“Don’t F*ck With Peaky Blinders” ประโยคยอดฮิตในเรื่องนี้ ซีรีย์ที่แจก F*ck เยอะที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง Peaky Blinders ว่าด้วยเรื่องราว Gangster ยิปซีเมืองเบอมิงแฮมในอังกฤษที่ทำธุรกิจสีเทา ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยอำนาจของกระบอกปืน ฉากหลังของเรื่องจะดำเนินไปในช่วงยุค 20’s ทำให้มู้ดแอนด์โทนของเรื่อง เสื้อผ้าหน้าผม รถ บ้านเมือง ผู้คน ถูกถ่ายทอดออกมาแบบโคตรเท่ นอกจากคาแร็กเตอร์สุดเท่ของตัวละครแล้ว เพลงประกอบก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน UNLOCKMEN เลยรวบรวมเพลงที่ให้มู้ดเหมือนเราเดินอยู่ในละแวกเบอมิงแฮม แต่เพลงที่เราเลือกมานั้น จะไม่ได้เป็น Theme Song แต่เป็นเพลงที่ทางซีรีส์เลือกเอามาใช้ในเรื่อง สำหรับใครที่สะดวกฟังบน Spotify เราจัด Playlist ไว้ให้ Follow กันเหมือนเดิม ทำความรู้จักกับ Peaky Blinders เรื่องราวของ Gangster ในอังกฤษที่ทำธุรกิจสีเทาสารพัดอย่างที่เราพอจะนึกออก แต่หลัก ๆ คือการแทงม้า ธุรกิจนี้ขับเคลื่อนด้วยระบบคล้ายกับระบบกงสี โดยครอบครัว Shelby ที่แต่ละคนนั้นเป็นตัวจี๊ดมี DNA ของความดิบ เถื่อนอยู่ในตัวกันทุกคน แต่อย่าคิดว่าทุกคนจะเป็นนักเลงหัวไม้ เก่งแต่เรื่องต่อยตีเท่านั้น พวกเขายังไหวพริบเป็นเลิศ ต่อรองเก่ง อยู่เป็นกันแทบทุกคน เรียกง่าย
ตอนนี้กระแส Apple Store ที่มาเปิดในบ้านเราฟู่ฟ่าสุด ๆ เรียกได้ว่าสาวก Apple ทุกคนคงต้องอยากไปเยือน ไปซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับบ้านมาสักอย่าง แต่ดูเหมือนจะโคตรตรงกันข้ามกับสถานการณ์ภาพรวมธุรกิจเวทีโลกโดยสิ้นเชิง เพราะตอนนี้ฝั่งนั้นเขาประกาศว่า “ขอไม่รายงานยอดขายทุกโปรดักส์ในเครือแบบไตรมาสละนะ ตอนนี้ขอไปโฟกัสเรื่องธุรกิจบริการก่อน อีกอย่างมันไม่ได้โชว์ประสิทธิภาพของเราด้วย” เหตุผลที่จู่ ๆ ขา Tech ยักษ์อย่าง Apple ขาดส่งสมุดพกรายงานยอดขายรายไตรมาสครั้งนี้ นักวิเคราะห์ตลาดหลายคนเขาออกมาให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นเพราะไม่อยากจะเผยยอดขายให้ช้ำนัก ขอแอบเลียแผลใจลำพังไปก่อน เพราะมันโตขึ้นจากปีที่แล้วเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็ส่อให้เห็นว่าไม่ใช่แค่ Apple เท่านั้นที่ต้องกล้ำกลืนกับยอดขาย เหล่าหุ้นเทพสาย Tech ทั้ง 5 ตัวที่มีผลการดำเนินงานดีที่สุดของกลุ่มเทคโนโลยี อย่าง FAANG ซึ่อย่อมาจากตัวอักษรของแบรนด์ทั้ง 5 ได้แก่ F – Facebook(FB), A – Apple(AAPL), A – Amazon(AMZN), N – Netflix(NFLX) และ G – Google(GOOG) เองทุกตัวก็กำลังชะลอตัวเช่นกัน APPLE ประกาศอุบตัวเลขไตรมาสนี้
ถ้าจะพูดถึงวงการภาพยนตร์แอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่เข้ามาในบ้านเรา 2 ขั้วอำนาจหลักที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้ภาพยนตร์แนวนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากที่เคยอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ สู่ระดับ Talk of the Town จากปากต่อปากสู่รายได้มหาศาลที่เชื่อว่าผู้นำลิขสิทธิ์เข้ามาฉายนั้นก็คงจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยว่าเกิดอะไรขึ้น Studio Ghibli คือขั้วอำนาจแรก ถ้าใครพอจะติดตาม Pop Culture แดนปลาดิบอยู่บ้างคงคุ้นกับสัญลักษณ์เจ้า Totoro ตัวกลมน่ากอดอย่างแน่นอน นี่คือสตูดิโอผู้สร้างที่อยู่คู่วงการแอนิเมชั่นญี่ปุ่นมากว่า 30 ปี และผลงานแต่ละเรื่องที่ผลิตออกมาก็อยู่ในระดับขึ้นหิ้งไม่ว่าจะเป็น Spirited Away, My Neighbor Totoro , Grave of the Fireflies ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังตราตรึงใจผู้คนทั่วโลก ขั้วอำนาจที่ 2 คือ มาโคโตะ ชินไค ที่ผลงานของเขาอย่าง Your Name เคยสร้างปรากฏการณ์โรงแตกในบ้านเรามาแล้ว และไม่ใช่แค่เรื่องนี้เท่านั้น เพราะผลงานของชินไคยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่ถ้าทุกคนได้ดูต้องหลงรักมัน ด้วยงานภาพอันละเมียดละไม ความเอ่อล้นของอารมณ์ที่อัดแน่นไว้ทุกรายละเอียดของเรื่อง วันนี้เราจึงอยากมาแนะนำผลงานของผู้กำกับวัย 45 ปีคนนี้ให้ทุกคนได้รู้จักกัน Voices of a Distant Star (2002) แอนิเมชั่นขนาดสั้น ผลงานในช่วงที่ชินไคเพิ่งเริ่มเป็นผู้กำกับเต็มตัวได้ไม่นาน โดยเขาหยิบผลงานไลท์โนเวลของ Waku Oba มาเรียบเรียงใหม่ในแบบฉบับของตัวเอง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน ‘กาแฟ’ มีบทบาทต่อคนเมืองรุ่นใหม่เป็นอยากมาก กลายเป็นเหมือนสารเสพติดอีกชนิดที่เราขาดมันไปไม่ได้เสียแล้ว บางคนอาจจะเสพติดฤทธิ์ของมันที่ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า บางคนเสพติดกลิ่นหอมของมัน บางคนถือมันเป็นศิลปะแขนงหนึ่งและศึกษามันอย่างจริงจัง หนึ่งในประเภทกาแฟที่มาแรงที่สุดในขณะนี้คือ ‘Cold Brew’ หรือ ‘กาแฟสกัดเย็น’ ที่ความพิเศษคือเราจะได้รสชาติเมล็ดกาแฟที่เข้มข้นมากขึ้น และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือราคาที่แพงขึ้นด้วยเช่นกัน แต่จะดีแค่ไหนถ้าหนุ่ม ๆ อย่างเราสามารถทำกาแฟสกัดเย็นไว้ดื่มเองที่บ้านได้ นอกจากจะประหยัดขึ้นแล้วยังสามารถเลือกรสชาติได้ตามใจชอบอีกด้วย Dripo คือชื่อของเจ้าอุปกรณ์วิเศษที่จะทำให้หนุ่ม ๆ อย่างเราชงกาแฟสกัดเย็นดื่มเองได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีขนาดเล็ก จับพอดีมือ ทำให้คุณสามารถพกพามันไปได้ทุกที่ นอกจากนั้นวิธีการใช้ก็แสนง่ายดาย ขอแค่เพียงคุณมีเมล็ดกาแฟบดละเอียดและน้ำแข็งเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว โดยสามารถดูขั้นตอนและวิธีการทำได้ในวีดีโอด้านล่างนี้ได้เลย ไม่ใช่เพียงแค่กาแฟ Cold Brew เท่านั้น เพราะเจ้า Dripo นี้สามารถช่วยให้คุณทำกาแฟ Iced-drip ได้อีกด้วย นอกจากนั้นอีกหนึ่งสิ่งที่ยอดเยี่ยมคือเมื่อคุณชงกาแฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว Dripo ก็จะเปลี่ยนร่างเป็นภาชนะใส่กาแฟที่เก็บความเย็นได้ยอดเยี่ยม ให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับกาแฟถ้วยโปรดได้นานยิ่งขึ้น สำหรับราคานั้น เครื่องทำกาแฟอัจฉริยะเครื่องนี้สนนอยู่ที่ 29 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 1,000 บาทเท่านั้น เรียกว่าถูกมาก ๆ แค่ค่ากาแฟนางเงือกเขียว 5 แก้วก็แพงกว่าแล้ว นอกจากความประหยัดที่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตแล้ว Dripo ยังช่วยให้คุณได้ดื่มกาแฟรสชาติถูกปากอีกด้วย เนื่องจากคุณเป็นคนชงจึงสามารถออกแบบรสชาติได้ตามใจชอบ และด้วยขนาดเล็กหยิบฉวยง่ายของมัน คุณจึงสามารถพกพามันไปได้ทุกที่ เติมความสดชื่นได้ทุกเวลา ใครสนใจสามารถสั่งซื้อได้
ในวันที่เมืองใหญ่กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยคนหลากหลายรุ่น หลายหลากวัย แต่ดูเหมือนว่าคนรุ่นใหม่จะกลายเป็นขุมพลังงานสำคัญในการขับเคลื่อนสรรพสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนสังคม โดยเฉพาะพลังความคิดสร้างสรรค์ที่คนรุ่นใหม่เปรียบได้กับตัวแทนแห่งการกล้าคิด กล้าแตกต่าง และกล้าที่จะเป็นตัวเอง การได้เป็นตัวของตัวเองในสายตาคนรุ่นใหม่จึงไม่ต่างจากการปลดล็อกจากกรอบความคิดเดิม ๆ พื้นที่อยู่อาศัยที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถใส่ความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่จึงเป็นที่อยู่อาศัยที่คนรุ่นใหม่ต่างฝันถึง บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จึงเตรียมเปิดประสบการณ์ใหม่เพื่อยกระดับแบรนด์ ASPIRE คอนโดระดับพรีเมียมที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ยิ่งขึ้น ผ่านแคมเปญออนไลน์ ‘ASPIRE DECOR MISSION’ ร่วมกับ 6 YouTubers ตัวแทนคนรุ่นใหม่เพื่อทำให้เห็นว่าทุกคนสามารถใส่ความเป็นตัวเองลงไปในพื้นที่อยู่อาศัยอย่าง Aspire คอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ 6 ทำเลศักยภาพ ใกล้รถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ ได้ ที่สำคัญพื้นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบของคนรุ่นใหม่ได้ นับเป็นพื้นที่อยู่อาศัยที่พิถีพิถัน และเป็นคำตอบของการใช้ชีวิตได้ครบจบในที่เดียว ‘ASPIRE DECOR MISSION’ ภายใต้นิยามของคำว่า A.S.P.I.R.E. ซึ่งถูกแตกแนวคิดผ่าน 6 คอนเซ็ปต์ ได้แก่ Active, Social, Perspective, Inspire, Reliability และ Enjoying จึงเป็นตัวแทนพื้นที่อยู่อาศัยของตัวตนคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ACTIVE : Aspire
ทุกลมหายใจเข้าออกของผู้ชายอย่างเรา เต็มไปด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่เราต้องดูแลเพื่อก้าวไปข้างหน้าในทุก ๆ วัน ทั้งหน้าที่การงานที่ต้องทำออกมาให้ราบรื่นที่สุด ทั้งการใช้เวลาในวันหยุดเพื่อเล่นให้สุดขีดความมันส์ รวมถึงการพักผ่อนเพื่อเยียวยาความเหนื่อยล้าในทุก ๆ วันให้กลับไปทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเล่นได้อย่างเต็มขุมพลัง แต่ทุกลมหายใจเข้าออกที่ต้องไต่อยู่ท่ามกลางเส้นแบ่งระหว่าง WORK PLAY LIVE อย่างบ้าคลั่งเกินไป หลายครั้งอาจกลืนกินความเป็นตัวเองของเราไปได้โดยที่เราไม่รู้ตัว จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถ BALANCE สามสิ่งนี้ได้อย่างสมดุล เพื่อที่จะเป็นตัวเองที่สามารถ WORK ได้ไม่มีหวั่น PLAY ได้ไม่มีหวาด และสามารถ LIVE ได้อย่างเต็มที่ เพราะเราเชื่อว่าชีวิตที่ดีเริ่มต้นที่การ BALANCE อย่างสมดุล เมื่อชีวิตทุกด้านสามารถไปด้วยกันได้อย่างลงตัว เมื่อนั้นเราจะสามารถเป็นตัวเอง แสดงความเป็นตัวตนออกมาได้อย่างอิสระไร้ขอบเขต เพราะ BALANCE ที่ดีเริ่มต้นที่พื้นที่อยู่อาศัย ชีวิตผู้ชายยุคใหม่อย่างเราส่วนใหญ่ ใช้เวลาหมดไปกับการ WORK PLAY และ LIVE จะดีแค่ไหนถ้าเรามีพื้นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ให้เราสามารถผสมรวม WORK PLAY และ LIVE ได้อย่างลงตัว พื้นที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เอื้อให้เราสามารถเดินทางไปทำงานได้ภายในเวลาอันสั้นทำให้เราเหลือเวลาในการพักผ่อนและดูแลตัวเองเพิ่มเติมได้ พื้นที่อยู่อาศัยที่การเดินทางสะดวกสบายถึงขีดสุดตอบสนองการเล่นได้เต็มที่ และพื้นที่อยู่อาศัยที่ออกแบบมาอย่างใส่ใจผู้อยู่อาศัย แม้ว่าทำเลจะใกล้ที่ทำงานและที่พักผ่อนเพียงไหนก็ยังเต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียวสร้างความผ่อนคลาย และให้ความเป็นส่วนตัวเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการชาร์จพลังความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ พื้นที่อยู่อาศัยที่ผสานเอา WORK PLAY
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ศิลปะและความมึนเมามีจุดร่วมและคล้ายคลึงกันในมายาคติบางอย่าง สิ่งเหล่านี้มักถูกยกมาพูดถึงเสมอในการสร้างสรรค์ผลงาน ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือบรรดานักดนตรี นักร้อง มากมายที่ใช้ความมึนเมาเป็นสารตั้งต้นของแรงบันดาลใจในการประพันธ์เพลง แต่งบทกวี หรือแต้มสีลงผืนผ้าใบ ด้วยกระแสเวลาที่ผ่านไปเรื่อย ๆ ทั้ง 2 สิ่งนี้จึงรวมกันเป็น Norm ด้านวัฒนธรรมที่ยากจะแยกออกจากกัน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็น Gallery ในบ้านเราผสมความเป็นบาร์เข้าไปด้วย เช่นสถานที่ที่เราจะแนะนำให้ได้รู้จักกันในวันนี้ Cinema Winehouse เพราะภาพยนตร์คือศิลปะแขนงหนึ่ง Cinema Winehouse ถือกำเนิดขึ้นด้วยความหลงรักภาพยนตร์คลาสสิกและไวน์ของผู้ก่อตั้ง เขาอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับการดื่มไวน์และสนทนาเรื่องภาพยนตร์ในบรรยากาศสบาย ๆ ภายนอกของ Cinema Winehouse คือบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ตกแต่งโดยเน้นสีขาวเป็นหลัก เมื่อเข้าไปคุณจะพบกับจอฉายหนังขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยบรรยากาศความเป็นกันเองของผู้คน นอกจากไวน์ราคาไม่เกินเอื้อม ทุกคนสามารถดื่มด่ำกับมันได้โดยไม่ระคายเคืองกระเป๋าเงินแล้ว ยังมีอาหารไว้บริการให้คุณสั่งมาทานควบคู่กันไปพลางชมภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่อีกด้วย Location: 59/6 ถ.สามเสน แขวงสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร Open: 5.00 pm – 12.00 pm Contact: 086-465-6526 Facebook: Cinema Winehouse 23 Bar & Gallery 23 Bar
หนังสืบสวนยังคงรั้งอันดับเป็นหมวดแรก ๆ ของลิสต์หนังที่ชื่นชอบของใครหลายคน เพราะมันทำให้เราได้สวมวิญญาณนักสืบผู้ปราดเปรื่อง เฝ้าจับผิดดูพิรุธ หาผู้ต้องสงสัย แกะรอยไปตามคำใบ้ที่คนร้ายทิ้งไว้ และเรื่องราวการสืบสวนแบบนี้ จะขาดฆาตกรต่อเนื่องไปไม่ได้เลย UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาดูหนัง SERIAL KILLER ที่เราแนะนำให้รีบหาตัวฆาตกรให้เจอก่อนใคร ก่อนที่เหยื่อรายต่อไปจะเป็นคุณ! Taxi Driver (1976) Director: Martin Scorsese พลิกไปดูอีกด้านของมหานครนิวยอร์ก เมืองที่ไม่เคยหลับไหลเช่นเดียวกับ Travis (Robert De Niro) ทหารผ่านศึกผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม จนมีปัญหาสุขภาพอย่างอาการนอนไม่หลับ รวมไปถึงบาดแผลในจิตใจที่ทำให้เขากลายเป็นคนที่ไม่อาจเข้ากับคนอื่นได้ง่ายนัก เมื่อยามค่ำคืนไม่เคยขับกล่อมให้เขาล้มตัวลงนอนได้ จึงหันมาขับแท็กซี่แก้เซ็งไปพลาง ๆ แถมได้เงินอีกต่างหาก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้เห็นอีกด้านของเมืองที่แสนศิวิไลซ์ว่าส่วนที่ดำมืดของมันนั้นช่างเน่าเฟะแค่ไหน โสเภณี ยาเสพติด และอาชญากรรมสารพัดรูปแบบ ที่ค่อย ๆ กลืนกินจิตใจของเขาไปเรื่อย ๆ จนเขาเองเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของความดำมืดในมหานครแห่งนี้ เป็นหนังเชิงเสียดสีสังคม บ้านเมือง ที่มีดีที่ไดอะล็อกเฉียบคมบวกกับการแสดงโคตรเฉียบแหลมของนักแสดงนำ ยิ่งขับให้เรารู้สึกสะใจไปกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่มันจะเป็นเรื่องไม่ถูกต้องในชีวิตจริงก็ตาม Se7en (1995) Director : David Fincher ยังคงติดในลิสต์หนังของเรากันอย่างต่อเนื่อง กับหนังสืบสวนตามหาฆาตกรต่อเนื่องแห่งยุค
สมัครยิมมันไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สุขภาพดี หนุ่มเมืองอย่างเรารู้ดี เพราะความเป็นจริงเราใช้เวลาแค่ไม่กี่สิบนาทีต่อวันภายในพื้นที่จำกัดก็สามารถออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพได้ถ้าทำได้อย่างถูกหลักการ เช่นเดียวกับหลายบทความที่ UNLOCKMEN นำเสนอให้ทุกคนได้ทดลองทำกัน อีกหนึ่งหลักฐานที่ออกมายืนยันข้อมูลเรื่องนี้คือข้อมูลจาก BLUE ZONE หรือสถานที่ที่คนอายุยืนที่สุดในโลกโดยนับช่วงอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปและสามารถเฉลิมฉลองอายุครบ 100 ปี เขาอยู่กันและคนชราเหล่านั้นล้วนเป็นคนฟิต สุขภาพดี แข็งแกร่งและมีชีวิตชีวาด้วยปัจจัยต่าง ๆ ทั้ง 9 เรื่องนี้ ซึ่งไม่มีเรื่องไหนเป็นการโหมออกกำลังกายสักนิด แต่หลายข้อในนี้มันก็เป็นแนวเดียวกับที่เราชาว UNLOCKMEN ใช้ปลดล็อกเป็นไลฟ์สไตล์อยู่แล้ว Move Naturally : เคลื่อนไหวแบบธรรมชาติ ไม่ต้องวิ่งมาราธอน ไม่ต้องใช้เทรนเนอร์หรือเข้ายิม แค่ลุกไปทำโน่นทำนี่ด้วย 2 เท้ากันแบบดิบ ๆ ใช้แรงชายอย่างเราขยับกายไปทำโน่นทำนี่ก็พอ โดยเฉพาะกิจกรรมเข้าจังหวะถ้าเอาไปบวกในหัวข้อนี้ด้วย เราก็ว่าไม่ผิดความหมายอะไร Know your purpose: ตั้งเป้าหมายของทุกวันที่ลืมตา ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ผู้ชายเราเองถ้าอยากถึงเป้าหมายก็ต้องไปให้สุด Down Shift : คลายเครียดเพื่อสร้างสุขให้ตัวเองเป็นประจำ อะไรที่ตึงต้องผ่อนจะทำให้สุขภาพดีขึ้น แน่นอนว่าผู้ชายเราเองก็มีทางออกหลายทาง แต่คนที่อยู่ในบลูโซนอย่างชาวโอกินาวาเขาใช้วิธีระลึกถึงบรรพบุรุษของพวกเขา ชาว Ikarian ใช้การนอนกลางวัน หรือชาว
ไม่รู้ว่าการซ้อมรบมันหนักเกินไป หรือเป็นเพราะคราฟต์เบียร์ท้องถิ่นมีรสชาติดีเกินคาด มีข่าวรายงานว่าเกือบทุกบาร์ภายในเมือง Reykjavik (เรคยาวิก) เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์กำลังประสบปัญหาขาดแคลนเบียร์เป็นอย่างมาก โดยเป็นผลมาจากการเข้ามาพักผ่อนของกองกำลังทหารสหรัฐอเมริกา ระหว่างการซ้อมรบที่ใหญ่ที่สุดของกองกำลัง NATO เมือง Reykjavik กำลังประสบปัญหาขาดแคลนเบียร์ภายในสัปดาห์เดียว หลังจากกองกำลังสหรัฐจำนวน 6,000 – 7,000 คน เลือกใช้เมืองนี้เป็นสถานที่พักกองกำลัง ในระหว่างการซ้อมรบรวมกับกองกำลัง NATO ที่เรียกว่า Trident Juncture 2018 แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะดูเหมือนว่าเหล่านักรบจากแดนลุงแซมจะเหนื่อยจากการฝึกเป็นพิเศษ เลยชดเชยด้วยการตระเวนซดเบียร์ซะเกลี้ยงเมือง ทำให้บาร์ท้องถิ่นหลายแห่งต้องงัดเบียร์ถังสำรองมาบริการ ส่วนร้านที่มีไม่พอก็ต้องสั่งเพิ่มเข้ามาแบบไม่ขาดสาย เพราะถึงแม้ Reykjavik จะเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ แต่พวกเขามีประชากรอาศัยอยู่ภายในเมืองเพียง 128,000 คนเท่านั้น และถึงจะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีโอกาสต้อนรับนักเดินทางอยู่ตลอด แต่พวกเขาไม่คุ้นชินกับการรับรองคนจำนวนมากพร้อมกันแบบนี้ แถมทั้งหมดยังเป็นนักดื่มที่เก็บกดมาจากการซ้อมรบอีกด้วย Icelandic Magazine เปิดเผยถึงอีกสาเหตุที่ทำให้เบียร์ในเมือง Reykjavik หมดไปอยากรวดเร็ว นั่นก็คือกองกำลังสหรัฐชื่นชอบในรสชาติคราฟต์เบียร์และเครื่องดื่มท้องถิ่นของประเทศไอซ์แลนด์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะยี่ห้อ Gull และเหล้าถังท้องถิ่นที่มีส่วนผสมของ gin, rum, vodka และ Tequila ก่อนท็อปปิ้งด้วย RedBull ชื่อว่า Trash Can ทำให้พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ของการพักผ่อนไปกับการดื่ม


