กระแสบ้านผีสิงกลืนกินคนของซีรีส์ดังทาง NETFLIX อย่างเรื่อง The Haunting of Hill House ที่สร้างปรากฏการณ์เรื่องราวสุดหลอนของครอบครัวให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง ด้วยดราม่ารสเข้ม ช่วยผูกปมของเรื่องให้มีมิติมากขึ้น ลูกเล่นของผีที่สลัดเอา Jump Scare เก่า ๆ ออกไป (แต่ก็ยังมีบ้างตามประสา Horror) UNLOCKMEN เลยอยากจะชวนหนุ่ม ๆ มาดูหนังบ้านผีสิงสุดหลอน พร้อมเนื้อหาเข้ม ๆ ที่จะปั่นประสาทจนคืนนี้เราต้องระแวงหลังทุกครั้งแม้อยู่ในบ้านตัวเอง Paranormal Activity (2007) Director : Oren Peli การเล่าเรื่องของเรื่องนี้ ถือว่าค่อนข้างแตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ ในตอนนั้น ทำให้เรื่องนี้เป็นกระแสอยู่พักนึง เรื่องราวของคู่รัก Katie และ Micah ที่ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ในแคลิฟอร์เนีย แล้ว Katie รู้สึกถึงความไม่ปกติในตอนที่เธอใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ เธอเองเชื่อว่ามีสิ่งลี้ลับติดตัวเธอมาตลอด และมันยิ่งสำแดงชัดเจนขึ้นในตอนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ จนต้องตั้งกล้องไว้ในบ้านเพื่อมองหาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น ความหลอนมันอยู่ตรงที่เราจะไม่ได้เห็นผีเป็นตัว ๆ หรือ Jump Scare เลยสักนิด แต่จะเป็นสิ่งเล็ก ๆ
สำหรับเราคนไทยคือหนึ่งในชนชาติที่หาข้ออ้างการออกไปเมาได้มากที่สุดในโลกแล้ว จะสุขก็อยากดื่ม จะเศร้าก็อยากเมา วันเกิด งานบวช งานแต่งงานก็ต้องฉลอง แต่ข้ออ้างที่เห็นได้เกลื่อนกลาดที่สุดคงหนีไม่พ้น ‘วันนี้อากาศดีว่ะ ไปกินเบียร์กัน’ โดยเฉพาะในกรุงเทพที่อากาศหนาวนั้นหาได้ยากเย็นเหลือเกิน ดังนั้นเมื่อมันมาเยือนต่อมความชิลของเราเหมือนโดนกระตุกอย่างแรง เกริ่นมาขนาดนี้ แน่นอนว่าตัวเราเองนั้นไม่เคยพลาดการออกไปดื่มในหน้าหนาว เป็นเหมือนประเพณีที่เราทำเป็นประจำทุกปี จนเราค้นพบสถานที่ที่เราคิดว่ามันชิลมากสำหรับการดื่มเบียร์ในวันอากาศดี จึงอยากมาแนะนำเผื่อเป็นทางเลือกให้กับชาว UNLOCKMEN ทุกคน Cat on the Roof ลักษณะร้านที่เหมาะกับการนั่งชิลในหน้าหนาวนั้นต้องค่อนข้างเปิดโล่ง รับลมได้จากทุกทิศทาง ซึ่ง Cat on the Roof ร้านดังย่านอารีย์ร้านนี้ตรงกับลักษณะดังกล่าวทุกประการ ยิ่งไปกว่านั้นการที่ร้านนี้ตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้น 5 ของ Everyday Sunday Social Hostel ทำให้สามารถซึมซับอากาศหนาวได้มากยิ่งขึ้น ถึงแม้จะเป็นร้าน Rooftop ใจกลางเมืองแต่ราคาอาหารเครื่องดื่มของที่นี่ไม่ถือว่าโหด อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ถ้าเทียบกับบรรยากาศที่ได้รับ นอกจากบรรยากาศดี อาหารอร่อยแล้ว ที่นี่ยังมีวงดนตรีเล่นสดเพิ่มความเพลิดเพลินระหว่างนั่งชิลอีกด้วย เอาเป็นว่าถ้าคุณแข็งแรงพอที่จะเดินขึ้นบันได 5 ชั้น หน้าหนาวนี้ลองแวะมาหาเจ้าแมวบนหลังคาตัวนี้ดู Location: ชั้นดาดฟ้า Everyday Sunday Social Hostel 466/1-3 ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท
เทรนด์ดีไซน์ก็ไม่ต่างอะไรกับเพลงและแฟชั่นที่ทุกอย่างมันจะวนกลับมาฮิตใหม่อยู่เสมอ ของสุดเชยในวันนั้นคือของโคตรเจ๋งในวันนี้ ผู้ชายอย่างเราเลยไม่อาจตัดสไตล์ไหนทิ้งได้เลยและยังจำเป็นต้องอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ เพื่อให้งานของเราออกมาเกาะกระแสและขายได้นั่นเอง UNLOCKMEN จะพามาเกาะกระแสเทรนด์ดีไซน์ปี 2018 ที่ฮิตกันตั้งแต่ต้นปีและยังคงแข็งแกร่งลากยาวมาถึงปลายปีนี้ได้ แถมยังจะอยู่ต่อไปได้อีกนาน การจัดวาง TEXT ที่ไร้ขอบเขต เป็นอีกสิ่งที่ปีนี้เราจะสังเกตเห็นได้จากหลายแบรนด์หรืออาร์ตเวิร์ก หันมาวาง Text ที่ฉีกจากรูปแบบเดิม ๆ ไปโดยสิ้นเชิง พอแล้วกับข้อความที่ต้องเรียงเป็นประโยคสวยงาม เทรนด์ในปีนี้ เราสามารถฉีกคำออกจากกันได้โดยใช้ “-” เข้ามามีส่วนร่วม เติมเต็มช่องว่างที่หายไปของคำนั้นและเพื่อให้รู้ว่าคำนี้จะเชื่อมกับคำต่อไป อีกแบบคือ การเว้นช่องไฟของคำให้ห่างเต็มพื้นที่ จนตัวอักษรกลายเป็น Elements หนึ่งของการออกแบบไปแล้ว Illustrations เข้ามาเพิ่มมิติได้ตามใจนึก รูปภาพเป็นอีกองค์ประกอบที่เว็บไซต์จะต้องมี และหลายเว็บฯ มีรูปภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญเลยด้วย เรามักจะคุ้นเคยแต่ภาพถ่ายถูกนำมาเป็นส่วนสำคัญของหน้า Home เป็น Header หรือส่วนอื่น ๆ เพราะเรามักจะใช้ภาพถ่ายสื่อสารข้อความบางอย่างออกมา และมันก็ทำหน้าที่นี้ได้ดีมาเสมอ แต่ 2018 นี้ ลองขยับมาเป็นงาน Illustrations กันดู อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของภาพ แต่การมี Illustrations ให้ภาพมีกลิ่นอายของลายเส้น ลวดลายจากการวาด ไม่ว่าจะเป็นงานแนวไหนก็ตาม มาเป็นส่วนหนึ่งจะช่วยให้ภาพนั้นดูเป็นงานทำมือมากขึ้น
เพราะเรื่องราวบนโลกออนไลน์ที่ผู้ชายชอบหรือสนใจทุกวันนี้มันล้นหลามเต็มไปหมด แต่มันมาแล้วมันก็พร้อมจะตกไปจากหน้า feed ของเราในช่วงเวลาสั้น ๆ เวลาเราอยากจะรื้อจะค้นอะไรที่ชอบเลยต้องลากนิ้วปัดจอสุ่มรัว ๆ ว่าจะเจอเรื่องราวที่เคยอ่านไหม ด้วยเหตุผลที่ลิ้นชักความทรงจำเรามันไม่แม่นเหมือน AI ที่หาสิ่งที่ต้องการได้ในไม่กี่วิเท่านั้น การมีตัวช่วยเลยเป็นเรื่องที่เราต้องการ และเจ้าแอปพลิเคชั่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า “Collect” นี่ล่ะคือสิ่งที่ช่วยตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี Collect คือแอปพลิเคชั่นน้องใหม่ล่าสุดจาก Wetransfer ที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยชั้นดีที่สามารถรวบรวมทุกเรื่องราวที่เราต้องการ Save ไว้เพื่อทำ Board เป็นของตัวเอง ใน Interface สวย ๆ ที่ไม่ต่างจาก Pinterest ไว้เป็นของตัวเอง แถมยังใช้งานได้ง่ายมาก สิ่งที่เราสามารถสร้างใน board ของตัวเอง ไม่เฉพาะไอเดียที่สามารถ save clipboard มาแปะเป็นของตัวเองเท่านั้น แต่มันยังแชร์ไอเดียสดชิ้นอื่นของเราบนโลกออนไลน์ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพ งานเขียน หรือไฟล์งานต่าง ๆ เรียกได้ว่ารวบยอดมาลงได้ทันที ความน่าใช้ของมันคือมันมีหลังบ้านให้เราเลือกเก็บไว้ก่อนด้วย ถ้าอันไหนอยากแชร์ไปจัดบอร์ดสวย ๆ ก็แค่แชร์ไป หรือจะแบ่งให้เพื่อนดูก็แชร์เข้ากับแอปฯ หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น LINE, FACEBOOK
ทำมาค้าขึ้นคงเป็นสิ่งที่บุรุษนักธุรกิจอย่างเราไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่น หรือมือฉมังต้องการ แต่เราเรียนรู้ว่าโลกของตลาดมันขึ้น-ลง อยู่เสมอ ถ้าปรับไม่ทัน สต๊อกของเยอะ หรือดันเจอกระแสลบของสินค้าที่นำมาขายก็มีโอกาสจะจมทุนกันเห็น ๆ เพื่อไม่ให้เรื่องการค้ากำไร กลายเป็นการค้าขาดทุน เราได้ติดตามข้อมูลเทรนด์การค้าปลีกในเอเชียที่จะรุ่งในปีหมูที่กำลังจะมาถึงทั้ง 5 เทรนด์จาก Trend Watching มาฝากกัน เผื่อใครเห็นช่วงนี้ยอดตกจะได้เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร และปรับตัวได้ทันก่อนกระแสมันจะโหมใส่ในปีหน้าจาก 5 เรื่องนี้ 1. ZERO-WASTE SHOPPING เรื่อง Zero-waste หรือแนวคิด “ขยะเหลือศูนย์” ตอนนี้มันมาถึงเรื่องการค้าขายแล้ว และกำลังเบียดตัวเข้ามาเป็นกระแสหลักของการชอปปิ้งที่หนุ่มนักขายอย่างเราไม่ควรเพิกเฉย ทำไมต้อง Zero Wasting Shopping: ปัญหาขยะเป็นปัญหาระดับโลก หนุ่มเมืองอย่างเราคงเข้าใจปัญหาเรื่องนี้ดี ส่วนเหตุผลที่จะทำให้เรื่องนี้ฮิตในกลุ่มทวีปเอเชียเพราะหลายคนเริ่มตระหนักเรื่องนี้แล้ว เพราะกลุ่มประเทศในเอเชียไมว่าจะเป็น จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม รวมทั้งประเทศเราเอง เป็นต้นเหตุของกองขยะในมหาสมุทรจำนวนกว่า 80% ในโลก ที่สำคัญหลายประเทศใหญ่ ๆ อย่างจีนเองก็เริ่มขยับตัวแล้วไม่ว่าจะเป็นมาตรการลดการนำเข้าพลาสติกเข้าประเทศและรีไซเคิลพลาสติกจริงจังตั้งแต่ต้นปี 2018 หรือในไต้หวันที่ออกมาแบนการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งเพียงครั้งเดียวทั้งประเทศ KEY TO SUCCESS: ใครที่มองภาพไม่ออกว่ามันมีเรื่องแบบนี้ในบ้านเราด้วยเหรอ ในสายของ retail
บางครั้งความบังเอิญก็นำเราไปพบกับสิ่งที่ดีเกินความคาดหมาย เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากยามดึกคืนหนึ่ง เรานอนไถโทรศัพท์ก่อนนอนอยู่บนเตียงเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดมุ่งหมายใด ๆ แต่ก่อนเราจะตัดสินใจล็อกหน้าจอและข่มตานอน สายตาแว่บหนึ่งของเราดันไปสะดุดกับคลิป ๆ หนึ่งที่เพื่อนของเราแชร์ลงใน Feed Facebook เป็นคลิปเกี่ยวกับคอนเทนต์ลึกลับที่มีคำโปรยและหน้าปกค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว ด้วยความที่เราชอบคอนเทนต์แนวนี้เป็นทุนอยู่แล้ว จึงลองกดเข้าไปดูแบบไม่คาดหวังใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากคอนเทนต์แนวนี้ของไทยส่วนใหญ่ที่เราดูมักจะเป็นการมานั่งอ่านข้อมูลใน Wikipedia ให้ฟัง ดังนั้นสำหรับช่อง ‘The Common Thread’ นี้ที่ดูไม่คุ้นตาเอาเสียเลย ยอด Subscribe ยอด View ก็น้อย จึงไม่แปลกที่เราจะไม่คาดหวัง แต่หลังจากที่ดูคลิปแรกจบ เราถึงกับอุทานในใจว่า ‘เหี้ย แม่งทำโคตรดีเลยว่ะ’ The Common Thread มีความแตกต่างจากช่องอื่น ๆ อย่างชัดเจน ด้วยการหาแหล่งข้อมูลนับสิบ ๆ แหล่ง ก่อนจะมานั่งเรียบเรียง ตัดอะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ออกไปทีละอย่างเพื่อมุ่งหาความจริงหรือสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด เราสถาปนาตัวเองเป็นแฟนคลับช่องนี้ในทันที และด้วยเหตุนี้เราจึงไม่ลังเลที่จะชวน ‘ฟาโรห์-เตชภณ คำสีแก้ว’ แห่ง The Common Thread มาพูดคุยเจาะลึกกันทันที ถึงเวลานัดสัมภาษณ์ ฟาโรห์มารอเราอยู่ก่อนแล้ว และด้วยความบังเอิญอีกอย่างคือการที่เรากับเขาเคยเรียนในคณะเดียวกัน การสร้างความคุ้นเคยก่อนการสัมภาษณ์จึงเป็นไปอย่างลื่นไหล
นั่งประชุม ๆ อยู่แล้วก็เหม่อลอย นั่งทำงานง่าย ๆ หรือใช้ชีวิตประจำวันแบบที่ทำทุกวันก็เหม่อลอย นี่อาจจะไม่ใช่แค่อาการของคนที่ชอบหนีโลกแห่งความเป็นจริง แต่อาจเป็นเพราะสมองคุณมีประสิทธิภาพเกินกว่าคนปกติที่พอได้ทำงานง่าย ๆ ชิล ๆ แล้วสมองต้องแบ่งไปคิดอะไรอย่างอื่นก็เป็นได้ งานวิจัยที่ทำการสังเกตสมองกว่า 100 รูปแบบผ่านการใช้เครื่อง MRI โดยกลุ่มตัวอย่างถูกขอให้จ้องจุด ๆ หนึ่งขณะที่อยู่ในเครื่อง MRI จากนั้นนักวิจัยก็จะตรวจสอบดูว่าสมองส่วนไหนของพวกเขาที่ทำงานในขณะที่พวกเขาไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ ไอเดียของการทดสอบครั้งนี้ก็คือนักวิจัยต้องการรู้ว่าสมองส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง (เมื่อกลุ่มตัวอย่างจ้องมองจุด) มีการทำงานอย่างไร ยังไม่จบเพียงเท่านั้นนักวิจัยยังทดสอบเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้จากเครื่อง MRI นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างยังยังถูกถามคำถามเกี่ยวกับการเหม่อลอยด้วย ผลการทดสอบออกมาว่าคนที่ใช้โครงสร้างสมองอย่างหลากหลายที่สุด เป็นคนเดียวกับที่ได้คะแนนทดสอบเรื่องความคิดสร้างสรรค์สูง แถมเป็นคนที่ยอมรับว่าตัวเองเหม่อลอยมากที่สุดอีกด้วย “ผู้คนมักคิดว่าการปล่อยใจให้ล่องลอยไปเป็นเรื่องเลวร้าย เพราะเมื่อคุณอยากมีสมาธิให้ความสนใจกับสิ่งตรงหน้า แต่คุณไม่อาจทำมันได้ จากข้อมูลของเราพบว่าความคิดแบบนั้นไม่ได้เป็นความจริงเสมอไป เนื่องจากคนบางคนมีสมองที่มีประสิทธิภาพมากกว่าผู้อื่น” Eric Schumacher หนึ่งในทีมวิจัยพูดถึงสมองของคนที่ชอบเหม่อลอย เขายังบอกอีกด้วยว่า “คนที่มีประสิทธิภาพของสมองสูง อาจมีความสามารถของสมองมากเกินไป จึงไม่สามารถหยุดนิ่งจากการปล่อยใจให้ล่องลอยออกไปได้” ผลงานวิจัยนี้อาจทำให้เราจินตนาการถึงศาสตราจารย์สติเฟื่องที่ฉลาดมากแต่ก็มีโลกส่วนตัวสูง หรือเด็ก ๆ หัวแหลมที่ใช้เวลาเรียนรู้เร็วกว่าเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ จนใช้เวลาที่เหลือนั่งเหม่อลอย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าสมองที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ก็มีแนวโน้มที่จะใจลอยมากกว่า เพราะระหว่างทำงานง่าย ๆ
ปีนี้ถือเป็นปีทองของคอนเสิร์ตที่แท้จริง ตั้งแต่ต้นปีศิลปินฝั่งกระแสหลักไปจนถึงอินดี้ ต่างแห่แหนกันมาระเบิดความมันส์ที่ไทยแลนด์กันแบบไม่มีเว้นเดือน จนมาถึงปลายปีก็ยังไม่มีผ่อนแรง ยังคงมีตารางคอนเสิร์ตแน่น ๆ กันไปจนถึงต้นปีหน้า สำหรับใครที่มีเพื่อนเป็นคอเดียวกันอาจไม่มีปัญหาสำหรับการไปตะลุยคอนเสิร์ต แต่คนที่มีเหตุให้ต้องฉายเดี่ยวนี่สิ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่มันช่างหงอยเหงากันตั้งแต่ซื้อบัตรใบเดียวแล้ว UNLOCKMEN ขอเป็นกำลังใจให้คนเหงาทุกคนได้ยืนหยัดได้ในทุกสถานการณ์ และในคอนเสิร์ตนี้ก็ด้วย เรามีเทคนิคเจ๋ง ๆ ของการเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตคนเดียวแบบพร้อมรบ แถมอาจจะได้เพื่อนเพิ่มไปคอนเสิร์ตหน้าด้วยกันได้อีกด้วย เช็กเวลา สถานที่ และเตรียมบัตรให้พร้อม หลายครั้งแล้วที่เป็นอันต้องแห้วคอนเสิร์ตเพราะไปผิดที่บ้าง ไปยืนเสียเวลาหน้างานเพราะดูเวลาผิดบ้าง ร้ายสุดคือไปผิดวัน! ไปก่อนวันจริงยังไม่เท่าไหร่ ถ้าไปหลังวันจริงนี่เงินปลิวหายไปกับสายลม ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องตลกที่รู้สึกว่าใครมันจะไปลืมกันวะ เรายืนยันว่ามีคนแบบนี้อยู่จริง ๆ อาจจะเพราะจำเดือนผิด จำวันผิด แต่เพื่อความชัวร์ เราแนะนำให้ตั้ง Reminder เตือนตัวเองก่อนถึงเวลาจริงหนึ่งสัปดาห์ เตือนวันก่อนจะไปหนึ่งวัน เตือนวันจริงอีกครั้งให้รู้ตัวอยู่ตลอด นอกจากเวลาแล้ว สถานที่ก็ต้องเตรียมพร้อมเช่นกัน หาทางไปทางกลับวางแผนกันให้ดี การไปตายเอาดาบหน้าที่คอนเสิร์ตนั้น บอกเลยว่าโดนฟันราคาหัวแบะแน่นอน เตรียมวันเวลาซะพร้อม แต่ดันลืมบัตรไว้ที่บ้าน แบบนี้ได้ไปยืนหน้าแห้งอยู่หน้าคอนเสิร์ตแน่นอน ดอกจันไว้ที่ Reminder นั่นแหละว่าให้เตรียมบัตรให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นบัตรแข็ง บัตรอ่อน ติดไว้ในกระเป๋าอยู่เสมอหรือบัตร QR Code ก็เตรียมเอาไว้ในโทรศัพท์อยู่เสมอ พร้อมบัตรประชาชนด้วยเช่นกัน
ตัวละครหลักในหนังหลายเรื่องที่เราเคยได้ดูมาอาจจะเป็นนักสืบหนุ่มสุดสมาร์ต ไหวพริบเป็นเลิศ หรือจะเป็นนักธุรกิจหนุ่ม รูปหล่อพ่อรวย ชีวิตสุดแสนเพอร์เฟ็กต์ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร แต่พวกนั้นช่างโชคดี มีต้นทุน หรือเป็นคนเก่ง คนเจ๋งซะจนรู้สึกว่าชีวิตของพวกเขานั้นแสนจะน่าอิจฉา UNLOCKMEN ชวนให้หนุ่ม ๆ ลองเปลี่ยนมาดูหนังที่ตัวละครมีชีวิตใกล้เคียงความเป็นจริง เป็นแค่ผู้ชายทั่วไป ที่มีชีวิตแสนจืดชืดไปจนชีวิตสุด Fucked Up ที่เห็นแล้วได้แต่ปวดหัวแทน แถมยังเป็นหนัง Underrated ที่ได้รับกระแสตอบรับไม่ดีเท่าที่ควรอีกด้วย ซึ่งเราไม่อยากให้คุณพลาดไปสักเรื่องเดียว The Hitman’s Bodyguard (2017) Director : Patrick Hughes เรื่องนี้รับประกันความฮาและความกวนตีนระดับสิบ ตั้งแต่เห็นชื่อนักแสดงนำอย่าง Ryan Reynolds มารับบทบอดี้การ์ดมือดีที่ต้องพานักฆ่าระดับพระกาฬอย่าง Samuel L. Jackson ไปถึงที่หมายภายในเวลา 24 ชั่วโมงให้ทันให้ได้ นอกจากจะต้องปวดหัวกับคนนอกที่หวังจะสอย Samuel ให้ร่วงแล้ว ยังต้องมาปวดหัวกับความไม่ลงรอยของทั้งคู่ เมื่ออีกคนคือนักฆ่าอีกคนคือผู้ปกป้อง แต่ดันต้องมาร่วมมือกันให้ถึงที่หมาย ความวายป่วงจึงเกิดขึ้นตั้งแต่สองคนนี้เจอหน้ากันแล้ว The Nice Guys (2016) Director :
“พบกันน้อยนิด..จากกันเนิ่นนาน” วลีอมตะจากนวนิยายเรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า หนึ่งในผลงานขึ้นหิ้งของ ‘กิมย้ง’ คงจะเข้ากับเหตุการณ์ตอนนี้ที่สุด เพราะเขาในวัย 94 ปี ก็ได้เริ่มต้นการจากกันเนิ่นนานกับยุทธภพแห่งนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม (พ.ศ. 2561) ที่ผ่านมา 94 ปีแห่งชีวิต 63 ปีแห่งการสร้างยุทธภพผ่านตัวอักษร ไม่ว่าจะสรรเสริญเท่าไรก็คงไม่เพียงพอกับความยิ่งใหญ่ของบุรุษผู้นี้ เขาคือหนึ่งในผู้บุกเบิกนิยายจีนกำลังภายใน เป็นอาจารย์ของนักเขียนรุ่นหลัง สร้างแรงบันดาลใจและความบันเทิงมากมายให้กับผู้เสพงานของเขา ดังนั้นถ้าใครติดตามนามปากกากิมย้งมาตลอดจะรู้ความจริงข้อนี้ดีอยู่แล้ว คอนเทนต์นี้เราจึงอยากแนะนำกิมย้งให้นักอ่านรุ่นใหม่รู้จักกันเสียมากกว่า หลายคนมักจะอคติกับนิยายชุดกำลังภายในว่าเน้นการบรรยายพรรณาเยิ่นเย้อ อ่านแล้วรู้สึกเบื่อ ซึ่งเราก็ไม่ปฏิเสธ เมื่อก่อนเราก็เคยคิดเช่นนั้น จนกระทั่งได้ลองอ่านงานของกิมย้งอย่างจริงจัง พบว่าในสำนวนโวหารต่าง ๆ นั้นคือหมู่มวลแห่งความบันเทิงทั้งสิ้น และทุกประโยคสนทนาคือแง่คิดดี ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตจริง ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มอ่านจากเล่มไหนดี เราขอแนะนำผลงานอมตะ 5 เรื่องนี้ของกิมย้งที่รับรองว่าคุณจะสนุกไปกับมันได้อย่างแน่นอน มังกรหยก คงไม่ผิดนักถ้าจะพูดว่านี่คือผลงานที่โด่งดังที่สุดของกิมย้ง โด่งดังถึงขนาดที่ว่าต่อให้คุณไม่รู้จักกิมย้งแต่คุณต้องรู้จักมังกรหยกอย่างแน่นอน เพราะผลงานซีรีส์โทรทัศน์ที่ถูกดัดแปลงมาจากนิยายเรื่องนี้อยู่คู่กับจอแก้วบ้านเรามาตั้งแต่จำความได้ ในส่วนของเนื้อหา มังกรหยกแบ่งเรื่องราวทั้งหมดออกเป็น 3 ภาค โดยในภาคปฐมบทเล่าถึงแผ่นดินจีนที่กำลังเสื่อมโทรม ประชาราษฎร์ยากแค้น ขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวง ก่อนการปรากฏตัวของ ‘ก๊วยเจ๋ง’ เด็กหนุ่มที่เติบโตขึ้นมาในดินแดนของมองโกลก่อนจะเดินทางกลับสู่ยุทธจักรจีน ก๊วยเจ๋งหมั่นฝึกฝนวิชามากมาย เป้าหมายคือขับไล่พวกมองโกลจากแผ่นดินจีน


