ทุกการจากไปสร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่อยู่ข้างหลังเสมอ โดยเฉพาะการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของใครสักคน เพราะความสูญเสียแบบที่ไม่อาจย้อนคืนได้ มันทำให้เราทำได้เพียงระลึกถึงสิ่งที่เขาทิ้งไว้ให้เท่านั้น เช่นเดียวกับ Keith Flint ที่จากไปอย่างกะทันหัน ไม่มีเวลาให้ใครได้ตั้งตัวทัน ทั้งคนรอบตัวและแฟนเพลงทั่วโลก เราคงไม่อยากเจาะจงลงไปว่า สาเหตุของการจากไปของเขาคืออะไร ขุดคุ้ยขึ้นมาก็ไม่น่าเป็นผลดีกับฝั่งไหน เราจึงขอพูดถึงเรื่องราวแสนพิเศษที่เขาได้ทิ้งไว้ให้กับวงการดนตรีและโลกใบนี้ เพื่อเป็นการระลึกถึงเขาอย่างนอบน้อมที่สุด เราคงคุ้นเคยกับ Flint ในภาพลักษณ์สุดแสบ ทรงผมและสีสันแสนจะสะดุดตา ที่เห็นแล้วเป็นอันต้องเหลียวมอง ก่อนที่เขาจะมาอยู่ในภาพลักษณ์นี้ เขาเป็นเพียงเด็กน้อยที่ต้อง Suffer กับโรคประจำตัวอย่าง “Dyslexia” หรือโรคบกพร่องทางการอ่าน ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเขาอย่างมาก จนต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 15 มาทำอาชีพช่างซ่อมหลังคา เขาเริ่มต้นการก้าวเข้ามาในวงการด้วยเรื่องสนุก ๆ ที่เขาเริ่มกับ Liam Howlett ในตอนที่ยังเป็นดีเจในคลับ เมื่อครั้งที่พบเจอกันครั้งแรก การพูดคุยอย่างออกรสเรื่องรสนิยมทางดนตรี พาให้บทสนทนาของทั้งคู่เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เรื่องราวในวันนั้นจบลงที่ Liam ทำ Mixtape ให้สำหรับ Flint ใช้ในโชว์ จนสุดท้ายความไปด้วยกันได้ทั้งในเรื่องมิตรภาพและการร่วมงาน ทำให้พวกเขาเริ่มก่อตั้งวงอิเล็กทรอนิกส์ The Prodigy ในปี 1990 ร่วมกับเพื่อน ๆ ของเขา รวมทั้ง Liam ที่มาเป็นมือคีย์บอร์ดและคนแต่งเพลงให้กับวง และการแจ้งเกิดกับ “Firestarter”
หลังจากที่ UNLOCKMEN เคยนำเสนอเรื่องราวของสนีกเกอร์ที่น่าสนใจไว้ก่อนหน้านี้แล้วใน เตรียมตัวกันไว้ให้พร้อมกับ 6 สนีกเกอร์ควรค่าแก่การรอคอยที่จะถูกปล่อยออกมาในปี 2019 โดยหนึ่งในรองเท้าที่ถูกจับตามองก็คือ Nike Blazer High ที่ปรากฏตัวครั้งแรกบนรันเวย์ Spring/Summer 2019 ของแบรนด์แฟชั่น Sacai ทำเอาเหล่าผู้ชื่นชอบรองเท้าผ้าใบต่างตั้งตารอ ตอนนี้การรอคอยสิ้นสุดลงแล้วเมื่อ Sacai x Nike พร้อมเปิดตัวรองเท้า Nike Blazer High และปักวันจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทั้ง Sacai และ Nike ถือว่าเป็นแบรนด์แฟชั่นคู่ซี้ที่ร่วม collaboration สร้างสรรค์ผลงานด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง ครั้งนี้ทั้งสองเลือกหยิบของเก่ามาปัดฝุ่นเล่าใหม่อีกครั้ง พร้อมเพิ่มลูกเล่นอย่าง Layer Fusion หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าเอารองเท้าสองคู่มารวมกันเป็นคู่เดียวโดยการใช้เทคนิคเลเยอร์แบบซ้อนทับให้รองเท้าดูแปลกตาและไม่ธรรมดา Nike Blazer High มีให้เลือกทั้งหมดสองสีด้วยกัน คู่แรกคือ Black/White/Baby Blue กับสไตล์สีโทนเย็นผสมกับสีขาว-ดำ และอีกคู่คือ Yellow/Red/Navy Blue สีโทนร้อนที่มาพร้อมความสดใส ทั้งสองคู่จะใช้สีสันตามชื่อมาแต่งแต้มบนสนีกเกอร์ พร้อมคอนเซ็ปต์ที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับรองเท้าทรงวินเทจด้วยการซ้อนทับ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ swoosh ด้านข้างที่มีสองอันทับกับอยู่คือสีฟ้าและสีขาว หรือสีแดงและสีดำ นอกจาก swoosh แล้ว
หลายคนคงคุ้นชื่อของ Drake กันเป็นอย่างดี เพราะเขาคือศิลปินแรปเปอร์ชาวแคนาดาเจ้าของเพลงดังอย่าง Hotline Bling หรือเพลงที่กลายเป็นไวรัลอย่าง In my Feeling รวมถึงเพลงดัง ๆ อย่าง Fake Love และ One Dance นอกจากผลงานเพลงแล้วเขายังมีชื่อเสียงเรื่องความร่ำรวยและคอลเลกชันรถสุดหรูอีกด้วย จากการจัดอันดับศิลปินฮิปฮอปที่ร่ำรวยที่สุดประจำปี 2018 ของ The Forbes Five แรปเปอร์หนุ่มก็ติดอยู่ในอันดับ 5 ด้วยทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 90 ล้านดอลลาร์ และต้นปีนี้สื่อหลายสำนักก็ต้องจับตามองเขาอีกครั้งเพราะ Drake ถอยรถคันใหม่ที่ไม่ธรรมดาอีกแล้ว รถยนต์ที่เขาซื้อล่าสุดคือ Mercedes-Maybach G 650 รถรุ่นหายาก เป็นรถยนต์ประเภท SUV เพียงรุ่นเดียวของแบรนด์ Mercedes-Benz ที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1979 และเป็นที่รู้กันดีว่าเหล่าแรปเปอร์มักมีรายได้มหาศาล สามารถซื้อซูเปอร์คาร์สวย ๆ หลายคันไม่ว่าจะเป็น Ferrari ไปจนถึง Lamborghini รุ่นหายาก วันนี้ UNLOCKMEN จึงรวบรวมสุดยอดรถในคอลเลกชันของ
นับตั้งแต่ Mercedes-AMG GT ในรหัสตัวถัง (C190/R190) ถูกปล่อยออกมาให้คนรักรถทั่วโลกได้รู้จักเป็นครั้งแรกในเดือนกันยายนปี 2014 ในงาน Paris Motor Show ทำให้หนุ่ม ๆ หลายคนได้มีโอกาสได้รู้จักกับรถสปอร์ตสมรรถนะสูง มาพร้อมโมเดล Coupe และ Roadster ที่สวยงามและเร็วแรงซึ่งแน่นอนว่าความยอดเยี่ยมของมันก็ทำให้สายการผลิตถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนมาถึง AMG GT รุ่นล่าสุดที่มาพร้อมรหัส R พ่วงท้ายมาด้วย Mercedes-AMG GT R (2020) ปิศาจความเร็วที่มาในโหมดเปิดประทุน เป็นรถที่ผลิตโดย Mercedes -AMG GmbH หรือเรียกสั้น ๆ ว่า AMG แผนกปรับแต่งรถยนต์สมรรถนะสูงที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Mercedes Benz เมื่อปี 2005 โดยการมาในครั้งนี้ของ AMG GT R มาพร้อมหลังคาแบบ Soft top (หลังคาอ่อน) ซึ่งว่ากันมาเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับสายการผลิตของ Mercedes-AMG แถมครั้งนี้ยังมาพร้อมขุมกำลังสุดโหดและจำนวนที่จำกัดในการผลิตอีกด้วย ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-AMG
ความเหน็ดเหนื่อยที่เกาะกินความรู้สึก บางครั้งมันไม่ได้มีสัญญาณบอกล่วงหน้า มันอาจเข้ามาหาเราแบบกะทันหัน จนเราไม่อาจตั้งตัวได้ทัน เซบ้าง ล้มบ้าง แต่ต้องไปต่อ เพราะชีวิตยังมีอย่างอื่นให้ทำมากกว่ามานั่งท้อ อาจฟังดูโหดร้าย แต่เมื่อชีวิตจริงมันเป็นแบบนั้น เราคงไม่มีทางเลือกไหนนอกจากลุกขึ้นสู้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ UNLOCKMEN ขอแนะนำเทคนิคเจ๋ง ๆ ให้หนุ่ม ๆ ลุกขึ้นสู้แบบฉับไว ภายในระยะเวลาอันสั้น เหมือนเป็นชุด Kit ซ่อมแซมตัวเองอย่างง่ายและรวดเร็ว เปลี่ยนข้อผิดพลาดเป็นโอกาสแก้ไข เมื่อความผิดพลาดเกิดขึ้นแล้ว เราไม่อาจนั่ง Time Machine ไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ มันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำได้คือการแก้ไขเรื่องราวให้ดีขึ้น หากทำข้อที่ผ่านมาได้แล้ว ลองปรับ Attitude ของเราให้มองเรื่องผิดพลาดนี้ไม่เป็นเรื่องร้ายแรงเกินไปนัก ลองมองเป็นโอกาสที่เราได้เห็นจุดบกพร่องของตัวเอง และเอาโอกาสนี้มาแก้ไขปรับปรุงตัวเองให้เป็นเราเวอร์ชั่นที่พัฒนาขึ้นไปอีกหนึ่งก้าวกันดีกว่า พอรู้ตัวแล้วว่าเราเคยพลาดจุดนี้ ถือโอกาสนี้เป็นการเตือนตัวเองให้คอยระวังทุกครั้งที่เกิดสถานการณ์ใกล้เคียงกัน ระวังไม่ให้เราต้องผิดพลาดจุดเดิมซ้ำ ๆ เพราะนั่นหมายความว่าเราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากความผิดพลาดครั้งก่อน เตือนตัวเองอยู่เสมอว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้เราใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น ไม่ว่าจะผิดหวังเรื่องอะไรมา ชีวิต ความรัก งาน อย่าลืมว่าการผ่านมันไปให้ได้ ไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือสิ่งที่เราต้องทำและต้องผ่านมันไปได้จริง ๆ ไม่ว่าจะด้วยการแก้ปัญหา การยอมรับความผิดหวัง ปล่อยให้เวลาค่อย ๆ ลบเลือนบาดแผลเหล่านั้น
เสียงเคี้ยวอาหารเป็นจังหวะ เสียงเคี้ยวหมากฝรั่ง เสียงเคาะโต๊ะ เสียงกรรไกรที่กำลังแบ่งกระดาษเป็นชิ้น ๆ และอีกสารพัดเสียงที่เกิดขึ้นรอบตัวเรา นับเป็น Ambient ที่เรามองข้ามและอาจไม่เคยตั้งใจฟังมันจริง ๆ หากลองตั้งใจฟังให้มันเป็นจังหวะในหัวจนเกิดความผ่อนคลาย เราเรียกมันว่า ‘ASMR’ หรืออาการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นบางอย่าง ช่วงหลังนี้ ‘ASMR’ เอง ก็เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น ในฐานะที่เป็นเสียง Ambient ช่วยผ่อนคลาย สร้างสมาธิ ให้เราได้โฟกัสกับสิ่งตรงหน้าได้มากขึ้น UNLOCKMEN อยากแนะนำ 5 ช่องเสียง ASMR บน YOUTUBE หลากหลายรูปแบบ เอาไว้ให้หนุ่ม ๆ ได้ผ่อนคลายสมองไปกับเสียงเหล่านั้น เสียงเหล่านั้น ทำอะไรกับร่างกาย ? ‘ASMR’ หรือ Autonomous sensory meridian response เข้าใจง่าย ๆ คือการตอบสนองทางความรู้สึกเมื่อประสาทสัมผัสของเราไป Touch กับอะไรที่มันตรงจุดแล้วทำให้เราฟินได้ วันนี้ที่เราจะพูดถึงคือเสียง Ambient ในชีวิตประจำวัน อย่างการเคี้ยวอาหาร การตัดกระดาษ เสียงห้องครัวในตอนที่ทำกับข้าว หรือเสียงที่เป็นระเบียบมากขึ้นอย่างเสียงเครื่องใช้ไฟฟ้า พัดลม เครื่องซักผ้า เสียงที่มีจังหวะแน่นอนหรือที่เราเรียกมันว่า White Noise เสียงเหล่านี้ทำให้เราเกิดสมาธิ
หากย้อนกลับไปในปี 2018 แบรนด์เครื่องกีฬาชื่อดังอย่าง Nike เปิดตัวรองเท้าวิ่งที่ทำจากโฟมชนิดพิเศษรุ่น Nike Epic React Flyknit เพื่อให้เป็นรองเท้าที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของเหล่านักวิ่ง มาปีนี้ Nike ปล่อยรองเท้าภาคต่อจากความสำเร็จของรุ่นแรกอย่าง Nike Epic React Flyknit 2 พร้อมกับสีสันและความเป็นรองเท้าแฟชั่นมากขึ้น แรกเริ่มนั้นรองเท้าวิ่งตระกูล Nike React ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการออกกำลังกายเป็นหลัก ดูได้จากการเลือกใช้วัสดุและดีไซน์ที่ตอบโจทย์การวิ่งมาราธอนหรือการออกกำลังกายหนัก ๆ โดยพื้นรองเท้าทำจากโฟมชนิดพิเศษเพื่อรองรับแรงกระแทกและช่วยให้ดีดตัวกลับได้ดีทำให้วิ่งได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด ในช่วงแรกรองเท้าตระกูลนี้จึงไม่เน้นความเป็นแฟชั่นมากนัก จนกระทั่งรองเท้าภาคต่ออย่าง Nike Epic React Flyknit 2 ที่นำสีสันมาแต่งแต้มมากขึ้นเพื่อให้รองเท้าสำหรับออกกำลังกายกลายเป็นรองเท้าที่สามารถใส่ออกไปเดินเที่ยวได้แบบเท่ ๆ ไม่ต่างจากรองเท้าผ้าใบแฟชั่น Nike Epic React Flyknit 2 มีสีพิเศษสองสีคือ 8-bit และ Pixel ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเฉดสีจัดจ้านในยุค 90 (ยุคที่สีนีออนโด่งดัง) มาช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้กับรองเท้า ทั้งสองคู่จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ใช้สีดำและขาวเป็นหลัก จากนั้นแต้มสีโทนนีออนอย่างสีเขียวและสีชมพู เติมแถบสีน้ำเงินแซฟไฟร์หลังส้นรองเท้าเพื่อเพิ่มจุดเด่น สร้างสีสันต่อยอดจาก Nike React รุ่นแรก นอกจาก Nike Epic
จากที่เคยเป็นเหมือนวัฒนธรรมไกลตัว แต่ตอนนี้ต้องยอมรับว่า ‘ไอดอล’ ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยอย่างสมบูรณ์แล้ว แน่นอนว่าเมื่อมีคนชอบก็ต้องมีคนไม่ชอบเป็นธรรมดา แต่ก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรเราก็อยากให้ทุกคนรู้จักกับวัฒนธรรมนี้จริง ๆ เสียก่อน ภาพยนตร์สารคดีที่เราหยิบมาพูดถึงในวันนี้อาจจะมีคำตอบให้ใครหลายคนได้ว่าไอดอลคือใคร? พวกเธอมีบทบาทหน้าที่อย่างไร? หรือแท้จริงแล้วพวกเธอเป็นเพียงวัตถุทางเพศที่อุ้มชูวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่เท่านั้น? Tokyo Idols และเรื่องราวของริโอะ Tokyo Idols เลือกที่จะเล่าเรื่องราวของ ‘ริโอะ’ ไอดอลสาวใต้ดินวัย 19 ที่ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่โด่งดังมากนักแต่ก็มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นพอสมควร แต่อย่าเพิ่งเข้าใจว่านี่คือสารคดีตามติดชีวิตไอดอล เพราะถึงแม้ตัวหนังจะโฟกัสที่ตัวริโอะเป็นหลัก ถ่ายทอดให้ผู้ชมได้เห็นภาพว่าเธอทุ่มเทกับอาชีพนี้ขนาดไหน ถึงขนาดปั่นจักรยานไปทั่วประเทศญี่ปุ่นเพื่อพบปะแฟนคลับ แต่ก็มีอีกหลายมุมมองจากหลายฝ่ายที่น่าสนใจไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของไอดอลเด็ก, ไอดอลระดับชาติอย่าง AKB48, ความคิดเห็นของนักหนังสือพิมพ์และนักวิเคราะห์, หรือแม้กระทั่งเหล่าโอตะที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อคนที่เขารัก ตัวหนังพยายามจะตั้งคำถามถึงวัฒนธรรมไอดอลตลอดเวลา ทั้งในแง่ความหมิ่นเหม่ทางศีลธรรมเรื่องเพศ, ความเกี่ยวข้องกันระหว่างไอดอลกับวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่, ความเหงาที่ดูเหมือนจะส่งเสริมวัฒนธรรมนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น, หรือแม้กระทั่งการวิพากษ์เหล่าโอตะว่าเป็นตัวปัญหาของสังคม ซึ่งด้วยมุมมองแบบนี้ของตัวหนัง Tokyo Idols จึงเป็นสารคดีที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะคิดเห็นเกี่ยวกับไอดอลว่าอย่างไรก็ตาม ความรักที่บริสุทธิ์หรือแค่ความเพ้อฝันจอมปลอม? สำหรับบางคนความรักของโอตะที่มีต่อไอดอลอาจจะดูเพ้อฝันหรืออาจจะถึงขั้นน่าขยะแขยง แต่สำหรับ ‘โคจิ’ ดูเหมือนว่ามันจะมีความหมายและยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก โคจิคือหนุ่มใหญ่วัย 43 กะรัต เขาเคยมีชีวิตที่เพียบพร้อม เคยมีคนรักและถึงขั้นเกือบจะได้ลั่นระฆังวิวาห์ แต่แล้วทุกสิ่งก็ไม่เป็นไปตามที่คิด เขาจึงเลือกหันหลังให้กับความรักในชีวิตจริงและใช้เงินเก็บทั้งชีวิตเปย์ให้ริโอะ ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจติดตามเธอไปทุกที่ บ้าหรือเปล่า? ไม่แปลกที่คนภายนอกจะมองโคจิว่าเพ้อฝัน เพราะต่อให้เปย์ยังไงริโอะก็ไม่มีทางหันมามองเขาหรอก อย่างไรก็ตามคำอธิบายของโคจิก็ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น เขาเล่าว่าชีวิตเขานั้นมันพังทลายลงไปแล้ว
ชีวิตผู้ชาย Urban Men อย่างเราที่ใช้ชีวิตแต่ละวันในเมืองใหญ่ แม้เราจะแข็งแกร่งกับเรื่องงานเพียงใด ใช้เวลาหนักหน่วงไปกับปาร์ตี้สุดเหวี่ยงแค่ไหน หรือใช้ชีวิตแต่ละวันเพื่อกระโจนไปสู่ความสำเร็จในวันข้างหน้าอย่างไม่หยุดนิ่งเพียงไหน แต่บางเสี้ยววินาทีของชีวิตเราเองก็คงอดรู้สึกไม่ได้ว่าการอาศัยอยู่ในเมืองหลวงที่คนพลุกพล่านเช่นนี้ก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนทำอะไรบางอย่างหล่นหายไป คล้ายกับว่ายิ่งเราวิ่งไขว่คว้าความสำเร็จที่อยู่สูงสุดมือสอยไม่หยุดยั้งมากเท่าใด เรากลับยิ่งหลงลืมรายละเอียดอย่างความอบอุ่นที่จะมาเติมชีวิตให้เต็มไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะ “ความอบอุ่นเหมือนบ้าน” ที่ผู้ชายผู้ทุ่มเทกับงานและชีวิตอย่างเราไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน จะดีแค่ไหนถ้าพื้นที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองใหญ่ของเรา นอกจากช่วยอำนวยความสะดวกให้ไลฟ์สไตล์ Work Hard Play Hard ได้แล้ว ยังสามารถมอบ The New Residential Experience ที่เติมเต็มความอบอุ่นแบบ Feel Like Home แต่ก็เป็น Home ที่สูงปลอดโปร่ง แสนสะดวกสบายใจกลางเมืองซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องรู้สึกขาดอะไรอีกต่อไป RHYTHM EKKAMAI ESTATE จึงตอบโจทย์ความอบอุ่นเหมือนบ้านได้อย่างราบรื่นลงตัวและให้ความสะดวกสบายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ชาย Urban Men อย่างเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ เติมเต็มความอบอุ่นให้ชีวิต: ความลงตัวแห่งทำเลแสนสะดวกกับบ้านแสนสบาย ยิ่งพื้นที่อยู่อาศัยอยู่ใจกลางเมืองมากเท่าไหร่ดูเหมือนว่าความสะดวกสบายแห่งการเดินทางที่ได้มากลับต้องแลกกับความพลุกพล่าน ความเบียดเสียดวุ่นวายอย่างไม่อาจปฏิเสธ แต่ RHYTHM EKKAMAI ESTATE มอบ New Residential Experience ให้กับผู้อยู่อาศัยเพราะมาพร้อมทั้งทำเลศักยภาพแห่งการใช้ชีวิตและความอบอุ่นราวกับอาศัยอยู่ในบ้าน RHYTHM EKKAMAI ESTATE ตั้งอยู่บนถนนเอกมัย ถนนแห่งความเป็นไปได้และสะดวกสบายด้วยการเดินทางหลากหลายรูปแบบ ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สถานีเอกมัยเพียง
ถึงอยากจะหนีเท่าไรก็หนีไม่พ้น เพราะมันอยู่ในทุกที่ ทุกเวลา และทุกมิติของการใช้ชีวิต ใช่ เรากำลังหมายถึง ‘ทุนนิยม’ ระบบเศรษฐกิจที่เปรียบเสมือนกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนโลกใบนี้ สำหรับบางคนระบบนี้คือขนมหวานที่สร้างสรรค์ชีวิตสวยหรูให้ แต่สำหรับบางคนมันคือยาขมที่ต้องพยายามกระเสือกกระสนให้อยู่รอด อย่างไรก็ตามภายใต้เปลือกนอกที่เหมือนจะดูดี น้อยคนที่จะตระหนักว่ามันกำลังทำลายโลกใบนี้อย่างช้า ๆ ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อมและมนุษย์อย่างเราเอง The Truth You Should Know จากรายงานของ Center for Health and the Global Environment at Harvard Medical School เผยว่าการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันมีอัตราสูงขึ้นกว่าเมื่อ 65 ล้านปีก่อนถึง 1,000 เท่า จากรายงานของ The 2010 Assessment by the Food and Agricultural Organization of the UN เผยว่าตลอดทุกปีจะมีพื้นที่ป่าถูกทำลายถึง 6 ล้านเฮกตาร์ และโดยรวมพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายไปแล้วกว่า 14,826,322 เอเคอร์ แม้แต่ในสหรัฐอเมริกาก็มีประชากรกว่า 15% ที่มีฐานะอยู่ในเกณฑ์ยากจน และสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า


