ยุคนี้การฟังเพลงค่อนข้างเทไปทาง Music Streaming ซะส่วนมาก การฟังในแพลตฟอร์มอื่น ๆ จึงย้ายจากการใช้งานไปเป็นของสะสมแทน ไม่ว่าจะเป็นแผ่นไวนิล เทป แผ่นซีดี ด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มความสะดวกสบายและพยายามพัฒนาคุณภาพไม่ให้ด้อยกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ จนการฟังเพลงของเรามันไม่ใช่แค่เพื่อความบันเทิง ที่กด Play แล้วปล่อยผ่านไปไม่ให้เหงาหูเฉย ๆ แต่มันยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle ที่สื่อถึงรสนิยมของเราไปด้วย UNLOCKMEN จะพาหนุ่ม ๆ มาสำรวจรสนิยมด้านการฟังเพลงของเราเองแบบละเอียด Base On เพลงที่เราฟังบน Spotify ด้วย Feature ดี ๆ จาก Spotify เราอาจจะคิดว่าเราชอบสไตล์ใดสไตล์หนึ่งมาตลอด มาดูกันว่าจริง ๆ แล้วเราฟังเพลงแบบไหนกันแน่ You Are What You Listen ก่อนอื่น เราต้องล็อกอินบัญชีของ Spotify ที่เว็บ https://spotify.me/en แล้วเว็บจะประมวลผลจากข้อมูลการฟังเพลงบนบัญชี Spotify ของเรา แล้วออกมาเป็นข้อมูลการฟังว่าเราฟังเพลงแนวไหน ฟังนักร้องคนไหนมากที่สุด แทร็กที่ฟังมากที่สุด เราเป็นนักฟังประเภทไหน ฟังเพลงเหมือนกับใคร และอีกสารพัดข้อมูลที่เราเองก็อาจจะไม่ได้สังเกตตัวเองมาก่อน เพราะบางครั้งเรามักจะคิดว่าเราชอบเพลงแนวนี้เสียเหลือเกิน
กินกาแฟตอนน้ีจะดีดตอนไหน เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาธรรมเพราะส่วนมากจะบอกเฉพาะตัวเลขคร่าว ๆ ไม่เจาะจงเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้เป็นเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ชายเราหยุดเสพกลิ่นหอมของคาเฟอีน กับรสขมคั่ว อมเปรี้ยวตัดปลายในบางพันธ์ุของเมล็ดกาแฟได้ ล่าสุดมีคนอยากแก้ปริศนาให้กระจ่างยิ่งกว่าโคนัน เลยสร้างเว็บฯ เอาใจคอกาแฟทุกคน ไม่ว่าคุณจะกินเพื่อตื่น กิ่นเพื่อดื่มด่ำ ทุกหยดที่กินของมันมีประสิทธิภาพกันแบบเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน โดยเว็บนี้จะทำการคำนวณช่วงเวลาที่คุณดื่ม ว่ามันจะทำให้คุณดีดตอนไหน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่นับเวลาแบบส่ง ๆ แต่นับกับแบบลงลึกเพื่อตัวคุณคนเดียว เพราะคุณต้องกรอกข้อมูลทั้งเรื่องการนอน จำนวนช็อตกาแฟ ฯลฯ ของตัวเอง Coffee Kick Calculator วิธีคำนวณ 1. ระบุตัวเลขการพักผ่อนของคุณ นอนหลับสนิทตลอดคืนไหม หรือนอนแล้วผวาตื่นงัวเงีย 2. เลือกสิ่งที่เราต้องการดูจากกราฟ ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาตื่นตัวเต็มที่ เวลาตอบสนอง ช่วงที่รู้สึกผ่อนคลาย ความแผ่วจากการดื่ม และการตอบสนองอื่น ๆ ซึ่งแน่นอนว่ากราฟจะมันจะมีทั้งขาขึ้นและขาลง 3. ใส่ช่วงเวลาที่คุณตื่นขึ้นมา 4. อธิบายลักษณะกาแฟที่ดื่ม ทั้งปริมาณและเวลาที่ใช้ดื่มหรือคุณจะ custom ละเอียดกว่านั้นถ้าสามารถป้อนลงไปได้ในระดับมิลลิกรัม ยิ่งละเอียดยิบแค่ไหนก็วัดได้แม่นขึ้นเท่านั้น 5. ทุกครั้งที่เรากรอกข้อมูลลงไป ไม่ว่าจะเป็นวันไหน แต่ช่องอื่นก็จะได้รับการประมวลผลให้ปรากฏขึ้นมาด้วย 6. กราฟด้านล่างสุดจะแสดงประสิทธิภาพทั้งช่วงที่ดีและช่วงที่ลดลง ใครลองไปเล่นแล้วลองมาพิสูจน์กันว่าตรงจริงอย่างที่เว็บมันคำนวณไหม เราเองก็ว่าอยู่ระหว่างทดลองเช่นกันเพราะจะได้
แนวสืบสวนสอบสวนยังคงเป็นอะไรที่ขายได้เสมอ ไม่ว่าจะยุคไหน ก็มักจะมีทั้งหนังและซีรีส์สืบสวนดาวเด่นของยุค ออกมาให้เราได้ติดหนึบกันทุกที UNLOCKMEN เลยอยากอัพเดตซีรีส์สืบสวนบน NETFLIX ให้ผู้ชายได้ลับสมองประลองปัญญา มีทั้งใหม่และเก่า มาดูกันว่าคุณกับตัวละคร ใครจะเจอคนร้ายก่อนกัน เหมาะสำหรับผู้ชายเวลาน้อย ดูกันวันละตอนสองตอนไม่เกินหนึ่งชั่วโมง พอให้ได้ขบคิดกันนิดหน่อย แต่ต้องห้ามตัวเองอย่าได้ติดหนึบจนโต้รุ่ง ทีนี้จะกลายเป็นเสียเวลานอนแบบไม่ต้องสืบ The Alienist เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเอเลี่ยน สิ่งมีชีวิตในอีกกาแล็กซี่แต่อย่างใด แต่หมายถึงผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยทางจิต และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวของความหมายนั้น เรื่องราวของ Dr.Kreizler ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น Alienist กับคู่หูนักวาดภาพประกอบฝีมือเยี่ยมอย่าง John Moore ที่มาช่วยเขาไขความลับของคดีฆาตกรรมเด็กชายขายบริการ แม้จะฟังดูเหมือนเรื่องราวการสืบสวนทั่วไป แต่บรรยากาศ ความสมจริงของศพ ความเลือดสาดที่โผล่ออกมาให้ชวนอ้วกเป็นระยะ ยิ่งบีบให้เรื่องนี้ตึงเครียดมากกว่าเดิม บอกเลยว่าเป็นซีรีย์สืบสวนอีกเรื่องที่โปรดักชั่นสวยงามคุ้มค่าการอดนอนซะจริง ๆ Dark หม่นหมองมาตั้งแต่ชื่อเรื่อง กับเรื่องราวของหมู่บ้านแสนสงบแห่งหนึ่ง ที่ดันเกิดเรื่องวุ่น ๆ ขึ้นอย่างการหายตัวไปของเด็กหนุ่ม ที่พอสาวเรื่องราวไปมาแล้ว มันกลับมีปมอันน่าเหลือเชื่อซ่อนอยู่เบื้องหลัง เมื่อหนึ่งในเด็กที่หายไปนั้นคือครอบครัว Nielsen ที่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่คนที่จะมาไขปมอันยุ่งเหยิงของเรื่องนี้คือ Jonas Kahnwald เด็กหนุ่มที่มีอาการป่วยทางจิตเนื่องจากเจอกับเหตุการณ์กระทบกระเทือนจิตใจในอดีต นอกจากปมสืบสวนการหายตัวไปของเด็กหนุ่มแล้ว ยังมีเรื่องของความลับในครอบครัว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เรื่องราว Sci-Fi อื่น
“จูบ” คำนี้สำหรับผู้ชายอย่างเราคงไม่ใช่เรื่องใหม่ จูบแรกของเราก็คงผ่านกันมานานแสนนานจนเราคิดว่าเราทำมันได้ดี ไม่ตื่นเวทีอีกต่อไปแล้ว แต่จริง ๆ แล้ว “แค่จูบได้มันไม่ได้หมายความว่าจูบดี” จูบมานานก็ไม่ได้แปลว่าโปร อย่าปล่อยให้การสัมผัสที่ลึกซึ้งและงดงามที่สุดอย่างการจูบผ่านไปแบบขอไปที มาเรียนรู้วิธีจูบแบบมือโปรที่จะทำให้สาว ๆ ใจสั่นไปทั้งชีวิตติดตัวไว้ รับรองไม่เสียใจ จูบที่ดีคือจูบที่มีความหมาย จูบไม่ได้เป็นประตูไปสู่อะไรทั้งสิ้น จูบมีความหมายด้วยตัวมันเอง แต่ผู้ชายหลายคนชอบคิดว่าถ้าอยากมีเซ็กซ์ อยากให้สาวชอบ หรืออยากปลุกอารมณ์พวกเธอเราต้องจูบ ๆ ๆ ให้เป็นนิสัย ซึ่งความเข้าใจแบบนี้มันทำให้เราคิดว่าจูบเป็นประตูไปสู่สิ่งอื่นที่เราต้องการ ทำไปเรื่อย ๆ มันจะเป็นเพียงปฏิกิริยาอัตโนมัติเท่านั้น ในขณะที่จูบที่ดีมันจะเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึกอยากจะจูบจริง ๆ เท่านั้น และเมื่อมันเต็มไปด้วยความรู้สึกมันก็จะมีความหมายจนสาว ๆ จดจำได้ไม่รู้ลืม ที่ต้องจำไว้ก็คือเราไม่จำเป็นต้องจูบทุกคนที่เราอยากมีเซ็กซ์ด้วย มีวิธีแสดงความรู้สึกหรือปลุกเร้าอีกมากมาย เก็บจูบไว้เฉพาะตอนที่รู้สึกอยากจูบจริง ๆ เท่านั้น เพราะมันมีความหมายในตัวเองแบบที่เราไม่คาดคิด จูบที่ดีคือจูบที่สมดุล ผู้ชายอย่างเราชอบมีความเชื่อที่ส่งต่อกันมาว่ายิ่งเราเป็นฝ่ายคุมเกมในเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้เราดูเก๋าเกม ดูมืออาชีพมากเท่านั้น แต่การจูบคือปฏิสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้งระหว่างมนุษย์สองคน ถ้าอยากให้จูบครั้งเดียวเท่านั้นแต่สาว ๆ ใจสั่นไปทั้งชีวิต เราต้องไม่เป็นฝ่ายคุมเกมจนเธอไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง หรือปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายคุมเกมจนเราไม่ได้ทำอะไร แต่การจูบที่ดีคือการรักษาสมดุลระหว่างเรากับคนตรงหน้า ผลัดกันรุกและรับ ผลัดกันเร่งเร้าและผ่อนคลาย
เป็นโสดมานานจนชิน แต่ใช่ว่าจะมองไปเจอแต่ข้อดีเพียงอย่างเดียว เพราะข้อเสียของการเป็นโสดมันก็อยู่รอบตัวเราไม่แพ้กับอิสระที่เรามีนั่นแหละ ถ้ายังไม่เจอลองมองไปรอบ ๆ ตัวสิ นั่นแหละ ตรงนั้นแหละ จานกองใหญ่ที่ยังไม่ได้ล้าง (ตั้งหลายวัน) ผ้ากองโตที่ล้นออกมานอกตะกร้า เสื้อผ้าที่ถอดตรงไหนวางตรงนั้น อย่าให้บรรยายถึงกองทิชชู่ใต้เตียงอีก แม้บางคนจะไม่ได้ไร้ระเบียบกันขนาดนั้น แต่เชื่อว่าหลายคนคงมีมุมรกเป็นของตัวเองกันทั้งนั้น เมื่อไม่มีสาวมาห้อง จึงไม่จำเป็นต้องรีบผักชีโรยหน้า UNLOCKMEN ก็ยังอยากให้หนุ่ม ๆ ลองจัดระเบียบสารพัดสิ่งในห้องให้มันไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ของมันอย่างเป็นระเบียบ ด้วยเทคนิคง่าย ๆ แม้จะเป็นผู้ชายที่ไร้จิตวิญญาณพ่อบ้านก็สามารถทำตามได้ แยกเอกสารสำคัญออกมา เอกสารสำคัญทางราชการ เอกสารทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสำเนา ฉบับจริง หรืออะไรก็ตามที่หายไม่ได้ ถ้าหายคืองานช้าง ควรหาที่เก็บให้มันโดยเฉพาะ แบบไม่ไปปะปนกับพวกใบแจ้งหนี้ ใบปลิวอื่น ๆ ที่เราอาจจะเผลอรวบ ๆ ทิ้งทั้งกองก็ได้ อาจจะเป็นโต๊ะหัวเตียง ชั้นไหนสักชั้นที่ค่อนข้างมิดชิดและเป็นส่วนตัว ถ้าขยันขึ้นมาหน่อยก็แยกตามประเภทของเอกสารเอาไว้ด้วย อันนี้ของการเงิน อันนี้การศึกษา อันนี้สลิปเงินเดือน อะไรก็ว่าไป หรือถ้ายังคงคอนเซปต์หนุ่มขี้เกียจก็รวบ ๆ ใส่ซองเอาไว้แล้วเก็บเป็นที่ก็พอไหว แค่อย่าไปรวมกับกองกระดาษอื่นก็พอ เพราะนอกจากจะเสี่ยงหายไปไร้ร่องรอยแล้ว เวลาจะใช้ทีก็แทบจะพลิกแผ่นดินหา มันไม่ใช่วิถีของหนุ่มสมาร์ตเอาซะเลย มีมุมของสะสม หากเรามีของสะสมไม่ว่าจะชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ หนังสือการ์ตูน
เปิดหมวดหนังโรแมนติกขึ้นมาทีไร มีแต่หนังรักหวาน ๆ น้ำตาลขึ้นตา จนรู้สึกว่าการมีคู่นี่มันช่างจรรโลงโลกใบนี้ให้จนเหมือนถูกย้อมสีด้วยสีสันแห่งความรัก ดูตอนแรก ๆ แค่หมั่นไส้ ดูไปดูมารู้สึกจะอ้วกแล้วโว้ย หนุ่มโสดอย่างเราไม่มีที่ยืนสำหรับหนังรักกันเลยหรือยังไง ถ้าคุณเป็นหนุ่มโสดที่อยากจะดูหนังรักกับเขาบ้าง แต่ก็ไม่อยากถูกซ้ำเติมด้วยความรักที่ลอยฟุ้งในอากาศ UNLOCKMEN ขอแนะนำ 5 หนังรักขาด ๆ เกิน ๆ จนรู้สึกว่าเป็นโสดนี่โชคดีแล้วหนุ่ม Gone Girl (2014) Director : David Fincher Nick และ Amy คู่รักที่มีชีวิตเข้ากันตั้งแต่บทสนทนาแรกที่เจอกัน จนทำให้ทั้งคู่ลงเอยด้วยการลั่นระฆังวิวาห์แบบไม่มีลังเล แต่แล้วความรักหลังการแต่งงานมันก็ไม่ได้สวยงามเหมือนตอนที่ยังอยู่ในฐานะคนรัก พอขยับความสัมพันธ์มาเป็นสามี-ภรรยาแล้ว ทุกอย่างรอบตัวบีบบังคับให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นคู่รักที่ชีวิตสมบูรณ์แบบ ทั้งคู่พยายามแสดงออกไปแบบนั้น แต่ความสัมพันธ์ภายในของทั้งคู่กลับสั่นคลอนอย่างน่ากลัว Amy สาวน้อยมหัศจรรย์ ที่ชีวิตของเธอเหมือนกับถูกลดทอนความก้าวหน้าลงเพราะสามีจอมขี้เกียจ Nick หมดไฟกับการเป็นหนุ่มผู้แสนดี และตอนนี้เบื่อหน่าย Amy สาวคนเดิมที่เขาเคยหลงรัก กลายเป็นผู้หญิงที่คอยตามจิกชีวิตเขาจนอยากจะหนีไปไกล ๆ ชีวิตคู่ที่เหี่ยวแห้งว่าแย่แล้ว มันทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวันดีคืนดี Amy หายตัวไป แถมยังทิ้งร่อยรอยหลายอย่างไว้ จนหลักฐานเหล่านั้นตีกรอบเข้ามาแล้วชี้ว่า Nick เป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งแบบไร้คู่แข่งเลยก็ว่าได้ แม้จะชิงชังชีวิตคู่ขนาดไหน Nick ก็ยืนยันหนักแน่นว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเธอ มาดูกันว่าใครกันแน่ที่เป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้
ไม่ว่าพวกเราจะทำงานผ่านมากี่ที่ แต่เชื่อว่าความรู้สึกช่วงสัมภาษณ์ก็ยังเป็นโมเมนต์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับเราอยู่ดี บางครั้งเรียกได้ว่านาทีต่อนาทีที่ตอบโต้กันระหว่างเรากับผู้สัมภาษณ์เราก็แทบทำนายได้แล้วว่าเราจะได้งานนี้หรือชวดต้องไปสัมภาษณ์ครั้งหน้า เพื่อให้ผู้ชายอย่าง เราสามารถโต้กลับการสัมภาษณ์ได้แบบไม่ต้องเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว วันนี้ UNLOCKMEN ได้รวบแทคติคจิตวิทยาเพิ่มโอกาสพิชิตการสัมภาษณ์งานที่เขาทดสอบกันมาว่าพาวินกันนักต่อนัก จาก 5 สิ่งต่อไปนี้ให้ไปลองเลือกใช้กัน นัดเวลาสัมภาษณ์ให้อยู่ช่วงวันอังคาร 10.30 5 วันทำการโอกาสจะทำให้ HR มีแรงดลใจนัดเราในวันอังคารอาจจะยากสักหน่อย แต่ถ้าเลือกได้ก็ลองระบุเวลานี้กันดู เพราะเขาว่ากันว่าเวลานี้จะเป็นช่วงที่ให้การสัมภาษณ์รีแลกซ์ เนื่องจากยังเป็นช่วงเวลาที่ไม่เร่งรีบเท่ากับต้นสัปดาห์และไม่ปั่นเหมือนวันสุดสัปดาห์ ส่วนเรื่องเวลาเน้นหลีก 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงเช้าไว้ เพราะช่วงเช้าเป็นช่วงที่หลายบริษัทกำลังประชุมกันซึ่งเขาจะเอาเวลาช่วงนั้นไปโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำอยู่ กับช่วงบ่ายคล้อยเย็นไว้ด้วย เพราะคนสัมภาษณ์เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรแล้วนอกจากอยากกลับบ้าน อย่าสัมภาษณ์ช่วงต่อจากผู้แข่งขันตัวเป้ง เราอาจจะไม่รู้ว่าใครเป็นคู่แข่งที่โหดสุดในการสัมภาษณ์ แต่ถ้าบังเอิญรู้เข้าก็ให้เลี่ยงการประเมินในช่วงใกล้กันไว้ เพราะมันเสี่ยงมากที่เราจะโดนปัดออกจากสนามแข่งแบบไม่รู้ตัว เนื่องจากนักวิจัยพบว่าผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่วางบรรทัดฐานการประเมินจากพื้นของผู้สมัครแต่ละคนในวันสัมภาษณ์นั้น จากการวิจัยของ University of Pennsylvania และ Harvard University จึงเผยความจริงหนึ่งว่า ระยะเวลาอันตรายของการสัมภาษณ์โดยมีผู้สมัครม้ามืดมาเป็นคู่เทียบซึ่งเราควรหลีกเลี่ยงนั้น นับตั้งแต่สัปดาห์เดียวกันผู้สมัครคนนั้นมาเหยียบบริษัทในฝันเราเพื่อสัมภาษณ์ ยาวต่อเนื่องไปถึงสัปดาห์ต่อไป ใครที่งงก็ให้จำไว้ว่าไปสัมภาษณ์อาทิตย์ที่ 3 หลังจากที่ไอ้ตัวเต็งนั่นมาสัมภาษณ์แหละที่ปลอดภัย เลือกเนื้อผ้าให้เหมาะกับเนื้องาน ไม่ใช่แค่สุภาพอย่างเดียวเท่านั้นที่จะชนะใจ แต่เรื่องสีเสื้อมันก็มีการวิจัยเช่นกันว่ามีผลกับการให้คะแนนของผู้สัมภาษณ์ โดยจากการสัมภาษณ์เพื่อเก็บสถิติของ Career Builder
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ้านเรามีเวลาเปิด – ปิด มีกำหนดเวลาขาย และเวลากินเราก็เป็นอันรู้กันว่าต้องช่วงเย็น ช่วงค่ำหลังเลิกงานเท่านั้นถึงจะเหมาะ เพราะถ้ากินก่อนนั้นเหมือนเราจะโดนตำหนิด้วยสายตา แต่ว่านั่นก็เป็นแค่ Timezone จากวัฒนธรรมในบ้านเราเท่านั้นไม่ได้รวมเส้นแบ่งเวลาอื่น โดยเฉพาะสำหรับเมืองเบียร์อย่างเยอรมันที่เขากินเบียร์กันต่างน้ำ กินหลังออกกำลังกาย กินแทบตลอดทั้งวัน เขายังมีวัฒนธรรมให้เน้นกินเบียร์ก่อนเที่ยงวันอีกด้วย! เรียกได้ว่าพอลืมตา คอที่แห้งผากของเราต้องร้องหาเบียร์ รินขึ้นซดแก้กระหายกันเลยทีเดียว ดื่มเบียร์เช้าช่วยย่อย การดื่มเบียร์เป็นศาสตร์หนึ่งไม่ต่างจากการดื่มไวน์ เบียร์มีความล้ำลึกของมัน มีหลายประเภท มีความหนักเบาตามช่วงเวลา และมีความคราฟต์ให้หลายคนต้องรู้สึกติดอกติดใจ สำหรับวัฒนธรรมการกินเบียร์ก่อนเที่ยงวันคือการดื่มเบียร์ในช่วง brotzei (มื้อที่ 2 ของช่วงเช้า ที่เริ่มกินกันช่วง 10 โมงเป็นต้นไป) พบมากใน “บาวาเรีย” หรือรัฐที่อยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเยอรมัน เพื่อส่งเสริมวัฒธรรมการดื่มช่วงนี้มันจึงมีการผลิตเบียร์เฉพาะกินช่วงเช้านี้ โดยเขาเรียกมันว่า Hefeweizen (ออกเสียงว่า : HEH-feh-vite-zehn) เบียร์ชนิดนี้คือเบียร์เฉพาะที่ทำขึ้นจากวีท (ข้าวสาลี) แทนที่การใช้บาร์เลย์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่คอเบียร์ทุกคนลิ้มรสชาติกันเป็นประจำ วีทเบียร์นี้เหมาะกินกับอาหารเพราะให้รสชาติที่นุ่มกว่า สีสันเหลืองสว่างเองก็ให้รสชาติที่เบา แอลกอฮอล์ไม่หนักทำให้ดื่มได้ถี่ในช่วงเช้าไม่ต้องกลัวเมามายจนเสียอาการ ที่สำคัญการหมักวีทเบียร์ยังใช้ยีสต์ชนิดพิเศษที่เพาะมาโดยเฉพาะ ทำให้มีกลิ่นหอมนุ่มคล้าย กล้วย แอปเปิ้ล ซิตรัส ซึ่งเรียกได้ว่านี่คือหนึ่งจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กระตุ้นกระบวนการเผาผลาญอาหารให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้นอีกด้วย
เชื่อว่าหนุ่ม ๆ อย่างเราทุกคนต้องมีช่วงหนึ่งในชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองห่วย ไม่พัฒนาไปไหน ย่ำอยู่กับที่ และในช่วงเวลานั้นเปรียบเสมือนทางแยกในชีวิตที่ต้องเลือกว่าจะปลงหรือจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น แน่นอนว่าถ้ามีไฟในชีวิตหลงเหลืออยู่บ้าง ทุกคนคงเลือกพัฒนาตัวเอง แต่หลังจากที่วางแผนไว้ดิบดีว่าจะเริ่มปรับปรุงพัฒนาตัวเองเรามักโดนคลื่นแห่งชีวิตจริงซัดจนเสียศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นการงานรัดตัว ครอบครัวที่ไม่เข้าใจ ปัญหาด้านความสัมพันธ์ ทำให้แรงฮึดที่อยากจะพัฒนาตัวเองโดนวางกองไว้ราวกับเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นเก่าในห้องเก็บของ เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นวนเวียนเป็นวัฏจักร การพัฒนาตัวเองที่คิดไว้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง นับวันไฟและความหวังก็ดับมอดลงไปเรื่อย ๆ หรือบางทีอาจจะถึงเวลาต้องยอมรับความจริงแล้วว่าตัวเองก็ได้แค่นี้ ? อย่าเพิ่งท้อแท้หมดหวังขนาดนั้น อย่างน้อยก็ลองอ่านวิธีพัฒนาตัวเองแบบ The Kaizen Way ก่อน Don’t Dream Too Big เพราะความรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองมักจะมาเยือนเราอย่างกะทันหัน เป็นความที่รู้สึกที่แรงกล้าไฟลุกโชน ในสมองเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่เมื่อเริ่มลงมือทำจริง ๆ ก็พบว่ากำแพงความฝันที่วาดไว้นั้นมันสูงจนยากจะปีน และในเวลาไม่นานเราก็ร่วงลงสู่พื้นตามเดิม อีกหนึ่งเส้นทางที่เป็นอันตรายต่อการพัฒนาตัวเองคือการที่เรามักจะมองหา ‘ทางลัด’ ในชีวิตตลอดเวลา เราหวังว่าจะได้ทำงานน้อยกว่าเพื่อเงินที่มากกว่า เราทุ่มเวลาในการอ่านหนังสือหรือฟัง Podcast ของผู้ประสบความสำเร็จเพื่อจะเก็บเกี่ยวความรู้และมุ่งสู่ทางลัด ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าสักวันโชคจะเข้าข้างให้เราเจอทางลัดที่จะทำให้ชีวิตสบายกว่าคนทั่วไป ความอันตรายของมันคือการที่เรามัวแต่มองหาทางลัดตลอดเวลาจนในชีวิตจริงเราไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งหมายความว่าถ้าเราไม่เจอเส้นทางนั้น ชีวิตเราจะล้าหลังเสียยิ่งกว่าคนทั่วไปเสียอีก 1% Better Each Day by the Kaizen Ways ถ้าการฝันใหญ่เกินไป
ค่ำคืนวันศุกร์ หากรู้สึกว่าอยู่ในช่วงชีวิตที่ไม่ได้อินกับการตะลอนหาบาร์ที่สาวแจ่ม เพื่อสนองค่ำคืน TGIF แล้วล่ะก็ ลองมองหาอะไรที่ดูรุ่นใหญ่ขึ้นมาหน่อย อย่างการนั่งจิบเบียร์เย็น ๆ ดนตรีดี ๆ มีช่วงเวลาให้พักได้นั่งคุยกับคนในโต๊ะ ในบรรยากาศที่เหมาะกับทั้งกินและดื่ม หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังมองหาอะไรแบบนั้นอยู่ UNLOCKMEN ขอแนะนำ The Sun Cafe & Bistro ร้านที่มีทั้งอาหารรสไทยแท้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากหลายเมนู พร้อมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยของสะสมที่สูงทั้งมูลค่าทางเงินและทางใจ ถูกนำมาประกอบในร้านเป็นของตกแต่งได้อย่างลงตัว ในย่านเจริญกรุง เป็นอีกละแวกที่เราสามารถหาร้านอาหาร หรือคาเฟ่ได้แบบไม่ลำบากนัก ร้านนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งในร้านที่อยู่ที่ซอยเจริญกรุง 71 เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน สัมผัสแรกคือความอลังการของของตกแต่ง ที่อยู่บนผนังทุกด้านในร้าน แม้เราจะไม่ใช่นักสะสมก็พอจะรู้ว่าของเหล่านี้ไม่ใช่แค่ของตกแต่งธรรมดา เพราะเจ้าของร้านเอง ก็เป็นหนึ่งใน Collector ตัวยง ที่มีของสะสมอยู่มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือของทุกชิ้นที่อยู่ในร้านนี้ ในร้านมีหลายมุมให้เลือกนั่งตามความพอใจ เพราะทุกมุมล้วนแต่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป แต่ทางร้านแอบกระซิบมาว่ามุมที่ฮิตที่สุดคงจะเป็นมุมผนังเปลือยโชว์อิฐเก่า ที่มีนาฬิกาโบราณตกแต่งอยู่ด้านบนด้วย นอกจากเรื่องบรรยากาศที่ถูกตกแต่งอย่างใส่ใจและไม่เหมือนใครแล้ว อาหารของที่นี่ก็ยังเป็นอีกสิ่งที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด เพราะรสชาติเป็นรสชาติแบบที่คุ้นลิ้นคนไทยกันดี หลากหลายเมนูที่เป็นเมนูที่ไม่สามารถหาได้ที่อื่น เพราะเป็นเมนูเฉพาะของที่นี่ ที่ถูกคิดเมนูขึ้นมาใหม่ อย่าง “แกงเผ็ดไก่ย่าง” ที่เปลี่ยนจากเป็ดย่างที่เราคุ้นเคยเป็นไก่ย่างแทน พอเปลี่ยนวัตถุดิบแล้ว รสชาติก็ยังคงจัดจ้านอยู่เหมือนเดิม พระเอกของจานนี้ก็ยังคงอยู่ที่วัตถุดิบหลักอย่างไก่ย่าง แม้จะเป็นร้านที่ชาวต่างชาติมาแวะเวียนค่อนข้างบ่อย แต่รับรองว่ารสชาติยังคงถูกปากคนไทยแน่นอน


