ถ้าคุณกำลังเหี่ยวเฉาเป็นผักในตะกร้าที่ถูกทิ้งค้างคืนไว้สามวัน ถ้าคุณกำลังหมดหวังเหมือนชีวิตจะไม่มีการเริ่มต้นใหม่ ๆ อะไรใหม่ ๆ อีกแล้ว ถ้าคุณกำลังรู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างน่าเหนื่อยหน่ายจนอยากจะนอนอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรให้รู้แล้วรู้รอดไป คุณมาถูกทางแล้วเพราะวันนี้ UNLOCKMEN เป็นห่วงผู้ชายแห้งเหี่ยวที่ขาดแคลนแรงบันดาลใจดี ๆ เราเลยอาสาหอบเอา TED Talks ที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณพร้อมจะฮึดก้าวต่อไปทำอะไรบางอย่าง รู้สึกว่ามีความหวัง รู้สึกว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ มองตัวเองแบบใหม่ ดังนั้นอย่ารอช้ามาตะลุยฟัง ตะลุยเรียนรู้ ตะลุยหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กันดีกว่า TED’s secret to great public speaking เราทุกคนล้วนต้องเคยพรีเซนต์งาน พูดในที่สาธารณะ หรือแสดงปาฐกถาเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อหน้าคนสักกลุ่มมาแล้ว แค่ปัญหามือสั่นเป็นเจ้าเข้า ลิ้นพันกันสิบตลบจนพูดไม่รู้เรื่องก็หนักหนามากพอตัวอยู่แล้ว แล้วปัญหาสุดยิ่งใหญ่อย่างการพูดอย่างไรให้มันฟังดูแล้วทุกคนพูดตรงกันว่านี่โคตรเจ๋งเลยก็เป็นอีกเรื่องที่เราแทบจะไม่มีเวลามาคิดถึงเลย แต่ไม่ต้องห่วงไปเพราะวันนี้ Chris Anderson ผู้เป็นคิวเรเตอร์และได้นักฟังคนพูดเจ๋ง ๆ ในงาน TED Talks มากว่า 12 ปี
ท่ามกลางความวุ่นวายในกรุงเทพมหานคร ต้องยอมรับว่าที่อยู่อาศัยถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สามารถกำหนดรูปแบบจังหวะชีวิตของคนเมืองอย่างเรา ๆ ได้เป็นอย่างดี ด้วยรูปแบบวิถีชีวิตหลักของผู้คนส่วนใหญ่ ที่หลีกหนีการเดินทางเข้าเมืองได้ยาก ด้วยภารกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ทำธุรกิจ หรือแม้กระทั่งวันพักผ่อน ที่ยังไงก็เลี่ยงการเข้าไปใช้ชีวิตซึ่งมี Lifestyle ผูกอยู่กับห้างสรรพสินค้า ร้านรวง รวมถึงสถานที่ต่าง ๆ ใจกลางเมืองไม่ได้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ใครต่อใครต่างก็อยากหาที่อยู่อาศัยที่มีพิกัดอยู่ใจกลางเมือง หรือมีทำเลใกล้กับรถไฟฟ้า เพื่อให้จังหวะชีวิตที่รีบเร่งเคร่งเครียดนั้นผ่อนคลายลง กับการเดินทางในเมืองที่สะดวกสบาย สามารถประหยัดเวลาในการเดินทาง รวมถึงกำหนดเวลาวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น และเมื่อมีความต้องการสูง แน่นอนว่าราคาค่างวดของพื้นที่ Prime Area ที่มีค่ายิ่งกว่าทองเหล่านั้น ต่างถูกจับจองไปพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมน้อยใหญ่ ที่มีราคาต่อตารางเมตรโหดใช่ย่อย ยิ่งในพื้นที่แถบสีลม, สาทร, พระราม 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ CBD ศักยภาพสูงยิ่งไม่ต้องพูดถึง กับราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของคอนโด Hight Rise แนวรถไฟฟ้า ที่ราคาทะลุ 1.5 แสนบาท ไปจนถึง 4 แสนบาท แล้วแต่ความหรูหราไฮโซของโครงการ ทำให้ใครที่วางแผนอยากมีคอนโดใจกลางกรุงใกล้รถไฟฟ้า อาจต้องถอดใจ ถอยไปมองหาทำเลในซอย หรือถอยไปไกลหน่อยในทำเลเกาะแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย แต่จริง ๆ
UNLOCKMEN ขอพนันได้เลยว่าผู้ชายแทบทุกคนต้องเคยเห็นรูปของ Bob marley หรือชายผิวสีท่าทางโคตรเท่แบกทรงผมขดยาวพร้อมมาดนักดนตรีผู้ทรงพลัง มากไปกว่านั้นหลายคนอาจจะรู้ว่าเขาเป็นราชาเร็กเก้ชื่อก้องโลกที่เราต่างเคยฟังเพลงของเขามาแล้วทั้งนั้น UNLOCKMEN ขอพนันอีกว่ารูปที่พวกเราเคยเห็นผ่านตานั้นถ้าไม่ใช่รูปที่แปะอยู่บนพื้นหลังเขียวแดงเหลือง ก็คงเป็นรูปจับไมค์ร้องเพลงอยู่บนเวที แต่คราวนี้นิทรรศการรูปถ่ายที่ถูกจัดแสดงที่ London’s Dadiani Fine Art ประเทศอังกฤษ นำภาพถ่ายของราชาเร็กเก้ช่วงปี 1973 มาจัดแสดง โดยรูปถ่ายส่วนใหญ่เป็นอิริยาบถธรรมดาสามัญที่ทำให้เราเห็นตัวตนของเขาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น Bob Marley: A Rebel Prophet หรือนิทรรศการภาพถ่ายสุดเสรีของราชาเร็กเก้เป็นนิทรรศการที่ถูกจัดขึ้นโดย Esther Anderson ช่างภาพชาวจาไมก้า รวมถึงเป็นคนทำหนังและเป็นเพื่อนกับ Marley อีกด้วย Esther Anderson โชว์ภาพพอร์เทรตที่เขาเป็นคนถ่ายภาพ Marley กับมือก่อนที่ราชาเร็กเก้จะมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยภาพเหล่านี่ถ่ายใน Kingston ไม่ว่าจะเป็นที่ชายหาด บนถนนหนทาง หรือแม้แต่ที่บ้าน ภาพเหล่านี้สุดท้ายกลายเป็นภาพที่ Marley ใช้เสนอตัวเองกับค่ายเพลง Island Records ด้วยซ้ำ Esther Anderson ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า Bob Marley ก้าวข้ามเขตแดนของการเป็นนักดนตรีไปแล้ว แต่เขาเป็นเหมือนคนส่งสารที่สามารถสัมผัสได้ถึงผู้คนทั่วโลก เป็นบทกวีทั้งในอดีตและในอนาคต
ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ความสุข” คือสิ่งที่ทุกคนล้วนปรารถนา ต่างคนต่างก็พยายามเสาะแสวงหาวิธีการที่จะได้มาซึ่งวิถีแห่งความสุข และเมื่อพูดถึงปรัชญาความสุขอันแสนเรียบง่าย ในปัจจุบันเทรนด์ความสุขจากประเทศในแถบสแกนดิเนเวียก็กำลังมาแรงไม่แพ้กัน ด้วยความที่ประเทศในแถบนี้มักถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ซึ่งส่งผลมาถึงดัชนีชี้วัดความสุขที่ผู้คนในแถบสแกนดิเนเวียก็มีความสุขมากไม่แพ้ใคร เมื่อมาวิเคราะห์ว่าทำไมชาวสแกนดิเนเวียนถึงมีคุณภาพชีวิตดี ใช้ชีวิตมีความสุขกว่าชาวบ้านชาวช่อง คงต้องยกเครดิตให้ความเป็นรัฐสวัสดิการอย่างสมบูรณ์แบบ ที่แม้จะมีการจัดเก็บภาษีหนักหน่วง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือสิ่งที่รัฐซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ ประชาชนสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภค, การศึกษา, สาธารณสุข และอื่น ๆ อีกมากมายได้ฟรี อย่างทั่วถึง เท่าเทียม เปี่ยมด้วยคุณภาพ แต่ทั้งนี้อีกสิ่งหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการทำให้ดัชนีความสุขของชาวสแกนดิเนเวียนั้นพุ่งสูง แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ปัจจัยภายนอกเรื่องความอุ่นใจ ความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่มันคือหลักวิธีคิดที่ฝังรากลึกจนสะท้อนออกมาเป็นคาแรคเตอร์ของผู้คนในแถบนี้ ที่มีความเป็น Minimalist สูง ชื่นชอบความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย ใช้ชีวิตสบาย ๆ มีความสุขกับสิ่งง่าย ๆ รอบตัว ซึ่งมีคำอยู่คำหนึ่งในภาษาสวีดิช ที่เป็นคำจำกัดความของวิถีชีวิตแบบนี้ คำนั้นคือคำว่า “Lagom” LAGOM Lagom อ่านออกเสียงว่า ลา-กอม มีที่มาจาก “Lagom är bäst” คำที่ชาวสวีดิช รวมถึงผู้คนในแถบสแกนดิเนเวียคุ้นเคยกันดี เพราะมันคือสุภาษิตเก่าแก่ ที่สื่อสารใจความว่า “ความพอดีนั้นคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด” และถูกขยายความออกมาเป็น Quote ที่ว่า
บทความที่จะเขียนต่อไปนี้ไม่ได้เป็นการสนับสนุนใครให้นำไปใช้ในทางสาย Dark แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะปฎิเสธได้ว่าผู้ชายหลายต่อหลายคนนั้น ขาดทักษะนี้ไปในชีวิตซึ่งถือเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากสำหรับคนที่สูบบุหรี่ ยาเส้น หรือแม้แต่วัชพืชแห่งความฮา นั่นก็คือ ทักษะการม้วน หรือ Roll เพื่อให้ได้ Joint ที่สวยงาม การสูบยาสูบชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะใบยาสูบนอกนั้น มีความแตกต่างกับบุหรี่สำเร็จรูปโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ กลิ่น หรือฟีลลิ่งการสูบ ในต่างประเทศนั้นการม้วนกระดาษห่อใบยาสูบ หรือที่คนชื่นชอบความฮาจากการสูบวัชพืช จะรู้จักกันในนามว่า Joint นี้ ถือเป็นวิธีการที่ Classic ง่าย รวดเร็ว และสวยงาม อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก วันนี้เราจึงจะนำวิธีการสร้าง Joint ที่สมบูรณ์แบบเข้าขั้นมืออาชีพมาให้ทุกคนได้ดูกัน เพื่อเป็นการเสริมทักษะในชีวิตผู้ชายอย่างเรา ๆ และเพื่อช่วยให้ชีวิตของใครหลาย ๆ คนง่ายขึ้น รวมไปถึงลดความเดือดร้อนจากการโดนแอบตัดสายยางไปตอนกลางดึกของคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกด้วย The Complete Guide to Rolling Your Own Joints Different Papers ถ้าหากคุณเป็นมือใหม่ และยังซิงมากในด้านการทำ Joint แน่นอนว่า คุณจะต้องพบกับอุปสรรคอย่างหนักหน่วง
ก่อนเลื่อนลงไปอ่าน เราขอบอกไว้ก่อนเลยว่า นี่เป็นการแนะนำสำหรับคนที่มีวัยวุฒิเหมาะสม ไม่ได้ชี้โพรงให้น้อง ๆ ที่ยังหัวเกรียน หรือเป็นเด็กติ่งหู ที่ยังรับผิดชอบตัวเองไม่ได้ ใช้เป็นช่องทางการแอบไปซัดกันโดยที่ไม่ให้พอแม่จับได้แต่อย่างใด ทุกครั้งที่สาว ๆ ชวนผู้ชายไปเที่ยวค้างคืนที่ไหนก็ตาม เชื่อเถอะว่า คงมีแต่ควายเท่านั้นแหละที่จะปล่อยให้โอกาสทองอันล้ำค่าหลุดมือไป ถ้าเปรียบเป็นกองหน้า ก็คงเหมือนกับว่าได้โอกาสหลุดเดี่ยวเข้าไปพร้อมลั่นไกแบบเหน่ง ๆ ชนิดที่เตรียมใส่สกอร์รอได้เลยอะไรทำนองนั้น ดังนั้นเราจึงพบว่า จริง ๆ แล้ว ไม่ค่อยจะมีผู้ชายคนไหนปฎิเสธการไปเที่ยว หรือไปไหนก็ตามที่ต้องค้างคืนกับสาว ซึ่งแตกต่างจากเวลาที่พวกเธอชวนไปห้างสรรพสินค้า ที่สกอร์ก็ไม่ได้ใส่ แถมไร้กิจกรรมหรรษา เดินถือแต่ตะกร้าไม่ก็เข็นรถเข็นไปมา อยู่ครึ่งวันอันเป็นเหตุผลที่พวกเรามักปฎิเสธการเดินห้างอย่างแข็งขัน อย่างไรก็ตาม การไปเที่ยวค้างคืนกันก็ใช่ว่าจะราบรื่นเสมอไป เพราะบางครั้ง ถึงไปกันเพียงลำพัง 2 ต่อ 2 แต่ก็ต้องปวดใจเมื่อไปถึงที่พักแล้วพบว่า สถานที่มันไม่เอื้ออำนวยต่อการแสดงความรัก นอกจากนี้ ยังมีอีกสาเหตุที่ทำให้หลาย ๆ คนถึงกับหำหด เมื่อพ่อแม่ของฝ่ายหญิงนั้นทำการสะกดรอย หรือแอบติดสอยห้อยตามไปด้วย จนไม่สามารถจะทำอะไรได้สะดวกดั่งใจหวัง สุดท้ายฉากเลิฟซีนที่วาดไว้ก็ต้องพังลง ทั้ง ๆ ที่คุณกับเธอคนนั้นต่างก็รอคอย และวางแผนเอาไว้กันเป็นอย่างดีก็ตาม เพื่อไม่ให้แผนภารกิจรักล่ม วันนี้เราจึงมี 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณลึกซึ้งกับเธอคนนั้นได้แบบไร้ร่องรอย
เรามักถูกพร่ำสอนตั้งแต่เด็กว่าให้เรียนสูง ๆ จะได้เป็นเจ้าคนนายคนได้นั่งทำงานในห้องแอร์สบาย ๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องถูกต้องที่ผู้ใหญ่ปลูกฝังอยากจะให้เรามีชีวิตที่สุขสบาย ไม่ต้องทำงานแบกหามตากแดด ตากฝน แต่ขึ้นชื่อว่าการทำงานแล้วไม่มีอะไรที่ดีไปเสียทั้งหมด เพราะมันจะแลกไปด้วยการสูญเสียสุขภาพอะไรไปบางอย่างเช่นกัน โดยปัญหาสุขภาพกับพนักงานออฟฟิศแทบจะเป็นเงาตามตัวกันมาตลอด เมื่อคุณไม่ใส่ใจปล่อยปะละเลยมันเมื่อไหร่ ก็ได้เวลาพบแพทย์แทบจะทันที ดังนั้นชาว UNLOCKMEN ควรจะเรียนรู้ปัญหาสุขภาพใกล้ตัวที่พอจะสามารถป้องกันไว้ไม่ให้ลุกลามจนเกิดเป็นโรคภัยต่าง ๆ ตามมาได้ นั่งหลังค่อมทำให้เครียด การนั่งในลักษณะหลังตรงไม่เพียงช่วยลดอาการปวดเมื่อย และเสริมบุคลิกภาพที่ดี แต่การนั่งตัวตรงนั่นช่วยสามารถทำให้อารมณ์ของคุณดีอีกด้วย เพราะนักวิจัยจากนิวซีแลนด์ได้ลองศึกษาให้ผู้ทดลองนั่งทำงานในระนาบที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่หลังค่อม ปานกลาง จนไปถึงหลังตรง ซึ่งผลที่ได้คือคนนั่งหลังค่อมมักมีภาวะซึมเศร้า เบื่อหน่าย ไม่มีชีวิตชีวาเท่าที่ควร ต่างจากผู้ทดลองที่นั่งหลังตรง พวกเขานอกจากจะไม่มีอาการเมื่อยล้ายังมีสุขภาพจิตที่แจ่มใสทำงานได้อย่างขยันขันแข็งอีกด้วย เกาไม่หยุด พาลหงุดหงิด อาการคันตามผิวหนังเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์ต้องเจอเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่ออากาศเย็นตัวลงผิวหนังก็จะขาดความชุ่มชื้นทำให้เกิดอาการคันได้ แต่เชื่อไม่ว่าพอเกิดอาการคันมาก ๆ เราเองเนี่ยหละที่จะรู้สึกหงุดหงิด และไม่สบอารมณ์ ดังนั้นเราควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุคือไม่ให้เกิดการระคายบริเวณผิวหนัง พกโลชั่นไว้ที่โต๊ะทำงาน หรือนำผ้าอุ่น ๆ มาประคบร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคือง นอนไม่หลับ ชีวิตอาจพัง การนอนคือหัวใจสำคัญสำหรับการพักผ่อน ซึ่งทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้วว่าการนอนน้อยมันไม่ดีอย่างไร โดยมีหลายเหตุผลมากที่เราสามารถหยิบยกมาบอกได้ว่าทำไมคุณควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งเราขอนำเพียง 1 เรื่องสั้น ๆ ว่า หากคุณนอนน้อย หรือประสบปัญหาอาการนอนไม่หลับแล้วละก็
เมื่อลมหนาวพัดมากระแทกหน้ากระแทกตาเต็ม ๆ แรก ๆ เราอาจทนไหว แต่ด้วยบรรยากาศเหงาชวนเปล่าเปลี่ยว จากหนาวเฉย ๆ ก็กลายเป็นหนาวมาก จากหนาวมากภูมิคุ้มกันที่เคยดีก็ตัวสั่นงก ๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้น เพื่อไม่ให้ต้องเดินตัวสั่นจนเสียจริต หรือรู้สึกหนาวจนรับมือไม่ไหว UNLOCKMEN เอาวิธีรับมือกับลมหนาวอย่างไรให้อุ่นมาฝากกัน หาเครื่องดื่มคลายหนาว นี่เป็นการคลายหนาวขั้นเริ่มต้น ด้วยการพึ่งพาเครื่องดื่มใกล้ตัว โดยอาจจะเริ่มต้นจากชา กาแฟ ร้อน ๆ หรือน้ำอุ่น ๆ จิบไปทั้งวันสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย หรือถ้ารู้สึกว่าชากาแฟมันยังไม่พอก็ลองเครื่องดื่มร้อน ๆ อย่างน้ำขิง ที่ไม่ได้ร้อนแค่อุณหภูมิแต่มีฤทธิ์ร้อนวูบวาบให้คลายหนาวกันไปได้เยอะแน่ ๆ แต่ถ้าไม่ใช่สายสุขภาพแล้วล่ะก็เบียร์สักแก้วสองแก้วก็พอให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาได้เหมือนกัน พาตัวเองไปปาร์ตี้ ปาร์ตี้ที่ไหนจะมีคนมาแค่คนสองคนล่ะจริงไหม? บางทีเราก็แยกไม่ออกหรอกว่าที่หนาว ๆ อยู่นั้น หนาวจริงสักกี่เปอร์เซนต์ แต่ถ้าถามว่าเหงาไหม อาจจะทั้งหนาว ทั้งเหงา ปน ๆ กันไปก็เป็นได้ การไปปาร์ตี้ที่มีผู้คนมากมายจึงไม่ใช่แค่คลายหนาว แต่คลายเหงาได้ด้วย คนรายล้อมขนาดนั้น เครื่องดื่มขนาดนั้น การเต้นสุดเหวี่ยงขนาดนั้น รับรองว่าหายหนาวไปหลายระดับ ออกกำลังกายคลายหนาว ถ้าไม่ใช่สายปาร์ตี้ UNLOCKMEN ก็เผื่อทางเลือกไว้ให้ หรือจะปาร์ตี้ด้วยแต่เช้ามามันก็ยังหนาว
วินาทีที่ UNLOCKMEN กำลังตั้งใจเขียนบทความนี้อยู่นั้นมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังวิ่ง เขาวิ่งมาเป็นระยะทาง 204.30 กิโลเมตรแล้ว และการวิ่งของเขาไม่ได้เป็นการวิ่งเพื่อตัวเอง แต่การวิ่งของเขาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ที่ขณะนี้มียอดเงินบริจาค 84 ล้านบาทแล้ว ก้าวคนละก้าว กับยอดบริจาคที่ไม่หยุดก้าว ‘ตูน บอดี้สแลม’ หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย คือผู้ชายที่กำลังวิ่งอย่างไม่หยุดยั้งคนนั้นที่เราพูดถึง ผู้ชายที่กล้าที่จะก้าว ไม่ใช่เพียงแค่ก้าววิ่งจากเบตงไปแม่สาย แต่เป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของการทำเพื่อคนจำนวนมาก ก้าวของการไม่ได้นึกถึงตัวเอง ก้าวแห่งความเท่ที่ UNLOCKMEN ต้องขอปรบมือให้ เช้าวันที่ลมหนาวพัดเข้ามาเยี่ยมเยือนกรุงเทพฯ ให้ใครหลายคนอยากซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม ก้าวทีละก้าวของตูนก็กำลังมุ่งไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง สวนทางกับยอดบริจาคที่พุ่งไปที่จำนวน 84 ล้านอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 6 วันเต็ม ซึ่งที่ถือเป็นเงินจำนวนที่เยอะมาก เมื่อเทียบกับเวลาที่ไม่ได้มากตาม แต่ไม่ใช่การวิ่งอย่างเดียวที่ตูนเสียสละแต่เป็นสิ่งที่ประเมิณค่าไม่ได้อย่างสุขภาพตัวเองด้วย วิ่งเพื่อสุขภาพ (คนอื่น) ตูน-อาทิวราห์ เริ่มออกวิ่งด้วยเหตุผลเหมือนคนทั่วไปคือวิ่งเพื่อสุขภาพกายสุขภาพใจของตัวเอง จนกระทั่งความฝันเริ่มยิ่งใหญ่กว่าการวิ่งเพื่อสุขภาพ และความฝันของเขาไม่ได้เป็นไปเพื่อสุขภาพตัวเองอีกต่อไปแต่เป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพคนอื่น ที่จะได้ใช้ประโยชน์จาก 11 โรงพยาบาล แต่ทุกสิ่งย่อมมีการแลกเปลี่ยนเมื่อเขาตัดสินใจวิ่งเพื่อสุขภาพคนอื่น อะไรในสุขภาพตัวเองที่เขาต้องแลกไปบ้าง UNLOCKMEN อยากชวนให้ซึมซับความยิ่งใหญ่ของผู้ชายคนนี้ไปพร้อม ๆ
บางครั้งวงเหล้าในหมู่เพื่อนที่กินกันจนเมาแบบกรึ่ม ๆ มักจะมีเพื่อนสักคนที่พูดภาษาอังกฤษขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทั้ง ๆ ที่ในวงเหล้าวงนั้นก็ไม่ได้มีชาวต่างชาติ บทสนทนาก็ยังไม่มีตรงไหนที่บอกว่าให้พูดจาด้วยภาษาอื่น แถมพูดคล่องจนคนในวงตกใจว่าแอบไปฝึกภาษามาจากไหน ยิ่งถ้าเคยกินหลาย ๆ วงก็บอกได้เลยว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ ต้องมีคนเมาแล้วพูดภาษาอังกฤษขึ้นมาประจำ ตกลงเมาแล้วพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นจริงไหม UNLOCKMEN เอางานวิจัยมาฝากกัน งานวิจัยชิ้นหนึ่งบอกเราว่าเบียร์สักไพน์ หรือไวน์สักแก้วสามารถช่วยให้เราพูดภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาแม่ได้ดีขึ้นจริง โดยภายใต้เงื่อนไขว่าต้องได้รับในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะแอลกอฮอล์มีส่วนลดการยับยั้งชั่งใจของเรา ซึ่งส่งผลให้เวลาเราพูดภาษาต่างชาติออกไปเราไม่มีความกังวล ความกลัวว่าจะพูดผิด ไม่มีความลังเลใจที่จะพูดออกไป แต่ในทางกลับกันเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ก็มีผลต่อการทำงานด้านความรู้ความเข้าใจของสมอง แถมส่งผลเสียต่อความจำ และอาจนำไปสู่ความมั่นใจที่สูงเกินไป รวมถึงการประเมิณตัวเองสูงเกินจริง เราเลยอดสงสัยไม่ได้ว่าตกลงแล้วแอลกอฮอล์ทำให้เราพูดภาษาอื่นได้ดีขึ้น หรือจริง ๆ เราก็แค่กล้ามากขึ้นกว่าเดิม? งานวิจัยที่ชื่อ Dutch courage? Effects of acute alcohol consumption on self-rating and observer ratings of foreign language skills ที่ได้รับการตีพิมพ์ลง Journal of Psychopharmacology ทำการทดลองโดยการใช้กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชาวเยอรมันจำนวน 50 คนโดยทุกคนเรียนอยู่ที่ Maastricht


