ถ้าพูดถึงมิวสิควิดีโอเพลงของเพลง Hip-Hop หนุ่ม ๆ หลายคนอาจคุ้นชินกับภาพของการอวดรวยแบบ New School ซึ่งกำลังได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นชีวิตที่รายล้อมด้วยสาว ๆ รถหรูที่คนทั่วไปไม่มีโอกาสได้สัมผัส รวมไปถึงธนบัตรกองโตที่ถูกโยนไปมาราวกับเป็นของหาง่าย ซึ่งคงไม่ได้อะไรนอกจากความเพลิดเพลิน แต่ขณะเดียวกันกลับมี MV เจ๋ง ๆ ของแร็ปเปอร์ชาวอังกฤษที่ช่วยให้หนึ่งครอบครัว สามารถกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาได้ด้วยเช่นกัน มิวสิกวีดีโอเพลง Run ของศิลปิน Bugzy Malone กลายมาเป็นความภาคภูมิในของแร็ปเปอร์หนุ่มโดยที่เขาไม่รู้ตัว หลังจากเพลงของเขาถูกอัปโหลดขึ้น Youtube ในวันที่ 6 สิงหาคม 2018 ในตอนนั้นแร็ปเปอร์วัย 27 ปี หวังแค่ว่าบทเพลงของเขาซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับการเติบโตอันยากลำบากของเด็กหนุ่ม จะสามารถเป็นพลังให้กับคนฟังได้ไม่มากก็น้อย แต่ผลของมันกลับเป็นได้มากกว่าที่คาดหวังเอาไว้ เพราะในเวลาต่อมาค่ายเพลงได้รับการติดต่อจากผู้หญิงคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นแม่ของชายไร้บ้านที่อยู่ในมิวสิกวิดีโอดังกล่าว สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ MV ของ Bugzy Malone ถูกถ่ายทำขึ้นจริงโดยอาศัยการเก็บฟุตเทจรอบเมืองแมนเชสเตอร์ในประเทศอังกฤษ ส่วนตัวนักแสดงก็ไม่ใช่ใครนอกจากเด็กและคนไร้บ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ซึ่งพวกเขาว่าจ้างให้บุคคลเหล่านี้มาเข้ากล้องแทนนักแสดง ก่อนจะมอบสิ่งของหรือเงินเล็กน้อยเพื่อเป็นการตอบแทน นอกจากนี้พวกเขายังมีโอกาสได้พูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตอันยากลำบากจากคนเหล่านั้นอีกด้วย โดย Bugzy Malone บอกว่าจะใช้มันเป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงในอนาคตของตัวเขาเองด้วย View this post on Instagram Today
Volkswagen คือรถยนต์สัญชาติเยอรมันที่สร้างสรรค์ขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นรถที่ชาวเยอรมันนิยมมีไว้ติดบ้านเนื่องจากสมรรถนะที่ดีเยี่ยม เต็มไปด้วยประโยชน์ใช้สอยในราคาย่อมเยา รวมถึงเรื่องของการบริการใส่ใจลูกค้าไม่เคยเสื่อมคลาย แม้แต่คุณยายที่เคยซื้อรถยนต์เมื่อ 50 ปีที่แล้ว มาถึงวันนี้ยังได้รับเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ที่น่าประทับใจจาก Volkswagen เช่นกัน เรื่องราวความประทับใจนี้เริ่มต้นจากหญิงอายุ 73 ปี นามว่า Kathleen Brooks เธอได้ซื้อรถ Volkswagen Beetle สีแดง หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันจนติดปากว่า “รถเต่า” มาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1966 ซึ่งเท่ากับว่าเจ้ารถเต่าคันดังกล่าวอยู่กับแคทเธอรีนมากว่า 52 ปีแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับการครอบครองรถคลาสสิคเป็นเวลานาน แต่เรื่องราวระหว่างแคทเธอรีนและรถเต่าของเธอมีความน่าสนใจมากกว่านั้น เพราะตั้งแต่ที่เธอซื้อรถคันแรก เธอได้จดบันทึกเรื่องราวความผูกพันระหว่างตัวเธอกับรถเต่าคู่ใจตลอดเวลา เธอตั้งชื่อมันว่า Annie และไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีเวลาว่าง เธอมักจะออกไปขับรถเล่นพร้อมความทรงจำดี ๆ อย่างเช่น ในวันที่แอนนี่ต้องขึ้นเนินเขา เธอจะเคลื่อนไหวช้าลง และในวันที่อากาศเย็น แอนนี่จะทำงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้ารถเต่าแอนนี่อยู่กับเธอตั้งแต่แต่งงานจนกระทั่งหย่าร้าง ซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ไปจนถึงตอนที่เธอพบว่าตัวเองเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่สาม รวมเป็นเวลากว่า 5 ทศวรรษ เป็นระยะทางกว่า 450,000 ไมล์ ที่ทุกการเดินทางของแคทเธอรีนก็จะมีแอนนี่อยู่เคียงข้างเสมอ จนกระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์
เป็นอีกครั้งที่คอลัมน์ A GIRL WE LOVE ของ UNLOCKMEN มีโอกาสทำความรู้จักผู้หญิงน่ารักมากความสามารถ ผู้หญิงน่ารักที่เราจะพูดคุยกับเธอวันนี้เป็นเพียงเด็กสาววัย 18 เท่านั้น แต่ความสามารถนำอายุไปไกลโข เนื่องจากเธอเป็นมือคีย์บอร์ดให้กับวงดนตรีระดับประเทศอย่าง ‘Scrubb’ ควบคู่ไปกับการเรียนในโรงเรียนดนตรีที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศอย่าง ‘วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล’ ‘มิลลี่ ศิริชฎา ร่วมฤดีกูล’ คือชื่อของเธอ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น แต่ก่อนที่จะเข้าบทสนทนาเราขอเตือนหนุ่ม ๆ ทั้งหลายให้ใจแข็งเข้าไว้ ไม่งั้นอาจโดนความน่ารักสดใสและพลังงานอันล้นเหลือของเธอตกเอาได้ง่าย ๆ เราอาจเห็นมิลลี่แบบผ่านตามาบ้างตาม Social Network และสื่อออนไลน์ แต่เมื่อมานั่งอยู่ตรงหน้า ความน่ารักสดใสของเธอยิ่งเปล่งประกายขึ้นไปอีก เราจึงไม่รอช้าที่จะเริ่มต้นบทสนทนา ก่อนอื่นช่วยแนะนำตัวเองกับผู้อ่านที่ยังไม่รู้จักเราหน่อยครับ? “สวัสดีค่ะชื่อ ศิริชฎา ร่วมฤดีกูล ชื่อเล่นชื่อมิลลี่ค่ะ อายุ 18 ปี ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยมหิดลดุริยางคศิลป์ เอกเปียโนแจ๊สค่ะ” จากเด็กผู้หญิงธรรมดาสู่เส้นทางสายดนตรีได้ยังไง? “คุณพ่อคุณแม่ชอบดนตรีอยู่แล้วค่ะ ก็เลยให้หนูเรียนเปียโนตั้งแต่หนู 3 ขวบ เรียนมาเรื่อย ๆ จนจบเกรดครู ตอนนี้ก็เป็นครูสอนเปียโนด้วยค่ะ ส่วนเต้นเริ่มเรียนตอน 4
ในเวลาที่สังคมรอบตัวเราเริ่มมีบรรยากาศที่ทำให้เกิดภาวะกระอักกระอ่วนที่จะดำเนินชีวิตไปแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไร เราคงอยากจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้มันกลายเป็น “สังคมที่น่าอยู่” ในอุดมคติ ใกล้เคียงที่สุดที่เราพอจะนึกออกคงเป็นคำว่า “ยูโทเปีย” ที่ใครต่างก็อยากมี กลุ่มคนดนตรีอย่าง “ศรีราชาร็อกเกอร์” ได้ลงมือสร้างสรรค์ดนตรีที่กระตุ้นให้สังคมเกิดความตระหนักรู้ว่าสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันมีปัญหาอะไรผ่านเพลงของพวกเขาที่เรามักจะคุ้นเคยในความเจ็บแสบของเนื้อหากันดี เพราะพวกเขาเชื่อว่าเพลงของพวกเขาจะเป็นอีกพลวัตในการเปลี่ยนแปลงสังคม มาดูกันว่ากลุ่มคนดนตรีสีเขียวกลุ่มนี้มีของดีอะไรที่จะมาช่วยเยียวยาสังคมนี้ กว่าจะเป็นหนึ่งเพลง Process การทำเพลงแบบสีชา กว่าจะได้เพลงหนึ่งเพลง เป็นยังไงบ้าง ? วิน: อันนี้เป็นสมาชิก Gen ที่ 3 ของวงแล้วครับ กระบวนการของศรีราชาตั้งแต่แรกเริ่มมา เป็นผมที่ทำเป็น Acoustic เขียนเนื้อเพลงออกมา ทำเป็นเมโลดี้ 2-3 คอร์ด แล้วก็อัดใส่โทรศัพท์มาให้คนในวงช่วยกันฟัง แล้วก็คิดกัน ผมก็ส่งให้มือเบสช่วยกันคิดไลน์ที่ชอบกัน ทั้งผมและเค้าชอบ มือกลองก็คุยกันว่าตียังไงดีวะ มาใช้เวลาในห้องซ้อม แต่ก่อนเราจะไม่ค่อยมีเวลาในห้องซ้อมเท่าไหร่ อย่างอัลบั้มใหม่จะเจอกันไม่บ่อย แต่ว่าเข้มข้น สุมหัวกันว่าเราจะเล่นยังไง เพราะผมจะมีคำถามมากมายว่าเล่นแบบไหนดีกว่า แบบไหนจะดีที่สุด เราให้การบ้านแต่ละคน ไปอัดอันนี้มานะ เพลงนี้ ใครอยากเพิ่มเติมอะไร ลองไปคิดมาสิ แล้วก็มารวมกันทำให้ชัดเจน และมีคุณค่าขึ้นทีละนิด พอเปลี่ยน Gen มีสมาชิกหน้าใหม่ พอมาทำงานหรือมาซ้อมด้วยกัน มีช่วงสะดุดหรือจูนไม่ติดบ้างไหม ? วิน:
หนุ่ม ๆ ทุกคนต่างมีรถในฝันของตัวเองและแต่ละคนล้วนมีรูปแบบหรือสไตล์แตกต่างกันออกไป บางคนหลงใหลความดุดันของ American Muscle Car หรือบางท่านก็ชอบรูปแบบความเร็วร่วมสมัยอย่าง Supercar แต่จะเจ๋งแค่ไหนถ้าทั้งสองสิ่งถูกนำมาผสมอยู่ในรถคันเดียวเหมือนใน TRACTORRI Project Car สุดแปลกแต่ต้นทุนสูงจนเราต้องหยิบแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักคันนี้ การรวมร่างกันของม้าป่าสัญชาติอเมริกันเข้ากับกระทิงเปลี่ยวจากแดนมักกะโรนีคันนี้ ถือกำเนิดขึ้นโดยชายที่ชื่อว่า John Haugh ผู้มีความคิดว่าอยากจะรวม Iconic Car แห่งยุคสมัยทั้งสองเข้าด้วยกัน คันแรกคือ Ford Mustang ซึ่งคงไม่ต้องอธิบายถึงสรรพคุณความเป็น Iconic ฝั่งอเมริกันให้มากความ เพราะมันยังคงเป็นรถในฝันของใครหลายคนในทุกยุคสมัย อีกคันเป็นซุปเปอร์คาร์สายพันธุ์โหดที่มียอดขายมากกว่า 14,000 คันทั่วโลกกับ Lamborghini Gallardo ก่อนจะถูกแทนที่ด้วย Huracan ในเวลาต่อมา TRACTORRI ชื่อที่ถูกใช้เรียกรถ Tractor ของ Lamborghini ในอดีต เปิดตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกในงาน SEMA 2009 พร้อมความภูมิใจจากการผสมผสานอันลงตัว ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาอย่างใส่ใจรายละเอียดตลอดทั้งคัน เริ่มจากดีไซน์ภายนอกที่มากับรูปลักษณ์อันปราดเปรียวของ Ford Mustang 2007 พร้อมชุดไฟหน้าเดิมและไฟเลี้ยวหยิบยืมของ Porche 911 Turbo มาใช้งาน
หลังจาก Trailer ภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ทั้งโลกรอคอย Avengers: Endgame ได้ออกฉาย สิ่งที่ตามมาคือสารพัดคำถามมากมายเกี่ยวกับเนื้อเรื่องว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เมื่อกลุ่มฮีโร่และประชากรทั้งจักรวาลถูกลบหายไปกว่าครึ่ง รวมไปถึงคำถามสำคัญเกี่ยวกับตัวละครอย่าง Tony Stark หรือ Iron Man ว่าเขาจะสามารถเอาตัวรอดอย่างไรเมื่อต้องอยู่ในยานอวกาศที่ไร้เชื้อเพลิง ไม่มีอาหาร และอากาศก็กำลังจะหมดในไม่กี่วัน ไปจนถึงข้อสงสัยสุดท้ายว่าเหล่า Avengers จะสามารถเอาชนะ Boss ตัวโหดอย่าง Thanos ด้วยวิธีไหน มีทฤษฎีมากมายที่พยายามตอบคำถามต่าง ๆ และ UNLOCKMEN ก็ได้พบกับทฤษฎีที่น่าสนใจ และค่อนข้างจะมีความเป็นไปได้เกี่ยวกับตัวละคร Tony Stark และวิธีการเผด็จศึก Thanos โดยการสร้างหุ่นยนต์ที่เคยเป็นตัวร้ายมาก่อนอย่าง Ultron ขึ้นมาอีกครั้ง จากการสันนิษฐานของ ScreenRant เว็บไซต์ภาพยนตร์ชื่อดัง ได้กล่าวถึงวิธีการที่เหล่าฮีโร่ Avengers จะสามารถเอาชนะตัวร้ายสุดแข็งแกร่งอย่างธานอสได้นั้นมีหลายวิธี และทฤษฎีที่น่าสนใจอันนึงคือการที่ Tony Stark จะรอดจากการติดอยู่กลางอวกาศ และสร้าง Ultron ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งถ้ายังจำกันได้ หุ่นยนต์อัลตรอนคือตัวร้ายในหนัง Avengers: Age of Ultron
แม้เราจะรัก Adam Levine มากแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีศิลปินอยากมาแจมกับวงดนตรีชื่อดังจากอย่าง Maroon 5 ที่มีคิวขึ้นแสดงสดในช่วงพักครึ่งของ Super Bowl ครั้งที่ 53 ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ของปีหน้า แต่ต้นเหตุไม่ได้มาจากเหตุผลว่าศิลปินทั้งหลายไม่ชอบพวกเขา แต่เป็นเพราะความตึงเครียดในสถานการณ์ของ NFL กรณีของ Colin Kapernick ต่างหากที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้น ดูเหมือนงานถ่ายทอดสดซึ่งมีผู้ชมมากที่สุดในโลกจะไม่ได้เป็นที่ต้องการของเหล่านักร้องดังทั้งหลายในเมืองลุงแซมเสียแล้ว หลังจาก US Weekly ได้เปิดเผยว่าวงดนตรีซึ่งเป็น Line-Up หลักของงานอย่าง Maroon 5 กำลังประสบปัญหาในการหานักร้องมาร่วมแสดงในช่วงพักครึ่งของการแข่งขันชิงถ้วย Vince Lombardi หรือที่รู้จักกันในชื่อ Super Bowl โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ของปีหน้าซึ่งกำลังใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ว่ากันว่าเหตุผลที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเป็นเพราะ “ไม่มีใครอยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับ NFL” เพราะจุดยืนทางการเมืองของพวกเขาในกรณีผู้เล่นของทีม San Francisco 49ers ที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ Colin Karpernick ที่เลือกจะคุกเข่าในการเคารพเพลงชาติสหรัฐอเมริกาเพื่อประท้วงการใช้ความรุนแรงต่อคนผิวสี โดยเขาแสดงเหตุผลของตัวเองว่า “ผมจะไม่ยืนขึ้นเพื่อแสดงความภูมิใจต่อธงชาติและเพลงชาติของประเทศที่กดขี่คนผิวดำหรือเชื้อชาติอื่น ๆ” ซึ่งภายหลังก็มีกระแสทั้งด้านลบและด้านบวก รวมไปถึงการเข้ามาเกี่ยวข้องของประธานาธิบดี Trump ก็มีส่วนทำให้เรื่องราวใหญ่โตขึ้น จนสุดท้ายเขาก็ถูกเลิกจ้างจากทีมและสปอนเซอร์ต่าง ๆ เหลือเพียงแค่ Nike
เมื่อเดือนแห่งเทศกาลแห่งความสุขวนเวียนมาอีกครั้ง การได้ใช้เวลาว่างแบบไม่ต้องไปเบียดเสียดใคร นั่งปล่อยกายปล่อยใจ คิดทบทวนเกี่ยวกับตัวเองในช่วงปีที่ผ่านมา พร้อมเสียงคลอของดนตรีแจ๊สพร้อมจิบเครื่องดื่มดี ๆ สักแก้วไปด้วยก็คงจะดีไม่น้อย UNLOCKMEN จึงขอแนะนำ 5 บาร์แจ๊สต่างสไตล์มาเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการฟังดนตรีแจ๊สของดีแบบสด ๆ 1. The Bamboo Bar จากบาร์แจ๊สเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพ ฯ ที่เปิดให้บริการตั้งแต่พ.ศ. 2496 จนปัจจุบัน The Bamboo Bar ได้ก้าวมาเป็นหนึ่งใน 50 บาร์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2018 การนั่งจิบค็อกเทลในบรรยากาศตีมแบบป่าเมืองร้อนสไตล์ Tropical พร้อมสัมผัสดนตรีแนว Standard Jazz ที่ได้นักดนตรีมากฝีมือเวียนมาขับกล่อมอย่างไม่ขาดสายก็คงจะดีไม่หยอก อีกทั้งเรื่องดนตรีแจ๊สของร้านนั้นเป็นที่โด่งดังในวงการบาร์แจ๊สทั่วโลก ซึ่งถ้าใครต้องการฟังแจ๊สสไตล์ต้นตำหรับต้องห้ามพลาดโดยเด็ดขาด Location: 48 ซอยโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ 10500 Open: อา-พฤ 17:00 pm – 01:00 am / ศ-ส 17:00 pm – 02:00 am
หลังจากเริ่มธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาเป็นของตัวเองมาได้สักระยะ ดูเหมือนว่าอดีตแชมป์โลกในรุ่น Heavyweight อย่าง Mike Tyson จะโฆษณาธุรกิจเก่งขึ้นเป็นกอง หลังจากเขาออกมายอมรับว่าเคยสูบกัญชาก่อนขึ้นฟาดกับคู่ต่อสู้ แถมผลการแข่งขันในแมทช์ดังกล่าวก็เป็นเหมือนการเชือดหมูสำหรับเขาอีกด้วย นักชกเจ้าของฉายา “มฤตยูดำ” ถูกรู้จักดีในฐานะหนึ่งในนักมวยที่ดีและโหดที่สุดของรุ่น Heavyweight วงการมวยโลก โดยเขาเป็นที่รู้จักครั้งแรกหลังเอาชนะ Trevor Berbick แบบ TKO ในยกที่สองของการแข่งขัน ซึ่งนั่นทำให้ตัวเขากลายเป็นชายอายุน้อยที่สุดที่คว้าแชมป์โลกของ World Boxing Council (WBC) ด้วยวัยเพียง 20 ปีกับอีก 4 เดือน โดยตลอดระยะเวลา 20 ปีที่เขาโลดแล่นอยู่บนสังเวียนก็มีครบทุกรสชาติทั้งจุดสูงสุดและต่ำสุดของชีวิต แม้จะเคยกัดหูคู่ต่อสู้ขาดเหมือนหมาบ้า แต่ผู้คนยังคงจดจำภาพความเป็นสุดยอดนักชกผู้รีไทร์ไปพร้อมสถิติการชก 58 ครั้ง ชนะ 50 โดยเป็นการชนะน็อกถึง 44 ครั้ง แพ้ 6 และ No Contest 2 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประสบการณ์การชกแบบ Get High นั่นเอง ไมค์เปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวผ่านการสัมภาษณ์ของรายการ The Dan Patrick
ถึงสมาร์ตโฟนจะสะดวกแค่ไหน เล่นเกมได้หลากหลายเพียงใด แต่มนต์ขลัง PC เป็นสิ่งที่ไม่เคยหายไปจากผู้ชายอย่างเรา เพราะจอมันใหญ่สะใจกว่า ช่องใส่สกิลก็เพียบ แชตกับตี้ในเกมไม่สะดุด และที่สำคัญบังคับนิ้วจากคีย์บอร์ดเคลื่อนเกมได้คล่องตัว ด้วยการกดเพียง 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางกับ 4 ปุ่มหลักสี่เหลี่ยมของตัวอักษร WASD ที่คุ้นตา แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมการบังคับต้อง WASD ด้วย? ในเมื่อ 4 ปุ่มกับคอมโพสต์การวางนิ้วก็แทบไม่แตกต่างกัน จะขยับมาเป็น ESDF หรือตัวอื่นไม่ได้หรือไง ถ้าคุณเคยสงสัย เรื่องเหล่านี้ UNLOCKMEN พบที่มาและนำมาฝากให้หายงงแล้ว เกมเมอร์ตำนานคือคนคิดตำแหน่งทองคำ WASD หลายคนเข้าใจว่าตำแหน่ง Default บังคับเกมอย่าง WASD นี้มีนักสร้างเกมเป็นผู้คิด เพราะรู้ตัวอีกทีมันก็ใช้กันแพร่หลายและใช้กันแทบทุกเกม แต่ความจริงแล้วคนที่คิดและนำ 4 ปุ่มอย่าง WASD มาใช้คือเกมเมอร์ชื่อดังในตำนานอย่าง “Thresh” เกมเมอร์ที่คว้าชัยชนะจากการจัดแข่ง Quake tournament ครั้งที่ 1 ปี 1997 ได้สำเร็จอย่างงดงามจากการปรับแต่งปุ่มนี้และมันก็ทำให้เขาได้รางวัลใหญ่เป็น Ferrari


