นอนดูหนังที่บ้านยาม Weekend คงจะเป็นกิจกรรมในใจของผู้ชายหลายคน ที่เบื่อกับการออกไปพริ้วไหวนอกบ้านแล้ว จอกี่นิ้วก็ดูเหมือนจะสนอง Need เราได้ไม่พอ อยากจะได้ใหญ่ขึ้นอีกเรื่อย ๆ แต่ไม่ใช่ว่าของเล่นทุกชิ้น ราคามันจะอยู่ในหลักที่เราเอื้อมได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะทีวีจอยักษ์ที่รุ่นท็อปหน่อยก็ไปแตะที่หกหลักกันแล้ว ลองเปลี่ยนมู้ดจากจอใหญ่ยักษ์มาเป็น Feel แบบโรงหนังด้วย Home Projector กันดูบ้าง ได้ยินอย่างนี้บางคนรีบส่ายหน้าหนีให้กับความเทอะทะของกล่องโปรเจ็กต์เตอร์สี่เหลี่ยม ดีไซน์เชยระเบิด UNLOCKMEN อยากให้ลืมโปรเจ็กต์เตอร์แสนเชยแบบนั้นไป แล้วมาทำความรู้จักกับ Home Projector ของ “PHOS” ที่มาในดีไซน์สวยล้ำ ตั้งตรงไหนก็ช่วยให้ดูเท่ขึ้นเป็นกอง ผลงานการออกแบบจาก Jacopo Mauro ผู้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดื่มด่ำช่วงเวลาอันมีค่าของการดูภาพยนตร์ที่บ้าน ว่าควรได้รับประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกที่ดีไม่แพ้การไปดูที่โรงภาพยนตร์ เลยได้มาเป็นเจ้าตัวนี้ ที่ออกแบบมาเน้นทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นให้ไปควบคู่กัน ดีไซน์ที่สวยล้ำจนเราแทบเดาไม่ออกว่านี่คือโปรเจ็กต์เตอร์อย่างที่เราเคยรู้จัก ทุกอย่างออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย สะอาดตา ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตเสียบสายอะไรให้เกะกะตา เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน หรือเมื่อใช้งานเสร็จก็สามารถวางไว้เป็น Gadget ล้ำ ๆ ไม่ต้องคอยยกเก็บ ยกเข้ายกออกอย่างเคย วัสดุจากโลหะพ่นทรายให้ผิวสัมผัสแบบด้าน พร้อมฐานวางหินอ่อน ยิ่งทำให้ดูเป็นของตกแต่งบ้านเข้าไปใหญ่ ด้วยทรงกระบอกที่สามารถหมุนใช้งาน 180 องศา เราจึงสามารถควบคุมองศาของการฉายภาพได้แบบตามใจเราที่แท้จริง พร้อมการใช้งานที่รองรับ Wireless
Fashion Week สำหรับ Menwears ในฤดูกาล Spring/Summer 2019 ที่จัดขึ้นใน 4 มหานครแห่งแฟชั่นอย่าง Milan, London, New York และ Paris ก็ได้สิ้นสุดลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลายคนอาจจะไม่ได้ติดตามแต่ก็ไม่เป็นไร เพราะ UNLOCKMEN มาเผยทิศทางของแฟชั่นในปีหน้าว่ามีเทรนด์อะไรมาแรงบ้าง ด้วยการรวบรวม Street Style Trend 2019 ที่น่าสนใจไว้ดังนี้ 1. NEON TONE กลับมาฮิตอีกครั้งกับแฟชั่นนีออนไม่ว่าจะเป็นโทนสีเขียวหรือสีส้ม ที่คาดว่าจะยังคงได้รับความนิยมไปจนถึงปีหน้า เพราะไม่ว่าจะเป็นแบรนด์สตรีทไปจนถึงแบรนด์ไฮแฟชั่นอย่าง Prada และ Dior ต่างก็หยิบเฉดสีนีออนมาแต่งแต้มบนผลงานกันอย่างสนุกสนาน รวมถึงสีนีออนนั้นเข้ากันได้ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มผิวขาว หรือผิวแทน สามารถเสริมสร้างความเท่ไม่เหมือนใครในงานปาร์ตี้หรือสะท้อนแสงไฟด้วยสีนีออนกันได้อีกยาว ๆ 2. SPORTSWEAR SUNGLASSES สำหรับแฟชั่นต้อนรับซัมเมอร์ หนึ่งไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับฤดูกาลนี้ก็คือแว่นกันแดด ซึ่งแว่นทรง Sportswear ในปีนี้ถือว่าได้รับความนิยม มาแรงแซงแว่นรูปทรงอื่นไปมาก ทั้ง Prada, CMMN
หลังจากประสบความสำเร็จมากมายไปกับรองเท้าคอลเลกชัน “THE TEN” ที่กินเวลาปล่อยของนานเป็นปี ๆ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของโครงการร่วมอย่าง Nike และ Off-White™ จะยังไม่หมดมุก ล่าสุดพวกเขากำลังเตรียมปล่อยรองเท้าตระกูล Off-White x NIKE ในโมเดล Air Max 90 ออกมาอีกสองคู่ด้วยกัน ซึ่งจะสร้างความคึกคักให้กับตลาดรองเท้าในช่วงสิ้นปีนี้ได้อย่างแน่นอน ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่า Off-White™x Nike คือหนึ่งในคอลเลกชันรองเท้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่าน ซึ่งเป็นผลจากการนำรองเท้าผ้าใบโมเดลในตำนานของค่าย Swoosh มาปัดฝุ่นออกแบบใหม่ด้วยการใส่มุมมองที่มีความเป็นสตรีตของแบรนด์ Off-White ลงไป ทำให้ชิ้นงานที่ปล่อยออกมาได้รับความนิยมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น Vapor Max, Zoom Fly mercurial, Air Presto หรือว่าจะเป็น Air max 97 การกลับมาอีกครั้งล่าสุดในรูปแบบที่หลายคนชื่นชอบเป็นพิเศษอย่าง Air Max 90 รองเท้าพิมพ์นิยมที่ถูกนำเสนอในสองโทนสีใหม่ ซึ่งจะแตกต่างจาก Off-White x NIKE Air Max 90 ตัวแรกอย่างไรไปดูกัน OFF-WHITE x
ในเวลานี้คงไม่มีประเด็นไหนจะร้อนแรงและน่าสนใจสำหรับชาวโลกมากไปกว่า ‘การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา 2018’ เพราะถึงแม้จะเป็นเรื่องราวภายในประเทศ แต่ก็ต้องยอมรับว่าสหรัฐอเมริกาคือมหาอำนาจของโลก ทุกนโยบายที่ผ่านสภาคองเกรสออกมาย่อมส่งผลต่อคนทุกหย่อมหญ้าไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก ซึ่งตอนนี้ถึงแม้การนับคะแนนจะยังไม่สิ้นสุด แต่โฉมหน้าของผู้ชนะก็ปรากฏแล้ว อย่างไรก็ตามก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักการเลือกตั้งกลางเทอมกันก่อนดีกว่า What is U.S. Midterm Elections? ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจโดยง่ายการเลือกตั้งกลางเทอมคือการประเมินว่าพอใจกับการทำงานใน 2 ปีที่ผ่านมาของประธานาธิบดีหรือเปล่า ถ้าไม่พอใจก็จะมีสิทธิตัดสินใจอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตามจะไม่มีการเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีในการเลือกตั้งกลางเทอม ในการเลือกตั้งกลางเทอมนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะลงคะแนนเลือกสมาชิกสภาคองเกรส ซึ่งในที่นี้ก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน และ 1 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา สภาคองเกรสคือการรวมกันของสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา สมาชิกทั้งสองสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีทั้งหมด 435 คน โดยแต่ละคนคือตัวแทนจากเขต ๆ หนึ่ง มีวาระการปฏิบัติงานสองปี จำนวนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นอยู่กับประชากรของมลรัฐนั้น ๆ สำหรับจำนวนสมาชิกวุฒิสภานั้น ทุกรัฐจะมีสมาชิกวุฒิสภาสองคนเท่ากันหมด ดังนั้น สหรัฐอเมริกาจึงมีสมาชิกวุฒิสภาทั้งสิ้น 100 คน วาระการปฏิบัติงานของสมาชิกวุฒิสภาคือ 6 ปี ความสำคัญของการเลือกตั้งกลางเทอมคือเป็นการกำหนดว่าพรรคใดจะคุมอำนาจในสภาคองเกรสซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลไกการปกครองประเทศของสหรัฐอเมริกาที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการบัญญัติกฎหมาย คำถามต่อมาคือเมื่อ 2 ปีที่แล้วพรรค Republican ของโดนัล ทรัมป์คว้าเสียงข้างมากไปครอง แต่ถ้าในครั้งนี้สถานการณ์เกิดพลิกผัน พรรค Democrats เกิดพลิกกลับมาเป็นเสียงข้างมาก ผลที่ตามมาคืออะไร
หนุ่ม ๆ เคยสังเกตกันมั้ยว่าทำไมแฟนหรือคู่รักของเรามักจะใช้เวลาในการนอนหลับพักผ่อนมากกว่าเรา จากที่นอนคุยกันอยู่ดี ๆ รู้ตัวอีกทีพวกเธอก็หนีเข้าห้วงนิทราไปเสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่เรายังตาแป๋วไม่มีความง่วงมาเยือนเลยแม้แต่น้อย วันนี้เราจึงอยากมาบอกหนุ่ม ๆ ทุกคนให้เข้าใจว่าที่เธอเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะเธอขี้เซาหรือขี้เกียจ แต่มันเป็นเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่มีคำอธิบายชัดเจน สมองต้องการพักผ่อน ศาสตราจารย์ Jim Horne ผู้อำนวยการแห่งสถาบัน The Sleep Research Centre at Loughborough University และผู้เขียนหนังสือ Sleepfaring: A Journey Through The Science of Sleep ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่สุดที่มนุษย์จำเป็นต้องนอนหลับคือในระหว่างวันสมองของเราจะทำงานอยู่ตลอดเวลา ช่วงเวลาเดียวที่สมองจะได้รับการฟื้นฟูและซ่อมแซมคือช่วงนอนหลับพักผ่อน สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ, ภาษา, และพฤติกรรมจะเข้าสู่โหมดฟื้นฟูเมื่อเข้าสู่ห้วงนิทรา” “นั่นหมายความว่า ในช่วงระหว่างวันยิ่งใช้งานสมองไปมากเท่าไร สมองยิ่งต้องการพักผ่อนมากเท่านั้น ซึ่งด้วยความจริงข้อนี้จึงทำให้ผู้หญิงต้องการการนอนหลับมากกว่า เนื่องจากสมองของผู้หญิงมักจะทำงานหลายส่วนพร้อมกัน มีความยืดหยุ่นมากกว่าของผู้ชายอย่างชัดเจน ถึงแม้จะเป็นผู้ชายที่ทำงานเกี่ยวกับการคิดคำนวณหรืองานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจสำคัญ ๆ ซึ่งใช้งานสมองค่อนข้างหนัก แต่นั่นก็ยังไม่เท่าการใช้งานสมองของผู้หญิงอยู่ดี” ด้วยความซับซ้อนของสมองที่มากกว่า ผู้หญิงจึงต้องการการนอนหลับพักผ่อนที่มากกว่าผู้ชายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 20 นาที อาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับลักษณะสมองของแต่ละบุคคล คุณภาพการนอนและสุขภาพ มีอีกหนึ่งงานวิจัยที่ยิ่งตอกย้ำปัญหาการนอนหลับของผู้หญิงเข้าไปอีก
ถ้าพูดถึงประเทศสหรัฐอเมริกา เรามักได้ยินการนิยามว่าเป็น “ประเทศแห่งเสรี” ทำให้ครั้งหนึ่งคำว่า “American Dream” หรือการฝันอย่างอเมริกันจึงกลายเรื่องระดับโลก เป็นความฝันที่ใครก็ล้วนใฝ่หาและต้องการเดินทางไปตั้งรกราก เพราะมีทั้งความเจริญ ความเท่าเทียม และอิสระ เรียกได้ว่าเป็นดินแดนในฝันที่ใครก็สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเศรษฐีได้ จึงไม่แปลกที่ล่าสุดเมื่อผลสำรวจประชากรชาว Freelancer ในสหรัฐฯ ประจำปีนี้เผยตัวเลขว่ามีคนเลือกเป็นฟรีแลนซ์จำนวนถึง 56.7 ล้านคน เราจะรู้สึกไม่ประหลาดใจ แต่ไม่ใช่แค่ตัวเลขเท่านั้นที่น่าสนใจ UNLOCKMEN ยังมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้มาแบ่งปันกันด้วย American Dream: Past & Present ใครที่ดูหนังต่างประเทศบ่อย ๆ จะได้ยินคำว่า “American Dream” กันมาบ้าง ซึ่งส่วนมากเรื่องราวจะออกแนวการเดินทางจากต่างดินแดนเข้าไปในอเมริกาเพื่อตามหาความฝัน ซึ่งความฝันเหล่านั้นมักจะผลิตซ้ำเรื่องการเป็น “Somebody” ด้านอาชีพ เช่น อยากจะเป็นนักมวยอาชีพ นักดนตรีอาชีพ ก็จะฝึกมันครั้งแล้วครั้งเล่าจนกว่าจะได้เป็น หรือ Underdog เองก็มีสิทธิผันตัวเองเป็นเศรษฐีใหม่ได้เสมอ หากขยันและร่ำรวย อาชีพ Freelance หรือการรับจ้างเป็นมือปืน จึงอาจเป็นเรื่องของการหารายได้เสริมเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ค่านิยมความฝันของคนเราก็เริ่มเปลี่ยน ความรู้สึกอยากเป็น “Somebody” มันเริ่มจางลง
นับตั้งแต่แคนาดาเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G20 ที่มีการประกาศให้กัญชากลายเป็นสิ่งถูกกฎหมายในการใช้เพื่อนันทนาการ ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา และถึงจะมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีในการควบคุมและจัดระเบียบให้การซื้อ-ขายให้เป็นไปตามกฎหมาย กำหนดทุกอย่างเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาภายหลัง แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะลืมคิดถึงสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งซึ่งกำลังต้องเผชิญอยู่ตอนนี้ นั่นคือ ปริมาณกัญชามีไม่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์สาย High ในประเทศนั่นเอง เกิดปัญหาที่หลายคนไม่เคยคาดคิดมาก่อนเมื่อร้านกัญชาถูกกฎหมายทั่วประเทศแคนาดาต้องเผชิญกับปัญหาเดียวกัน คือปัญหาของขาด กัญชาภายในร้านมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนสายชีวจิต ซึ่งเกิดจากความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นสังเกตุได้จากยอดสั่งซื้อจำนวนมหาศาลหลังจากที่รัฐบาลเปิดให้สูบกันได้อย่างเสรี รวมไปถึงปัญหาการกระจายสินค้าในระบบโลจิสติกส์และไปรษณีย์ซึ่งยังไม่คุ้นเคยกับธุรกิจดี ที่สำคัญคือปริมาณการปลูกยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการถึงขนาดทำให้ร้านขายกัญชาในรัฐควิเบกต้องแก้ไขด้วยการเปิดเพียง 3 วัน/สัปดาห์ เพื่อคงปริมาณสต๊อกของในร้านให้เพียงพอ ก่อนสินค้าล็อตต่อไปจะส่งมาถึง เรียกว่าดูดกันจนแถบจะสูญพันธุ์ไปจากประเทศเลยทีเดียว นอกจากนี้ในรัฐออนตาริโอซึ่งไม่มี Physical Retailers ในพื้นที่เลยสักร้านเดียว โดยประชาชนในรัฐต้องสั่งซื้อกัญชาทางไปรษณีย์ซึ่งยุ่งยากและล่าช้ากว่าการซื้อที่ร้าน ว่ากันว่าภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังจากมีการประกาศในกัญชาถูกกฎหมาย มียอดสั่งซื้อทะลักมากกว่า 100,000 รายการ แต่ทางรัฐไม่สามารถจัดส่งได้อย่างทั่วถึง แถมทั้งยังสุ่มยกเลิกคำสั่งซื้อในกรณีที่มีคนซื้อเยอะเกินไปอีกด้วย และโชคร้ายก็ไปตกกับหนุ่มนักศึกษาคนหนึ่งที่สั่งซื้อไปแถมยังถูกหักเงินในบัตรเครดิต แต่กลับไม่มีของส่งมาให้ล่องลอยที่บ้านซะงั้น ใครจะไปคิดว่า เวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากกัญชาถูกทำให้เสรีแคนาดาจะต้องเจอกับวิกฤตการณ์ “ของขาด” ถึงแม้รัฐบาลจะบอกว่ามีการเตรียมตัวมาอย่างดี แต่กระแสความต้องการของมันกลับพุ่งทะยานสูงขึ้นกว่าก่อนหน้า และว่ากันว่านี่เป็นการท้าทายครั้งสำคัญของรัฐบาลแคนาดาที่จะต่อสู้แย่งชิงส่วนแบ่งจากสิ่งที่เคยมีมูลค่าอยู่ในตลาดมืดสูงถึง 5.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ ด้วยการเพิ่มจำนวนกัญชาในร้านถูกกฎหมายให้เพียงพอกับความต้องการของสายเขียวในประเทศ ก่อนที่คนเหล่านั้นจะเบือนหน้าหนีหันไปพึ่งคนขายตามหัวมุมถนนอีกครั้งเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะซื้อกับรัฐบาล ได้ของคุณภาพดี มีการตรวจสอบ แถมภาษียังถูกนำไปพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง เรียกว่าเมาช่วยชาติก็ไม่ผิดนัก ในไตรมาสต์ที่ 4 ของปี
“My mama called, seen you on TV, son.” ประโยคติดหูกันตั้งแต่อินโทรสำหรับเพลงนี้ของ Post Malone ด้วยอายุเพียง 23 ปี แต่ตอนนี้เขาก้าวขึ้นมาเป็นแร็ปเปอร์ที่โคตรจะมาแรงแห่งยุค เจ้าของเพลงฮิตมากมายที่ทำลายสถิติติดชาร์ตแทบทุกสำนัก ภาพลักษณ์สุดทะเล้นนั่นยิ่งทำให้เขาเป็นที่จดจำของคนดู เบื้องหลังของความสำเร็จของเขาใครจะเชื่อว่ามันเริ่มจากเกมกีต้าร์ฮีโร่เท่านั้น มาดูเรื่องราวกว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ของวงการ ก่อนจะมาเป็นแรปเปอร์เลือดใหม่ไฟแรงของวงการ เขาเริ่มต้นมาจากอะไร มีแรงผลักดันอะไรให้มาถึงตรงนี้ได้ Post’s Timeline ความสนใจในด้านดนตรีของเขาได้รับการส่งเสริมตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบขวบ เมื่อพ่อของเขาที่มีอาชีพเป็น DJ จุดประกายด้วยการแนะนำเพลงหลากหลายแนวให้กับเขา และดนตรีที่เข้าทางที่สุดในตอนนั้นเป็นดนตรีอีโม (ที่หลายคนคงรู้กันดีว่า Post Malone เองมีวงโปรดทั้งร็อก อีโม และเมทัล) ในช่วงวัยรุ่นเขาก็เล่นดนตรีเรื่อยเปื่อยตามประสา ไม่ได้เล่นจริงจังอะไรหรือไปตั้งวงเข้าห้องซ้อมแบบชีวิตวัยเด็กของศิลปินคนอื่น เพราะกิจกรรมสุดโปรดของเขาคือการเล่นเกมกีต้าร์ฮีโร่นั่นเอง เขาเล่นมันอย่างบ้าคลั่ง จนเขาได้ห้าดาวในทุกด่านของระดับ Expert เรียกง่าย ๆ คือเล่นจนเวลตันแล้ว เมื่อหมดความตื่นเต้นกับกีต้าร์ฮีโร่ไปแล้ว จุดนี้แหละที่ไปจุด Inspired ให้เขาลุกขึ้นมาเล่นกีต้าร์ของจริงแบบจริงจัง ในเมื่อเขาเล่นเกมกีต้าร์นี้จนตันไปแล้ว ทำไมถึงไม่เล่นของจริงวะ ? เขาเลยหันมาหยิบจับกีต้าร์แบบจริงจังและกำเนิดเป็นวงเมทัลของเขาเอง แต่แล้วเขาก็เริ่มหันเหไปที่ดนตรี Hip Hop ด้วยการทำ
นาทีนี้คงไม่มีงานศิลปะไหนดังและน่าไปมากกว่า BAB2018 งานอาร์ตระดับโลกที่จะแสดงถึงแค่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2019 กับ 20 สถานที่แสดงงานศิลปะสุดเจ๋งในกรุงเทพฯ ที่ผู้ชายทุกคนจะต้องไปเช็กอิน ดังนั้น เมื่อเราแนะนำว่าควรไป เราย่อมไม่พลาดลงพื้นที่ไปเช็กอินกันด้วยตัวเองและนำกลับมารีวิวกันแบบเรียล ๆ เลยว่าจุดไหนน่าไปลอง และจุดไหนต้องเตรียมตัวอย่างไร หลังจากกางแผนที่ออกมาเพื่อวางแผนก่อนออกเดินทางจริง ทีมงานปรึกษากันว่า “เราจะเดินทางตามเก็บงานศิลป์กันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ภายใน 1 วัน แต่จะเลือกไปในเส้นทางที่เดินทางได้ยากเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อ่านที่เดินทางยากมีโอกาสได้ดูงานกัน” จึงได้บทสรุปว่าทีมงานเลือกทางชมศิลปะเส้น River Route ทั้ง 8 กันโดยออกสตาร์ทที่ฝั่งปิ่นเกล้าในเวลาที่ไม่ทรมานใจชายเกินไปคือ 9.30 บริเวณเมเจอร์ปิ่นเกล้า รูปแบบการเดินทางทั้งหมดนี้เราเลือกใช้วิธีเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวและการเดินเท้าล้วน เผื่อใครจะพาคนพิเศษไปเก็บงานศิลป์ด้วยวิธีนี้จะได้จำลองสถานการณ์จริงและรู้ที่ทางการจอดรถเลย เนื่องจากข้อมูลส่วนใหญ่จากคู่มือ BAB จะเน้นการเดินทางแบบสาธารณะมากกว่า สตาร์ทสถานที่แรก Bankok of Thailand Learning Center (BOT) บริเวณสามเสน ริมน้ำ ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งเทเวศน์ ภายในจัดแสดงงานศิลปะทั้งหมด 6 ชิ้น แบ่งเป็น 3 สถานที่ที่ติดตั้งภายในอาคาร สามารถจอดรถใต้อาคารฟรี 4 ชั่วโมง ชั่วโมงต่อไปคิดชั่วโมงละ 20
หลังจากวุ่นวายอยู่กับการออกแบบรองเท้าประจำตัวร่วมกับ Adidas มาสักพักใหญ่ ๆ ล่าสุดศิลปินมากความสามารถ Pharrell Williams ก็เตรียมพักงานสตรีตเพื่อเตรียมตัวออกแบบคอลเลกชันใหม่ร่วมกันห้องเสื้อโอ กูตูร์สุดหรูหราอย่าง Chanel แถมยังแอบได้ยินมาว่าการร่วมงานระหว่างครั้งนี้มีแผนจะใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่เปิดตัวคอลเลกชันอีกด้วย หลายคนทราบกันดีว่าศิลปินและโปรดิวเซอร์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกามีความสัมพันธ์ที่ดีกับ Karl Lagerfeld ซึ่งเป็น Creative Director ของ Chanel มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยทำงานร่วมกันแบบจริงจังมาก่อนนอกจากรองเท้า Chanel x Pharrel Williams x Hu NMD เมื่อปี 2017 เท่านั้น แต่ข่าวลือเรื่องการคอลแลปส์ของทั้งสองก็เริ่มหนาหูขึ้นอีกครั้งหลังจากที่มีรูปถ่ายของ Pharrell Williams ในงานเปิดตัวคอลเลกชัน ChanelCruise ที่กรุงเทพมหานครในวันพุธที่ 30 ตุลาคมที่ผ่าน เขาปรากฏตัวในเสื้อฮู้ดสีเหลืองสดซึ่งคาดว่าเป็นหนึ่งในงานออกแบบของเขาเอง มีการใส่รายละเอียดของความเป็น Chanel ลงไปตัวเสื้อเช่น CC logo ตรงหน้าอกซ้ายหรือ Coco N.5 ที่ถูกวางไว้ตรงกลางเสื้อ นอกจากนี้ยังปรากฏวิดีโอใน Instagram ที่ของผู้ใช้ที่ชื่อว่า dutchesscathy ซึ่งถ่ายระหว่างที่ศิลปินหนุ่มกำลังขึ้นแสดงอยู่ โดยจะเสียงตะโกนจากลุ่มคนดูในเชิงว่าต้องการเสื้อตัวที่เขาใส่ ซึ่ง


