คุณเคยรู้สึกว่า การออกกำลังที่ทำอยู่ทุกวันมันเริ่มจะเบาไป ไม่สะใจคุณขึ้นมาบ้างแล้วรึยัง? โดยเฉพาะคนที่เล่นกล้ามเพาะกายด้วยแล้ว การออกกำลังกายแล้วมันไม่ถึง มันไม่โดน มันช่างเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิด และผิดสโลแกน “No Pain, No Gian” เป็นอย่างยิ่ง แต่สำหรับบางคนที่เริ่มต้นใหม่ ๆ ก็ใช่ว่าจะดีถ้าจะเริ่มต้นด้วยโปรแกรมหนัก ๆ และมีความเข้มข้นสูง บางคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเล่นแล้วรู้สึกเจ็บ แสดงว่า ต้องกล้ามใหญ่ขึ้นแน่ ๆ แต่ที่ไหนได้กลายเป็นบาดเจ็บต้องเข้าโรงพยาบาลแทน เรากลับกันมาที่คนที่กำลังเจอกับปัญหาในการออกกำลังที่ไม่ถึงใจ รู้สึกมันยังขาดความโหดอะไรไปบางอย่าง วันนี้เรามี 3 รูปแบบการออกกำลังที่ฝรั่งถึงขั้นเรียกมันว่า “The Brutal Workout” กันเลยทีเดียว รับรองว่า ถ้าหากใครกำลังอยากได้โปรแกรมออกกำลังกายที่โหดถึงใจในไสตล์ “No Pain, No Gain” แล้วล่ะก็ถูกใจแน่ ๆ โปรแกรมการออกกำลังกายสุดโหดนี้ ไม่ได้คิดขึ้นมามั่ว ๆ แต่มันถูกคิดค้นขึ้นโดยผู้ก่อตั้ง Syn Martinez ที่ออกแบบโปรแกรม Crossfit-Style ในการฝึกฝนร่างกาย และการออกกำลังเพื่อสุขภาพที่ชื่อว่า AfroBrutality โดยนาย Martinez ต้องการที่จะสร้างวัฒนธรรมการออกกำลังซึ่งมีแนวคิดที่แตกต่างจากการออกกำลังกายแบบเดิม ๆ
สำหรับนักฟังเพลงแล้ว วงอย่าง Stone Temple Pilots ถือว่าเป็นอีกวงดนตรีหนึ่งที่เป็นขวัญใจของใคร หลาย ๆ คน โดยเฉพาะตัวนักร้องนำอย่าง Scott Weiland ที่แม้จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาฝากเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นผลงานการเขียนเนื้อร้อง เสียงร้อง มุมมอง และยังมีบทสัมภาษณ์อีกหลายอันที่น่าสนใจเกี่ยวกับชีวิตของผู้ชายคนนี้ วันนี้ UNLOCKMEN จึงได้นำเอาบทสัมภาษณ์ของนักร้องที่มีเอกลักษณ์ในตัวตนชัดเจนจากการถือโทรโข่งร้องลั่นอยู่บนเวทีอย่าง Scott Weiland ที่เคยได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rock n roll ชื่อดังอย่าง Rolling Stone มาให้ได้อ่านกัน หากใครเป็นแฟนของ Stone Temple Pilots และ Scott Weiland ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง ในครั้งที่ Scott Weiland ได้นั่งลงให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stone ช่วงเดือนมิถุนายนปี 2007 เขามีอายุได้ 39 ปี และนั่นเป็นครั้งแรกของการพูดคุยกันระหว่างเขากับนิตยสาร Rolling Stone แต่หลังจากนั้นเขาก็มีโอกาสได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Rolling Stone
เราต่างเคยได้ยินมาว่าควรหลับพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวันเพื่อจะเพียงพอต่อการฟื้นฟู และเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับวันใหม่ แต่อันที่จริง ๆ แล้วนั่นอาจจะเป็นความเชื่อที่ผิดตลอดมาก็เป็นได้ เพราะว่า Nick Littlehales ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการนอน ซึ่งครั้งหนึ่งยอดปรมาจารย์ฟุตบอลอย่าง Sir Alex Ferguson เคยว่าจ้างให้ Nick มาดูแลเกี่ยวกับสุขภาพการนอนของนักฟุตบอลโดยเฉพาะ เนื่องจากคิดว่าการนอนที่ได้คุณภาพจะส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานดียิ่งขึ้นตามมา โดยปัจจุบัน Nick Littlehas ได้ทำงานร่วมกับนักกีฬาชื่อดังมากมายในการดูแลการนอนของนักกีฬาให้ได้สุขลักษณะที่ยอดเยี่ยมที่สุด อาทิ Cristiano Ronaldo , Laura และ Jason Kenny ซึ่งเขาได้เผยเคล็ดลับว่าเราไม่จำเป็นจะต้องนอนให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน เพียงแค่หาเวลางีบบ่อย ๆ ให้ได้ 35 ครั้งต่อหนึ่งสัปดาห์ โดยเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 5 ครั้งต่อวัน รอบละ 90 นาทีเป็นอย่างน้อย เพราะจะครบรอบ 1 sleep cycle เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คุณรู้สึกกระปรี้ปกระเปร่าร่างกายคึกคักเหมือนกับ Cristino Ronaldo ซึ่งเขาได้ออกแบบการนอนนี้ให้กับ Cristisno Ronaldo
ตั้งแต่เกิดมาเป็นเด็กทารกจนเติบโตมาเป็นผู้ชายวัยฉกรรจ์เต็มตัว คุณเคยเห็นถึงความแตกต่าง หรือเคยตั้งคำถามกับชีวิตของคุณบ้างไหมว่า อะไรคือความแตกต่างระหว่างคำนำหน้าอย่าง ด.ช. และ นาย ที่แท้จริง หลายคนอาจจะคิดว่า ความแตกต่างของการเป็นเด็กชาย กับการใช้นายนำหน้าชื่อนั้น มันเป็นเพียงเรื่องของร่างกายภายนอกที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา หรือไม่ก็เป็นเรื่องของวุฒิภาวะเท่านั้น แต่นอกจากที่พูดมานี้ สิ่งที่สำคัญ และสามารถใช้วัดผู้ชายทุกคนได้ว่า ผู้ชายคนดังกล่าวนั้น โตเป็นผู้ใหญ่พอหรือไม่นั่นก็คือ ความรับผิดชอบ เพราะตราบใดก็ตามที่คุณมีบัตรประชาชนแล้ว ใช้คำนำหน้าชื่อว่า นาย แล้ว รวมไปถึงรูปร่างหน้าตาภายนอกของคุณจะแก่ชรามากขึ้นเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าหากว่าคุณยังคงขาดสิ่งที่เรียกว่า ความรับผิดชอบนี้ไป ก็ถือว่าคุณยังคงเป็นเด็กผู้ชาย ที่ยังไม่ได้โตเป็นผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว และต่อไปนี้ก็คือ 7 สิ่งที่จะช่วยให้ความคลุมเครือที่เกิดขึ้นเมื่อคุณสงสัยว่า คุณ หรือใครก็ตามที่คุณกำลังจับตาดูอยู่นั้น เป็นมีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเองหรือไม่ นี่คือ สิ่งที่คุณจะสามารถนำเอาไปใช้ชี้วัดได้ โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อไปนี้ 1. A responsible man understands that “live for today” also means “plan for tomorrow.” ความเชื่อในการใช้ชีวิตภายใต้ Concept ‘ใช้ชีวิตเหมือนกับไม่มีวันพรุ่งนี้’
ผู้ชายสามารถสร้างเครื่องบินได้ ผลิตคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งยกของที่หนักมากกว่าน้ำหนักตัวหลายเท่าได้ แต่พวกเขาก็ยังกลัวอยู่เรื่องเดียว นั่นคือกลัวจะต้องอยู่เป็นโสดไม่มีใครมาอยู่ข้างกาย ซึ่งมันเป็นเรื่องน่าแปลกอย่างมากเมื่อเพศที่แข็งแกร่งสามารถทำอะไรได้หลายต่อหลายอย่างกลับรู้สึกกลัวความโสด และการที่จะต้องอยู่ตัวคนเดียว จากการศึกษาของ British research firm mintel ระบุว่ามีผู้ชายใน UK จำนวนเพียง 49% เท่านั้นที่รู้สึกพึ่งพอใจกับสถานะโสดของตัวเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับฝ่ายหญิงแล้วช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะกว่า 61% ของผู้หญิงรู้สึกชอบที่จะบอกใคร ๆ ว่าตัวเองเป็นโสด ผลการศึกษานี้ก็สอดคล้องกับสถิติในไทยอีกเช่นกัน เมื่อผู้ชายไทยที่ครองตัวเป็นโสดอยู่ตัวคนเดียวมีจำนวนน้อยกว่าผู้หญิงที่เปลี่ยนทัศนคติจากแต่ก่อนว่าหากต้องอยู่เป็นช้างเท้าหลัง ก็ขอเลือกแต่งกับงานแล้วเจริญก้าวในหน้าที่การงาน อยู่เป็นหญิงเหล็กตัวคนเดียวดีกว่าการมีคู่ ทำให้ในปัจจุบันหนุ่ม ๆ อาจจะหาแฟนได้ยากขึ้น นั่นทำให้พอจะยืนยันได้ว่าในปัจจุบันผู้ชายอกสามศอกอย่างเราไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนก็กลัวการขึ้นคานมากกว่าฝ่ายหญิง สำหรับสาเหตุนั้นน่าจะมาจากความกลัวไม่มีใครอยู่ดูแลในยามแก่เฒ่า จึงส่งผลให้เว็บไซต์หาคู่ หรือบริการ speeddate ต่าง ๆ สามารถเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกที่จะอยู่คนตัวคนเดียว หรือมีคู่ไม่ว่าจะใน UK หรือไทยเองก็ตามล้วนมาจากเรื่องของรายได้ และสถานะทางการเงินเป็นหลัก เพราะแม้แต่ชายไทยเองที่เลือกจะครองตัวเป็นโสดจำนวนกว่า 2 ล้านคนให้เหตุผลว่าไม่มีความมั่นคงทางการเงินที่พอจะซัพพอร์ตอนาคตได้ จึงเลือกครองตัวเป็นโสดเสียดีกว่า ดังนั้นใครที่กลัวว่าตัวเองจะต้องอยู่เป็นโสด และคิดว่าพร้อมสำหรับการมีคู่ ทีมงาน UNLOCKMEN ก็ขอสนับสนุนให้คุณพยายามปลดล็อคศักยภาพของตัวเอง ทำตัวให้เท่ ให้คูล สมกับเป็นชายชาตรีเข้าไว้
ใคร ๆ ก็อยากจะมีอายุยืนยาวไปถึงโลกหน้า ยิ่งยืนยาวได้โดยไม่ต้องทรมานทรกรรมตัวเองด้วยการออกกำลังกาย การกินอาหารที่มีประโยชน์ การงดเครื่องดื่มมึนเมา ยิ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายอย่างเราอยากรู้ ดังนั้นวันนี้ UNLOCKMEN จะไม่เสนอขายวิธีบ้าน ๆ เบ ๆ อย่างที่ที่อื่นเขานำเสนอกัน เพราะใครก็รู้อยู่แล้วว่าการออกกำลังกาย การกินอาหารดีมีประโยชน์มันช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เราเลยจะรวมวิธีประหลาด ๆ ที่เราไม่คิดว่าจะเป็นต้นเหตุให้อายุยืน แต่งานวิจัยบอกว่าถ้าทำแล้วจะอายุยืนมาฝากกัน แค่เป็นเจ้าของหมาก็อยู่ได้นานขึ้น จากการศึกษาประชากรชาวสวีเดน 3.4 ล้านคน โดยมีทั้งคนที่เลี้ยงหมาและคนที่ไม่ได้เลี้ยง ผลปรากฏว่าการเลี้ยงหมามีส่วนสำคัญต่ออัตราการเสียชีวิตของคน เพราะคนเลี้ยงหมามีอัตราการตายต่ำกว่าคนไม่เลี้ยงหมาถึง 33% รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดในปริมาณที่ต่ำกว่าอีกกลุ่มร้อยละ 11 เลยทีเดียว ถ้างง ๆ ว่าทำไมผู้วิจัยเขาก็ให้คำอธิบายว่าคนที่เลี้ยงหมานั้นมีแนวโน้มที่จะออกไปเดิน ออกไปสูดอากาศข้างนอกมากกว่า มีแนวโน้มที่จะไม่นั่งติดโซฟา ติดที่เพราะบรรดาหมา ๆ จะเร่งเร้าให้เราพามันออกไปเดินเล่น ดังนั้นก็ไม่น่าแปลกใจที่จะได้ยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกายแบบไม่ทันรู้ตัวไปในคราวเดียว ดื่มกาแฟลดความเสี่ยงที่จะตายไว นี่คืออีกหนึ่งการสำรวจที่ยาวนานไม่ใช่เล่น ๆ เพราะเขาติดตามการใช้ชีวิตของคน 20,000 คนเป็นเวลา 10 ปี ผลปรากฏว่าตลอด 10 ปี มีคนเสียชีวิต 337 คน
ปฎิเสธไม่ได้ว่าการเป็นพนักงานออฟฟิศจำเป็นจะต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน ซึ่งมันทำให้คุณต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคสุขภาพต่าง ๆ เร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพราะจากงานศึกษาหลายชิ้นระบุตรงกันว่าคนที่นั่งอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลา 8 ชั่วโมงขึ้นไปมีโอกาสเสียชีวิตเร็วกว่าคนที่ต้องทำงานแบบเคลื่อนไหวถึง 4 เท่า ตัวอย่างเช่นจากงานวิจัยเรื่องหนึ่งของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียประเทศสหรัฐอเมริกาได้กล่าวว่าการนั่งเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน เพศใด ก็ตาม เนื่องจากพฤติกรรมเหล่านี้อาจก่อให้เกิดภาวะความไวต่ออินซูลินซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาระดับกลูโคสในเลือด หรือทำให้การเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายน้อยลง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคอ้วน และนำพาโรคอื่น ๆ ตามมาได้ สำหรับทางแก้ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำคือ หนุ่มออฟฟิศควรลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาเดินเล่นทุกครึ่งชั่วโมงเป็นระยะเวลาประมาณ 5 นาที อีกทั้งระหว่างใช้คอมพิวเตอร์พยายามกะพริบตาบ่อย ๆ และพักสายตาจากแสงของจอทุก 10 นาที และถ้าเป็นไปได้หาเวลาว่าง 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการไปออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายจากการทำงานบ้าง เท่านี้ชาว UNLOCKMEN ก็จะสามารถห่างไกลจากออฟฟิศซินโดรมที่นำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ Source
ช่วงสุดสัปดาห์แบบนี้เราเชื่อว่าหลายคนคงจะมีนัดกับก๊วนเพื่อนเพื่อไปแสวงหาความบันเทิงในยามค่ำคืนตามผับ บาร์ ต่าง ๆ โดยก่อนไปเราเองก็เตรียมท้องให้พร้อม จัดหนักข้าวมือใหญ่ไปแล้ว แต่ยังงงว่าทำไมเวลาที่ออกไปดื่มสังสรรค์ทีไร ถึงต้องสั่งกับแกล้มมากินตลอด พอเวลาเช็คบิลออกมาค่าอาหารแพงกว่าค่าเครื่องดื่มเสียอีก เนื่องจากสั่งอาหารมากินเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกอิ่ม ซึ่งสาเหตุทั้งหมดหารู้ไม่ว่ามาจากฤทธิ์ของ สุรา เมรัย ที่เราได้กระดกเข้าไป ดังนั้นวันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จะมาเปิดเผยข้อมูลว่าทำไม หนุ่ม ๆ อย่างเราเมื่อดื่มเครื่องดื่มมึนเมาแล้วจึงรู้สึกหิวชนิดที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกอิ่มเสียที มันเป็นเรื่องน่าเร้นลับอย่างมาก เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกือบทุกประเภทจัดได้ว่าเป็นเครื่องดื่มพลังงานสูงที่มีจำนวนแคลอรี่มาก โดยเฉพาะเบียร์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวแทบจะเทียบเท่าอาหารจานหลักเลยทีเดียว แต่คนดื่มเข้าไปกลับรู้สึกหิวอย่างต่อเนื่อง จากผลวิจัยตัวใหม่จากวารสาร Nature Communication กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างการดื่ม ที่ไปส่งสัญญาณเปิดโหมดความอยากอาหาร และกระตุ้นความหิวโซในตัวของคุณ แม้ว่าคุณจะเพิ่งกินข้าวมื้อหนักไปก่อนหน้านี้ก็ตาม โดยนักวิจัยชื่อ Denis Burdakov ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน Francis Crick ได้ทดลองฉีดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปให้หนูทดลอง และเฝ้าศึกษาระบบสมองของมัน ปรากฎว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนสำคัญที่เข้าไปจุดประกายกระตุ้นเซลล์ประสาทสมองตัวหนึ่งที่ชื่อ Agouti-related peptides หรือ AgRP ที่มีผลทำให้หนูเกิดอาการตื่นตัว หิว และอยากกินอาหารอย่างบ้าคลั่งแบบที่ไม่รู้ว่าไปอดอยากมาจากไหน จากนั้นทีมวิจัยยังได้ทำการศึกษาต่อโดยการใส่สารบล๊อคเซลล์ AgRP ให้กับหนูทดลอง จากนั้นก็ลองฉีดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เข้าไปใหม่ ปรากฎว่าหนูตัวนั้นไม่ได้มีความอยากอาหารแต่อย่างใด จึงเป็นสาเหตุที่เป็นไปได้สูงว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เป็นต้นเหตุในการกระตุ้นเซลล์ความยากอาหารนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการศึกษาของ
ความโกรธของคนเรานั้น เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้ง่าย แถมในบางครั้งนั้นมันยังรุนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ว่าอารมณ์โกรธของมนุษย์จะเป็นหนึ่งในสภาวะอารมณ์ที่ต้องมีตามธรรมชาติ แต่คุณรู้หรือไม่ว่ามันสามารถทำให้เกิดปัญหาตามมาได้เยอะแยะมากมายเกินกว่าที่คาดคิด โดยเฉพาะกับร่างกาย และสมองของเราที่พวกเราไม่เคยใส่ใจมาก่อน ความโกรธในแต่ละคนนั้น อาจจะมีอาการ และการแสดงออกที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงความรุนแรงของความโกรธก็ไม่เท่ากันอีกด้วย แต่ถ้าหากพูดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมอง และร่างกายของเราแล้วล่ะก็ กลับเป็นที่น่าประหลาดใจว่า ไม่ว่าคนเราจะเกิดความโกรธมากหรือน้อยเพียงใด ร่างกาย และสมองของเรากลับได้รับผลกระทบเท่า ๆ ทุกครั้งเมื่อเกิดอารมณ์ที่เรียกว่าความโกรธนี้ขึ้น เพราะฉะนั้น หากใครที่เป็นคนอารมณ์ร้อนหงุดหงิดง่าย หรือมีเพื่อนคนใกล้ตัวที่เอะอะอะไรนิดหน่อยก็ฟิวส์ขาดทันทีล่ะก็ เราขอแนะนำว่า ควรอ่านเรื่องที่เรากำลังจะนำมาเล่าในวันนี้กันซะเถอะ แล้วจะรู้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับสมอง และร่างกายของคุณบ้างหลังจากที่อาการหัวร้อนเข้าครอบงำ ประการแรกเลยที่ความโกรธจะส่งผลกระทบต่อสมอง และร่างกายของคุณก็คือ สมองส่วนที่มีชื่อว่า Amygdala ซึ่งมีหน้าควบคุมการตอบสนอง และควบคุมอารมณ์โกรธ รวมไปถึงการตัดสินใจในด้านการต่อสู้ที่ถูกผลกระทบจนทำให้เกิดความผิดปกติไป ผลกระทบนี้เอง ที่ส่งผลโดยตรงให้สัญชาติญาณการตอบสนองของคนเราเปลี่ยนไป เมื่อโดนความโกรธเข้าครอบงำเมื่อไหร่ การตอบสนองทางอารมณ์ที่ถูกแสดงออกมานั้นก็จะไวมากขึ้นเป็นพิเศษ ไวจนกระทั่งบางครั้ง คุณเองก็ยังไม่สามารถควบคุม หรือคิดก่อนที่จะทำลงมือทำอะไรบางอย่างลงไป เราจึงเห็นอยู่บ่อยครั้งว่า เมื่อหลังจากอารมณ์ความโกรธสงบลงแล้ว คนเราจะค่อย ๆ รู้สึกตัวอีกทีว่าทำอะไรลงไปในภายหลัง ดังนั้น จึงมีวิธีการป้องกันผลกระทบที่ส่งผลต่อสมองเนื่องจากความโกรธออกมา โดยต้องมีสติอยู่เสมอ คอยจับตาดูความโกรธของตัวเองอยู่เสมอว่า ความโกรธเริ่มเข้าครอบงำแล้วรึยัง ถ้าหากว่า เริ่มรู้สึกมาคุ ๆ นิด
คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ร่ำรวย คนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ แต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลกคือคนที่มีความสบายใจเท่านั้นเอง ซึ่งเงินมากมายสักกี่ล้านก็ไม่สามารถซื้อความสบายใจนี้ได้ ทีมงาน UNLOCKMEN ขอนำตัวอย่างเรื่องราวผู้ชายที่เลือกตามใจตัวเองเพื่อแสวงความสุขในแบบฉบับ It’s My Life มาเล่าให้ฟัง เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ทีมงานมีโอกาสได้ไปอ่านข่าวของนักฟุตบอลคนหนึ่งชื่อ Dani Osvaldo ที่อยู่ดี ๆ ก็ประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 31 ปีเอาซะดื้อ ๆ ซึ่งถือว่าตัวเขายังอายุน้อยมากเกินกว่าที่จะตัดสินใจจบอาชีพการค้าแข้งไว้เพียงเท่านี้ เพราะทั้งชื่อเสียงและความสามารถของเขาที่มีอยู่ ยังสามารถใช้ออกไปหากินโกยเงินได้สบาย ๆ อีกหลายปี โดย Dani Osvaldo ให้เหตุผลแบบติสต์แตกถึงการตัดสินใจในครั้งนี้ว่าเขาตื่นมาวันหนึ่งแล้วพบว่าฟุตบอลมันน่าเบื่อ “ผมเริ่มเกลียดในสิ่งที่รักมาตลอด ซึ่งผมคิดว่าการหันหลังให้กับฟุตบอลเป็นการให้เกียรติแล้ว ตอนนี้ผมขอเลือกบาร์บีคิวกับเบียร์มากกว่าเงินทอง” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Dani Osvaldo มีพฤติกรรมห่าม ๆ เพราะเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว ขณะที่เขาหมดสัญญากับทีมเก่า โค้ชได้พยายามติดต่อเพื่อดึงเขาไปเล่นฟุตบอลอีกครั้ง แต่ Dani ได้ตอบกลับไปว่า พอดีมันมี Cosquin Rock Festival ผมคงพลาดมันไม่ได้จริง ๆ ทำให้ในปัจจุบัน Dain Osvaldo เลือกหันหลังให้กับวงการฟุตบอลอย่างถาวร และไปทุ่มเทตัวเองในฐานะร็อคเกอร์อย่างเต็มตัว โดยไม่รู้ว่าอนาคตจะมีเงินประทังชีวิตหรือไม่ การที่เรานำเรื่อง


