คนเสพงานศิลปะหลายคนหลงเข้ามาในวงการ เดินอยู่ในแกลอรี่โดยไม่ทันได้จำชื่อของศิลปินด้วยซำ้ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร เพราะธรรมชาติเราใช้ใจสัมผัสผลงานก่อนชื่อเสียงเรียงนาม เราจดจำ ลายเส้น สีสัน เสียงดนตรี และความชอบได้ไวกว่าตัวคน แต่ด้วยเหตุผลที่จำไม่ได้ กว่าจะหากันเจอและติดตามผลงานต่อเนื่องก็กลายเป็นเรื่องเส้นผมบังภูเขา ทั้งที่งานศิลป์เหล่านั้นบางทีก็จัดอยู่ข้างบ้านหรือบนชั้นหนังสือที่เราเดินผ่าน คงจะดี ถ้ามีใครสักคนให้ตามไว้กันเหนียว หรือเปิดโลกทางศิลปะไทย? ใครคนที่ไม่ใช่ Van Gogh หรือ Leonado Davinci หรือศิลปินแห่งชาติเสียบ้างเพื่อเสพศิลป์แนวอื่น Ars of Art ครั้งนี้เราตั้งใจพาคุณไปจำชื่อศิลปินมือเก๋าสักคนที่ชื่นชอบจากสาขาที่สนใจในงาน “ศิลปาธร” ประจำปีพุทธศักราช 2562 งานรางวัลอันทรงเกียรติของศิลปินร่วมสมัยชาวไทยจากสาขาต่าง ๆ ที่เพิ่งสิ้นสุดการจัดแสดงที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา แม้งานจะจบลงแต่เราไม่พลาดเก็บบรรยากาศและผลงานที่น่าสนใจกลับมาฝากกัน ก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนว่าเหตุผลที่เราสนใจศิลปินทั้ง 7 จากงานศิลปาธรเพราะพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่แค่คนที่มีพรสวรรค์เข้าตากรรมการในปีนี้ แต่ยังเป็นศิลปินที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี การสร้างผลงานที่ดีโดดเด่นไม่ยากเย็น หากความหนาวของเส้นทางที่วิ่งต่อเนื่องต่างหากคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จ นที อุตฤทธิ์ (สาขาทัศนศิลป์) นที อุตฤทธิ์ เกิด 9 เมษายน 2513 จบการศึกษาศิลปบัณฑิต สาขาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์
Volkswagen กำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าของตัวเองเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้หนุ่ม ๆ หลายคนต้องเคยเห็น Volkswagen I.D. Buzz Concept ที่เตรียมผลิตในปี 2022 รวมถึงอีกหลายหลากโปรเจกต์ของรถยนต์ไฟฟ้าที่เตรียมตีตลาดรถยนต์พลังงานสะอาดในอนาคต ขณะเดียวกัน Volkswagen ก็ยังไม่ลืมรถรุ่นคลาสสิกของตัวเองอย่าง Bettle ที่แม้จะเลิกผลิตไปนานแล้ว แต่วันนี้ถูกจับมาโมดิฟายให้กลายเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ในชื่อ Volkswagen E-Beetle VW เต็มไปด้วยโปรเจกต์รถยนต์ไฟฟ้าที่เตรียมเปิดตัวออกมาในช่วง 2-5 ปีต่อจากนี้ ไม่ว่าจะเป็น Volkswagen I.D. Buzz Concept ที่จะตอบโจทย์หนุ่ม ๆ ที่ชอบเดินทางกับกลุ่มเพื่อนและ I.D. CROZZ Concept เอสยูวีครอสสไตล์โอเวอร์รวมถึง I.D. VIZZION รถสไตล์ซีดานที่น่าจับตามองไม่แพ้กัน นอกจากแผนสำหรับอนาคตแล้ว VW ยังจับรถโมเดลคลาสสิกอย่าง Beetle มาพัฒนาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยใช้ชื่อว่า E-Beetle Concept E-Beetle Concept เป็นความร่วมมือระหว่าง Volkswagen และ eClassics โดยแนวคิดคือการนำรถโมเดลคลาสสิกของ
ความเร็ว ความอิสระ และสายลมที่ปะทะร่างกาย ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของความรู้สึกที่ผู้ชายอย่างเราได้รับเมื่อขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ซึ่งเป็นพาหนะที่อยู่คู่กับเรามานานกว่า 130 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การขับขี่มอเตอร์ไซค์จะพัฒนาจนกลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่ผู้คนทั่วโลกหลงใหล ในขณะที่โลกค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนในการผลิตรถมอเตอร์ไซค์มากขึ้น อีกทั้งเป็นส่วนสำคัญในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงพาหนะสองล้อให้มีความล้ำสมัยแบบก้าวกระโดด แต่ในขณะเดียวกันรถมอเตอร์ไซค์ที่มีเรื่องราวและความคลาสสิก ก็ยังคงมีเสน่ห์ที่สร้างคุณค่า สร้างความแตกต่าง และสะท้อนบุคลิกของผู้ขับขี่ได้ดีที่สุด ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมสองล้อแห่งยุคสมัยปัจจุบันเข้ากับยุคเก่า จนเกิดเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เรียกว่า “Sport Heritage” หลายคนอาจสงสัยว่ามอเตอร์ไซค์สไตล์ Sport Heritage เกิดขึ้นได้อย่างไร? มีความเป็นมายังไง? วันนี้เราได้รับเกียรติจาก “คุณโอ๊ต- วราธร เจนจรัสสกุล” ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มสินค้ารถสปอร์ตประจำบริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของ Sport Heritage Motorcycles รวมถึงแนะนำรถคันใหม่ที่จะถูก Custom ออกมาให้พวกเราเห็นภาพของรถในสไตล์นี้ได้ชัดเจนมากขึ้น คุณโอ๊ตเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นรถมอเตอร์ไซค์สไตล์ Sport Heritage ของยามาฮ่าให้เราฟังอย่างน่าสนใจ โดยมีจุดเริ่มมาจากแกนสำคัญของแบรนด์ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเขาหลงใหลในรถมอเตอร์ไซค์ของยามาฮ่ามาโดยตลอด ข้อแรกคือ DNA ความสปอร์ต ซึ่งถือเป็นแกนหลักที่พวกเขาให้ความสำคัญเสมอมา โดยเฉพาะเรื่อง Performance ที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันว่ายามาฮ่ามีสมรรถนะไม่เป็นสองรองใคร แฟน Motorsport หรือคนที่ติดตามสุดยอดการแข่งขันในวงการ 2 ล้ออย่าง MotoGP
‘ศิลปะ’ เป็นศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดอีกแขนงหนึ่งของโลกที่ไม่เพียงสะท้อนความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ และแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานของศิลปิน หากยังเป็นสิ่งที่ช่วยจรรโลงจิตใจมนุษย์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย แล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่าแทบทุกรายละเอียดยิบย่อยในชีวิตเราล้วนมีศิลปะเกี่ยวพันอยู่เสมอ แม้ศิลปะจะไม่เคยหยุดอยู่กับที่และถูกนิยามความหมายใหม่ในบริบทที่แตกต่างกัน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ยังจำกัดศิลปะไว้เพียงในแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ติดภาพจำเดิม ๆ ว่าศิลปะต้องเป็นภาพวาดหรืองานประติมากรรมที่ตั้งตระหง่าน แต่ในความเป็นจริงแล้วศิลปะกว้างขวางมากกว่านั้น แล้วความสงสัยใคร่รู้ด้านศิลปะแขนงใหม่ก็พาเราเดินดุ่มมาหาคุณ ‘เบียร์-พันธวิศ’ คอลเลกเตอร์มือทองควบตำแหน่งพ่อมดแห่งวงการอีเวนต์ที่เชื่อเหมือนเราว่า ศิลปะไม่จำเป็นต้องอยู่ในแกลเลอรีเสมอไป มุมมองของคนเล่นของและศิลปะนอกแกลเลอรี “เบียร์-พันธวิศ” ถ้าเอ่ยชื่อนี้ในวงการอีเวนต์ เชื่อว่าหลายคนคงพอคุ้นหูกันอยู่บ้าง เพราะเขาคือหนุ่มนักสร้างสรรค์ที่มีไอเดียในหัวพลุ่งพล่านไม่รู้จบ เป็นเจ้าของบริษัทด้าน New Media & Interactive Media, บริษัทตกแต่งภายใน, บริษัทร่วมทุนรับเหมาก่อสร้าง หรือแม้แต่ดิจิทัลเอเจนซี่น้องใหม่ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ นอกจากตำแหน่งงานในหลากมิติอุตสาหกรรม สิ่งหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้คือคุณเบียร์ พันธวิศ ลวเรืองโชค เป็นหนึ่งในคอลเลกเตอร์ตัวยงที่รวบรวมของสะสมไว้เต็มโกดัง เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้คือศิลปะอย่างหนึ่งที่แตกแขนงแยกย่อย “ศิลปะมันไม่ใช่อะไรที่สูงส่ง แค่เป็นสิ่งที่คนเข้าถึงได้” “ตั้งแต่เด็ก ๆ มาจนถึงตอนนี้ ผมรู้สึกว่าคนที่ทำงานในแวดวงศิลปะกำลังถูกละเลย ไม่ว่าจะนักออกแบบ ศิลปิน หรืออาชีพอะไรต่อมิอะไร เพราะหากพูดถึงงานศิลปะ ผู้คนมักจะนึกถึงภาพวาดและงานประติมากรรมเท่านั้น แต่แก้วน้ำ เสื้อผ้า จานชาม ผ้าห่ม หรือเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นศิลปะเหมือนกัน หากอยู่ใกล้ตัวมากไปจนผู้คนมองข้าม แค่นั้นเอง” แรงบันดาลใจที่เปลี่ยน ‘คนเล่นของ’
คนเราทุกคนมักจะรู้สึกว่า ความสุขของเรานั้น จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสถานการณ์ภายนอก หรือเวลาที่เราได้อะไรบางอย่างตามความคาดหวัง แต่นั่นมันเป็นเหมือนการรอคอยให้ถูกหวย ซึ่งเราทำได้เพียงแค่ลุ้น และไม่สามารถควบคุมให้มันเกิดขึ้นด้วยตัวเองเอง มีหลายต่อหลายคนพูดเอาไว้ว่า ชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าจะมัวแต่รอ ดังนั้น มันจะดีกว่าไหม? ถ้าเราจะเลิกรอให้ความสุขมันเดินเข้ามาหาโดยที่เราไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่ และเปลี่ยนเป็นฝ่ายที่จะเดินเข้าหามันเองซะเลย How to Stay Happy No Matter What เราจะทำอย่างไรให้ความสุขมันคงอยู่กับเราไปตลอด? หลายคนคงเคยมีคำถามแบบนี้เกิดขึ้นมาในหัวกันแน่นอน แต่จะมีเพียงสักกี่คนกัน ที่ลงมือค้นหาคำตอบอย่างจริงจัง และได้คำตอบที่ถูกต้อง แต่วันนี้ชาว UNLOCKMEN ทุกคนจะไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูกค้นหาคำตอบที่ว่านั้นเอาเองกันให้ปวดกบาล เพราะเราได้นำเอา 6 วิธี ที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่มีความสุขทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม มาฝากกับชาว UNLOCKMEN ทุกคนถึงที่ หากใครที่อยากรู้ว่า ทำอย่างไรชีวิตถึงจะมีความสุขความสุขตลอดเวลาล่ะก็ นี่คือคำตอบที่จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน Don’t look for happiness — Radiate it เรารู้ดีว่ามันคงเป็นเรื่องยาก ถ้าหากจะให้คนเราแสดงออกว่ามีความสุข ทั้ง ๆ ที่ชีวิตเต็มไปปัญหา และเราก็คงไม่กล้าพูดว่า ปัญหาของใครเล็กน้อย ปัญหาของใครใหญ่หลวงกว่ากันแน่ ๆ
อัลบั้ม Definitely Maybe ของคณะ Oasis วงร็อกชื่อก้องโลก ผู้เป็นหนึ่งในหัวหอกแห่งวัฒนธรรม Britpop ถูกปล่อยออกมาครั้งแรกวันที่ 29 สิงหาคม ปี 1994 เท่ากับว่าเพิ่งครบรอบ 25 ปีไปหมาด ๆ แม้จะผ่านมาอย่างยาวนาน แต่บทเพลงในอัลบั้มยังถูกยกย่องว่ามีความยอดเยี่ยมเหนือกาลเวลา โดยเฉพาะเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง Live Forever, Cigarettes & Alcohol และ Supersonic ก็ยังเป็นที่รู้จักของเด็ก ๆ รุ่นใหม่ ไม่เคยถูกลืมเลือนไป ดั่งที่ โนล กัลลาเกอร์ เคยกล่าวไว้ว่า เพลงของเขาจะไม่ยึดติดกับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งมากเกินไป และต้องเป็นความจริงอันเป็นสากล จึงไม่แปลกที่เพลงของ Oasis ถึงยังสามารถครองใจผู้คนทั่วโลกได้ถึงยุคปัจจุบัน เรามาดูกันดีกว่า อัลบั้มที่ประสบความสำเร็จมากขนาดนี้จะมีอะไรเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรเจ๋ง ๆ ซ่อนอยู่บ้าง UNLOCKMEN ขอชวนคุณมาขุดคุ้ยหน้าประวัติศาสตร์แห่งยุค 90 นี้ไปพร้อม ๆ กัน Definitely Maybe คืออัลบั้มแรก แต่ออกตัวแรงจนน่าตกใจ อัลบั้มนี้ขายได้ถึง
ถ้าให้พูดถึงศิลปินที่โด่งดังในโลกนี้ ก็คงจะต้องมีชื่อของชายหนุ่มชีวิตสุดรันทดอย่าง Vincent Van Gogh อยู่ด้วยแน่นอน เพราะเขาเป็นชายผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่หลงเหลือผลงานไว้เป็นมรดกให้เหล่าคนรุ่นหลังเข้าถึง จากรูปภาพที่บอกเล่าความเศร้าและความรู้สึกโดดเดี่ยวได้อย่างชัดเจน ทั้งที่ผลงานภาพวาดของเขาเต็มไปด้วยสีสันสดใส ก่อนหน้านี้ UNLOCKMEN เคยถ่ายทอดชีวิตแสนเศร้าของ Van Gogh ไปแล้วใน (เรื่องเล่าที่สุดแสนจะรันทดของ VINCENT VAN GOGH ชายผู้เคยตัดหูซ้ายเพื่อโสเภณี) วันนี้เราจะมาพูดถึงงานอดิเรก ของสะสม ความหลงใหลคลั่งไคล้วัฒนธรรมและศิลปะการแกะไม้สไตล์ญี่ปุ่นของเขากันบ้าง แม้ไม่เคยมาเหยียบเกาะญี่ปุ่น แต่เขากลับตกหลุมรักสไตล์นิฮงจนหมดใจ Van Gogh เป็นชายที่มีอาการป่วยทางจิต เขาใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเข้าออกสถานบำบัดและโรงพยาบาล พร้อมกับวาดภาพเพื่อถ่ายทอดความรู้สึก Van Gogh เสียชีวิตด้วยอายุเพียง 37 ปี ทำให้ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยได้มาเยือนประเทศญี่ปุ่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้เขาจะไม่เคยเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แต่ Van Gogh ก็มีโอกาสเสพศิลปวัฒนธรรมธรรมของชาวญี่ปุ่นที่มหานครปารีสผ่านงานนิทรรศการงานเขียนและภาพวาดจากญี่ปุ่นมาจัดแสดงในยุโรป เมื่อผลงานจากฝั่งตะวันออกข้ามทวีปมาให้เขาได้ชมถึงที่ Van Gogh วัยหนุ่มผู้เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจแต่ไร้ชื่อเสียงก็พบกับศิลปะอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ศิลปินหนุ่มชื่นชอบงานศิลปะของญี่ปุ่นเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับผลงาน Woodcut หรือที่เรียกกันว่า ภาพพิมพ์แกะไม้ ศิลปะภาพพิมพ์แบบนูนบนแผ่นไม้ เมื่อเขาเห็นและศึกษาเทคนิคงานแกะไม้ของญี่ปุ่นมาพักหนึ่ง Van Gogh ก็นำสไตล์ดังกล่าวมาอยู่บนผืนผ้าใบด้วย นอกจากนี้วัฒนธรรมจากฝั่งตะวันออกโดยเฉพาะจีนยังได้รับความนิยมในกลุ่มชนชั้นสูงทวีปยุโรป
สำหรับคนในยุคปัจจุบัน แทบไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์สตรีตแฟชั่นจากมหานคร New York อย่าง Supreme ที่เริ่มต้นจากร้านสเกตบอร์ดจนกลายมาเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงและมักจะได้ไป collaboration กับแบรนด์ดังอื่น ๆ อยู่บ่อยครั้ง พร้อมกับจำนวนแฟนคลับ Supreme ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากก่อนหน้านี้ที่แบรนด์แฟชั่นสตรีตได้ปล่อยไอเทมเด็ดอย่างกลองชุด เซตไม้ปิงปอง หรือเก้าอี้สนามที่ล้วนโดดเด่นด้วยตัวอักษร ‘SUPREME’ ที่เป็นทั้งชื่อและสัญลักษณ์ของแบรนด์ ล่าสุดในคอลเลกชัน Fall/Winter 2019 ก็สร้างเสียงฮือฮาอีกครั้งด้วยการจับมือกับ BLU บริษัทโทรศัพท์ราคาประหยัดปล่อยไอเทมชวนอึ้งให้เหล่าแฟน ๆ ได้ชมกัน บางคนอาจรู้จักแค่ Supreme แต่ไม่เคยได้ยินชื่อของ BLU มาก่อน ต้องขอเท้าความนิดหนึ่งว่า BLU เป็นบริษัทผลิตโทรศัพท์มือถือที่ชาวต่างชาตินิยมเรียกมันว่า “มือถือใช้แล้วทิ้ง” หรือ “Burner Phone” เราจะเห็นโทรศัพท์พกพาแบบนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เห็นจากหนังมาเฟียทุกวันนี้ หนังแหกคุกที่ชาวแก๊งมักใช้มือถือประเภทนี้โทรคุยระหว่างกัน หรืออาจจะเห็นจากคนใกล้ตัวที่ชื่นชอบความวินเทจก็เป็นได้ สเปกของมือถือ Supreme ที่ทำร่วมกับ BLU เป็นโทรศัพท์พกพารูปแบบ 3G สามารถรองรับได้ 2 ซิม
สไตล์มินิมัล (Minimal Style) เป็นอีกหนึ่งผลผลิตของศาสนาพุทธนิกายเซนที่หยั่งรากลึกลงในวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่น โดยมีคำสอนหลักคือเน้นความเรียบง่ายแต่ซ่อนความหมายสุดลึกซึ้งเอาไว้ แล้วแนวคิดทางศาสนาอันแรงกล้านี้ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้สไตล์มินิมัลเป็นที่ยอมรับและครองความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศแดนปลาดิบ ด้วยพฤติกรรมการถอยห่างจากลัทธิบริโภคนิยมของวัยรุ่นชาวญี่ปุ่น ทำให้คอนเซ็ปต์ ‘Less is more’ เริ่มคืบคลานเข้ามาในสังคมและผสมผสานกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างลงตัว แล้วในปัจจุบันนี้คงต้องบอกว่าการออกแบบตกแต่งสไตล์มินิมัลนั้นขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีอิทธิพลต่องานดีไซน์ทั่วโลก เริ่มตั้งแต่แฟชั่น ของตกแต่ง การใช้ชีวิต หรือแม้แต่การออกแบบบ้าน ที่ลดทอนสิ่งไม่จำเป็นออกไป เหลือไว้เพียงความพอดี เป็นธรรมชาติ และกลิ่นอายความเรียบง่ายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกับตัวบ้าน วันนี้ UNLOCKMEN เลยจะพาหนุ่ม ๆ มาชมงานดีไซน์มินิมัลเท่ ๆ ของบ้านขาวดำในบราซิลที่ผนวกความเรียบง่ายเข้ากับอิทธิพลของศิลปะ Bauhaus โดยสมบูรณ์ ‘RP HOUSE’ บ้านสีดำสุดเท่หลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของ Estúdio BG สตูดิโอสถาปนิกชื่อดังแห่ง São Paulo ที่ตัดสินใจตอกเสาเข็มใจกลางเมือง Ribeirão Preto ของ Brazil จนเกิดเป็นตัวบ้านเรียบง่ายสองชั้น ที่สร้างพื้นผิวเรียบเนี้ยบจากสีขาวโพลน ก่อนจะชูความโดดเด่นของโครงเหล็กสีดำทึบที่เป็นพระเอกหลักของบ้านหลังนี้ จุดนำสายตาที่ขโมยความสนใจเราไปตั้งแต่แรกเห็น คือทฤษฎีการทำซ้ำที่จัดวางเค้าโครงให้เป็นแพตเทิร์นเดียวกัน ทั้งยังนำมาตรฐานของโรงเรียนสอนศิลปะและการออกแบบที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์อย่าง Bauhaus ช่วงศตวรรษที่ 20 เข้ามาสอดแทรกในผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ด้วย ตัวโครงสร้างหลักเป็นการจัดองค์ประกอบบ้านด้วยรูปทรงเรขาคณิต ใช้หลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กกล้า
Emojis เป็นข้อความอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบสีหน้าและท่าทาง ที่ถือเป็นสัญญะของการแสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนในยุคดิจิทัลเฉกเช่นตอนนี้ แล้วคงต้องบอกว่ามันเข้ามาเพิ่มอรรถรสให้บทสนทนาที่จืดชืดมีชีวิตชีวาขึ้นมา และเติมเต็มความรู้สึกส่วนที่หายไป ที่ซึ่งข้อความจากตัวอักษรไม่อาจทำหน้าที่ได้โดยสมบูรณ์ แม้ Emojis จะเข้ามาแทรกแซงจุดตัดของกระบวนการสื่อสารและเป็นสื่อแทนของหลากมิติอารมณ์ความรู้สึก แต่แทบไม่อยากเชื่อว่าสัญลักษณ์สื่ออารมณ์ยอดฮิตแห่งโลกโซเชียลอย่าง Emojis ซ่อนความหมายสุดสยิวและนิยามเกี่ยวกับ ‘เซ็กซ์’ ที่ผู้ชายหลายคนอาจยังไม่รู้ มะเขือม่วงอ้วนอวบอั๋น 🍆 ด้วยรูปลักษณ์โค้งมน ขนาดอวบอิ่มกำลังพอดี และสีม่วงอมแดงน่ารับประทาน ทำให้อิโมจิตัวนี้สื่อความหมายถึงลึงค์ไปโดยปริยาย โดยทั่วไปจะมีการใช้อิโมจิมะเขือม่วงกันอย่างแพร่หลาย ทั้งเวลาที่เช็กอินในสถานบันเทิงยามราตรี หรือพิมพ์ต่อท้ายชื่อบนโพรไฟล์ในแอปพลิเคชันหาคู่ ลูกพีชสุกงอม 🍑 ลูกพีชดูเป็นผลไม้ที่มีก้านใบเล็ก ๆ และไร้เดียงสาเกินกว่าจะสื่อความหมายเกี่ยวกับเซ็กซ์ได้ แต่หากสังเกตให้ดี ๆ เชื่อว่าหนุ่ม ๆ หลายคนคงพอดูออกว่ามันคับคล้ายคับคากับแก้มก้นของสาว ๆ ไม่น้อยเลย ลูกพีชสุกงอมผลนี้นอกจากจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวหวานแสนอร่อยแล้ว มันยังนิยามถึงการถ่ายเซลฟีโชว์แก้มก้นหรือขอบกางเกงในจีสตริงที่น่าเย้ายวนอีกด้วย หยาดเหงื่อและคราบน้ำ 💦 ผู้ชายบางคนอาจเลือกใช้อิโมจินี้อัปโหลดลงใน instagram ประกอบกับภาพหลังออกกำลังกายเสร็จ เพื่อสื่อถึงความเหน็ดเหนื่อยและหยาดเหงื่อที่ได้จากกิจกรรมเรียกเหงื่อชนิดนี้ แต่ผู้ชายบางคนกลับใช้อิโมจินี้เพื่อแสดงถึงการสำเร็จความใคร่ ไม่ก็มวลน้ำที่เอ่อล้นบริเวณปลายอวัยวะเพศของตน เสียบสอดและลอดนิ้ว 👉👌 นี่คือชุดอิโมจิที่มีอารมณ์รุนแรง แล้วคงไม่ได้สะท้อนอะไรไปไกลกว่าการชวนไปสอดใส่สัมพันธ์รักใคร่บนเตียง ปลายนิ้วด้านซ้ายที่ชี้เด่สื่อแทนอวัยวะเพศชายที่แข็งยาว ส่วนวงกลมปริศนาของมือขวา คงไม่ต้องบอกใบ้แล้วละมั้งว่ามันเป็นอวัยวะส่วนใหญ่ของหญิงสาว ยิ้มอ่อน ๆ พร้อมเล่นลิ้น


