปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร มาให้กับชาว UNLOCKMEN ทุกคนได้นำไปลองปรับเปลี่ยน แก้ไข และทำตามกันดู เพียงแค่คุณลองเปลี่ยนมุมมองเดิม ๆ เป็นมุมมองใหม่ด้วยวิธีง่าย ๆ รับรองว่า คุณจะได้ “Unlock Your Mind. และ Unlock Your Potential.” ได้อย่างเต็มที่กว่าที่เคยอย่างแน่นอน Rewire Your Brain to Frame Everything in Your Life
บ่อยครั้งที่ผู้ชายอย่างเราหวังว่าโชคจะเข้าข้างเราบ้าง หรือตัดพ้อน้อยใจว่าทำไมฟ้าถึงไม่มีตาเห็นเรา แล้วมอบสิ่งดี ๆ ให้ แต่ UNLOCKMEN อยากจะบอกว่าเลิกขอจากโชคชะตาฟ้าลิขิตเถอะ! เพราะความสำเร็จไม่ใช่เรื่องโชคชะตา แต่คือเรื่องสองมือสองขาของเราเอง และ UNLOCKMEN เชื่อว่า 5 นิสัยต่อไปนี้จะทำให้คุณได้ไปต่อในหนทางแห่งความสำเร็จแน่นอน 1.เป้าหมายต้องชัด อย่าให้อะไรพัดความฝันเราได้ นิสัยอย่างแรกที่จะทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จในชีวิตคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจน อย่าปล่อยให้ความคลุมเครือไม่ชัดเจนพัดพาคุณออกจากหนทางแห่งความสำเร็จไปไหนไกล ดังนั้นจะทำอะไรอย่าลืมแปะป้ายในสมองตัวโต ๆ ว่าเราต้องการอะไรที่สุด? และพุ่งชนมันให้สุดชีวิต 2.ลำดับความชัดเจนของชีวิต เอาให้เครื่องติดสุดพลัง บ่อยครั้งที่เป้าหมายเราไม่ได้มีเป้าหมายเดียว โดยเฉพาะการเป็นผู้ชายที่ Work Hard Play Hard ด้วยแล้ว ความสนใจเรามีล้นมือเต็มไปหมด แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะไปด้วยกันไม่ได้ ลองลิสต์ดูว่าในความสนใจ 10 อย่าง อะไรคือ 3 อย่างที่เราชอบที่สุดและมันไปในทิศทางเดียวกันอย่างไรได้บ้าง แล้วก็มุ่งทำมันควบคู่กันไปในทิศทางเดียวกันให้ได้ดี 3.ความล้มเหลวคือบทเรียน เราอาจจะกลัวความล้มเหลวจนไม่ได้ทำอะไรเลยก็เป็นได้ จริงไหม? ดังนั้นอย่ากลัวที่จะทดลองทำอะไรใหม่ ๆ แค่เพราะกลัวความล้มเหลว อย่าลืมว่าความล้มเหลวคือบทเรียนหนึ่งที่จะสอนให้เรารู้ว่าจะไม่เดินกลับไปผิดพลาดในทางเดิม ๆ อีก ดังนั้นรู้ไว้เลยว่าอย่าไปกลัวมัน สิ่งสำคัญคือการได้เรียนรู้ต่างหาก 4.ทักษะต้องรอบด้าน เพื่อผลงานที่เราหวัง แม้ความฝันจะมีเพียงหนึ่ง
ไม่ว่าเป็นใครหน้าไหนก็คงจะเกลียด และรับไม่ได้กับการนอกใจทั้งนั้น แต่นั่นอาจจะเป็นเฉพาะตอนที่เราเป็นฝ่ายถูกกระทำ! ถ้าหากพูดกันตรง ๆ แล้ว ผู้ชายอย่างเรานี่แหละตัวดี มีแฟนอยู่แล้วดี ๆ อารมณ์มีข้าวสวยร้อน ๆ ดี ๆ ให้กินไม่ชอบ ชอบไปกินขี้ จนสุดท้ายกว่าจะสำนึกก็สายเกินไป เพราะว่าแฟนดันจับได้ทำเอาชีวิตชิบหายวอดวายมาแล้วไม่รู้กี่รายต่อกี่ราย สำหรับบางคนนั้น เราต้องขอชื่นชม ปรบมือให้ที่คุณสามารถรักเดียวใจเดียวยึดมั่นในตัวคนรักของคุณได้โดยที่ไม่เคยวอกแวก และขอให้พยามทำมันต่อไป แต่สำหรับเสือร้ายที่อยู่ในร่างผู้ชายทั้งหลาย ที่แม้ว่าครั้งหนึ่งจะเคยออกล่ายามราตรีอย่างทรนงองอาจ แต่ปัจจุบันตกอับกลายเป็นเสือสิ้นลาย เดินต้อย ๆ ตามง้อแฟนกระวนกระวายกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะล่าสุดโดนแฟนจับได้แบบคาหนังคาเขา จึงเป็นที่มาของอาการงานเข้าโดนบอกเลิกไปแบบไร้เยื่อใยให้สานต่อ เอาเป็นว่า บทความที่ทุกคนกำลังจะได้อ่านกันในวันนี้ ถือเป็นบทความประเภทฝนตกขี้หมูไหลให้ผู้ชาย… ที่โดนแฟนจับได้ว่านอกใจทั้งหลายมารวมตัวกันโดยเฉพาะ เพราะสิ่งต่อไปที่ทุกคนจะได้อ่านนั้น เรียกได้ว่า เป็นวิธีกู้คนรักเขาเรากลับคืนมาที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด และเป็นวิธีที่เว็บไซต์ผู้เชี่ยวชาญการง้อแฟนจากต่างประเทศ แนะนำมากันเลยทีเดียว หากผู้ชายคนไหนเพิ่งจะ Game Over มาหมาด ๆ หรือคนที่เพิ่งสำนึกได้ว่า ขาดเธอเหมือนขาดใจ อยากจะกู้วิกฤตเอาแฟนกลับมาให้ได้ บอกเลยว่า ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง Your Ex Girlfriends Perspective. ก่อนอื่นให้คุณลองคิดว่า ถ้าตัวคุณเป็นฝ่ายโดน คุณจะรู้สึกยังไง?
ในเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นนักศึกษามหาวิทยาลัย เด็กจบใหม่ หรือแม้กระทั่งคนที่กำลังทำงานหลายต่อหลายคนนั้น มีแผนการวาดฝันอนาคตของตัวเองเอาไว้อย่างชัดเจนว่า วันหนึ่งจะต้องกลายเป็น “Cinematographer” ระดับเทพให้ได้ แต่กว่าที่คนคนหนึ่งจะกลายเป็น “Cinematographer” แบบเต็มตัว แถมยังมีฝีมือฉกาจจะมีงานล้นกระจาย สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้อย่างที่เห็นเขาเป็นกันนั้น มันต้องผ่านการฝึกฝน ลองผิดลองถูก ศึกษามุมกล้องหลากหลายจนพบกับสไตล์ที่เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาให้ได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ประสบการณ์ที่สะสมเอาไว้ เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เองที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จ และในวันนี้ หากใครที่วางแผนอนาคตไว้ว่า วันหนึ่งคุณจะต้องเป็น “Cinematographer” ที่ดีให้ได้ในอนาคต หรือใครที่กำลังศึกษาว่า “Cinematographer” ที่ว่านี้มันคืออะไรกันแน่ วันนี้เราจะทำให้ทุกคนได้รู้จักกับคำคำนี้กันมากขึ้น รวมไปถึงการที่เราได้นำเอาคลิปรวม “Best Cinematography” ระดับ Oscar จากเหล่านักถ่ายภาพระดับเทพทั้งหลายมาให้คุณชม เพื่อศึกษา และดูกันด้วยว่า การเป็น “Cinematography” ระดับเทพนั้น มันเจ๋งขนาดไหน The Difference: Videographer vs Cinematographer หลายคนไม่รู้ว่าอะไรคือ ความแตกต่างระหว่าง Videographer และ Cinematographer กันแน่ เราจะอธิบายให้คุณเข้าใจแบบง่าย ๆ เลยละกันว่า
หลง ๆ ลืม ๆ มึน ๆ งง ๆ จดจำไม่ได้ว่าลืมของไว้ตรงไหน วันนี้มีนัดกับใคร เผลอลืมส่งเมล์สำคัญให้กับลูกค้า นับว่าเป็นอาการหลงลืมที่เราสามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งแม้จะมีการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Toronto ที่บอกว่าการลืมสิ่งต่าง ๆ นั้นอาจทำให้คุณฉลาดขึ้นโดยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ และปล่อยสิ่งที่ไม่สำคัญออกไป แต่นั่นก็อาจเป็นเพียงข้ออ้างที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงความสะเพร่าของตัวเอง หากใครยังมีอาการหลงลืมบ่อย วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN ได้นำวิธีการจัดการสมองให้จดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ช่วยลดข้อผิดพลาดทางด้านความทรงจำให้น้อยลงมากที่สุด ลืมชื่อคน แทบจะเป็นอาการลืมคลาสสิคที่เราเจอเป็นประจำ เพราะบางครั้งการเจอหน้ากันแค่ครั้งเดียว ก็อาจทำให้คุณลืมชื่อของคน ๆ นั้นได้ โดย Ron White แชมป์การจดจำ ได้แนะนำว่าวิธีการจำชื่อในรูปแบบของภาพจะช่วยให้คุณสามารถจดจำชื่อของคนดังกล่าวได้ง่ายดายกว่าปกติ ถ้าหากยังไม่ได้ผลอีก ให้คุณถ่ายภาพคนดังกล่าวและโน้ตชื่อเอาไว้ใต้ภาพ รับรองว่าไม่มีทางจะลืมอย่างแน่นอน แถมยังอาจได้ถ่ายรูปสาวเป็นคอลเลคชั่นด้วยนะ ลืมตารางนัด หรืออีเว้นท์ Alison Lamount ผู้ก่อตั้งมูลิธิความจำในประเทศ New Zealand ได้กล่าวหากคุณไม่อยากจะพลาดนัด ให้พยายามจดจำในชุดประโยค 5 w’s โดยไล่เรียงจากว่า คุณจะต้องเดินทางไปที่ไหน , ต้องไปเมื่อไหร่
เกิดมาเป็นผู้ชายทั้งที เชื่อว่าทุกคนคงจะหนีไม่พ้นการโดนตบกระบาลกันมาอย่างแน่นอน ไม่รู้ว่ามันเป็นวิธีการหรือวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่จำความได้ก็คือ ไม่ไปตบกระบาลเขา ก็โดนเขาตบกระบาลมาตลอด แต่อย่างที่เคยได้ยินกัน การตบกระบาลเพียงเบา ๆ อาจจะทำให้เซลล์สมองตายไปหลายล้านตัวเลยทีเดียว มันจึงทำให้เราเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ขนาดโดนตบกระบาลเบา ๆ เซลล์ยังตายไปล้าน แล้วพวกที่โดนต่อยโดนกระทืบแบบเต็มข้อล่ะสมองจะมีอะไรเหลือรอดอยู่บ้าง? เราจึงได้ลองคิดทฤษฎีความน่าจะเป็นชิ้นหนึ่งขึ้นมา จากสมองที่เซลล์ถูกทำลายไปหลายล้านตอนสมัยเด็กว่า หรือทุกวันนี้ที่เรานั่งบื้อ ๆ อยู่เพราะโดนตบโดนต่อยมาหนักเกินไปหรือเปล่า? เพราะพวกเด็กเรียนฉลาดหัวที่สอบได้ลำดับต้น ๆ ของห้องส่วนใหญ่ มันไม่ค่อยจะเล่นอะไรที่เสี่ยงต่อการโดนตบกระบาลมากนัก เซลล์สมองมันเลยอยู่รอดไปจนได้ดิบได้ดีกลายเป็นหมอ เป็นนักวิจัยหรือไปทำอาชีพอะไรที่มันดูฉลาด ๆ กัน เมื่อความสงสัยมันคาใจ เราจึงไม่สามารถปล่อยมันทิ้งเอาไว้เฉย ๆ ได้ รีบทำการค้นหากันในทันที และในที่สุดเราก็พบข้อเท็จจริงที่จะบอกเราว่า ‘จะเกิดอะไรขึ้นกันสมองของคนเราบ้าง ถ้าหากคุณโดนมือ และเท้าสาวเข้าไปให้แบบเต็ม ๆ’ วันนี้ใครก็ตามที่รู้สึกว่าทำไมโตมาแล้วรู้สึกบื้อ ๆ บ๊อง ๆ ลองนึกกันดูให้ดีว่าช่วงเวลาในวัยเด็กของคุณนั้น คุณเป็นคนที่โดนตบ โดนต่อย โดนตีที่หัวบ่อยแค่ไหน ถ้าคำตอบคือ บ๊อยบ่อยล่ะก็ ขอแนะนำให้อ่านบทความนี้สักหนึ่งที เผื่อมันอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับความบื้อในปัจจุบันนี้ก็เป็นได้ A punch to the head
ว่ากันว่า การตื่นนอนมาในยามเช้าด้วยความรู้สึกสดชื่น สดใส จิตใจเบิกบานนั้น เป็นสิ่งที่สามารถทำให้ชีวิตของเราตลอดทั้งวันนั้นดีขึ้นได้ ฟังดูแล้วจะว่าไปก็มีเหตุผล เพราะคนเราเมื่อทำอะไรด้วยความสุขกายสบายใจทุกอย่างมันก็ออกมาดีทั้งนั้น แต่สำหรับบางคนการตื่นนอนขึ้นมาด้วยความรู้สึกยินดีปรีดาอย่างที่ว่า มันช่างเป็นเรื่องที่ยากซะเหลือเกิน เพราะใช่ว่าทุกคนจะตื่นมาแล้วจะแฮปปี้มีความสุขเสมอไปซะที่ไหน ในเมื่อมีคนจำนวนไม่น้อยเลย ที่พอลืมตาตื่นมาปุ๊บ ก็รู้สึกหงุดหงิดเดือดเป็นฟืนเป็นไฟ ทำหน้าเหมือนไม่พอใจอะไรอยู่ตลอดเวลาอยู่ด้วยเช่นกัน บางคนถึงขั้นที่คนรอบข้าง หรือคนใกล้ตัวรู้กันดีว่า เวลาคนคนนี้เพิ่งตื่น หรือเวลาที่เขานอนอยู่ อย่าได้คิดที่จะไปเซ้าซี้กวนใจ หรือทำอะไรให้เขาตื่นเป็นอันขาด เพราะไม่อย่างงั้นล่ะก็ ถ้ามันลืมตามารับรองได้ว่ามีภาพกีฬามันส์ ๆ ให้เห็นอย่างแน่นอน ปัญหานี้ บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่แค่ปัญหาเล็ก ๆ ธรรมดา เพราะไหนมันจะกระทบกับเรื่องของเวลาที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะถ้าหากนอนลืมตื่นเกินเวลา ก็ไม่มีใครกล้าไปปลุกกลัวโดนไล่ด่าออกมาอีก ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ไม่กล้าเข้าใกล้ หรือคุณจะเป็นฝ่ายที่ชอบตื่นมาอาละวาด วันนี้ เราจะมาดูพร้อม ๆ กันว่า อะไรเป็นสาเหตุให้บางคน ตื่นนอนมาด้วยความเกรี้ยวกราดดุดันได้ขนาดนั้น พร้อมวิธีแก้ไขให้ทุก ๆ เช้าที่คุณตื่นมา มีอารมณ์ที่เบิกบานแจ่มใส น่าเข้าใกล้มากกว่าเดิมมาให้อีกด้วย Why do we feel angry when we wake up? ก่อนอื่นให้คุณลองจับสังเกตอาการตัวเอง
ชีวิตคนเรามีเรื่องราวทั้งดี และร้ายเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และในบางครั้งความทรงจำแย่ ๆ เหล่านั้นดูเหมือนว่า จะไม่เคยเลือนหายไป มีผู้คนมากมายที่ติดอยู่กับภาพความทรงจำเลวร้ายที่คอยหลอกหลอนจนกลายเป็นคนอมทุกข์ หาความสุขจากการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งอาการที่ว่านี้ นอกจากจะเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยแล้ว ผลกระทบของมันจะเกิดขึ้นยาวนานแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้อีกด้วย ดังนั้น ถ้าหากคุณลองมองสังเกตคนใกล้ตัว หรือแม้แต่ตัวคุณเองดี ๆ ว่า คุณเคยไหม? ที่คุณกำลังแฮปปี้กับชีวิต และสิ่งรอบข้างอยู่ดีๆ แต่พอมีเรื่องอะไรบางอย่างจากอดีตแวบเข้ามาปุ๊บ ความสุขที่เคยมีอยู่ตรงหน้าก็พังลงแบบต่อหน้าต่อตาทันที ถ้าหากคุณมีอาการแบบนี้ล่ะก็วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูวิธีจัดการกับมันกัน ในปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่ต้องทุกข์ทรมานจากความทรงจำที่เลวร้ายมากขึ้นอีกด้วย หลายคนพยายามจะลืมบางสิ่งที่เกิดขึ้นมากแค่ไหนก็ตาม สมองของเราบางคนจะไม่ได้เจอเรื่องราวเลวร้ายอะไรมากมายที่ทำให้ถึงขนาดจิตคลั่ง แต่เราเชื่อว่า ในหนึ่งชีวิตที่เราใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน อย่างน้อยทุกคนจะต้องมีความทรงจำบางอย่างไม่อยากจะรับรู้มันอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งคนทั่วไปอาจจะคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ และในที่สุดดูเหมือนว่า การที่คนเราจะลบความทรงจำที่ไม่ต้องการออกไปให้เหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นนั้น จะไม่ใช่เรื่องที่ไม่สามารถทำได้ อีกทั้งยังสามารถทำได้มาตั้งนานแล้วอีกด้วย นั่นก็คือ การลบความทรงจำที่เลวร้ายที่เรียกว่า Eye Movement Desensitization and Reprocessing หรือ EMDR ที่นักบำบัด และนักจิตวิทยาเพิ่งออกมายืนยันเมื่อไม่นานมานี้ว่า ลบได้จริง ลืมได้จริง ไม่ต้องทนอยู่กับความจริงอันแสนเจ็บปวด ที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นกับชีวิตอีกต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วน EMDR ที่ว่านี้เป็นยังไง? เผื่อมีใครคนไหนสนใจอยากลบความทรงจำ เรามีรายละเอียดของ EMDR ที่ว่านี้


