บรรดาคู่รักที่มีอยู่มากมายบนโลกทั้งคู่รักดารา คู่รักนักการเมือง คู่รักที่เป็นชาวบ้านธรรมดากับสายลับที่ชีวิตจริงเข้าตาใครหลายคนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่คงไม่มีเรื่องราวของคู่รักไหนจะแสบ เต็มไปด้วยความวุ่นวายเคล้าความโรแมนติกและจัดจ้านด้านแฟชั่นได้มากไปกว่า Bonnie และ Clyde อีกแล้ว ด้วยความเท่เปี่ยมด้วยสไตล์ของ Bonnie กับ Clyde คู่รักนักปล้นอันแสนโด่งดังแห่งอเมริกาที่โดดเด่นสะดุดใจทั้งเรื่องเล่าสะดุดตาทั้งเครื่องแต่งกาย UNLOCKMEN จึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับพวกเขาตั้งแต่วัยเด็ก เห็นแนวคิด ชีวิต และแฟชั่นระหว่างการหลบหนีตำรวจ ที่หลอมรวมให้ทั้งคู่มีชื่อเสียงจนถึงทุกวันนี้ ก่อนการพบกันของ BONNIE และ CLYDE Bonnie Parker และ Clyde Barrow ก่ออาชญากรรมราวสองปีตั้งแต่ 1932-1934 ช่วงเวลาก่อนที่พวกเขาจะพบกันต่างชีวิตไม่ต่างจากเด็กทั่วไปในอเมริกา Clyde Barrow เด็กชายชีวิตแสนธรรมดาจากรัฐ Texas ลาออกจากโรงเรียนเพื่อทำตามความฝันของเองในวัย 16 ปี เขาชื่นชอบการเล่นแซ็กโซโฟนและกีตาร์ ใฝ่ฝันถึงการเป็นนักดนตรี แต่บ้านจนจึงต้องพับความฝันทางดนตรีเปลี่ยนมาลักเล็กขโมยน้อยร่วมกับพี่ชายแทน ส่วนของที่ขโมยก็ค่อนข้างสะเปะสะปะ เพราะขโมยเงิน ขโมยรถ หรือแม้กระทั่งขโมยไก่แถวบ้านมาเต็มคันรถ ส่วน Bonnie Parker เป็นเด็กสาวจากรัฐ Texas เช่นเดียวกับ Clyde เธอเติบโตในครอบครัวที่มีฐานะทางการเงินดี จนวันหนึ่งชีวิตดันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อพ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัวเสียชีวิตลง
ถือเป็นก้าวกระโดดครั้งสำคัญของ Alexander Albon นักแข่งรถสูตร 1 สัญชาติอังกฤษ-ไทย หลังจากที่เขามีโอกาสย้ายไปขับให้ยอดทีมของวงการอย่าง Aston Martin RedBull Racing แถมเปิดตัวการแข่งขันแรกกับทีมไปอย่างน่าประทับใจ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือหมวกกันน็อคกับทีมใหม่ที่สวยงามมาก ๆ กลางเดือนสิงหาคมชื่อของ Alexander Albon ถูกจับตามองอีกครั้ง หลังข่าวการย้ายจากทีม Scuderia Toro Rosso สู่ทีมสังกัดแม่อย่าง Aston Martin RedBull Racing สลับขั้วกับนักขับชาวฝรั่งเศสอย่าง Pierre Gasly โดยหลังจาก Alex ย้ายเข้าสู่ต้นสังกัดใหม่เพื่อเตรียมตัวในการแข่งขันแรกกับทีมใน Belgium Grand Prix เราก็มีโอกาสได้เห็นหมวกกันน็อคของเขากับทีมใหม่ที่มีลวดลายของธงชาติไทยตกแต่งอยู่ หมวกสำหรับการแข่งขันใบใหม่ของ Alexander Albon เลือกใช้สีกรมท่าที่เป็นสีหลักของ RedBull Racing ตกแต่งด้วยกราฟิกสีส้มและสีเหลืองที่สวยงาม ขยับขึ้นมาด้านบนของตัวหมวกส่วนหน้ามีลายธงชาติไทยลากยาวผ่านตรงส่วนกลาง ส่วนหลังจะเห็นหมายเลข #23 เหตุผลที่เขาเลือกใช้หมายเลขนี้เพราะเป็นแฟนตัวยงของยอดนักแข่งประเภท 2 ล้ออย่าง Valentino Rossi ที่หารครึ่งออกมาเป็นเบอร์ 23 ก่อนตกแต่งด้วยสีธงชาติไทยเช่นเดียวกัน
ตลาดของรถยนต์เอสยูวีตอนนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะค่ายรถชั้นนำจำนวนมากกำลังทยอยเปิดตัวรถเซกเมนต์นี้ออกมาหลายรุ่นรวมถึง Porsche ที่เปิดภาพตัวอย่างรถรุ่นปี 2020 ของ Porsche Macan Turbo ออกมาเพิ่มทางเลือกให้หนุ่ม ๆ กันแล้ว แม้ Porsche จะมีรถยนต์ประเภท Sport Utiliry Vehicle อย่าง Porsche Cayenne ที่เริ่มผลิตมาตั้งแต่ปี 2003 อยู่ก่อนหน้าแล้ว แต่ในปี 2014 พวกเขาต้องการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้งานด้วยเอสยูวีที่คล่องตัวกว่าด้วยการเปิดตัว Porsche Macan ที่ตอนนี้เดินทางมาถึงรุ่นปี 2020 ซึ่งแรงมากขึ้นกว่าเดิมในชื่อ Porsche Macan Turbo Macan Turbo มากับดีไซน์ด้านหน้าที่ถูกปรับโฉมใหม่ด้วยช่องลมขนาดใหญ่ 3 ช่องที่ให้ความดุดันมากขึ้น โดยมีเส้นสายโค้งในที่ลงตัวในแบบรถสไตล์ครอสโอเวอร์ ส่วนไฟท้ายใช้ดีไซน์แบบเส้นเดียว โดยมีไฟเบรกแยกออกมาด้านล่างทั้งสองฝั่ง เพิ่มกลิ่นอายความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์ สเกิร์ตด้านข้างและ Rear Diffuser ที่วางกับท่อไอเสียคู่ รวมถึงล้อขนาด 20 นิ้วที่ให้มาเป็นทางเลือกมาตรฐาน ดีไซน์ภายในห้องโดยสารคุมโทนด้วยสีเทาด้วยชุดเบาะสปอร์ตปรับได้ 18 ทิศทาง ขนาดกว้างขวางเพิ่มความสบายในการเดินทางระยะไกล
ดูเหมือนค่ายผลิตรถยนต์สุดแรงอย่าง Bugatti จะชื่นชอบการทำลายสถิติเรื่องความเร็วเป็นพิเศษ ล่าสุดพวกเขาจับไฮเปอร์คาร์ตัวโหดอย่าง Bugatti Choron มาดัดแปลงเพิ่มพลังจนสามารถวิ่งผ่านความทะลุความเร็ว 300 ไมล์/ชั่วโมง หรือ 480 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้แล้ว Bugatti Chiron 1 คือชื่อของไฮเปอร์คาร์คันแรกในโลกที่สามารถทำลายกำแพง 300 ไมล์/ชั่วโมง ถูกสร้างโดยมีพื้นฐานจาก Bugatti Chiron ซึ่งยังคงใช้เครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตรที่มีพลังถึง 1578 แรงม้า โดยตัวรถถูกเพิ่มเติมด้วยชุดต่อตัวถังขนาด 25 เซนติเมตรที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในทางตรง รวมถึงปีกหลัง เบรกอากาศและส่วนเสริมบางจุดที่ไม่ได้รับการเปิดเผย การทำลายสถิติดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่สนามทดสอบ Ehra-Lessien โดยคนขับคือ Andy Wallace อดีตนักแข่งรายการ Le mans ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่เป็น Test Driver ของ Bugatti โดยแอนดี้พูดให้ฟังถึงความท้าทายในการขับขี่ที่เขาต้องทำความเร็วระหว่างเข้าโค้งสูงถึง 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อให้รถทำความเร็วสูงสุดได้ในทางตรง ก่อนที่ Bugatti Chiron
ให้ฟังเสียงคนคุยกัน ยอมใส่หูฟังทำงานดีกว่า…ใช่ว่าทุกคนจะมีออฟฟิศที่เงียบสงบ แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศการทำงานแสนสุนทรีย์ การฟังเพลงระหว่างทำงานจึงกลายเป็นทางออกของพนักงานออฟฟิศที่ต้องอาศัยในพื้นที่ส่วนรวมแบบเรา ๆ สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงอยู่แล้ว อาจมองว่าการกระทำแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ ไม่ได้มีผลกระทบใด ๆ แถมยังทำให้สมองลื่นปรู๊ดเวลาคิดไอเดียอีกต่างหาก แต่ในทางกลับกัน มีคนอีกกลุ่มที่ไม่สามารถทนฟังเพลงตอนทำงานได้เลย! เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้สมองแล่นแล้ว ยังรบกวนสมาธิจนคิดอะไรไม่ออก เหมือนสมองไหลออกมาเสียมากกว่า Dr. Anneli B. Haake ได้พยายามค้นคว้าหาคำตอบเรื่องนี้ เธอนำเอาผลวิจัยหลากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ จนจำแนกเหตุผลสำหรับอธิบายได้ว่า “ทำไมการฟังเพลงตอนทำงานถึงไม่เวิร์กสำหรับบางคน” ไว้ได้อย่างน่าสนใจ มาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง… โครงสร้างของเพลงซับซ้อนเกินไป เพลงบางเพลงมีคอร์ด ทำนอง หรือจังหวะที่ซับซ้อน ยกตัวอย่างเช่นเพลง Muffin Man ของ Frank Zappa ที่มีความซับซ้อน อาจจะสร้างความกวนใจคุณได้มากกว่าเพลง Leaving on a Jet Plane ของ John Denver ที่มีโครงสร้างเพียง 3 คอร์ด เนื้อเพลง หลายคนชอบฟังแต่เพลงที่อยู่ใน Safe Zone เพลงที่คุ้นเคย นี่คือสาเหตุว่าทำไมเพลงป๊อปติดหูต่าง
ถ้าคุณมองหาหนังสือพัฒนาตัวเองสักเล่ม “Eat That Frog!” ของ Brian Tracy หน้าปกกบตัวโตสีเขียวไดคัตแปะบนพื้นหลังสีส้มจะเป็นหนึ่งเล่มที่มีคนแนะนำคุณซ้ำ ๆ พอ ๆ กับเวลาเริ่มเล่นหุ้นแล้วมีคนแนะนำว่า “นายต้องไปอ่าน Rich Dad Poor Dad นะ เล่มนี้มันดีจริง ๆ” น่าสนใจว่าหลังจากเราได้ยินคำว่า “กินกบ” เป็นครั้งแรกแล้ว และคิดว่ามันค่อนข้างแปลกพอสมควร เราก็มีโอกาสได้ยินการสำนวนต้มยำทำแกงเกี่ยวกับ “กบ” ต่อไปอีกหลายรูปแบบครั้งไม่ว่าจะเป็นการ “จูบกบ” หรือการ “ต้มกบ” ซึ่งไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตามแต่ เจ้าสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำประเภทนี้ก็มักจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการพัฒนาตัวเองเสมอ เพื่อสรุปให้จบเรื่องกบ ๆ ภายใน 10 นาทีแล้วเอาไปใช้ได้เลย UNLOCKMEN จึงตั้งใจว่าจะเล่าถึงแก่นของหลักการทฤษฎีให้เพื่อน ๆ ทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ใครที่ทำได้ในไม่กี่บรรทัดก็เป็นเรื่องดี แต่ใครที่อยากไปหาอ่านฉบับเต็มต่อให้ละเอียดเพื่อลงลึกเราก็ไม่ว่ากัน ใครที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วเชิญไปพับกบ เอ้ย! พบกับ กบทั้ง 3 ตัวต่อไปนี้เลย กินกบตัวนั้นซะ! เริ่มต้นกันที่กบตัวแรกกันก่อนคือการ “กินกบ” ใครที่คิดว่าจะไปสั่งกบปิ้ง ย่าง ทอดมากินให้ลาภปากแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้หัวหน้าก็ชมเรา
ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่ใครหลายคนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและทำให้เด็ก ๆ เสียคนอย่างเกมจะกลายเป็นเทรนด์ฮิตติดลมบน เป็นกีฬาสร้างรายได้มหาศาลหากหมั่นฝึกฝนและทำอย่างจริงจัง เมื่อ UNLOCKMEN ก็ชื่นชอบการเล่นเกมไม่น้อยไปกว่าใคร จึงอยากพาทุกคนไปพบกับ Ninja ชายที่ทำให้เกมเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล ชื่อจริงของ Ninja เกมเมอร์ที่คอเกมทั่วโลกรู้จักคือ Tyler Blevins เด็กหนุ่มอายุ 28 ปี ผู้ทำอาชีพเป็นนักเล่นเกมให้คนอื่นดูผ่านเว็บไซต์ Twitch โดยเว็บไซต์นี้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับถ่ายทอด (Live Streaming Video Platform) ซึ่งไม่ได้มีแต่การถ่ายทอดสดเล่นเกมให้เราดูเท่านั้น แต่ยังมีคอนเทนต์หลากหลายทั้งทำอาหาร เล่นดนตรี โชว์ผลการสร้างสรรค์ผลงานศิลปิน แต่ Live ที่ได้รับความนิยมมากสุดของเว็บนี้ก็คือการถ่ายทอดสดเล่นเกม Tyler ก็เป็นหนึ่งคนหนึ่งที่ท่องอยู่ในเว็บไซต์ Twitch ช่วงแรกก่อนจะเร่ิมก้าวเข้าสู่วงการเกมเมอร์เขาก็เป็นเด็กผู้ชายที่มีกิจกรรมไม่ต่างจากคนอื่น ๆ คือไปโรงเรียน ทำงานพิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟ พอมีเวลาว่างก็ออกไปเล่นกีฬากับเพื่อน ๆ และจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสนใจการเล่นเกมมันเริ่มต้นมาจากเขาสังเกตเห็นว่าเทคโนโลยีของวงการเกมก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว มีเกมหลายประเภทให้เลือกเล่นได้ตามความชอบ เมื่อสนใจเขาก็ไม่รอช้าลองเล่นเกมดูบ้าง Tyler พบว่าเขาแตกต่างจากเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เล่นเกม Halo 3 กับเขา เขาพัฒนาได้เร็ว ชำนาญกว่าคนอื่น ๆ และชนะอยู่บ่อยครั้ง นับว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ทุกคนเมื่อเจอสิ่งที่ตัวเองชอบและทำมันได้ดี
ใครนอนไม่หลับกระสับกระส่ายหากไม่เปิดเพลงคลอไว้ขอให้ยกมือขึ้น! จริงอยู่ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบฟังเพลงตอนนอน หรือบางคนก็อาจจะอาศัยเสียง ASMR แทน แต่จากการสนทนากับผู้คนไม่ซ้ำหน้า เราพบว่าแต่ละคนมี ‘เพลงไพ่ตาย’ สำหรับการนอนเป็นของตัวเอง แถมแต่ละเพลงยังไม่เหมือนกันเสียด้วย วันนี้เราเลยจะนำ 10 บทเพลงที่เป็นดั่งยานอนหลับของคน 10 คน มาบอกต่อ เผื่อว่าหนุ่ม ๆ สายตาค้างจะนำเพลงเหล่านี้ไปเปิดฟังในวันที่อยากหลับสนิทตลอดคืน Alone In Kyoto – Air มิตรสหายท่านแรกเป็น 1 ในทีม UNLOCKMEN เขาเลือกเพลงนี้พร้อมให้เหตุผลน่าฟังว่า “ฟังแล้วผ่อนคลาย เหมือนลอยตัวอยู่ในทะเลที่มีคลื่นเบา ๆ ในเกาะเงียบสงบ ได้ยินแล้วรู้สึกตัวเบา อาจไม่หลับทันที แต่เข้าสู่ระดับของการผ่อนคลาย” Love Me Tender – Elvis Presley มิตรสหายคนที่ 2 ก็เป็นหนึ่งในทีมนักเขียนของ UNLOCKMEN เช่นกัน เธอเลือกเพลงของราชาร็อกแอนด์โรลอย่าง Elvis Presley พร้อมให้เหตุผลว่า “ฟังแล้วง่วงแต่ชอบฟัง จังหวะเนิบช้า เรื่อย ๆ
ชีวิตประจำวันมันเครียด แต่เสียงหัวเราะจะช่วยเยียวยาเราได้ อยากหนีเรื่องเครียดเป็นสัญชาตญาณสากล ทำให้ “เสียงหัวเราะ” เป็นหนึ่งธุรกิจที่ขายได้ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะกับชาติไทยเราที่เป็นชาติแห่งอารมณ์ขัน เพราะไม่ว่าสถานการณ์ไหน ทั้งวงเพื่อน วงเหล้า วงเหงา วงเครียด วงแดก หรือห้วงรัก ไทม์ไลน์ชีวิตเราต่างแทรกซึมด้วยเสียงหัวเราะเข้าไปได้เสียทุกเรื่อง ถึงแม้ว่าตอนที่เราเล่นเอง มุกจะกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจก็ตาม ตอนที่คิดจะลุกมาเขียนบทความนี้ ต้องยอมรับว่าเขียนถึงด้วยความคิดถึงและความบังเอิญ หลังจากที่เราไม่ได้เปิดทีวีมานานแล้วดันไปเจอว่าตอนนี้ทางกลุ่มบันลือกรุ๊ปเขาบุกตลาดซิตคอมผลิต “ขายหัวเราะ On Air” ด้วยการใช้คนแสดง เกิดเป็นรายการเข้าช่องเป็นเรื่องเป็นราว ทั้งที่เราเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาทุกอย่างยังเงียบสงบและอาศัย 2 ทางคือ การขายเสียงหัวเราะผ่านการ์ตูนช่องที่เป็นรูปแบบสิ่งพิมพ์บนแผงกับการขายสินค้าบนช่องทางออนไลน์ แต่เอาเข้าจริง พอเข้าไปไล่ดูจริง ๆ มันไม่ได้มีแค่นั้น อุตสาหกรรมคอนเทนต์ตลกของ “บันลือกรุ๊ป” งอกลูกหลานออกมาตบมุกเยอะแยะไปหมด และกระจายออกไปหลายแพลตฟอร์มชนิดที่เราเองก็ไม่รู้และไม่ทันสังเกตมาก่อนเหมือนกัน ซึ่งวิสัยทัศน์การขยายตัวทางธุรกิจนี้ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อ 6 ปีที่แล้ว การแข่งขันแม้ไม่มีคู่เทียบที่ชัดเจนและครองตำแหน่งตำนานตลกสุดคลาสสิกในตลาดมายาวนานบางคนอาจจะมองว่าสามารถเล่นแบบเพลย์เซฟไปได้เรื่อย ๆ แต่ในวันที่โลกทั้งใบโดน Disrupt โอกาสและความเป็นไปได้ที่จะเติบโตหรือคงอยู่พร้อมจะเกิดขึ้นเสมอ ทำให้ไม่มีใครยอมล้าหลังอยู่ที่เดิมสักคน ลองมาดูความดุของการลงทุนที่ไม่ใช่แค่ราคา 5 บาท 10 บาท แต่กางแขนขาโอบคลุมทั้งตลาดความฮาแบบครบวงจรกันว่ามันเป็นอย่างไร น่าสนใจแค่ไหนลองไปดู เรื่องตลกจะไปอยู่ตรงไหนได้บ้าง?
ต่อให้การใช้ชีวิตที่ขึ้นตรงต่อระยะเวลา 24 ชั่วโมงจะยุ่งยากและวุ่นวายมากขนาดไหน เราก็เชื่อว่าหนุ่ม ๆ UNLOCKMEN คงไม่พลาดที่จะสละเวลาสัก 1-2 ชั่วโมง มาผ่อนคลายและเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงยามค่ำ ด้วยภาพยนตร์เรื่องโปรดหรือซีรีส์สุดมันส์ ยิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาวที่บรรยากาศไม่เอื้อแก่การออกไปสังสรรค์ที่ไหน เราเลยจะพาหนุ่ม ๆ มาอัปเดตคอนเทนต์ใหม่บนแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งยอดนิยมอย่าง Netflix และนี่คือ 3 ออริจินัลซีรีส์ประจำเดือนกันยายนที่เราอยากให้พวกคุณทุกคนได้ดู! THE SPY มินิซีรีส์ 6 ตอน ที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ Eli Cohen เสมียนที่ผันตัวมาเป็นสายลับของหน่วยสืบราชการลับ Mossad อันเป็นสถาบันข่าวกรองและหน่วยปฏิบัติการพิเศษของอิสราเอลที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ซีรีส์ย้อนยุคเรื่องนี้จะพาหนุ่ม ๆ หวนกลับไปยังช่วงปี 1960 อีกครั้ง พร้อมตามติดชีวิตสายลับที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจสอดแนมสุดอันตรายในซีเรีย ภารกิจนี้จะสำเร็จลุล่วงหรือไม่ แล้วเขาจะปิดบังความลับของตนในประเทศศัตรูได้อีกนานแค่ไหน เตรียมรับชมพร้อมกัน 6 กันยายนนี้ THE I-LAND Fyre Festival เหตุการณ์ยอดแย่ของเทศกาลดนตรีบนเกาะที่หลอกเงินคนดูยังต้องชิดซ้าย เมื่อเจอกับซีรีส์ระทึกขวัญเรื่องใหม่ The I-Land ที่จะพาหนุ่ม ๆ ไปท่องเที่ยวบนเกาะนรกสุดโหดยากจะเอาชีวิตรอด ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงกลุ่มคนแปลกหน้าที่ถูกล้างความทรงจำ พวกเขาต้องต่อสู้กับสภาพแวดล้อมน่าหดหู่ และกับดักที่จ้องจะคร่าชีวิตอยู่ทุกเมื่อ


