ค่ำคืนวันปล่อยผีนี้ ถ้าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเกินกว่าจะออกไปปาร์ตี้ดูผีสาวหุ่นแซ่บออกอาละวาด และง่วงเกินกว่าจะเปิดหนังสยองขวัญหลอนตัวเองที่นอนดูนิ่ง ๆ UNLOCKMEN อยากชวนมาเล่นเกมสุดสยองที่จะสร้างความหลอนให้ผู้ชายอย่างเราได้ตาสว่างไปยันเช้า สำหรับใครที่เคยสบประมาทไว้ว่าเกมมันก็แค่เกมหลอกเด็กแหละวะ ไม่น่าจะมีอะไร เราอยากให้ลอง 5 เกมนี้ก่อน แล้วเราจะรู้ว่าผู้ชายอย่างเราก็เผลอกรีดร้องด้วยความกลัวออกมากับเขาได้เหมือนกันโว้ย! Outlast 1-2 ถ้าพูดถึงเกมสุดหลอนทุกคนคงต้องนึกถึง Outlast เป็นลำดับแรก ๆ Outlast เป็นเกมแนวเอาตัวรอดแบบมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (first person survival) ที่เนื้อเรื่องให้เรารับบทเป็นนักข่าวอิสระที่เข้ามาสืบสวนอะไรบางอย่างในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่งซึ่งห่างไกลจากตัวเมือง ในเกมเราจะไม่สามารถสู้กับตัวประหลาดและสิ่งลี้ลับได้เท่าไรนัก แต่จะเน้นไปที่การใช้อาศัยจังหวะหลบ คอยย่อง คอยหนี ทุกย่างก้าวของคุณอาจจะทำให้จบชีวิตลงได้ง่าย ๆ และนี่คือความหลอนของมัน ที่นอกจากจะมีบรรยากาศที่ชวนขนหัวลุกแล้ว ยังให้อารมณ์ความอึดอัดกัดกินเราจนทำให้หายใจไม่ทั่วท้องด้วย ส่วน Outlast ภาค 2 เราจะได้ไปสืบสวนคดีฆาตกรรมสาวท้องปริศนา และเกิดอุบัติเหตุต้องแยกทางกับภรรยาระหว่างทาง จนต้องไปเจอกับหมู่บ้านที่มีความเชื่อชวนขนหัวลุก Outlast ถือเป็นเกมอินดี้ที่ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก และสำหรับคนขวัญอ่อน เกมนี้จะทำให้คุณต้องหวีดร้องออกมาแบบไม่กลัวเสียความเป็นชาย เพราะมันโคตรน่ากลัวและบีบรัดหัวใจผู้ชายอย่างเราจริง ๆ Resident Evil 7 เกมแฟรนไชส์ยิงซอมบี้ระดับตำนานที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Resident Evil ไม่ได้มีแค่เดิน ๆ บู๊
RM Sotheby’s บริษัทจัดประมูลรถชื่อดังเตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการประมูลรถอีกครั้ง หลังออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาเตรียมนำรถแข่งโมเดลสุดคลาสสิกอย่าง FERRARI 290 MM รหัสเครื่อง 0628 1 ใน 4 คัน ออกประมูลในงาน The Petersen Automotive Museum Auction 2018 ในเดือนธันวาคมนี้ โดยคาดว่ามันจะกลายเป็นอีกไฮไลต์หนึ่งของการประมูลรถปีนี้ หลังจากเมื่อปี 2015 พี่น้องในรหัส 0626 เคยถูกนำออกประมูลจนราคากลายเป็นสถิติโลกมาแล้ว ความเป็นตำนานของ FERRARI 290 MM เริ่มต้นในปี 1956 ในโปรเจกต์พัฒนารถแข่งเพื่อเตรียมสำหรับการแข่งขัน World Sports Car Championship รวมถึงรายการ Mille Miglia จนเป็นที่มาของชื่อ MM ต่อท้าย ซึ่งในตอนนั้นพวกเขามี Mercedes-Benz หรือ Maserati เป็นคู่แข่งตัวฉกาจอยู่ในวงการ ในขณะที่ Enzo Ferrari เองก็ต้องการให้ความสำคัญกับการแข่งขันทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะการคว้าแชมป์โลกรถสูตร 1 เท่านั้น Ferrari จึงได้ผลิตรถ
“ศิลปะ” ที่เราไม่อาจมีบรรทัดฐานใดไปเทียบเคียงเอาถูกผิด หรือตัดสินอะไรกับมันได้ หากเพราะมันเป็นสิ่งที่เราใช้สุนทรียศาสตร์ในการดื่มด่ำ เสพสิ่งที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา มันจึงเป็นสิ่งที่สวยงามไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของชีวิตก็ตาม ถึงอย่างนั้นมันอาจไม่ได้เป็นประเด็นที่ตีตลาดทุกคนในสังคมได้ทั้งหมด มันยังถือเป็นความชอบเฉพาะกลุ่ม (ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร) หลายคนเลยมักจะติดภาพเดิม ๆ ที่ว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องสำหรับทุกคน เข้าถึงยาก ต้องเป็นคนอาร์ต แต่ UNLOCKMEN อยากจะพาทุกคนไปรู้จักกับพื้นที่ ที่จะทำให้ศิลปะกลายเป็นเรื่องของทุกคน เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ ที่ “GOOSE LIFE SPACE” พื้นที่ของศิลปะในทุกวันนี้ อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่รูปแบบเดิม ๆ ที่จะต้องเป็นพื้นที่สำหรับ Gallery หรือ Scrupture ที่ทำได้แค่เดินดูเท่านั้น อย่างที่ “Goose Life Space” เป็นพื้นที่สำหรับ Art ในหลายรูปแบบ ด้วยความตั้งใจของคุณมะม่วง วรุตม์ ศรีชัยพฤกษ์ และคุณฟลุ๊ค สมัชชา พ่อค้าเรือ ที่เลือกพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นพื้นที่สำหรับ Installation และมีพื้นที่อีกชั้นสำหรับ Live Performance ที่พร้อมรองรับ Performance ทุกรูปแบบ ส่วนความสะดวกสบายในการเดินทางของที่นี่ถือว่าอยู่ในทำเลที่ดีมาก เพราะอยู่ติด BTS สถานีสนามเป้า
ก่อนจะพูดถึงเนื้อหาในคอนเทนต์ เราขออธิบายความตั้งใจของเราให้ชัดเจนก่อนว่าเราไม่มีเจตนาว่าร้ายเรื่องรูปร่างหน้าตา เราเพียงแค่นำผลวิจัยที่มีการรองรับชัดเจนมาอธิบายเท่านั้น ถึงจะมีประโยคสวยหรูมากมายว่าคนเราต้องดูกันที่เนื้อใน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน อาจจะสำคัญมากกว่าเสียด้วยซ้ำตาม Norm แห่งสังคมปัจจุบันที่มักจะมีค่านิยมอะไรบางอย่างตีค่าไว้ว่าแบบนี้ดี แบบนี้ไม่ดี ดังนั้นสิ่งที่ตามมาคือความไม่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาตัวเอง จากปัญหาที่ดูเหมือนจะเล็กน้อย แต่ความไม่มั่นใจนี้สามารถนำไปสู่ความรุนแรงได้อย่างที่คาดไม่ถึง สถาบัน The Center for Disease Control ในเมือง Atlanta รัฐ Georgia ประเทศสหรัฐอเมริกาได้สำรวจผู้ชาย 600 คน ช่วงอายุ 18-50 ปี โดยแต่ละคนแตกต่างกันทั้งในแง่พฤติกรรม, ประวัติการใช้ความรุนแรง, ประวัติการใช้ยาเสพติด, และประวัติอาชญากรรม ปรากฏว่าผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างชัดเจนว่ากลุ่มผู้ชายที่ไม่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาความเป็นชายของตัวเองมีแนวโน้มที่จะก่อพฤติกรรมรุนแรงหรืออาชญากรรมมากกว่า นอกจากนั้นผู้ชายกลุ่มนี้มักจะเกิดประเภทของความเครียดที่เรียกว่า ‘Male Discrepancy Stress’ ซึ่งก้อนอารมณ์นี้มีแนวโน้มจะขับความรุนแรงในตัวของคน ๆ นั้นออกมาในรูปแบบพฤติกรรมทางเพศผู้อื่นมากกว่ากลุ่มคนที่สูงหรือมั่นใจในส่วนสูงตัวเองถึง 3 เท่าด้วยกัน และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการสำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะก่อนหน้านี้ Oxford University ก็เคยพูดถึงประเด็น ‘Short Man Syndrome’ มาแล้ว โดยในรายงานฉบับนี้เผยว่าถ้าเราลดความสูงของบุคคลใดก็ตามลง บุคคลนั้นจะมีอัตราความหวาดระแวงเพิ่มมากขึ้น โดยสิ่งนี้เรียกว่า ‘Napoleon Complex’ อย่างไรก็ตามจักรพรรดิ ‘นโปเลียนที่ 1′ ผู้ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า Napoleon Complex มีความสูงถึง
ค่านิยม สังคม วัฒนธรรม และการประเมินค่าของสังคม บางครั้งมันก็ “จอมปลอม” แล้วมันจะผิดอะไรที่เราจะ “ปลอม” กลับเพื่อแก้เผ็ด และท้าทายเรื่องราวเหล่านั้นเสียบ้าง คุณเคยเห็นหน้าของชายคนนี้มาก่อนไหม? ถ้าเคยเห็น คงเห็นวีรกรรมโคตรสุดมากมายที่เขาสร้างไว้ ทั้งการสร้างร้านอาหารจอมปลอมที่ไม่มีจริงให้ติดอันดับ 1 ของ TripAdvisor ลอนดอน ปลอมแบรนด์กางเกงจากตลาดนัดให้เข้า Paris Fashion Week ได้ หรือล่าสุดอย่างการหลอกกินบุฟเฟต์ฟรี 4 หัวแต่จ่ายแค่คนเดียวโดยพนักงานจับไม่ได้! ถ้ามองในแง่ความถูกต้องสิ่งที่ OOBAH BUTLER พ่อหนุ่มผมบลอนด์สีสว่างคนนี้ (สีผมปัจจุบัน) ทำก็อยู่ก้ำกึ่งระหว่างสีขาวและสีดำ เพราะหลายประเด็นหรือคลิปไวรัลที่เขาสร้างเรื่องราวหลอกลวงคนทั้งโลก บางส่วนก็ข้ามเส้นมาสู่ฟากที่ดูเข้าใกล้ความเป็นมิจฉาชีพเต็มที แต่ถ้าดูเพื่อเอาประโยชน์จากคลิปแฉเหล่านี้ มันก็ทำให้เห็นอีกแง่มุมความหละหลวมของระบบที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้อง และการตัดสินค่านิยมที่ไม่รู้ว่าทุกวันนี้เราเอาอะไรมาวัด WHO’S OOBAH BULTLE ? ไอ้หนุ่มจอมลวงคนนี้ ไม่เพียงเป็นนักแสดงหน้าเป็นที่แสดงบทเสี่ยง ๆ ในคลิปเท่านั้น อีกมุมที่หลายคนไม่เคยรู้คือเขาทำอาชีพเบื้องหลัง ทั้งการเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์และเป็นนักเขียนด้วย ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาโด่งดังมันก็มาจากการทำคลิปแนวตลก หรือคลิปสุ่มเสี่ยงให้กับนิตยสาร Vice เพื่อตั้งคำถามกับเรื่องราวของโลกยุคใหม่ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ มาตรฐานของมันอยู่ตรงไหนแน่ KEEPS EYES ON
จะเรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมประจำปีของ Google ก็ได้ที่คอยสรรหาความสนุกมาเติมให้เรามากกว่าการใช้งานฟีเจอร์หลักเสมอ โดยเฉพาะการทำ Doodle เด็ด ๆ ปล่อยออกมาตามเทศกาลให้เราเล่นกัน เช่นเดียวกับปีนี้ก็มีมินิเกมเทศกาลปล่อยผีมาให้เราเล่นเพื่อรับเทศกาลกับเขาเหมือนกัน สำหรับใครที่อยากเล่นเกม Doodle นี้ ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือเล่นกับกลุ่มเพื่อนเพื่อความสะใจ มาเตรียมตัวก่อนเล่นพร้อมกันได้ แค่เปิดหน้า google เท่านั้น แถมให้อีกนิดว่าถ้าเปิดลำโพงดัง ๆ จะช่วยให้เล่นเกมได้มันส์ขึ้นด้วย เกมผีเก็บลูกไฟวิญญาณ เราตั้งชื่อมันว่าเกมผีเก็บลูกไฟวิญญาณตามลักษณะการเล่นของมันแล้วกัน ก่อนอื่นเบื้องต้นต้องบอกก่อนว่าเกมนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายตามสี คือสีเขียวและสีม่วง โดยแต่ละทีมจะมีตัวละครหลายตัวที่มีชื่อและหน้าตาแตกต่างกัน ดังนี้ ตัวละครฝ่ายสีเขียว ตัวละครฝ่ายสีม่วง เริ่มต้นเราจะได้เล่นฝั่งสีเขียว วิธีเล่นอย่างง่าย แค่กดปุ่มลูกศรบนคีย์บอร์ดบังคับขึ้น ลง ซ้าย ขวา ผีน้อยในเกมก็จะเคลื่อนตัวตามนั้น ไล่เก็บลูกไฟวิญญาณสีฟ้าไปเรื่อย ๆ ต่อท้ายตัวให้เป็นแถวยาว ขั้นตอนนี้ถ้าใครงง ๆ ให้กดทดลองเล่นตาม Tutorial ก่อนได้ จากนั้นค่อยเริ่มเปิดศึกกับฝ่ายตรงข้ามด้วยการบังคับตัวเราให้ไปชนกับหางซึ่งเป็นลูกไฟวิญญาณของสีฝั่งตรงข้ามเพื่อขโมยให้มาติดอยู่กับฝั่งเราก่อน จากนั้นก็ลากเข้าฐาน ถ้าเราเก็บได้มาก เกมจะเพิ่มสกิลเด็ด ๆ ให้ตัวละครของเรา ไม่ว่าจะเป็นการติดสปีดตัวละคร หรือแม่เหล็กไว้ดูดวิญญาณจากฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ จำไว้ว่าอย่าลืมส่องสกอร์ความโปรดักทีฟของทีมเราด้านบนด้วย ถ้ากำลังตามหลังต้องรีบตีตื้นให้ทันการจับเวลาเกมที่เหลือ เมื่อจบเกมจะมีการประกาศฝ่ายที่ชนะและบอกว่าเราได้สกอร์เท่าไหร่ในเกมนี้
ดูเหมือน James Jebbia ผู้ก่อตั้ง Supreme จะมีความชื่นชอบในเสน่ห์ของภาพยนตร์อยู่ไม่น้อย หลังจากพวกเขาได้เปิดตัวโฆษณาที่มีภาพของยอดผู้กำกับชาวเอเชียอย่าง John Woo กำลังสวมใส่เสื้อ Supreme box logo และนั่งบรรยายถึงขั้นตอนการถ่ายทำภาพยนตร์ในตำนาน The Killer (1989) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ในชื่อ Supreme x John Woo “The Killer” The Killer (1989) เป็นภาพยนตร์แนวแอคชั่นที่ถูกเขียนบทและกำกับโดย John Woo เรื่องราวในหนังพูดถึง Ah Jong นักฆ่าที่กำลังรับภารกิจสุดท้ายเพื่อนำเงินไปรักษานางเอกซึ่งตาบอดจากอุบัติเหตุที่ตัวเขามีส่วน แต่สุดท้ายกลับโดนหักหลังและถูกไล่ล่าโดยหัวหน้าของตัวเอง ในขณะเดียวกันตำรวจชื่อ Li Ying ก็กำลังตามสืบคดีและตามจับตัว Ah Jong ด้วย แต่สุดท้ายสถานการณ์ก็บีบบังคับให้ทั้งสองคนต้องร่วมมือกันต่อสู้กับความไม่แฟร์ของชีวิต นำมาสู่การคิดบัญชีแค้นครั้งใหญ่ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวลี “ลูกผู้ชาย ฆ่าได้หยามไม่ได้” ให้เราได้ยินมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ The Killer จะทำได้รายได้ไปเพียง 18.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ในบ้านเกิดของตัวเอง แต่จุดเริ่มต้นความเป็นตำนานกลับเริ่มขึ้นในตอนที่มันถูกส่งเข้าไปตีตลาดภาพยนตร์ตะวันตกรวมถึง Hollywood และด้วยซีนบู๊ที่ใช้องค์ประกอบแบบหนังกำลังภายในมาผสมกับเรื่องราวสมัยใหม่ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์หนังแอคชั่นเฉพาะตัวของ
พอได้เข้ามุ้งแล้วผู้ชายเองก็สรรหาวิธีเอาใจสาว หาของเล่น หาไม้ตาย มาเอาอกเอาใจหรือเพื่อโชว์เซียนให้สาวได้ร้องว้าวอยู่เสมอ เพราะเรามักจะเชื่อว่าต้องหาอะไรที่หวือหวามาเติมสีสันให้เซ็กซ์ เพื่อไม่ให้ทั้งคู่รู้สึกเบื่อกับการต้องทำอะไรเหมือนเดิมทุกวัน แต่ยิ่งหวือหวามากเท่าไหร่ มันยิ่งไกลจากความต้องการลึก ๆ ในใจมากเท่านั้น UNLOCKMEN จะพามาสำรวจถึงข้อดีของการมีเซ็กซ์แบบธรรมดา ไม่หวือหวา เซ็กซ์ที่แสนจะเรียบง่าย แล้วเราจะได้รู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องทำสิ่งที่เกินความต้องการจริง ๆ ของเราทุกครั้งไป เพราะความเรียบง่ายของ Vanilla Sex นี่แหละ คือไม้ตายของมันเลยล่ะ You don’t always have to be a freak in the sheets. ในเมื่อความหวือหวามันเติมสีสันให้กับเซ็กซ์ได้เป็นอย่างดี แล้วเซ็กซ์ที่หวือหวามันไม่ดียังไง ? ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี เป็นสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงอะไรแบบนั้น แต่ถ้าให้ลองเปรียบเทียบ มันเป็นเหมือนอาหารจานพิเศษ ที่เราได้กินในโอกาสพิเศษ นั่นเลยทำให้เราตื่นเต้น รู้สึกว่ามันหอมหวาน แต่ถ้าเรากินแบบนั้นไปทุกวัน ความพิเศษของมันจะอยู่ตรงไหนกันล่ะ ? เซ็กซ์ก็เหมือนกัน ถ้าเราต้องทำให้มันหวือหวาในทุกวัน เรานี่แหละที่จะชินชาความหวือหวานั้นไปโดยปริยาย การตั้งใจทำให้มันกลายเป็นเซ็กซ์บนความตื่นเต้น มันจะตามมาด้วยความตึงเครียด ความคาดหวังว่ามันจะต้องออกมาดี ออกมาเป็นอย่างใจนึก แต่ถ้าไม่เป็นก็จะเจื่อน ๆ
ย้อนไปเมื่อปี 2010 หรือ 8 ปีที่แล้ว ถ้ามีคนเดินมาบอกว่าสโมสร Leicester City F.C. สโมสรที่คว้าอันดับ 5 ในลีคระดับ Championship ฤดูกาล 2009-2010 จะคว้าแชมป์ Premier League ในอีก 5 ปีต่อมา ผมคงด่าคน ๆ นั้นว่าบ้า เพ้อเจ้อ หรืออาจจะคิดว่าเขาเสพสารเสพติดมาเกินขนาด เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนก็แทบเป็นไปไม่ได้ อย่าว่าแต่แชมป์เลย แค่จะเลื่อนชั้นขึ้นสู่ Premier League ก็ยากเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขาแล้ว แต่แล้วชายชาวไทยคนหนึ่งก็เข้ามาพร้อมทุบทำลายกำแพงแห่งความเป็นไปไม่ได้นั้นทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง ชื่อของชายคนนั้นคือ ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ จากสิงโตน้ำเงินคราม เช่นเดียวกับผู้ชายทั่วไป วิชัยและลูกชายอย่าง อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา หลงใหลในเกมลูกหนัง โดยเฉพาะศึก Premier League อังกฤษ ดังนั้นในปี 2010 ในขณะที่ Leicester City F.C. ยังล้มลุกคลุกคลานอยู่ในศึก Championship ทีมสุนัขจิ้งจอกทีมนี้จึงไม่ได้อยู่ในสายตาของพ่อลูกคู่นี้เลยแม้แต่น้อย เพราะในขณะนั้นพวกเขาคือสาวกตัวจริงของทีมสิงโตน้ำเงินคราม Chelsea และด้วยฐานะทางการเงินที่มั่งคั่ง วิชัยสนับสนุนทีมรักของตัวเองทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ็อกซ์ VIP แทบทุกปีหรือแม้กระทั่งการซื้อป้ายโฆษณาในสนาม Stamford
สิ่งที่เรา Spend เวลาไปกับมันเป็นส่วนใหญ่ของชีวิต คงไม่พ้นการทำงาน เพื่อให้ตัวเรามีเงินไป Spend สิ่งอื่นในชีวิตประจำวันได้ เราใช้เวลาไปกับงาน 5 วันต่อสัปดาห์ ใช้เวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตกในแต่ละวัน ไปกับการเดินทางไปทำงานและเดินทางกลับ ถ้าเราได้เจอกับงานที่ดีจนวันจันทร์ไม่ได้เป็นศัตรูตัวร้ายของเราถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอิจฉา เพราะยังมีอีกหลายคนที่ต้องสู้รบตบมือกับวันทำงานกันตั้งแต่เริ่มสัปดาห์ เพราะพวกเขาไม่ได้มีงานที่ตอบสนองความต้องการเขาได้ในทุกด้าน อาการหมดไฟ ห่อเหี่ยวกันตั้งแต่วันจันทร์ ไปจนถึงตอนหย่อนร่างกายลงบนเก้าอี้ในออฟฟิศ ยิ่งปรากฏชัดขึ้นทุกวัน หากเรารู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยทำแล้ว UNLOCKMEN อยากให้หนุ่ม ๆ ลองสังเกตตัวเองกันหน่อยว่าเริ่มหมดไฟแล้วหรือยัง กับสัญญาณของคนหมดไฟในการทำงาน พร้อมทางออกเจ๋ง ๆ ให้ไฟแห่ง Passion กลับมาลุกโชนอีกครั้ง ไม่มีไอเดียใหม่ ๆ เลย ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งคิดไม่ออก เหมือนสมองกลายเป็นซอยตันที่ไม่รู้ว่าจะกลับรถออกไปยังไงด้วยซ้ำ แม้เราจะเคยชำนาญในเรื่องนี้ชนิดที่ว่าหลับตาทำก็ยังได้ แต่พอมาถึงวันนี้กลับคิดอะไรไม่ออก มักจะเกิดในงานที่ต้องครีเอตอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ บางครั้งคุณก็รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ายิ่งขุดลึกลงไปตอนนี้ก็ยังไม่เจออะไรหรอก แต่ก็สุดจะหาทางออกให้ตัวเอง ก็ได้แต่คิดซ้ำ ๆ เรื่องเดิมไปทั้งที่รู้ผลของมันอยู่แล้ว โดยเฉพาะถ้าหากอยู่ในตำแหน่งหน้าที่เดิมอยู่เป็นเวลานาน อาจทำให้รู้สึกหมดไอเดียกับสิ่งที่ทำ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่สเต็ปสำคัญคือการก้าวให้พ้นไอเดียตันแบบนี้ไปให้ได้ ทำเป็นเห็นด้วย ถึงแม้ความคิดจะไม่ใช่แบบนั้นก็ตาม ในตอนที่ก้าวเข้ามาทำงาน หากเรายังไม่สามารถรู้ได้ในทันทีว่าในองค์กรนี้เป็นยังไง


