ช่วงใกล้สิ้นปี เวลาที่น้อยลงสะกิดให้เรารู้ตัวว่าการเปลี่ยนแปลงบนปฏิทินใกล้เข้ามาทุกที เวลาสามร้อยหกสิบกว่าวันที่ผ่านมา เราอาจใช้เวลาไปกับความเคลื่อนไหวของชีวิตจนลืมเติมเต็มบางสิ่งให้ตัวเอง เราอาจเหน็ดเหนื่อยกันการเดินทางตลอดหนึ่งปี ลองเติมความพิเศษเหมือนเป็นการให้รางวัลตัวเอง ความเหนื่อยที่ผ่านมาของเราจะได้ไม่รู้สึกเสียเปล่า หากยังไม่มีตัวเลือกในใจ UNLOCKMEN ขอแนะนำสิ่งใกล้ตัวที่เราอาจมองข้ามไป แต่มันอาจเป็นของขวัญแสนพิเศษให้กับตัวเอง เพื่อชดเชยความเหนื่อยและเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีสำหรับปีที่จะมาถึง ทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ การท่องเที่ยวเป็นเหมือนการซื้อประสบการณ์ให้ตัวเอง ให้เราได้ออกไปพบเจอสถานที่ใหม่ ๆ ผู้คนที่ใช้ชีวิตต่างวัฒนธรรมกับเรา เรียนรู้ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ในทุกสถานที่ที่เราไป ให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีอะไรอีกมากที่เรายังไม่เคยสัมผัส การท่องเที่ยวจึงเป็นการลงทุนที่ยังไงก็คุ้มค่า เพราะสิ่งที่เราได้กลับมามันมากกว่าอะไรที่จ่ายอยู่แล้ว ลองมองหาสถานที่เจ๋ง ๆ ที่คุณเคยเล็งไว้เมื่อนานมาแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสเสียที ที่ผ่านมาที่เรายังไม่ได้ลงมือท่องเที่ยว อาจเป็นเพราะเราไม่ได้มีเวลามากพอที่จะวางแพลนไว้ก็ได้ ถือโอกาสนี้นี่แหละ ใช้เงินซื้อประสบการณ์ให้ตัวเองด้วยการวางแพลนท่องเที่ยวข้ามปี ที่พัก การเดินทาง Budget เตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้ เสิร์ฟจานเด็ด มื้อดี ๆ เรียกน้ำย่อย ริวิวร้านดีร้านเด็ดที่เคยเลื่อนผ่านบน Newsfeed แล้วชวนให้น้ำลายสอ ร้านแล้วร้านเล่าผ่านไป เงินไม่เอื้ออำนวยบ้าง เวลาไม่เป็นใจบ้าง เลยยังไม่ได้ลิ้มชิมรสอาหารมื้อเด็ดนั้นเสียที แม้มันจะไม่ได้เป็นของที่อยู่ยาว บางคนก็มองว่ากินแล้วก็ย่อยไป อาหารตามสั่งมันก็อิ่มเท่ากัน เลยไม่กล้าจะเสียเงินกับอาหารราคาแพงต่อหนึ่งมื้อ ลองทุ่มเงินซื้อรางวัลให้ตัวเองแบบชัดเจนสุด ๆ ด้วยประสบการณ์ลิ้มรสอาหารที่ไม่อาจได้กินกันบ่อย ๆ อย่างน้อยเราก็ได้จดจำรสชาติของมัน ยามเคี้ยวอย่างละเมียด รสชาติกระจายไปทั่วปาก ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีสำหรับคำว่ารางวัลชีวิต
เพลง Lo-Fi ที่เราอาจเคยเห็นกันใน YouTube มักจะเป็นคลิปยาว ๆ สร้างความเพลิดเพลินเป็นเวลาติดต่อกันนานนับชั่วโมง น่าสังเกตว่าเพลง Lo-Fi มักจะถูกนำมาใช้ในตอนที่ต้องการสร้างสมาธิอย่าง เปิดคลอในตอนทำงาน ทำการบ้าน อ่านหนังสือ หรือแม้แต่ในคืนเคาต์ดาวน์นี้ของคุณ ถ้ายังไม่มี Playlist ในใจ ไม่อยากเลือกเพลงตามใจคนนู้นทีคนนี้ที ลองเป็น Lo-Fi Jazz สุดแสน Classy ที่ให้ความรู้สึกหรูหราด้วยเครื่องเป่า สร้างบรรยากาศของ Jazz บวกกับดนตรีสังเคราะห์แบบ Lo-Fi ที่จะทำให้เพลง Jazz เข้าถึงง่ายมากขึ้น กับ Playlist นี้ของเรา ที่อัดแน่นเพลง Lo-Fi ให้เปิดวนกันได้ยาว ๆ ตลอดคืน สำหรับใครที่สะดวกฟังบน Spotify ตามไปกด Follow กันได้เหมือนเดิม ฟังครบแล้วยังสามารถไปต่อกับที่ Playlist Stay High On Lo-Fi เพื่อต่อเนื่องมู้ดนี้กันได้ หากใครต้องการ Playlist แนวไหน สามารถแนะนำกันเข้ามาได้
บรรยากาศฝุ่น ๆ ที่เหมือนใส่ฟิลเตอร์เบลอ เฟดภาพตึกตรงให้จาง ถ้าเป็นที่อื่นเราคงคิดว่าเข้าหน้าหนาวเต็มที่แล้วอยากโดดออกไปเที่ยวนอกบ้าน แต่สำหรับกรุงเทพฯ ตอนนี้เลี่ยงไว้จะดีกว่าเพราะแทนที่จะได้เที่ยวสงสัยจะได้ไปหาหมอแทน และในช่วงเช้าวันนี้ (21 ธันวาคม) ประกาศแล้วว่ามีพื้นที่เสี่ยงที่มี PM.25 สูงเกินมาตรฐาน (50 ไมโครกรัม / ลูกบาศก์เมตร) จำนวน 20 พื้นที่ และ 14 แห่งมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งมีสาเหตุจากสภาวะอากาศปิดและการจราจร แต่ตอนนี้อัปเดตล่าสุดช่วงบ่าย มีพื้นที่เสี่ยงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเพิ่มจำนวนขึ้นถึง 19 แห่ง เราจึงนำมาแจ้งเพิ่มเติม ลองมาเช็กไปพร้อมกัน พื้นที่ริมถนน ตรวจวัดค่าสถานที่ติด Red Zone ของ PM.25 เวลา 15.00 น. โดยเผย Red Zone 19 แห่งดังนี้ เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 เขตปทุมวัน บริเวณริมถนนจามจุรีสแควร์ เยื้อง MRT สามย่าน เขตบางรัก
‘กองทัพต้องเดินด้วยท้อง’เห็นจะจริงอย่างที่สุภาษิตนี้ว่าไว้ เพราะนอกจากมังงะแอ็คชั่นระเบิดภูเขาเผากระท่อมสไตล์โชเน็นแล้ว มังงะอีกหนึ่งแนวที่ได้รับความนิยมตีคู่กันมาตลอดคือ ‘มังงะอาหาร’ มังงะอาหารนั้นอยู่คู่กับนักอ่านมาอย่างยาวนาน นานเสียจนอาจจะตกหล่นจากความทรงจำของใครหลายคน วันนี้เราจึงอยากเขียนถึงเผื่อว่าใครกำลังหาอะไรอ่านตอนทานข้าว กับ 5 มังงะทำอาหารที่เราชื่นชอบที่สุด ย้ำอีกครั้งว่าตามความชอบเราเป็นหลัก ขาดตกเรื่องไหนไปขออภัยไว้ ณ ที่นี้ Chuka Ichiban! Written by: อัตสึชิ โอกาวะ ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีในชื่อไทย ‘ยอดกุ๊กแดนมังกร’ ตั้งแต่จำความได้นี่คือมังงะทำอาหารเรื่องแรกที่เรารู้จัก ภาพที่เราแหกขี้ตาตื่นตั้งแต่เช้าวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อดูเรื่องนี้ที่ฉายทางช่อง 9 ยังชัดเจนในความทรงจำ ยอดกุ๊กแดนมังกรว่าด้วยเรื่องราวการเดินทางของเด็กหนุ่ม หลิว เหมา ซิง ที่ต้องการจะเป็นสุดยอดนักทำอาหารแห่งประเทศจีนและคอยปกป้องผู้คนจากสมาคมอาหารใต้ดิน รวมไปถึงการค้นหาเครื่องครัวในตำนานตามประวัติศาสตร์ ซึ่งระหว่างการเดินทางเหมาก็พบเจอกับเรื่องราวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศัตรูคู่แข่งฝีมือฉกาจ มิตรภาพ หรือแม้กระทั่งความรัก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ หล่อหลอมเหมาให้กลายเป็นพ่อครัวที่เก่งขึ้นไปเรื่อย ๆ สารภาพตามตรงว่าก่อนรู้จักกับมังงะเรื่องนี้ เราไม่อินกับอาหารจีนเลยแม้แต่น้อย ค่อนไปทางไม่ชอบเสียด้วยซ้ำ แต่ยอดกุ๊กแดนมังกรสามารถเปลี่ยนทัศนคติเราที่มีต่ออาหารจีนได้สำเร็จ ต้องขอบคุณอาจารย์อัตสึชิ โอกาวะ ที่ทำให้โลกอาหารของเราเปิดกว้างขึ้น Shokugeki no Soma Written by: ยูโตะ สึคุดะ
หลังจากที่คราวก่อนเราได้แนะนำ 5 ร้าน Omakase ที่เราชื่นชอบที่สุดกันไปแล้ว (GUIDE: 5 ร้าน OMAKASE ที่เราอยากแนะนำ เพราะทุกคำเสิร์ฟพร้อมจิตวิญญาณและความตั้งใจของเชฟ) นอกจากจะได้พิกัดร้านขั้นเทพแล้ว เรายังได้เล่าถึงความเป็นมาของวัฒนธรรมการกินแบบ Omakase ไว้ด้วย เป็นการประดับความรู้เสริมความมั่นใจก่อนไปนั่งประจันหน้ากับเชฟ แต่เรารู้ดีว่าราคาคอร์สของแต่ละร้านที่เราแนะนำไปนั้นทำเอาขนหน้าแข้งร่วงไปหลายเส้น เพราะความพรีเมียมของมัน ดังนั้นใน Omakase Guide ภาค 2 นี้ เราขอแนะนำร้าน Omakase ราคาประหยัด ที่พกแบงค์พันไปแค่ 3 ใบก็สามารถอิ่มอร่อยได้ตามขนบวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ ๆ Sushi Hinata ถึงแม้จะตั้งอยู่ในห้างสรรพสิค้าหรูใจกลางเมืองอย่าง Central Embassy แต่คอร์ส Omakase ของ Sushi Hinata นั้นราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2,000 บาทเท่านั้น เรียกว่าถูกแบบเหลือเชื่อถ้าเทียบกับทำเลและคุณภาพวัตถุดิบที่ได้รับ Sushi Hinata ตกแต่งร้านสไตล์ดั้งเดิม เน้นความสงบและเรียบหรู เมื่อเปิดประตูเข้าไปคุณจะเจอกับปลามากมายหลายชนิดวางเรียงรายอยู่บนเคาน์เตอร์จนอาจจะเข้าใจผิดว่านี่คือตลาดปลาสักแห่งในญี่ปุ่น นอกจากคุณภาพปลาที่สดใหม่ หวานฉ่ำตามธรรมชาติและฝีมือการปั้นขั้นเทพของเชฟ โยชิกิ ยามาดะ แล้วที่นี่ยังตกแต่งอาหารในคอร์สออกมาได้สวยงาม เพิ่มความประทับใจให้เรามากขึ้นไปอีก ใครอยากมาลอง
เชื่อว่าหลายคนที่นั่งหลังพวงมาลัยคงเคยรู้สึกเครียดกับสภาพรถติดบนท้องถนนกับถ้วนหน้า เพราะไม่ว่าเราจะมีรถพันธ์ุดุหลายแรงม้าหรือรถบ้าน รวยหรือจน แต่ถ้าเข้าเส้นลาดพร้าวช่วงไพร์มไทม์แล้วล่ะก็ยังไงก็จอด มีโอกาสสบตากันยาวตั้งโต๊ะกินข้าวกันได้เป็นชั่วโมง ๆ สำหรับคนอื่นที่เจอเหตุการณ์รถติดแบบนี้อาจจะแค่บ่น แต่ตัวพ่ออย่าง ELON MUSK จะไม่ยอมบ่นเฉย ๆ เพราะเขาเอาจริง หยิบความคับข้องใจตอนเจอพิษรถติดเวลาเดินทางจากบ้านมาที่ทำงานมาเป็นแรงบันดาลใจ (จากลอสแองเจลิสมา สำนักงาน SpaceX เมือง Hawthorne) จึงทุ่มทุนใช้งบหลายล้านดอลลาร์กับเวลา 1 ปีขุดอุโมงค์เพื่อวาร์ปรถหนีการจราจร แถมยังตั้งชื่อบริษัทเกรียน ๆ มาทำโปรเจกต์ด้วยว่า The Boring Company บริษัทน่าเบื่อที่ระดมทุนจากหมวก สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่อยากเชื่อ แต่มันก็เป็นจริง ไม่ใช่แค่พาวเวอร์ของเทคโนโลยีที่เหลือล้น แต่เบื้องหลังของบริษัท The Boring Company ที่สร้างโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่นี้เริ่มต้นจากการระดมทุนขายหมวกไม่กี่ใบในราคาใบละ 20 ดอลลาร์กับทวีตขายหมวกในทวิตเตอร์ของ Musk ที่เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกวันที่ 18 ตุลาคมปี 2017 โดยหวังว่าจะเอาเงินพวกนี้ไปแก้ปัญหาน่าเบื่อ ๆ ซึ่งแน่นอนวันนี้เขาได้ทำมันแล้ว และเราก็ได้เห็นการเดินทางระดับตำนานแบบนี้เป็นครั้งแรกของโลก ดิ่งลงดิน วาร์ปข้ามแดน เส้นทางการดำดินครั้งนี้ Elizabeth Lopatto หนึ่งในทีม
เป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการโซเชียลอีกครั้งของ Facebook ที่ถูกจับได้ว่าแอบแบ่งปันข้อมูลแชทของผู้ใช้งานให้กับบริษัทที่เป็นพันธมิตรกันอย่าง Netflix และ Spotify เมื่อแชทส่วนตัวในโซเชียลชื่อดังอย่าง Facebook นั้นไม่เป็นส่วนตัวอีกต่อไป การแฉครั้งใหญ่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสื่อเจ้าดังอย่าง The New York Times ได้เผยแพร่บทความ As Facebook Raised a Privacy Wall, It Carved an Opening for Tech Giants ที่ได้จากการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐ อดีตพนักงานของ Facebook รวมถึงเอกสารที่ Facebook ได้เซ็นกับพันธมิตร พบว่า Facebook ได้ทำข้อตกลงกับบริษัทต่าง ๆ กว่า 150 แห่ง ตั้งแต่ปี 2010 ให้เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งาน Facebook เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน เช่นการให้ Spotify, Netflix และ Royal Bank of Canada สามารถอ่าน เขียน รวมถึงลบข้อความส่วนตัวของผู้ใช้งานได้
ต้นเหตุของความผิดหวังมีมากมายหลายสาเหตุเกินกว่าที่เราจะลิสต์ได้ แต่ถ้าลองนึกคร่าว ๆ ในหัว สาเหตุอันดับต้น ๆ ก็คงเป็น “การถูกปฏิเสธ” ที่ทิ่มแทงความรู้สึกเราได้ไม่น้อยเลย อาจจะด้วยเรื่องความรัก เรื่องงาน ครอบครัว หรืออะไรก็ตาม หากตั้งความหวังไว้แล้ว เกิดแป้กผิดหวังขึ้นมาก็คงหน้าแห้งไปตาม ๆ กัน ทีนี้ไอ้ความผิดหวังเนี่ย เจอกันทุกคนแหละ แต่วิธีการรับมือของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป หากวิธีเดิมมันไม่ได้ผล ลองมาดูเทคนิคจาก UNLOCKMEN ที่จะช่วยให้หนุ่ม ๆ ได้ตั้งรับความผิดหวังจากการถูกปฏิเสธได้แบบทันท่วงที ไม่เสียอาการกันในวันที่สายเกินแก้ กระจายความผิดหวัง ด้วยการเตรียมใจว่าจะเจ็บ หากเห็นแววมาแต่ไกลแล้วว่างานนี้แห้วแน่ ก็อย่าได้เข้าข้างตัวเองจนหวังเกินความจริงมากเกินไป กระจายความเจ็บปวดด้วยการทำใจแต่เนิ่น ๆ ในตอนนี้ แม้จะยังไม่ทันจบเกม ยังไม่อยากยอมแพ้ แต่หากเห็นท่าไม่ดี เราจะรออะไร อย่าหลอกตัวเองไปวัน ๆ ค่อย ๆ เจ็บตั้งแต่วันนี้ ซ้อมเอาไว้ตั้งแต่ต้นจนถึงวันเจ็บจริง เราจะได้ไม่ตื่นตระหนกกับการถูกปฏิเสธและความเจ็บปวดที่จะตามมาในภายหลัง ยิ่งเตรียมตัวเตรียมใจเร็วเท่าไหร่ ยิ่งยืดระยะการกระจายความผิดหวังได้กว้างขึ้น ร่างกายกับความคิดเชื่อมโยงกันเสมอ เมื่อใจเป็นนายกายเป็นบ่าว อาจไม่ได้ความว่าสิ่งไหนควบคุมอะไร แต่หมายถึงร่างกายกับจิตใจสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ได้ หากร่างกายอ่อนแรงอาจทำให้จิตใจเราหม่นหมองไปด้วย และถ้าหากจิตใจย่ำแย่ ร่างกายเราก็จะห่อเหี่ยวไปด้วย เพราะฉะนั้นในวันที่เราเผชิญกับความผิดหวัง จิตใจเราช่างเปราะบาง
ถ้าพูดถึงหนังซุปเปอร์ฮีโร่หน้าใหม่ที่มาแรงที่สุดในช่วงเวลานี้ ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Arthur Curry หรือที่รู้จักกันในชื่อ Aquaman หนุ่มลูกครึ่งมนุษย์-แอตแลนติส ที่ทำให้เขามีความสามารถเหนือมนุษย์ ซึ่งรับบทโดยหนุ่มเซอร์กล้ามใหญ่อย่าง Jason Momoa ที่ในเรื่อง Aquaman เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นเจสันใส่เสื้อซักเท่าไหร่ แต่ในชีวิตจริงเค้าเป็นคนที่มีสไตล์ในแบบของตัวเองอย่างชัดเจน และเป็นสไตล์ที่เหมาะกับหนุ่มไทยพอสมควร UNLOCKMEN จึงจะพาไปส่องแฟชั่นของพระเอกหนุ่มเคราดกคนนี้ เป็นไอเดียการแต่งตัวที่ชิว ๆ เซอร์ ๆ เจสันคือผู้ชายที่มีสไตล์หลากหลาย ผมยาว เคราดก คิ้วบาก รอยสักที่แขนขวา และลุคเซอร์ ๆ คือเอกลักษณ์ของเจสัน โมมัว แต่ที่จริงแล้วเขาไม่ได้มีแค่ลุคเซอร์อย่างเดียวเท่านั้น เพราะเจสันคือผู้ชายมากสไตล์ บางวันเป็นหนุ่มลุคสบาย ๆ ด้วยเสื้อสีพื้นอย่างขาว เทา ดำ พร้อมกับกางเกงขายาว กับรองเท้าบู๊ทแฟชั่นไอเท็มจากยุค 90s อย่าง Timberland ซึ่งถ้าไม่ใส่บู๊ทก็มักจะสวมรองเท้าแตะไปไหนมาไหน ในบางครั้งเจสันก็เป็นผู้ชายลุคสปอร์ต เพราะกีฬาโปรดของเขาคือการไปปีนเขา บางครั้งก็ดูดุดันแบบร็อคเกอร์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ศิลปินเพลงร็อคคือคาแรคเตอร์ที่เขาต้องศึกษาและทำความเข้าใจ เพราะตัวละครอาเธอร์ในเรื่องอควาแมนจะต้องมีสไตล์แบบชาวร็อค นอกจากนี้เรายังเห็นเจสันในลุคหนุ่มคันทรี่ขี่ฮาร์เล่ย์ ซึ่งเจสันจะมีหมวกคาวบอยคู่ใจที่มักชอบสวมเวลาไปเที่ยวกับลูก ๆ หรือไปเดินเล่นกับภรรยา แต่ไม่ว่าจะแต่งตัวสไตล์ไหนเจสันก็จะเน้นเรื่องของความสบายเอาไว้ก่อน
โลกยุคนี้มันเปลี่ยนไปไว คนธรรมดาก็กลายเป็นคนดังได้รวดเร็วในชั่วข้ามคืน แต่ถ้าจะให้ถึงขนาดดังแล้วโฆษณามาลง ได้เงินมาใช้ก็ยังต้องสั่งสมบารมีและฐานคนฟอลโลว์พอสมควร จึงไม่ง่ายนักที่ใครจะกลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีรายได้เข้ามหาศาล ถ้าสังเกตอินฟลูเอนเซอร์หลายแชนแนลที่เราตามวันนี้ มักจโฆษณาร่วมกับแบรนด์เดินทางไปโน่นไปนี่หรือใช้โปรดักส์ของสปอนเซอร์ให้เห็นเสมอ แต่ถ้ากระแสตก ยอดวิวไม่พุ่งแน่นอนว่าโฆษณาก็ไม่เข้าเช่นกัน “SPONCON” หรืออินฟลูเอนเซอร์สร้างโฆษณาเก๊ไว้หลอกแบรนด์จึงเป็นศัพท์ใหม่ในวงการที่เกิดขึ้น โดยเหล่า sponcon จะลงทุนจ่ายเงินซื้อโปรดักส์ สร้างกระแส ลงแคปชั่น ติดแฮชแท็กให้ตัวเองเหมือนโดนจ้างโปรโมตโปรดักส์ มีสปอนเซอร์ดังจ้างงานจึงเกิดขึ้น ซึ่งแม้ตอนนี้จะยังไม่ค่อยเห็นในบ้านเรา แต่ในต่างประเทศก็เริ่มแพร่หลายกันแล้ว จ่ายก่อน ตกทองทีหลัง มองเผิน ๆ อาจจะรู้สึกว่า โง่ว่ะอยู่ดี ๆ อินฟลูเอนเซอร์ไปจ่ายเงินซื้อของมาใช้ แถมยังโปรโมตให้ฟรีด้วยแบบนี้จะได้อะไร แต่พอดูเคสที่ sponcon เขาทำจริงก็บอกได้เลยว่าแบรนด์เองก็เจอดักได้เหมือนกัน ลองดูจากเคสตัวอย่างจริงเหล่านี้น่าจะพอมองออกว่ามันจะมาในรูปแบบไหนบ้าง Sydney Pugh สาวไลฟ์สไตล์อินฟลูเอนเซอร์ของ IG ที่อยู่ใน LA ทำโฆษณาเก๊ให้คาเฟ่ จ่ายเองทั้งค่ากาแฟ ลงทุนถ่ายรูปให้ด้วยแถมยังตั้งแคปชั่นโปรโมตสไตล์เดียวกับการจ้างของแบรนด์ จากที่คนปกติบอกว่า “กาแฟนี้ช่วยให้ผ่านพ้นวันนี้ไปได้” มาเป็น “ฉันชอบ Alfred’s coffee เพราะเหตุผล A..B..C” ซึ่งเธอบอกว่ามันง่ายที่จะก๊อปตามเพราะทุกวันนี้เราเห็นสปอนเซอร์ไพสต์แบบนี้เพียบ Joshi แฟชั่นและไลฟ์สไตล์อินฟลูเอนเซอร์เป็นหนึ่งในบล๊อกเกอร์ที่สวนสนุกท้องถิ่นจ้างไป งบจ้างไม่เยอะ แต่โพสต์โปรโมตยิ่งใหญ่เหมือนคนสำคัญของแคมเปญ


