เพราะแนวโน้มมีคนทั่วโลก รวมถึงคนไทย “หัวใจอ่อนแอ” เพิ่มขึ้นทุกปี… ไม่ใช่เพราะอกหัก รักคุด ชีวิตสุดดราม่าแต่อย่างใด แต่หัวใจอ่อนแอนี้ เป็นเพราะเดินไปฟิตเนสยากกว่าเดินไปยืนรอคิวร้านชาบู หรือ นั่งทำงานติดโต๊ะ ไม่ค่อยลุกเดินไปไหน พอเครียดก็สูบบุหรี่ให้รีแลกซ์สักมวนสองมวน หรือไม่พวกเครียดก็ไปลงกับการกินไม่ยั้ง หรือแบบพวกมือไม้สั่นน้ำลายสอเมื่อเห็นชีสยืด ๆ หมูสามชั้นที่ปิ้งย่างกรอบ ๆ ไข่ปูดองสุดฟิน มันกุ้งเผาเยิ้ม ๆ หมึกนึ่งมะนาวเนื้อเด้ง ๆ แซ่บ ๆ หรือไก่ทอดกรอบฟินที่ตรงหนัง ด้วยพฤติกรรมที่ว่ามาคือใช่เกือบทั้งหมด แทบจะฟันธงได้ว่าคุณเป็นพวกหัวใจอ่อนแอแน่ ๆ ยิ่งถ้ามีอาการเคยเจ็บแปล๊บคล้ายของแหลมทิ่มแทง หรือรู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจไม่ออก แน่นกลางอกเหมือนมีของหนักทับอยู่ แต่ไม่ใช่กรดไหลย้อน คือยิ่งใช่เลย เราขอต้อนรับคุณสู่สมาชิกชมรมคนหัวใจอ่อนแอ 1 ใน 2.6 แสนคนทั่วไทย สถิติล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขไทยพบว่า โรคหัวใจขาดเลือดเป็นสาเหตุที่ทำให้คนไทยจากโลกนี้ไปเฉลี่ยชั่วโมงละ 6 คน หรือปีละกว่า 54,000 คน กลายเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับ 3 รองจากโรคมะเร็ง และอุบัติเหตุด้วยซ้ำ ในบรรดาสาเหตุการสูญเสียของคนไทยทั้ง 3 อันดับ โรคหัวใจขาดเลือดนับเป็นสาเหตุที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันฉุกเฉินขึ้นมาแล้ว มีโอกาสรอดมากกว่า
มีคนบอกไว้ว่า ผู้ชายก็ไม่ต่างอะไรกับ “กระเบื้อง” ที่มีเสน่ห์ เปี่ยมด้วยความแข็งแรง ทนทาน มีลวดลาย (และลีลา) หลากหลายน่าค้นหา แถมยังดึงดูดสายตาสาว ๆ ให้อยากเข้าไปสัมผัสใกล้ ๆ ยิ่งถ้ามีโอกาสเลือกคบกันเป็นคนรู้ใจ สาว ๆ ก็อยากให้อยู่ด้วยกันได้ยืดยาว ไม่ก่อปัญหา ไม่ต้องมากลุ้มใจรื้อความสัมพันธ์แล้วเปลี่ยนใหม่บ่อย ๆ เหมือนกระเบื้องที่พวกเธอเลือกใช้ในบ้านนั่นแหละ แล้วหนุ่มเท่ที่สาว ๆ ถูกใจ จัดให้เป็นกระเบื้องคุณภาพดีจะเป็นผู้ชายแนวไหน และ มีบุคลิก มีสไตล์เป็นแบบไหนบ้าง เดี๋ยวเราจะมาบอกกล่าวเล่าเรื่องราวของตัวอย่าง 5 หนุ่มมาดเท่ ที่สาว ๆ ลงความเห็นแล้วว่า พวกเขาเหล่านี้นี่แหละใช่ กับบุคลิกลักษณะ ซึ่งหนุ่ม ๆ ที่อยากเป็นกระเบื้องในหัวใจของสาว ๆ ควรอ่านไว้เพื่อเป็นแนวทางในการปรับลุค สร้างบุคลิกทรงเสน่ห์ที่มัดใจสาวให้อยู่หมัดได้ไม่ยาก ส่วนสาว ๆ ที่มีหนุ่มข้างกายอยู่แล้ว ก็ลองเช็คดูได้ว่าหนุ่มข้างกายคุณมีลักษณะที่ใช่คล้ายคลึงกับกระเบื้องแบบไหน จะตรงกันกับไอคอนคนโปรดในดวงใจของคุณหรือเปล่า เชิญไปดูกันได้เลย ! Chris Hemsworth หนุ่มหล่อล่ำกำยำ พอพูดถึงหนุ่มหล่อล่ำ ภาพของคริส หรือ
ตั้งนาฬิกาปลุกก็แล้ว ตั้งสมาร์ทโฟนให้ปลุกแล้ว Snooze แล้ว Snooze อีกก็แล้ว ถึงขั้นให้แม่ให้แฟนโทรมาปลุกก็แล้ว ก็ยังนอนตื่นสายได้จนคนรอบข้างพากันเอือมระอา ใครที่ประสบปัญหาชวนโลกแตกแบบนี้ UNLOCKMEN อยากตบบ่าคุณเบา ๆ พร้อมบอกว่าเราเข้าใจคุณเพื่อน! แต่วันนี้เราจะไม่ปล่อยให้ใครต้องนอนตื่นสาย แล้วพลาดนัดหรือโอกาสดี ๆ อีกต่อไป ขอแค่ทำตาม 5 ขั้นตอนต่อไปนี้ คุณก็จะตื่นเช้า(ขึ้น)อย่างมีคุณภาพแน่ ๆ รับรอง! วางสมาร์ทโฟนในมือคุณลงเถอะ สมาร์ทโฟนเต็มไปด้วยประโยชน์เป็นล้านอย่างแบบที่เราไม่ต้องมาเสียเวลาสาธยายให้ฟัง แต่หลายครั้งสมาร์ทโฟนในมือก็ดูดเวลาและพลังชีวิตบางส่วนของเราให้สูญหายไปได้อย่างง่ายดายจนเราคิดไม่ถึง แต่ใครจะรู้ว่าสมาร์ทโฟนยังดึงดูดช่วงเวลาการนอนหลับอย่างมีคุณภาพของเราไปด้วย แสงสีฟ้าและสีขาวที่สาดออกมาจากจอสมาร์ทโฟนสุดรักของเรานั้นส่งผลกระทบต่อการนอนของเราโดยตรง เนื่องจากแสงเหล่านั้นทำให้เมลาโทนิน (ฮอร์โมนที่ช่วยเรื่องการนอนหลับ) หลั่งไม่ปกติ ดังนั้นถ้าอยากตื่นเช้าก็ต้องหลับให้มีคุณภาพ การงดการใช้สมาร์ทโฟ 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอนก็จะช่วยให้เมลาโทนินหลั่งได้ปกติขึ้นและช่วยให้คุณไม่อิดออดเวลาต้องตื่นตอนเช้า ปล่อยให้แสงตะวันปลุกคุณ เป็นไปได้ยากเหลือเกินที่คนเราจะสามารถนอนหลับได้ ทั้ง ๆ ที่แสงตะวันแยงตา แยงร่างไปทั่วสรรพางค์กาย ดังนั้นถ้าคุณอยู่ในห้องที่มืด ดำสนิท ป้องกันแสงอาทิตย์เข้ามาทุกทางไม่ว่าจะกี่โมงกี่ยาม เราก็รับประกันได้เลยว่าคุณจะนอนหลับแบบไม่สนเดือนสนตะวันอยู่อย่างนั้นเรื่อยไป ดังนั้นเพื่อให้ธรรมชาติปลุกเรา เราก็ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้แสงธรรมชาติเข้ามาส่องกระทบตัวคุณ ทั้งความร้อน และความเจิดจ้าก็ช่วยให้คุณตื่นได้เร็วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น เลิกกด Snooze ได้แล้ว อยากตื่น 7 โมงครึ่ง
ท่ามกลางความทันสมัย สะดวกสบาย ของมหานครใหญ่อย่างกรุงเทพฯ พื้นที่ซึ่งมีความเจริญแทรกซึมอยู่แทบทุกตารางนิ้ว แต่เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกเหมือนกันว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่กำลังเลือนหายไป สวนทางกับการพัฒนาที่กำลังรุดหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ และสิ่งนั้นคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากความสงบ ความเป็นส่วนตัว ที่แทบจะหาไม่ได้ในเมืองหลวงที่แสนวุ่นวายแห่งนี้ ยิ่งใครที่มีความต้องการอยากหาที่อยู่อาศัยในเมือง ที่เพียบพร้อมทั้งความสงบ ความเป็นส่วนตัว เพื่อตอบสนองการพักผ่อน เติมเต็มคำว่าที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริงในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ เรียกได้ว่านี่คือโจทย์หินที่หลายคนต้องพลิกแผ่นดินหากันจนท้อ แต่ความสงบในเมืองใหญ่แม้จะหายาก แต่ใช่ว่าจะไม่มีจริง เพราะล่าสุด UNLOCKMEN ได้มีโอกาสไปสัมผัสวิถีชีวิตการอยู่อาศัยระดับพรีเมียม ในโครงการ ASHTON RESIDENCE 41 เรสสิเดนซ์สุดหรูที่เร้นตัวอยู่ใจกลางกรุงซึ่งมีความสงบร่มรื่น ให้ความเป็นส่วนตัวสูง ที่เรายกให้เหนือกว่าความเป็นที่อยู่อาศัย ถือเป็น Rare Item สุดหายากที่ไม่คิดว่าจะมีพื้นที่แบบนี้อยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ทำให้ ASHTON RESIDENCE 41 เป็นเหมือนสิ่งล้ำค่าหายาก ตามคอนเซ็ปต์ “The Collectible” ของโครงการ นั่นก็คือทำเลที่ตั้งซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายในสุขุมวิท 41 ซอยที่สงบร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดสองข้างทาง แถมยังเป็นซอยตันตัดปัญหาเสียงรบกวนจากรถที่วิ่งผ่าน เพราะโครงการตั้งอยู่บริเวณท้ายซอยพอดิบพอดี เรียกได้ว่าสามารถปลีกวิเวกจากความพลุกพล่านของถนนสุขุมวิท แต่ก็ไม่ได้ตัดขาดจากชีวิตเมืองด้วยทำเลทองในย่าน The EM District ที่ซอยข้าง ๆ คือห้าง The
คนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง “คอนโด” คงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการอยู่อาศัย สำหรับการต้องตื่นแต่เช้าไป ทำงาน ตกเย็นมีนัดสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนสนิท ที่ร้านเก๋ๆ ย่านทองหล่อ วันหยุดพักผ่อนพลาดไม่ได้ต้องไปเดินห้าง ช้อปปิ้ง ดูหนัง ไปฟิตเนตออกกำลังกาย ที่สยาม หากคุณก็เป็นคนรุ่นใหม่ แต่ไลฟ์สไตล์ที่พูดมาข้างต้น ไม่ตรงกับการใช้ชีวิตของคุณ แล้วคอนโด มันจะตอบโจทย์ได้อย่างนั้นเหรอ? ในเมื่อมีเวลาว่างแล้ว คุณอยากกลับบ้านไป เปิด YouTube ดู Master Chef แล้วมีไอเดีย คิดค้นสูตรอาหารของตัวเอง ชอบอออกกำลังกาย ในพื้นที่โล่งๆ สีเขียว ไม่ชอบแย่งที่จอดรถกับใคร แสนสิริ ได้พัฒนานวัตกรรมการอยู่อาศัย จากปัญหา และการใช้ชีวิตจริงของผู้อยู่อาศัย เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันได้อย่างลงตัว ด้วยงานดีไซน์ที่โดดเด่น แต่มีครบฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถใช้ได้จริง เพื่อให้ลูกบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้ใช้ชีวิตแต่กับสิ่งดีๆ “Fill Your Life With Good” เพื่อให้การอยู่อาศัย ในคอนโดก็สามารถตอบโจทย์ได้หลากหลายไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ไม่ว่าคุณจะเป็น คนแบบ Party goer หรือคนที่ชอบอยู่บ้าน
คนยุคใหม่ ใส่ใจเรื่องความก้าวหน้ามากกว่าความสัมพันธ์ ต้องยอมรับว่าพวกเราอยู่ในยุคสังคมคนเหงาอย่างเต็มตัว คนทั้งโลกหันไปบูชาความสำเร็จ เศรษฐกิจการเงินในกระเป๋า ทำให้พวกเราพบหน้าเพื่อนฝูงและครอบครัวน้อยลง อัตราการมีลูกลดลงฮวบฮาบ แม้แต่ในประเทศที่หนัง AV ถูกกฎหมายอย่างในประเทศญี่ปุ่น กลับพบว่าอัตราการมีคู่ดิ่งลดลงฮวบฮาบ “เหงาจนแทบขาดใจ” คำนี้ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ผลวิจัยชิ้นใหม่ยืนยันว่าความเหงาทำให้คนเราตายได้จริง ๆ นะเออ ดังนั้นหยุดปลอบใจตัวเอง หรือนั่งรอโชคชะตาจะคาบเนื้อคู่มาปล่อยทิ้งไว้หน้าบ้าน รู้ไว้ด้วยว่าการใช้ชีวิตที่หว่าเว้ อยู่คนเดียวอย่างเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวใจทุกวัน มันทำให้เราตกอยู่ในข่ายเสี่ยงต่ออัตราการจากโลกนี้ไปเร็วกว่าคนมีคู่ มีสังคม ถึง 50% เลยทีเดียว นักสังคมวิทยาทั่วโลกได้ทำการวิจัยเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน มีผลที่น่าตกใจเกี่ยวกับคนเหงา ๆ อยู่หลายอย่าง เช่น รู้หรือไม่ว่าคนอเมริกัน 1/3 ใช้ชีวิตแบบเหงา ๆ (source: aarp.org) หรือคนอังกฤษจำนวน 18% ต่างมีปมเหงาเหมือนอยู่คนเดียว (source: redcross.org.uk) และนักสังคมวิทยา ได้ติดตามผลการวิจัยจากกลุ่มคนเหงา พบตัวเลขที่น่ากลัวว่า คนที่อยู่เหงา ๆ มีโอกาสเสียชีวิตเร็วกว่าคนมีสังคม (Socially Connected) อย่างเห็นได้ชัด ศาสตราจารย์ Julianne Holt-Lunstad แห่ง Brigham
เรื่องราวในแต่ละวันที่เราได้พบเจอในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีแต่ด้านลบเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวเศรษฐกิจถดถอย หรือเรื่องราววิถีชีวิตประจำวันที่ต้องพบเจอ กลับกลายเป็นว่าทุก ๆ วันนี้ หลายคนติดหลุมกับดักการใช้ชีวิต และข่าวสารมากมาย จนเผลอเสพความคิดแย่ ๆ เข้าไปเรื่อย การรักษาทัศนคติให้คงอยู่แบบบวก ๆ คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในการช่วยเพิ่มพลังให้กับตัวเราเองและคนรอบตัวเรา ดังนั้น UNLOCKMEN จะแนะนำเคล็ดลับและวิธีการคิดบวกติดตัวที่ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์อะไรเข้ามาในชีวิตของเราก็ตาม ทำวันใหม่ให้ดี การคิดบวกไม่ได้หมายถึงเพียงความคิด แต่รวมไปถึงการกระทำ เช่นเวลาช่วงเช้าที่แสนจะน่าเบื่อ ไม่อยากลุกออกจากเตียง การที่เราทำตัวเอื่อยเฉื่อยตั้งแต่เช้าอาจพาลให้ทั้งวันของเรากลายเป็นวันที่น่าเบื่อ เพราะงั้นลองหาวิธีช่วยเสริมประสิทธิภาพในตอนเช้าให้ดีขึ้น เช่นการเปิดเพลงโปรดสักเพลงที่ไม่ใช่ทำนองหดหู่ อวยพรให้เราเริ่มต้นวันใหม่ให้เป็นวันที่ดี แค่เพียง 1 นาทีหรือ15นาที มันจะช่วยเพิ่มความคิดบวกและช่วยให้เราอารมณ์ดีแบบไม่น่าเชื่อ กล้าเผชิญความเป็นจริง การคิดบวกไม่ใช่การหลอกตัวเองว่าทุกสิ่งมันต้องดีเสมอ แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ แล้วนำความเป็นจริงนั้นมาคิดในเชิงบวก ไม่กดดันหรือทำร้ายความคิดของตัวเอง เพราะถ้าเรายิ่งรู้จักยอมรับและคิดบวกกับมันมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะรับและเผชิญหน้าเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้มากขึ้น การสื่อสารด้วยความเข้าใจ ถ้าเป็นคนที่มีความคิดแบบ Negative Thinking ไม่เพียงแค่ตัวเรารู้สึกไม่ชอบใจเท่านั้น คนรอบข้างที่อยู่ข้าง ๆ ตัวเรา ก็พาลจะได้ Negative Thinking
ใคร ๆ ก็รู้ว่า การนอนหลับนั้นสำคัญมากต่อร่างกาย และเราต้องนอนให้เพียงพอต่อความต้องการ ในระยะเวลา 7-9 ชั่วโมง/วัน เพราะการอดนอนนอกจากจะลดประสิทธิภาพในทุก ๆ ด้านของร่างกายแล้ว มันยังนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ รวมไปถึงสมองในด้านของการตัดสินใจ และความสามารถในการจดจ่อมีสมาธิกับอะไรบางอย่างลดลง แต่เวลาในแต่ละวันที่มีถึง 24 ชั่วโมง บางครั้งมันก็ไม่เพียงพอกับคนบางคนที่มีงานมากมายสุมรออยู่ตรงหน้า จึงจำเป็นจะต้องฝืนเปิดตาเอาไว้ให้ได้โดยที่ไม่นอนเลยแม้แต่ชั่วโมงเดียว การฝืนความง่วงนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลย ถ้าหากคุณจำเป็นจะต้องอดหลับอดนอนเพราะสถานการณ์มันบังคับ วันนี้เรามีวิธีการที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดไปได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการวางแผนล่วงหน้า เพื่อให้ตัวเองมีพลัง และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลามาฝาก แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยนะว่า หลังจาก 24 ชั่วโมงอันยาวนานผ่านไปแล้ว คุณอย่าคิดที่จะฝืนอยู่ต่อไป และให้เข้านอนชดเชยเวลาการนอนที่หายไปให้ครบถ้วน Setting the Right Environment หากคุณรู้ตัวว่าจะต้องอดนอน และจะเผลอหลับไม่ได้อย่างเด็ดขาด ก่อนอื่นคุณต้องตัดขาดความสบายไปให้หมด เช่น เก้าอี้นุ่ม ๆ ที่เอนได้แบบสบายใจ, หมอนที่จะเอามาพิง หรือมากอดไว้ในขณะที่ทำงาน และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่เป็นที่ซุกหัวประจำอย่างห้องนอน หรือเตียงให้ไกลที่สุด พร้อมกับปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้ร้อนขึ้นกว่าปกติ แม้ว่าการปรับอุณภูมิให้ร้อนขึ้นจะทำให้คุณอึดอัด
เราเดินทางมาสู่ยุคที่มีคนเหงาล้นเมืองเต็มไปหมด บางคนมีคนอยู่ด้วยก็ยังเหงา แต่หลายคนที่เหงา ๆ เทา ๆ หว่อง ๆ ก็เพราะอยู่คนเดียว ไม่ว่าคุณจะต้องอยู่คนเดียวชั่วคราว อยู่คนเดียวเพราะตั้งใจ หรือบังเอิญต้องอยู่คนเดียวเพราะมีเหตุเลิกรากับคนข้างกายมา วันนี้ UNLOCKMEN อาสานำ 5 วิธีอยู่คนเดียวอย่างไรไม่ให้เหงามาฝาก รับรองว่าต่อไปนี้จะอยู่คนเดียวด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จัดห้อง จัดบ้าน จัดการตัวเองใหม่ การอยู่คนเดียวเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้จัดห้องตัวเอง หรือถ้าระดับใหญ่กว่านั้นก็คือการจัดบ้านให้เป็นไปตามที่ใจเราหวัง การจัดบ้านไม่จำเป็นต้องรีโนเวทใหม่ ลงทุนจำนวนมาก ๆ แค่เราจัดเฟอร์นิเจอร์แบบใหม่ จัดมุมใหม่ ๆ ให้น่าอยู่ ก็มีความหมายต่อความรู้สึกของเรามากแล้ว เพราะการอยู่คนเดียวประจำ อาจสร้างความจำเจในชีวิต เพราะฉะนั้นการจัดเฟอร์นิเจอร์หรือจัดบ้านใหม่ก็จะช่วยให้เรารู้สึกว่ามีอะไรที่เราชอบอยู่เสมอ และไม่จมอยู่กับบรรยากาศเหงา ๆ เดิม ๆ ออกจากคอมฟอร์ทโซน ศัตรูสำคัญของการอยู่คนเดียวคือการทำอะไรซ้ำซากในที่ที่เคยทำแล้วเกิดความเหงานั่นแหละ เพราะหลายครั้งเราทำอะไรเดิม ๆ ทำอะไรที่ทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่าเมื่อก่อนเราเคยทำอย่างนี้กับคนนั้น ตอนโน้นเราเคยกินข้าวกับคนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เราต้องตกอยู่กับกับดักทางความคิดที่เราขุดขึ้นเอง เราต้องพาตัวเองออกไปจากที่ที่เราเคยชิน พาตัวเองไปทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน อาจจะไปกินข้าวในร้านที่ไม่เคยคิดจะไปมาก่อน พาตัวเองไปทำกิจกรรมที่ปกติไม่คิดจะทำเลย ออกจากคอมฟอร์ทโซนเดิม ๆ ของเราซะ เป็นโอกาสดีที่ได้ทำความรู้จักตัวเองมากขึ้น การอยู่กับคนอื่นก็เป็นสิ่งที่ดี แต่หลายครั้งที่เรารับฟังและอยู่กับความคิดเห็นของคนอื่นจนลืมที่จะรับฟังความคิดเห็นจากหัวใจตัวเอง
เราเชื่อว่าผู้ชายทุกคนคงเคยเดทในชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน บางคนสมหวังสามารถเอาชนะใจผู้หญิงได้ตั้งแต่เดทแรก แต่บางครั้งก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ซึ่งเราเคยสงสัยไม่ว่าทำไมพอหลังจากเดทแรกปุ๊ป ฝ่ายหญิงถึงตีตัวออกห่าง หรือทำตัวเหมือนไม่อยากคุยกับเราแล้ว แม้เราจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องความรัก แต่สาเหตุทั้งหมดน่าจะมาการพฤติกรรมการเดทของคุณ เพราะเคยมีคนบอกว่าเดทแรกจะสามารถเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมาได้ ยิ่งเมื่อเวลาที่เราอยู่ใกล้กับคนที่ตัวเองชอบมากเท่าไหร่ ผู้ชายก็ยิ่งคาดหวัง พยายามอยากจะทำแต้มพิชิตใจเธอ จนบางทีอาจเผลอทำอะไรที่ไม่เข้าท่าออกไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นวันนี้ทีมงานจะขอมาแชร์พฤติกรรมที่ชาว UNLOCKMEN ควรระวังอย่าเผลอทำในเดทแรก เพราะถ้าหากทำแล้วผู้หญิงอาจจะร้องยี้ได้ ห้ามมองผู้หญิงคนอื่น แน่นอนในเมื่อคุณมาเดทกับเขา แต่ดันไปมองผู้หญิงคนอื่น มันเท่ากับว่าเป็นการเสียมารยาทอย่างมากที่สุด ซึ่งเราก็เข้าใจว่าบางทีก็มีเย้ายวนใจให้คุณหันไปมองอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยเราควรจะเก็บอาการนิดนึง อย่าแสดงออกมากนัก เพราะผู้หญิงเป็นเพศที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด หากเธอเห็นว่าคุณมีสายตาที่ล่อกแล่ก อาจทำให้เสียแต้มในการเดทครั้งนี้ได้ ดังนั้นพยายามโฟกัสกับคู่เดทของเราถ้าไม่อยากให้รักล่ม เป็นผู้ฟังที่ดี อย่าพูดเรื่องตัวเองเยอะ ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครชอบมาฟังเรื่องของเราหรอก เพราะถ้าพวกเธออยากรู้อะไรเกี่ยวกับเราเดี๋ยวก็ไปหาวิธีสืบเอาเองจนได้ ดังนั้นวิธีง่าย ๆ คือการเป็นผู้ฟังที่ดี คอยรับฟังในทุกเรื่องที่เธอกำลังพูดแม้คุณจะไม่เข้าใจมันเลยก็ตาม แล้วอย่าลืมเอาคำเชื่อมประโยคต่าง ๆ ไปด้วย เวลาที่ผู้หญิงเล่าอะไรมาจะได้ดูเหมือนว่าเราให้ความสนใจ และมีการโต้ตอบกับพวกเธอ ใจดีสปอร์ต ช่วยเพิ่มแต้มต่อให้กับคุณเห็น ๆ ธรรมเนียมแบบอเมริกันแชร์นั่นใช้ไม่ได้สำหรับสังคมไทยจงลืมไปซะ อีกทั้งขึ้นชื่อว่าเดทแรกแล้ว จนเตรียมเงินอะไรไปให้พร้อม หากไม่แน่ใจจริง ๆ กรุณาเช็คข้อมูลราคาของร้านอาหารที่เรากำลังจะไป เพราะบางทีการไปกินร้านอาหารที่ไม่รับบัตรเครดิต แล้วเราขอยืมตังผู้หญิงไปจ่ายก่อน ต่อให้เราจะจ่ายคืนทันทีที่เจอตู้ ATM แต่นั้นก็ทำลายภาพลักษณ์ของเราไปเรียบร้อยแล้ว


