เชื่อว่าวันนี้ชาว UNLOCKMEN หลายคนเป็นมากกว่า User ตามแพลตฟอร์มโซเชียลที่เข้าใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Facebook ที่สร้างเพจเป็นของตัวเอง IG ที่สามารถสร้างร้านค้าได้ หรือเทรนด์ที่กำลังฮิตมากอย่างการเป็น Vlog สร้างวิดีโออัปโหลดในแชนแนล Youtube ของตัวเองให้คนได้ตามไป Subscribe กัน เพื่อลับเหลี่ยมความคิดสร้างสรรค์ คั่วความคิดสำหรับสร้างคอนเทนต์ให้ทั้งเข้มข้น มันส์ และเด็ดขึ้น จนใครก็อดกด Play คลิปของเราไม่ได้ UNLOCKMEN จึงพลาดไม่ได้ที่จะบอกต่อโครงการดี ๆ อย่าง Youtube Pop-Up Space โครงการล่าสุดของ Youtube ที่กำลังจัดขึ้นที่ช่างชุ่ย ช่วงระยะเวลาระหว่างวันที่ 12-17 พฤศจิกายนนี้ เผื่อใครอยากแวะเวียนกันไปลองสตูฯ และเทคนิคต่าง ๆ จะได้แบ่งปันกัน โครงการ “Youtube Pop-Up Space” ในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 หลังจากได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และแน่นอนว่าความเต็มอิ่มของปีนี้ที่จัดขึ้นที่ช่างชุ่ยทำให้เราได้เล่นอะไรหลายอย่างมากขึ้นอย่างแน่นอน แม้ว่าในงานครั้งนี้เหล่าครีเอเตอร์จะ Register จองพื้นที่สตูฯ เพื่อถ่ายทำกันจนเต็มแม็กซ์แล้ว
ตึงแก่นกลางกายเป็นเรื่องที่ธรรมชาติสร้าง แต่ถ้าสไลด์กันจนสาหัสเพลียร่างกาย หรือถึงขั้น Addict เราว่าคงต้องหาตัวช่วยหน่อย เพราะบางทีจากความสบายคลายใจ มันอาจจะไปส่งผลกระทบกับการใช้เวลาเรื่องอื่นในชีวิตของเราได้ถ้ามัวแต่ติดมือแบบนี้ วันนี้ UNLOCKMEN จึงคัดแอปฯ เทพมาทำหน้าที่โค้ช ช่วยรัดใต้เข็มขัดเราให้แน่น ไม่ปลดปล่อยอารมณ์การ Fap จนเกินพอดีทั้ง 3 ตัวต่อไปนี้ Fap Control Advice พลังที่ดีเริ่มต้นจากปลายนิ้วที่บังคับได้ แอปฯ Fap Control Advice เนี่ยแหละจะคอยเป็นเพื่อนเยียวยาเรา และเป็นกูรูคอยแนะนำเราให้ออกสเตปบันเทิงใจได้อย่างถูกต้องอย่างมีสาระ ตอบทุกคำถามของเราและเพื่อนหรือคนที่มันมาชี้หน้าว่าเราหมกมุ่นว่า “ทำไมต้องทำ” “ทำมันยังไง” “ลิงก์สร้างแรงบันดาลใจ” จนถึงวิธีลดการ Fap แบบไม่ทรมานใจด้วย RATE: 4.7 ประเมินจาก 303 คน ถือเป็นตัวเลขที่น่าภาคภูมิใจให้กดโหลดมาติดตั้งในเครื่องน่าดู ใครพร้อมก็กดโหลดได้เลยด้านล่างนี้ ANDROID Fap Watch: Quit your fap addiction ตัวนี้ Interface สีฟ้าอมม่วงเย็นใจ รูปไอคอนแอปฯ เป็นภูเขาประหนึ่งภูเขาเอเวอร์เรสต์ให้ชายหนุ่มทุกคนได้พิชิตมิชชั่นลดการ Fap
“นี่คืองานศิลปะที่คนเข้าไปนอนและอยู่อาศัยได้” คือประโยคไม่ยาวนักแต่หนักแน่นจากปากคุณสรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ผู้อำนวยการฝ่ายคอร์ปอเรท มาร์เก็ตติ้งแห่ง AP Thailand ที่เราจำขึ้นใจ เพราะนี่ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน งานศิลปะในภาพจำของเราทุกคนมักเป็นเรื่องสูงส่งเกินเอื้อมถึง ดังนั้นภาพการอยู่อาศัยและใช้เวลาในแต่ละวันอยู่ร่วมกับงานศิลปะจึงเป็นภาพที่คล้ายความฝันมากกว่า โชคดีที่ AP Thailand ไม่คิดว่าศิลปะที่ผสานรวมเข้ากับที่อยู่อาศัยเป็นได้แค่ความฝัน AP Thailand จึงร่วมกับศิลปินที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับระดับโลกอย่าง Lucas Price และคู่หู O Terawat-Tarida สร้างสรรค์งาน collaboration สุดพิเศษให้กับคอนโด Life Asoke Hype ภายใต้คอนเซปต์ The DUALITY นิทรรศการที่รวมเอาศิลปะกับพื้นที่อยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว การนอนอยู่บนงานศิลปะจะให้ประสบการณ์แบบไหนกันแน่ ? เราอดสงสัยไม่ได้ และอยากชวนทุกคนมาหาคำตอบกับนิทรรศการ The DUALITY ครั้งนี้ไปด้วยกัน เพราะ AP เชื่อว่าศิลปะต้องอยู่ร่วมกับคนได้จริง “กล้าหาญ” เราอยากมอบคำนี้ให้กับ The DUALITY ตั้งแต่ก้าวแรกที่เท้าย่างเข้าไปในนิทรรศการ ไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นงานศิลปะอยู่พ้นไปจากพื้นที่อย่างพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ หรือแกลเลอรี่สักแห่ง แต่ The DUALITY ไม่ใช่แค่แหวกขนบพื้นที่ทางศิลปะ แต่กล้าหาญที่จะก้าวข้ามไปอีกขั้นด้วยการทำศิลปะให้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย หรือจริง ๆ
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมากลุ่มไอดอลเกาหลีวง BTS ได้โดนถอดรายชื่อออกจากการแสดงในรายการเพลงญี่ปุ่นอย่าง Music Station โดยสถานีโทรทัศน์ชื่อดังอาซาฮี เนื่องจากภาพของสมาชิกในวงที่ใส่เสื้อ Atomic Bomb สกรีนภาพและความคิดเห็นเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์เมืองฮิโรชิม่า ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีผู้เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดดังกล่าวนับแสนคน รวมถึงข้อความบนเสื้อที่เขียนว่า Patriotism, Our history และ Liberation Korea เรื่องการปลดแอกชาวเกาหลีใต้ ก่อให้เกิดคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ร้อนแรงทั้งสองประเทศ ความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้นั้นมีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และไม่นานมานี้ ศาลเกาหลีใต้ได้ตัดสินให้บริษัทอุตสาหกรรมเหล็กของญี่ปุ่นจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ชาวเกาหลีใต้เป็นจำนวนเงิน 100 ล้านวอน หรือตีเป็นเงินไทยราว 3 ล้านบาท จากการบังคับใช้แรงงานในโรงเหล็กช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวก่อให้เกิดข้อพิพาทที่รุนแรงทั้งชาวเกาหลีและชาวญี่ปุ่น รวมถึงนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอย่างนายชินโสะ อาเบะ ที่ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลเกาหลีใต้ เนื่องจากกฎหมายระหว่างประเทศและประเด็นดังกล่าวสิ้นสุดลงไปแล้วตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 แต่ทางเกาหลีใต้ยังคงออกมาเรียกร้องค่าเสียหายอยู่ ซึ่งประเด็นเสื้อเจ้าปัญหาของวง BTS อาจเรียกได้ว่าเป็นการโดนหางเลขไปด้วยจากเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว รวมถึงจังหวะที่พอดีเมื่อ BTS ได้ขึ้นแสดงในรายการเพลงของญี่ปุ่นช่วงที่ข้อพิพาทนี้ยังคงถกเถียงกันอยู่ เห็นได้จากการที่สมาชิกของวงได้สวมเสื้อดังกล่าวนานแล้ว แต่ดันพึ่งเป็นประเด็นที่นำมาถูกพูดถึงภายหลัง ไม่ใช่เพียงแค่ญี่ปุ่นกับเกาหลีเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแฟชั่นได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองนานแล้ว อย่างเช่นในสังคมอเมริกันช่วงยุค 80s ที่โด่งดังเรื่องแฟชั่นฉีกแนวที่มีไมเคิล แจ๊คสัน
การร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลงาน คือหนึ่งในรูปแบบการทำงานยอดนิยมของวงการแฟชั่นในปัจจุบัน เพราะนอกจากการย้ายค่ายสลับขั้วเพื่อสร้างผลงานร่วมกัน จะสามารถสร้างไอเดียดี ๆ และขยายฐานลูกค้าของแบรนด์ให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว หากมีจังหวะวางขายที่ดีพวกเขาอาจทำเงินมูลค่ามหาศาลได้ในเวลาไม่นาน เพราะมักจะเป็นผลงานแบบ Limited Edition เมื่อการคอลแลปส์เพื่อผลประโยชน์ยังดำเนินต่อไปเป็นเรื่องปกติของบริษัทแสวงหาผลกำไร แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังมีการร่วมงานกันเพื่อช่วยเหลือเหล่าเด็ก ๆ ในสังคมที่รู้จักกันในชื่อ NIKE X DOERNBECHER FREESTYLE อยู่ด้วยเช่นกัน NIKE X DOERNBECHER FREESTYLE คือการร่วมมือกันระหว่าง Nike Inc. และ Doernbecher Children Hospital ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลเด็กชั้นนำไม่กี่แห่งของประเทศสหรัฐอเมริกา ตัวโครงการเกิดขึ้นจากแนวคิดของ Michael Doherty ในเวลานั้นยังรั้งตำแหน่ง Creative Director ให้กับ Nike อยู่ โดยเขาได้แรงบันดาลใจมาจากคำพูดของลูกชายที่ชื่อว่าคอนเนอร์ เกี่ยวกับการหาวิธีช่วยเหลือและสนับสนุนโรงพยาบาล ซึ่งคอนเนอร์ก็เสนอไอเดียอย่างน่าสนใจว่า อยากให้ผู้ป่วยเด็กได้มีส่วนร่วมกับการออกแบบรองเท้า Nike ของตัวเอง เพื่อนำไปประมูลและนำรายได้ทั้งหมดมอบเข้ามูลนิธิ 15 ปีที่ผ่านไป DOERNBECHER FREESTYLE สามารถหาเงินช่วยเหลือให้กับโรงพยาบาลได้ถึง 20 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ป่วยเด็กซึ่งกำลังรอความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก และล่าสุดคอลเลกชัน NIKE X
เป็นที่รู้กันดีสำหรับเหล่าสิงห์อมควันว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแบบ Vaporizer หรือแบบ Heat-Not-Burn Tobacco แต่กลับกันหลายประเทศในโลกนั้น บุหรี่เหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งปัจจุบันในบ้านเราก็ใกล้ถึงเวลาเข้าไปทุกทีแล้ว ที่บุหรี่ไฟฟ้าจะกลายเป็นสิ่งที่กฎหมายไทยยอมรับได้ (ตราบเท่าที่สามารถเก็บภาษีได้) การเกิดขึ้นของบุหรี่ไฟฟ้าเริ่มจากกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะ เพราะสังคมเริ่มรับรู้ถึงอันตรายของควันบุหรี่ที่ส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง จึงเริ่มมีผู้คิดค้นบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีการเผาไหม้แบบบุหรี่มวน ด้วยหวังว่าจะสามารถสูบบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ที่กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ได้ รวมถึงเป็นการนำสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายที่สะอาดกว่าการสูบบุหรี่มวน เพราะไม่ต้องผ่านการเผาไหม้ของกระดาษมวนและใบยาสูบ ซึ่งเป็นที่มาของสารพัดสารเคมีอันตราย แถมยังส่งกลิ่นเหม็นติดตัวยากจะล้างออก หลังจากมีการเรียกร้องทั้งบนดินและใต้ดินมานาน กรมสรรพสามิตก็เตรียมเสนอเรื่องการเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า เพราะไม่ถือว่าเป็นยาเสพติดชนิดร้ายแรง แต่ฝ่ายกฎหมายกรมสรรพสามิตมองว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้อยู่ภายใต้คำจำกัดความว่าเป็นบุหรี่ภายใต้ พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ศ.2509 ทำให้กรมสรรพสามิตไม่มีอำนาจควบคุมสินค้าดังกล่าว จึงได้ยื่นเรื่องแก่รัฐมนตรีคลังคนใหม่ให้พิจารณา การพยายามผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งถูกกฎหมายในครั้งนี้เป็นผลจากการร้องเรียนของสถานทูตหลายประเทศ จากเหตุที่นักท่องเที่ยวถูกจับกุมเพราะนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในไทย เนื่องจากระทรวงพาณิชย์ห้ามนำเข้า รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขไม่อยากให้ประชาชนใช้บุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งผู้บริโภคในประเทศที่ต้องลักลอบซื้ออย่างไม่ถูกต้อง (แต่ก็หาซื้อง่าย ส่งตรงถึงมือได้ภายในวัน) และกระทบต่อเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่พกบุหรี่ไฟฟ้าติดตัวเข้ามาในไทย ซึ่งกรมสรรพสามิตมองว่าเป็นปัญหาสะสมที่ควรจะต้องแก้ไขเสียที แต่ถ้าบุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย โรงงานยาสูบจะเป็นคนแรกที่คิดว่าตัวเองได้รับผลกระทบแบบเต็ม ๆ เพราะข้อกฎหมายรวมถึงข้อกำหนดเดิมที่ทำร่วมกันระหว่างโรงงานยาสูบ กรมควบคุมโรคติดต่อ และกรมการค้าต่างประเทศ ในการร่างประกาศกระทรวงเรื่องข้อห้ามบารากู่ และบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งข้อบังคับต่าง ๆ เหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลให้แก่โรงงานยาสูบ ถ้าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องถูกกฎหมาย การแข่งขันกันอย่างเสรีจากผู้ผลิตต่างชาติที่มี Devices และสินค้าที่ทันสมัยกว่า จะมาสั่นสะเทือนโรงงานยาสูบผู้เคยยิ่งใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะถ้าจะแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างเอกชนกับรัฐวิสาหกิจ เรารู้ดีอยู่แล้วว่าผลจะเป็นยังไง ในด้านสุขภาพก็แตกออกเป็นสองเสียง
เป็นเรื่องราวที่ไม่เคยห่างหายไปไหน มีการพูดถึงอยู่แทบทุกวัน สำหรับประเด็นมนุษย์ต่างดาวและการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตนอกโลก แต่ข่าวล่าสุดดูจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อสำนักข่าวระดับโลกไม่ว่าจะเป็น BBC, Time, CNN, Washington Post และอีกหลายสำนักต่างพร้อมใจเสนอข่าวนี้ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เวลา 6 นาฬิกา 47 นาที ตามเวลาท้องถิ่นประเทศไอร์แลนด์ นักบินสายการบิน British Airways ได้ติดต่อไปยังหอบังคับการบิน Shannon ซึ่งตั้งอยู่แถบชายฝั่งประเทศไอร์แลนด์ คำถามที่นักบินคนดังกล่าวได้สอบถามกับทางหอบังคับการบินค่อนข้างน่าประหลาดใจ “ในบริเวณนี้มีการฝึกบินของกองทัพหรือเปล่า? เพราะเราพบอะไรบางอย่างบนท้องฟ้า มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเที่ยวบินของ British Airways ที่กำลังนำผู้โดยสารจากเมือง Montreal ประเทศแคนนาดา ลัดฟ้าสู่สนามบิน Heathrow ใน London แต่ระหว่างที่กำลังบินผ่านชายฝั่งไอร์แลนด์ อยู่ ๆ ก็มีวัตถุลึกลับ ส่องแสงสว่างจ้า เคลื่อนที่ผ่านทางกราบซ้ายของตัวเครื่อง มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือด้วยความเร็วสูง ทันทีที่เรื่องนี้ออกสู่สาธารณะชน นักบินคนหนึ่งจากสายการบิน Virgin ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเหตุการณ์ดังกล่าว “นั่นอาจเป็นอุกกาบาต หรือวัตถุบางอย่างที่บังเอิญผ่านชั้นบรรยากาศโลกเข้ามา เพราะเหตุการณ์นี้มีความเป็นไปได้หลายอย่าง และอุกกาบาตก็สามารถส่องสว่างได้เช่นเดียวกัน” แต่นักบินจาก British Airways ยืนยันว่าเขาเห็นไฟส่องสว่าง 2 ดวง ซึ่งดูคล้ายไฟจากยานพาหนะมากกว่า และความเร็วในการเคลื่อนที่ของมันก็น่าจะเร็วกว่าความเร็วเสียงถึง
ใต้ท้องทะเลมีมนต์เสน่ห์เสมอ นี่คือเหตุผลให้ผู้คนมากมายดั้นด้นเดินทางไกลเพื่อมาเห็นภาพนั้นด้วยตาตัวเอง การดำน้ำ (แบบ Scuba) จึงเปรียบเสมือนศาสตร์อย่างหนึ่งที่มีความซับซ้อน ต้องตั้งใจศึกษา เรียนรู้ และฝึกฝนอย่างจริงจัง ถึงจะสามารถลงไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ดังกล่าวได้ แต่สำหรับบางคนอาจจะมองว่า Scuba Diving นั้นยากเกินไป บวกกับการงานรัดตัวจึงไม่มีเวลาไปเรียนอย่างจริงจัง ดังนั้นเมื่อไปทะเลจึงทำได้แค่ดำอยู่บนผิวน้ำด้วยวิธี Snorkeling ไม่ได้หมายความว่า Snorkeling ไม่สนุก แต่ต้องยอมรับว่าภาพที่ได้เห็นนั้นแตกต่างจากการดำแบบ Scuba Diving อย่างสิ้นเชิง ด้วยไอเดียนี้ Verity Moorhouse of BLU3 บริษัทด้านการออกแบบจึงสร้างสรรค์อุปกรณ์ดำน้ำรูปแบบใหม่ขึ้นมา เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณดำน้ำลึกได้ถึง 10 ฟุต หรือกว่า 3 เมตรได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องไปลงคอร์สเรียนให้วุ่นวาย ขอแค่มีเจ้า ‘Nemo’ ก็เพียงพอแล้ว ‘The World’s Smallest Dive System’ นี่คือคำพูดจากปากผู้ผลิตที่พูดถึงเจ้าอุปกรณ์ดำน้ำ Nemo นี้ แม้ว่าชื่อจะน่ารักเหมือนแอนิเมชั่นปลาการ์ตูนที่เคยเป็นขวัญใจสมัยเด็กของใครหลายคน แต่ประสิทธิภาพไม่ได้เล็กตามชื่อ เพราะนี่คือสิ่งที่จะช่วยให้นักดำน้ำหน้าใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์แตกต่างจากที่ผ่านมา ด้วยการทำงานระบบ Surface-Supplied Air Dive จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถดำลึกลงไปจากระดับผิวน้ำได้ถึง 10 ฟุต นอกจากนั้น Nemo ยังมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ทำให้สามารถพกพาใส่เป้ไปลุยได้ทุกที่ Nemo ทำงานอย่างไร?
Marvel Cinematic Universe หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า MCU คือหนึ่งในเฟรนไชส์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อวงการภาพยนตร์มาอย่างยาวนานนับ 10 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่ Iron Man เข้าฉาย ต่อจากนั้นคือตำนาน MCU ขยายจักรวาลภาพยนตร์ของพวกเขาให้ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เปลี่ยนซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายจากรูปแบบ 2 มิติในฉบับคอมมิคสู่ตัวละครที่มีชีวิตจิตใจจริง ๆ ในจอเงิน กวาดเงินจากผู้ชมทั่วทั้งโลกหลายพันล้านเหรียญ แต่นี่เป็นเพียงแค่ตอนท้าย ๆ ของเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น เพราะถ้าจะพูดถึงจุดเริ่มต้นของจักรวาลที่ยิ่งใหญ่นี้เราต้องย้อนไปกว่า 70 ปีที่แล้ว และหนึ่งในชายผู้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างจักรวาล Marvel ให้ประสบความสำเร็จมีชื่อว่า ‘Stan Lee’ ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องราวชีวิตของเขากัน From Romania to New York เช่นเดียวกับผู้ยิ่งใหญ่คนอื่น ๆ Stan Lee หรือชื่อเต็ม Stanley Martin Lieber เกิดในครอบครัวผู้อพยพชาวโรมาเนียเชื้อสายยิวที่ย้ายมาตั้งรกรากถิ่นฐานในมหานครนิวยอร์กเมื่อปี 1922 ซึ่งทุกคนก็น่าจะพอรู้กันว่าคุณภาพชีวิตของผู้อพยพนั้นไม่ได้ดีเท่าไรนักถึงแม้จะเป็นยุคปัจจุบันก็ตาม และยิ่งถ้าเป็นเมื่อ 90 กว่าปีที่แล้วการจะได้กินดี อยู่ดี มีสุขนั้นแทบจะลืมไปได้เลย เด็กชาย Stan Lee
นาทีนี้คงไม่มีทีมไหนมีฟอร์มร้อนแรงไปกว่า เรือใบสีฟ้า Manchester City แชมป์เก่าแห่งศึก Premier League อังกฤษอีกแล้ว เพราะตั้งแต่ฤดูกาล 2018-2019 เปิดม่านมาพวกเขายังสะกดคำว่าปราชัยไม่เป็น (นับเฉพาะเกมลีค) นอกจากนั้นยังระเบิดสกอร์ไปกว่า 36 ประตู เสียเพียง 5 ประตูเท่านั้น และล่าสุด Manchester City ก็จัดการคู่อริร่วมเมืองอย่าง ปีศาจแดง Manchester United ไปด้วยสกอร์ 3-1 ส่วนในศึกถ้วยยุโรปอย่าง UEFA Champions League ถึงแม้พวกเขาจะพ่ายแพ้ต่อ Olympique Lyonnais คาบ้าน แต่ต่อมาเรือใบสีฟ้าลำนี้ก็ทะลวงเพื่อนร่วมกลุ่มอย่าง Shakhtar Donetsk และ 1899 Hoffenheim แบบไม่ยั้งเท้า หลังผ่านการแข่งขันมา 12 นัด พวกเขาเก็บได้ 12 แต้ม เส้นทางสู่การทำลายสถิติเดิมของตัวเองเมื่อปีก่อนที่ 100 แต้มยังเปิดกว้าง ถ้าจะพูดว่านี่คือหนึ่งในสโมสรฟุตบอลชุดที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ก็คงจะไม่เกินไปนัก แต่อะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขนาดนี้? แล้วจะมีทีมไหนสามารถหยุดเรือใบสีฟ้าลำนี้ได้หรือไม่? ขุมกำลังแกร่งทั่วแผ่น แน่นอนว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำมาสู่ความสำเร็จระดับนี้คือคุณภาพนักเตะที่เก่งคับแก้ว ซึ่งถ้าลองไล่เรียงตั้งแต่ผู้รักษาประตูถึงศูนย์หน้าจะพบว่า Manchester City ทีมนี้แทบไม่มีจุดอ่อนเลย Ederson Moraes นายทวารทีมชาติบราซิลที่โดดเด่นเรื่องการเล่นบอลด้วยเท้า


