“เรื่องราวของวิญญาณดวงหนึ่ง ที่ผู้คุมบอกว่าเขาได้รับรางวัลจากสวรรค์ให้มาอยู่ในร่างโฮมสเตย์ของเด็กหนุ่มชื่อ มิน แลกกับต้องสืบหาเรื่องการตายของมินให้ได้ ภายใน 100 วัน ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ได้เกิดอีกเลย” Homestay คือภาพยนตร์ไทยโรแมนติกดราม่าธริลเลอร์ ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมญี่ปุ่น ‘Colorful’ ของ เอโตะ โมริ และได้ถูกสร้างเป็นแอนิเมชั่นญี่ปุ่น Colorful (2010) รวมถึงการแปลเป็นนิยายฉบับแปลไทยในชื่อ ‘เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม’ ถือเป็นงานเขียนที่สะท้อนมุมมองของคนที่ต้องเผชิญกับปัญหาชีวิต อาการโรคซึมเศร้า และสะท้อนให้เห็นถึงเหตุผลที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ได้อย่างดีเยี่ยม ตัวหนังนำเสนอเรื่องราวของ ‘มิน’ เด็กผู้ชายคนหนึ่ง ผ่านมุมมองของดวงวิญญาณที่ไม่เคยรู้จักกับเด็กคนนี้มาก่อน เพียงแค่มาอาศัยอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มชั่วคราว จึงจำต้องเริ่มทำความรู้จักตัวตนใหม่ที่เขาใช้เป็นโฮมสเตย์ เขาต้องสัมผัสกับปัญหาที่มินเจอโดยไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เด็กผู้ชายคนนี้คิดอะไร รักอะไร หรือเกลียดอะไร และค้นหาว่าเพราะเหตุใดถึงทำให้มินต้องตาย ซึ่งแน่นอนว่าคำตอบเกี่ยวกับการมีชีวิตของมินคนใหม่นั้นแตกต่างจากมินคนก่อน เพราะแต่ละคนมองและจัดการกับปัญหาที่เจอไม่เหมือนกัน โดยจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของหนังไม่ใช่การค้นหาว่าทำไมมินถึงตาย แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่ามุมมองความคิดที่ต่างไปจากเดิมนั้นสามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้ตลอดกาล สักครั้งหนึ่งในชีวิตทุกคนต้องเคยเจอปัญหาที่แก้ไม่ตก บางเรื่องที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูแย่ไปหมด ส่งผลให้อารมณ์แปรปรวน เผลอตัดพ้อชีวิตว่าแต่ละวันมันช่างหดหู่เฮงซวย เฝ้าถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งคิดไปถึงว่าถ้าตายเสียน่าจะยังดีกว่า ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดจากความผิดปกติทางเคมีในร่างกายที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ และสุดท้ายความตายที่คิดว่าเป็นทางออกที่ดีก็ไม่สามารถไขแก้ปัญหาอะไรได้เลย ซ้ำร้ายยังสร้างความเสียใจให้คนอื่นในครอบครัวและรอบข้างอีกด้วย เรื่องวุ่นวายทุกอย่างไม่ได้จบดังที่หวัง ซ้ำยังมีผลกระทบถึงคนรอบตัวมากมายกว่าที่คิด เพราะทุกการกระทำย่อมมีผลตามมาเสมอ ดังนั้นขอจงอย่าเสียความเป็นตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันก็ควรให้โอกาสตัวเองได้เห็นมุมมองของปัญหาจากผู้อื่นบ้าง และที่สุดแล้วความจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้คือเราทุกคนล้วนมีหนึ่งชีวิตเท่านั้น การให้โอกาสกับตัวเองจึงไม่เคยเป็นเรื่องไร้ค่า เช่นเดียวกันว่า คำตอบของการใช้ชีวิตก็ไม่ได้มีเพียงคำตอบเดียวเสมอไป
ตอนหนึ่งของเรื่อง ‘Bakuman วัยซนคนการ์ตูน’ มังงะที่ตีแผ่ความจริงของอุตสาหกรรมการ์ตูนญี่ปุ่นออกมาได้อย่างสมจริง ได้กล่าวไว้ว่าโลกแห่งมังงะญี่ปุ่นสามารถแบ่งคร่าว ๆ ออกได้เป็น 2 ประเภทคือ 1.มังงะสายหลัก 2.มังงะสายมาร มังงะสายหลักถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ คือเนื้อเรื่องจะเน้นไปที่พลังมิตรภาพ การผจญภัย การเดินทาง และการต่อสู้เป็นหลัก เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย เข้าถึงนักอ่านได้ทุกกลุ่ม ตัวอย่างเช่น Dragon Ball, One Piece, Naruto เหล่านี้เป็นต้น ในส่วนของสายมาร เรียกได้ว่าเป็นชนกลุ่มน้อยของวงการมังงะก็ว่าได้ เนื่องจากเนื้อเรื่องไม่ได้เข้าถึงนักอ่านทุกคน ค่อนข้างเข้าถึงยาก ไม่เน้นการต่อสู้ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแนวหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมา ทำยอดขายได้ไม่แพ้สายหลัก เป็นตัวชูโรงของสายมารก็ว่าได้ แนวที่ว่านั้นก็คือ ‘มังงะสืบสวน’ นั่นเอง หลายคนคงร้องอ๋อ เพราะในบ้านเราเองแนวนี้ก็ถือว่าโด่งดังไม่ใช่ย่อย มีหลายเรื่องที่อยู่ในความทรงจำ ซึ่งวันนี้เราจะพาร่วมย้อนรำลึกความหลังไปด้วยกัน คินดะอิจิ กับคดีฆาตกรรมปริศนา Written by: โยซาบุโร่ คานาริ, เซย์มารุ อามางิ, ฟุมิยะ ซาโต้ มังงะสืบสวนสอบสวนระดับคลาสสิกที่อยู่คู่วงการการ์ตูนญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน เพราะเรื่องนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี 1992 หรือ 26 ปีที่แล้ว ความโดดเด่นของคินดะอิจิคือความสมจริงในทริคการฆาตกรรมต่าง
“IREZUMI” คือการสักแบบชาวญี่ปุ่นดั้งเดิมขนานแท้ที่มีมาตั้งแต่โบราณในช่วงยุค Jomon หรือ Paleolithic ซึ่งถ้านับแบบสากลก็คือ ช่วงยุคหินเก่า (10,000 BC) จนมาถึงช่วยสมัย EDO (1600-1868) รอยสักเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในกลุ่มคนชนชั้นต่าง ๆ โดยคนญี่ปุ่นเชื่อว่ารอยสักนั้น นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์แล้ว มันยังเป็นสิ่งที่ส่งผลทางด้านจิตวิญญาณโดยตรงอีกด้วย จะว่าไปแล้ว จริง ๆ “IREZUMI” ก็มีความคล้ายคลึงกับการสักยันต์ของไทย ที่ครั้งโบราณทหารไทยก็ใช้การสักยันต์เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นการสร้างขวัญกำลังในการทำศึกสงครามเช่นกัน แต่การสักแบบญี่ปุ่นของจริง หรือที่เรียกว่า “IREZUMI” นั้น จะมีความเป็นเอกลักษณ์ และมีมนต์เสน่ห์แบบเฉพาะตัว ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นรูปลวดลายของ สัตว์, ดอกไม้, เทพเจ้า และภาพเหตุการณ์จากเรื่องเล่าที่เป็นตำนาน หรือนิทานพื้นบ้าน ซึ่งโดยรวมแล้ว จะมีความหมายถึงความอดทน และความทะเยอทะยานของชีวิตเป็นหลัก เมื่อก่อนวิธีการสัก และหมึกสักที่ช่างสักชาวญี่ปุ่นใช้นั้น จะแตกต่างจากช่างสักในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะวิธีการสัก ที่ช่างจะใช้เข็มแซะเข้าไป ในลักษณะเหมือนใช้ สิ่ว สลักงานไม้ และหมึกส่วนใหญ่จะเป็นหมึกชนิดเดียวกับที่ใช้ในภาพพิมพ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Nara Ink หรือ Nara Black ซึ่งเป็นหมึกที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
ความทรงจำในวัยเด็ก เมื่อตอนที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับครอบครัว แสงแดดที่สะท้อนจากถนน วิวสองข้างทาง และเพลงที่ขับกล่อมจากเทปคาสเซ็ตในรถ มันยังคงอบอวลอยู่ในความทรงจำของเราทุกครั้งที่ย้อนกลับไปนึกถึง หลายเพลงที่ฟังบนรถตอนนั้น เรายังคงฮัมเมโลดี้ของมันได้ จำอินโทรของมันได้แม้จะเริ่มเพลงไม่กี่วินาที UNLOCKMEN พาหนุ่ม ๆ ย้อนกลับไปรื้อฟื้นความทรงจำครั้งเก่ากับ 20 เพลง Oldies ที่เราคัดมาให้แบบกลาง ๆ ไม่ได้เจาะจงลงไปที่ยุคใดเป็นพิเศษ แต่รับรองว่าเป็นเพลงที่ทุกคนต้องมีโมเมนต์สมัยยังเป็นเด็กน้อยนั่งฮัมเพลงตามเทปที่เปิดบนรถ สำหรับใครที่สะดวกฟังบน Spotify เราจัด Playlist ไว้ให้กด Follow เหมือนเดิม Don McLean – Vincent The Beatles – Hey Jude The Beatles – Let It Be The Beatles – Across The Universe Steely Dan – Dirty Work The Carpenters
ถ้าไม่นับกลิ่นน้ำหอมของสาว ๆ แล้ว “ฮอปส์” คือกลิ่นที่ผู้ชายอย่างเราพร้อมใจกันยกนิ้วให้ว่าหอมสุดในฤดูหนาวนี้ เพราะพอตะวันตกดินร่างกายมันก็เริ่มเรียกร้องให้เราออกไปปะทะลมหนาวและชิมยอดข้าวทันที แต่ใครที่อยากกินเบียร์สะดวก ๆ ใกล้บ้านแบบไม่ต้องดั้นด้นออกหาร้าน คงต้องไว้อาลัยกับสงครามการจิบที่วันนี้รัฐประกาศออกมาให้ช้ำใจกับการ “งด” ขายเบียร์สดในร้านสะดวกซื้ออย่างเป็นทางการ เรื่องอุดเบียร์หัวจ่ายในร้านสะดวกซื้อครั้งนี้ แม้จะไม่ได้รับผลกระทบกับเรามากนัก เพราะหลายคนคงยังไม่เคยใช้บริการของมันด้วยซ้ำ แต่มันก็มีอยู่จริง แถมยังลงทุนติดตั้งไปแล้วในบางสถานที่ด้วย สมรภูมิก่อนวันที่กฎหมายจะลงดาบเอาจริงมีเรื่องราวเป็นมาอย่างไร UNLOCKMEN จะขอ Recap ตำนานนี้ไว้เอง (ใส่หมายเหตุว่าถ้าอ่านไปจิบไปเพลิน ๆ จะได้อรรถรสเรื่องนี้มากขึ้น) ชนวนยก “เบียร์” ขึ้นจ่าย ว่าด้วยเรื่องยกเบียร์ขึ้นหัวจ่าย หรือเบียร์สดในบ้านเรา ก่อนที่ใครจะเข้าใจผิดต้องบอกก่อนว่ากฎหมายฉบับที่กำลังพูดถึงน้ีไม่ได้ห้ามการค้าเบียร์สดตามสถานที่เรากินตามร้านอาหาร หรือบาร์ แต่ว่าห้ามการขายเบียร์สดตามร้านสะดวกซื้อ ซึ่งช่วงหลายปีที่ผ่านมามีกระแสการขายเบียร์สดแบบใช้แก้วพลาสติกกดทำนองเดียวกับแก้ว Gulf ในเซเว่นกำลังมาในหลายประเทศ อิสระการดื่มแบบไม่ต้องมีเด็กเชียร์ก็ยังดื่มด่ำได้ทุกเวลา แม้เราจะยังไม่ทราบว่าเริ่มต้นจากประเทศไหนเป็นแห่งแรก แต่กระแสที่เห็นได้ชัดคือเพื่อนบ้านเอเชียแดนมังกร ที่กดเบียร์สดยี่ห้อดังชิงเต่าจากร้านค้าสะดวกซื้อใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่อัดแน่นสะใจ พ.ศ.2555 กลายเป็นเรื่องสุดว้าว ภาพหอยและถั่วกับแกล้มที่อยู่ด้านข้างใต้แสง daylight บอกเราได้ว่าถึงบ้านต้องมีเมา มีมันส์ แน่ ๆ ทำให้ธุรกิจหลายประเทศอยากจะเอาใจบุรุษคอทองแดงแบบนั้นบ้าง เช่นเดียวกับเราชาวไทยที่ช่วงปีที่แล้ว 2 แบรนด์เบียร์ยักษ์ทั้งเสือและช้างออกโรงมาแข่งกันวางผลิตภัณฑ์ทดลองแบบนั้นบ้างกับร้านสะดวกซื้อในบ้านเราเมื่อกลางปีที่แล้ว BEGINS
ฤดูหนาวมาเยือนแล้ว ก่อนที่มันจะหายไปในช่วงเวลาอันสั้น อย่ารอช้าที่จะออกไปทำกิจกรรมที่เหมาะกับฤดูกาลนี้ที่สุด ใช่…เรากำลังหมายถึงการเดินป่า ปีนเขา ขึ้นดอย เก็บเกี่ยวลมหนาวที่มีอยู่น้อยนิดให้ได้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับกิจกรรมนี้คือการปิ้งอาหารทานกันนั่นเอง อย่างไรก็ตามถึงแม้ช่วงเวลาเหล่านั้นจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อนฝูง ได้ทานอาหารที่ช่วยกันทำ ถึงแม้บางครั้งรสชาติจะกระเดือกไม่ค่อยลงก็ตาม แต่สิ่งที่คอยรบกวนใจอยู่เสมอคือกลุ่มควันจากการปิ้งที่บางครั้งก็เล่นเอาเราแสบจมูกเลยทีเดียว นอกจากจะเดือดร้อนตัวเองแล้วอาจเดือดร้อนถึงคนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมได้ด้วย วันนี้เราจึงมีนวัตกรรมใหม่แห่งการปิ้งมานำเสนอ ความเจ๋งของมันคือรับรองได้เลยว่าจะไม่มีควันร้อน ๆ มาคอยกวนใจอีกต่อไป BioLite FirePit Outdoor Smokeless Fire Pit Grill ภาษาอังกฤษยาวเหยียดชวนตาลายนี้คือชื่ออุปกรณ์ที่เรานำมาแนะนำในวันนี้ เป็นไอเท็มที่หนุ่ม ๆ ทุกคนควรซื้อติดบ้านไว้ก่อนจะออกไปแคมป์ปิ้ง รับรองว่าคุณจะดูเจ๋งที่สุดในลานกางเต๊นท์แน่นอน เช่นเดียวกับเตาปิ้งทั่วไป BioLite FirePit สามารถสร้างความร้อนให้อาหารของคุณสุกได้เพียงแค่คุณบรรจุไม้ฟืนลงไปภายใน แต่สิ่งที่แตกต่างคือระหว่างปิ้งย่างอยู่กลิ่นเดียวที่คุณจะได้คือกลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลของอาหารเท่านั้น จะไม่มีกลิ่นควันแสบจมูกอีกต่อไป เคล็ดลับที่ทำให้ BioLite Firepit กลายเป็นเครื่องปิ้งย่างไร้ควันโดยสมบูรณ์แบบคือการไม่ใช้เชื้อเพลิงเคมีหรือก๊าซในการเผาไม้ แต่เลือกที่จะใช้แค่ฟืนผสมผสานกับเทคโนโลยีวิศวกรรมชาญฉลาด โดยการฉีดอากาศผ่านไอพ่นซึ่งมีทั้งหมดถึง 51 หัวด้วยกัน พลังงานของไอพ่นอากาศดังกล่าวมาจากแบตเตอรี่ขนาด 10,400 mAh ซึ่งสามารถชาร์ตได้สะดวก ก่อให้เกิดเปลวไฟไร้มลพิษขึ้นมา โดยใช้เวลาจากการจุดติดจนถึงเผาไหม้สมบูรณ์เพียงแค่ 30 วินาทีเท่านั้น นอกจากจะมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นแล้ว การเผาไหม้ระบบนี้ยังทำให้อุณหภูมิคงที่ด้วยการปรับความแรงของไอพ่นซึ่งมีให้เลือกถึง 4 ระดับด้วยกัน คุณสามารถควบคุมความแรงของเปลวไฟได้ด้วย ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าอาหารของคุณจะสุกเท่ากันอย่างแน่นอน เพียงแค่
ปีนี้ถือเป็นปีทองของการออกอัลบั้ม 2018 ศิลปินมากหน้าหลายตาต่างงัดเอาอัลบั้มของตัวเองมาให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้นกัน ไม่ว่าจะเป็นศิลปินที่ออกผลงานอยู่บ่อย ๆ หรือแม้แต่ศิลปินที่หายหน้าหายตาไปนานก็ตาม เหมือนนัดกันมาปล่อยของอีกครั้งในปีนี้ให้แฟน ๆ ที่ตั้งตาคอยได้หายคิดถึงกับอัลบั้มใหม่ของพวกเขา หลังจากห่างหายจากสตูดิโอไปนาน UNLOCKMEN อยากแนะนำอัลบั้มใหม่ของ 5 ศิลปินที่กลับมามีผลงานอีกครั้งในปีนี้ หลังจากเก็บตัวเงียบมาหลายปี จริง ๆ ยังมีศิลปินอีกหลายคน แต่เราขอ Pick Up ขึ้นมาพอหอมปากหอมคอกันก่อน The Longshot: Love Is For Losers วง Side Project ของฟรอนต์แมนสุดระห่ำ Billie Joe Armstrong แห่ง Green Day ที่วงหลักของเขาเพิ่งมีอัลบั้มไปเมื่อปี 2016 ในชุด “Revolution Radio” ส่วนวง Side Project อย่าง The Longshot เป็นการรวมตัวของเขาและสมาชิกในวงอย่าง Jeff Matika และสมาชิกเพิ่มเติมคือ Kevin Preston และ David S.
ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันอีกยาวสำหรับการใช้กัญญา ซึ่งปัจจุบันนอกจากทางการแพทย์ และใช้เพื่อผ่อนคลาย ยังมีการใช้ในระหว่างแข่งขันกีฬา โดยเฉพาะในกีฬาประเภทศิลปะป้องกันตัวอย่าง Brazilian Jiu Jitsu ซึ่งถูกปรับกติกาให้ทันยุคสมัยสายเขียวครองโลก ด้วยการจัด HIGH ROLLERZ ทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน Brazilian Jiu Jitsu แบบพิเศษที่มีข้อกำหนดว่าผู้เข้าแข่งขันจะต้องจุดกัญชาดูดให้เต็มปอด high กันให้เรียบร้อย ก่อนลงทำการต่อสู้ และของรางวัลที่ได้สำหรับผู้ชนะก็คือ กัญชาคุณภาพดีห่อใหญ่ แหม่ อะไรจะชิวขนาดนั้น HIGH ROLLERZ ถูกจัดขึ้นโดย Lonn “Big Lonn” Howard และ Matt “Mighty Matt” สองคู่หูที่มีแนวคิดจะขับเคลื่อนให้การใช้กัญชาในกีฬาประเภทศิลปะป้องกันตัวเป็นที่ยอมรับ โดยร่วมมือกันกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบในกีฬา UFC รวมถึงนักกีฬาที่สนใจในการต่อสู้จำนวนหนึ่ง ซึ่ง HIGH ROLLERZ จะรับสมัครผู้เข้าแข่งขันจำนวน 60 คนมาจับคู่กัน เพื่อหาผู้ชนะคนสุดท้ายที่จะครองรางวัลใหญ่ประจำทัวร์นาเมนต์เป็นกัญชาชั้นดีจำนวน 1 ปอนด์ (ครึ่งกิโลกรัม) เอากลับบ้านไปล่องลอยกันต่อฟรี ๆ ที่บ้านท่าน อีกเหตุผลหนึ่งที่พวกเขาจัดการแข่งขันครั้งนี้ขึ้นมา เพื่อสร้างความเข้าใจและแสดงให้เห็นว่าศิลปะป้องกันตัวแขนงนี้สามารถไปกันได้ดีกับกัญชา เพราะการเล่น Brazilian Jiu Jitsu ที่เป็นศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่
ใกล้จะได้ชมตัวเต็มเข้าไปทุกทีสำหรับ Palace Ralph Lauren คอลเลกชันจากการร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ Laxury Fashion เก่าแก่จากอเมริกาอย่าง Polo Ralph Lauren และแบรนด์สเก็ตบอร์ดของเกาะอังกฤษที่รู้จักกันดีในชื่อ Palace เพราะล่าสุดมีการปล่อย Lookbook ออกมาเรียกน้ำย่อยหนุ่ม ๆ ที่กำลังรอคอยให้เห็นผลงานตัวอย่างก่อนจะวางขายในช่วงเดือนหน้า วิดีโอตัวอย่างและ LookBook ของ Palace Ralph Lauren ถูกเล่าผ่านแนวคิด Wild West แต่ผสมผสานความเป็นสตรีตด้วยการใช้นายแบบจาก PALACE SKATEBOARDS TEAM ไม่ว่าจะเป็น Chewy Cannon, Juan Saavedra, และ Rory Milanes แต่เปลี่ยนจากการเตะ Kick Filp แผ่นสเก็ตบอร์ดมาเป็นการขี่ม้า และรถสุดคลาสสิกอย่าง Volkswagen Golf Mk2 และ BMW 3 series E30 ซึ่งทั้งสองคันมากับลวดลายดีไซน์เป็นชื่อแบรนด์ข้างตัวรถ แต่แน่นอนว่าไฮไลต์จะต้องเป็นรูปแบบของเสื้อผ้าที่ถูกเปิดเผยออกมานำโดย Upper–Bottomwear ตัดเย็บเป็นลายสก็อตทั้งชิ้นและ
APPLE® ได้ประกาศเปิดตัว MacBook Air 2018 ในงาน Apple Special Event ในกรุงนิวยอร์กพร้อมกับ iPad Pro และ Mac mini แต่แน่นอนว่าไฮไลท์คือ RE-Design ใหม่ของซีรีส์ MacBook Air ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ในกับวงการ Laptop ได้ทุกครั้งในการเปิดตัวแต่รอบนี้จะพัฒนาชิ้นส่วนไหนบ้างตามไปดูกัน DESIGN MacBook Air 2018 มาพร้อมหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว จอภาพขยายใกล้ขอบมากขึ้น ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมที่ผ่านการรีไซเคิลมาใช้แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อม และเป็นรุ่นแรกที่มีการใช้ในสายการผลิต นอกจากนี้ยังถูกออกแบบให้รูปทรงบางขึ้นกว่ารุ่นเดิมอีกด้วย ด้านข้างตัวเครื่องมีช่อง USB-C Thunderbolt 3 ที่ถ่ายโอนข้อมูลเร็วขึ้นจำนวน 2 พอร์ต พร้อมกับช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร โดยทั้งหมดมีน้ำหนักรวมกัน 2.75 ปอนด์ (1.24 กิโลกรัม) ลดลงจากรุ่นเดิม 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังมีการอัพเกรดคีย์บอร์ดให้เป็นรุ่น Butterfly Keyboard Gen 3 เหมือนใน MacBook


