“THE FIRST STEP IS THE HARDEST.” ก้าวแรกยากที่สุด ยังเป็นประโยคที่ใช้ได้จริงกับคนที่อยู่ในทุกวงการเพราะไม่ว่าพวกเราจะแตกต่างกันแค่ไหน สุดท้ายเราทุกคนต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเดียวกันคือการตัดสินใจเพื่อ “เลือก” ที่จะ “ทำ” หรือ “ไม่ทำ” อะไรบางอย่างเสมอ เช่นเดียวกับการตัดสินใจสร้างธุรกิจเป็นของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนฝันไว้ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะไปถึงเพราะต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยากมากมายโดยเฉพาะเรื่องการเงิน ครั้งนี้ UNLOCKMEN ขอชวนทุกท่านมาร่วมพูดคุยกับกลุ่มคนที่มีส่วนสำคัญต่อการทำธุรกิจของเราทุกคนอย่างธนาคาร ที่ล่าสุดสามารถคว้าความสำเร็จระดับโลกในวงการธนาคารมาครองจากการสร้างสรรค์ “Start Biz” นวัตกรรมแอปพลิเคชันชวนทึ่ง! ล้างระบบการทำธุรกรรมจากปึกเอกสารมาใช้ลายเซ็นแค่ลายเซ็นเดียวลงบน iPad (อย่าเซ็นเยอะ กลัวนิ้วล็อก) ความยิ่งใหญ่ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ แต่เกิดจากความกล้า บ้าพลัง ใส่ใจลูกค้า และกัดไม่ปล่อยของทีมงาน ซึ่งก่อตัวขึ้นจากแนวคิดที่เราทุกคนต้องหลงรัก นี่คือโฉมหน้าของเสาหลักทีมผู้สร้างนวัตกรรมใหม่ทางการเงินครั้งแรกในระดับโลกที่เรามีโอกาสร่วมพูดคุยด้วยทั้ง 5 คน ทีมที่รวมตัวกันจากต่างฝ่ายเพื่อร่วมงานด้วยคอนเซปต์ Agile และสร้างความสำเร็จระดับโลกที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ในครั้งนี้จาก SCB 1. คุณอาทิตย์ ศรีอัมพร (ตี้) – Commercial Banking Solutions Team 2. คุณบุณณพัฒน์ แก้วสถิตย์ (จอม)
“สวนสัตว์ดุสิต” หรือที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ เรียกติดปากมาตลอดชีวิตว่า “เขาดิน” กำลังจะปิดตัวลงในวันพรุ่งนี้ (30 กันยายน 2561) หลังจากที่ยืนหยัดอยู่คู่การเติบโตของเด็กผู้ชาย (และเด็กผู้หญิง) มาหลายยุคหลายสมัย ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่แต่บางเสี้ยวของความทรงจำวัยเด็กย่อมมีภาพสวนสัตว์ใจกลางเมืองอย่างเขาดินผุดพรายขึ้นมาด้วยไม่มากก็น้อย ถ้าเขาดินเป็นคน อายุ 80 ก็หมายถึงวันวัยที่ร่วงโรยสู่วัยชราและพรุ่งนี้จะเป็นลมหายใจสุดท้ายที่เรายังพอมีโอกาสได้เจอกัน การจากกันครั้งนี้แม้จะทำให้ใครหลายคนอดใจหายไม่ได้ แต่ไม่ต่างจากการต้องพลัดพรากจากทุกสิ่ง ไม่ว่าคน สัตว์ สิ่งของที่เรารักจะจากไปแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่จะอยู่กับเราไปเสมอคือการเลือกจดจำสิ่งที่เรารักเหล่านั้นในมุมที่สวยงาม หรือต่อให้ไม่สวยงามแต่ก็เป็นมุมที่เราอยากจดจำ UNLOCKMEN จึงอยากร่วมโบกมืออำลาเขาดิน ในฐานะสวนสัตว์ที่เติบโตมาพร้อม ๆ กันในรูปแบบของเราเอง เรามั่นใจว่าช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมามีคนเลือกพูดถึงเขาดินทั้งในฐานะประวัติศาสตร์ ทั้งในฐานะความผูกพัน ทั้งในฐานะการให้ความรู้เรื่องสัตว์ จนทุกคนน่าจะเต็มอิ่มกับข้อมูลและข้อเท็จจริงแล้ว ดังนั้น UNLOCKMEN ขอร่วมร่ำลาเขาดินในแบบของเราด้วย “กาลครั้งหนึ่ง…เขาดิน” เรื่องเล่าที่จะพาทุกคนย้อนกลับไปในความทรงจำและความรู้สึกว่าเราเลือกจดจำเขาดินไว้ในใจต่อจากนี้อย่างไร ร่วมด้วยรูปภาพสัตว์โลกตัวน้อยหลากชีวิตที่อาศัยอยู่ในเขาดินที่เราคงอดคิดถึงพวกมันไม่ได้อีกนานแสนนาน กาลครั้งหนึ่ง…เขาดิน: กาลครั้งหนึ่งเราเคยตื่นเต้นกับสัตว์สารพัดชนิด ค่าง 5 สีสองตัวในรูปเหม่อมองเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่อยู่อีกฟากของกรงด้วยความรู้สึกแบบไหน เราก็ไม่อาจคาดเดาได้ แต่ความรู้สึกของเด็กชายอีกฟากกรงที่อยู่ไม่ไกลจากเรานักคือสิ่งที่เราสัมผัสได้อย่างแจ่มชัด น้องผู้ชายกระตุกมือแม่ซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่ค่าง 5 สีสองตัวนี้หาเหาให้กัน หยอกล้อกัน หรือขยับตัวไปมา
เปิดหน้า Interface ของแอปฯ Music Streaming ขึ้นมา ฟังเพลงอื่นได้สักพัก พอถึงเพลงโปรด เป็นต้องรีบกด Repeat ให้มันเล่นวนอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่อยากจะกดเลื่อนเพลงหนีไปแม้แต่นิดเดียว เชื่อว่าคอเพลงหลายคนเคยมีอาการแบบนี้แน่นอน และอาจจะไม่ได้เป็นแค่เพลงสองเพลง แต่เป็นมาหลายเพลง ค่อย ๆ ผลัดเปลี่ยนไปว่าวันนี้อยากฟังเพลงอะไร แล้วก็จะฟังมันไปทั้งวัน หรือสัปดาห์ก็มี UNLOCKMEN จะชวนมาไขคำตอบ ว่าทำไมคนเราถึงชอบเพลง ๆ นึงมากพอที่จะฟังเพลงนั้นซ้ำ ๆ ได้ตลอด พร้อมทางออกสำหรับหาเพลงใหม่ ๆ ฟังล้างหูกันบ้าง อาการมันเป็นยังไง ? อาการนี้มันจะกำเริบอยู่เสมอ เวลาเราเกิดติดใจเพลงไหนมาก ๆ จนอยากจะฟังมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะฟังติดกันในทันที วนไปซ้ำ ๆ หรือจะเป็นการฟังสลับไปมา แต่วันนึงนับแล้วก็ฟังเพลงนี้มาหลายรอบแล้วเหมือนกัน จนรู้สึกว่าหากขาดเพลงนี้ไปมันจะเหงาแปลก ๆ เหมือนอะไรบางอย่างหายไป จนต้องเปิดเพลงนี้ขึ้นมาอีกครั้งจนได้ และนั่นหมายความว่า วันนั้นเราก็ได้ฟังเพลงนี้ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่แล้ว อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเพราะมันคือ Earworm ของเพลงฮิตที่ติดหูคนทั่วโลกอย่าง Gangnam Style, My Humps, Bon Bon หรือเพลงประมาณนี้ที่ไปไหนก็ต้องได้ยิน มันวนเวียนอยู่ในหัวของเราทั้งวัน
ขับรถตอนกลางคืนทีไร ถ้าไม่มีเพื่อนรู้ใจนั่งข้าง ๆ เป็นต้องปิดปากกลั้นหาวกันตลอด เปิดวิทยุฟังก็เบื่อเพลงที่ไม่ถูกใจเอาเสียเลย ลองเป็น PLAYLIST NIGHT DRIVE จากเรา ที่คัดเพลงฟังสบายแต่ไม่หน่วงจนชวนหลับไว้ให้ถึง 20 เพลงจุใจ ถึงจุดหมายปลายทางกันแบบไม่ต้องจอดนอนข้างทาง แต่ถ้าง่วงมากเราขอแนะนำให้จอดนอนก่อนจะปลอดภัยกว่า ใครที่สะดวกฟังบน Spotify เราจัด Playlist ไว้ให้ Follow ไว้ฟังกันง่าย ๆ เหมือนเดิม hellogoodbye – I’ll Keep On Following You Appleby – Like U Sean Sison – Tonight Chet Faker – To Me Peach Pit – Drop The Guillotine Glass Animals – Gooey LANY –
ไม่รู้ว่าบุรุษที่ชื่อว่า Kanye West หนึ่งวันมีเวลากี่ชั่วโมงกันแน่ หลังจากปีนี้ปล่อยโปรเจคทั้งงาน Collabs และงานส่วนตัวออกมาถี่ตลอดทั้งปี ทั้งในส่วนของงานแฟชั่น อีเวนท์ รวมไปถึงการทำโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินต่าง ๆ จนแฟนทั้งหลายคิดว่าคงอดเห็นงานเพลงของตัวเค้าไปแล้วเป็นแน่แท้ ล่าสุดเจ้าตัวพึ่งปล่อย Hint ผ่านโพสต์ในอินสตาแกรมเพื่อชี้ชัดไม่มีกั๊กว่า Kanye กำลังเตรียมปล่อยสตูดิโออัลบั้มที่ 9 ในชีวิตออกมาในวันที่ 29 : 09 : 18 โดยจะใช้ชื่อว่า YANDHI ตลอดปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองเลยก็ว่าได้สำหรับ Kanye West ไม่ว่าจะเป็นงานเกี่ยวกับ Streetwears อย่างรองเท้าตระกูล YEEZY ซึ่งจะ Restock ครั้งใหญ่เร็วนี้ ไปจนถึงการรับตำแหน่ง Creative Director งานอีเวนท์ให้กับ PornHub แถมช่วงกลางปียังปล่อยอัลบั้มอย่าง “YE” ไหนจะงานเบื้องหลังโปรดิวเซอร์ของค่ายที่ตัวเขาเป็นเจ้าของซึ่งรู้จักกันในนาม G.O.O.D Music ให้กับศิลปินอย่าง Kid Cudi (Kid see Ghost) และ Pusha T (DAYTONA) พร้อมปล่อยซิงเกิ้ลอย่าง XTCY และล่าสุด
กลับมาอีกครั้งสำหรับการร่วมมือกันระหว่างโคตรแบรนด์สตรีทอย่าง Supreme และเจ้าพ่อแบรนด์กีฬาอย่าง NIKE หลังทั้งสองได้ปล่อย Collaboration ชุดล่าสุดออกมาให้เราได้ยลโฉมกันในชุด SUPREME x NIKE FW2018 Collection ซึ่งคงจะถูกใจเหล่าแฟนเดนตายที่หลงใหลใน Vintage Sportswear ไม่มากก็น้อย เพราะผลงานชุดล่าสุดนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นเสื้อผ้ายุค 90’s ที่อัดแน่นเอาไว้เต็มเปี่ยม Retro 90’s Styles จุดเด่นของคอลเลกชันคือการดึงเอาเสน่ห์ของเสื้อผ้า Vintage Sportswear ย้อนยุคให้กลับมาโลดแล่นอยู่บนรันเวย์แฟชั่นยุคปัจจุบันอีกครั้งตามกระแสนิยม ไม่ว่าจะเป็น Jacket, Vest, Hooded Sweatshirt, Crewneck, Jacquard Polo ไม่เพียงแค่นั้น Nike ยังหยิบเอา Retro Swoosh ดั้งเดิมของแบรนด์ที่เคยใช้มาตั้งแต่ปี 1978 กลับมาอีกครั้ง เมื่อทั้งสองอย่างมารวมกันทำให้เสื้อผ้า Collection นี้ทวีคูณความคลาสสิกขึ้นเป็นเท่าตัว ถ่ายทอดผ่าน 4 โทนสีหลักได้แก่ Maroon, Yellow, Navy และ Black ซึ่งแต่ละชุดจะออกมาถูกใจผู้ชายอย่างเราแค่ไหนไปดูกัน Work Jacket
“ย้อนเวลา” พูดถึงประเด็นนี้ทีไรเชื่อว่ามนุษย์ร้อยทั้งร้อยต้องเคยใฝ่ฝันให้ตัวเองย้อนเวลาได้สักครั้งในชีวิต บ้างก็เพื่อกลับไปเจอคนในอดีตที่จากเราไปแล้วไกลแสนไกล บ้างก็หวังว่าถ้ากลับไปเปลี่ยนบางอย่างได้ บางอย่างที่เลวร้ายอาจไม่เกิดตามมา เราล้วนแต่จินตนาการเรื่องการย้อนเวลาไปในรูปแบบของเราไว้มากมาย แต่น้อยครั้งเหลือเกินที่เราจะคิดถึงผลกระทบของการฝืนกฎแห่งกาลเวลา และหนัง 5 เรื่องต่อไปนี้จะทำให้เราเข้าใจว่าทำไมเวลาที่สำคัญที่สุดของมนุษย์อย่างเราอาจเป็น “ปัจจุบัน” ไม่ใช่อดีต หรืออนาคต รวมถึงทำให้เราตระหนักได้ว่าการไหลไปตามกาลเวลาตามปกติแต่รู้เท่าทันมันนั่นแหละคือสิ่งที่ล้ำค่าเท่าที่มนุษย์อย่างเราจะได้รับแล้ว About Time จะดีแค่ไหนถ้าเรากลายเป็นผู้ชายที่ได้รับมรดกตกทอดพิเศษจากปู่ สู่พ่อ มาถึงเรา โดยมรดกตกทอดพิเศษที่ว่าก็คือ “การย้อนเวลา” ได้ และแน่นอนว่าทิม เลค ตัวเอกของเรื่องก็เลือกที่จะย้อนกลับไปแก้ไขรายละเอียดที่ผิดพลาดให้ตัวเองและคนที่เขารักเสมอ ๆ บางเรื่องย้อนเพียงรอบเดียวก็แก้ได้หมด ในขณะที่บางเรื่องก็ต้องแก้แล้วแก้อีกกว่าจะได้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบ ชีวิตของการย้อนเวลาดำเนินต่อไปแบบเหมือนจะราบรื่น จนวันหนึ่งเขาเองตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขทุกอย่างเพื่อทุกคนได้ เพราะเมื่อมีสิ่งหนึ่งเปลี่ยนมันสร้างผลกระทบต่ออีกสิ่งหนึ่งเสมอ ประเด็นดูจะหนักหน่วง แต่ About Time เป็นหนังรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่ชวนอมยิ้มกับทุกความรักสุดละมุน ไม่ใช่แค่ความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่เป็นความรักในครอบครัว จนจะทำให้เราระลึกได้ว่าความสุขเรียบง่ายอย่างการได้เดินเคียงข้างพ่อในวันฟ้าสดใสนั้นมันดีเพียงใด The Curious Case of Benjamin Button เราล้วนเติบโตตามหลักการหมุนของเข็มนาฬิกาอย่างปกติสุข เริ่มต้นชีวิตด้วยการเป็นทารกก่อนจะแก่ลง ๆ ร่วงโรยเหี่ยวเฉาตายลงไป แต่กับ Benjamin Button เขากลับมีชีวิตแบบทวนเข็มนาฬิกา เติบโตมาด้วยโรคร้ายบางอย่างที่สาปให้เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยความร่วงโรย แก่หงำเหงือก
ก่อนอื่นเลยเราขอเล่าก่อนว่าคอนเทนต์นี้เกิดจากการสงสัยใคร่รู้ของเราเอง ทุกครั้งที่เราออกไปท่องราตรีไม่ว่าก่อนหน้านั้นเราจะสวาปามอาหารไปอิ่มขนาดไหน แต่เมื่อไฟสว่างขึ้น สัญญาณบอกว่าร้านปิดแล้ว เรากับกลุ่มเพื่อนก็มักจะเดินออกมาในสภาพหิวโซทุกครั้งไป และจากนั้นไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวไก่ทอด หมูปิ้ง ไส้กรอก บาร์บีคิว เราก็ซัดซะเรียบ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งทานมื้อที่แล้วไปเมื่อไม่ถึง 4 ชั่วโมงที่แล้วด้วยซ้ำ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? แอลกอฮอล์ส่งผลต่อความหิวของเรางั้นเหรอ? ด้วยความอยากรู้คำตอบของคำถามเหล่านี้ จึงเกิดเป็นคอนเทนต์นี้ขึ้นมา นิตยสาร Nature ได้นำผลวิจัยเรื่องเซลล์สมองส่วนส่งเสริมความหิวจะทำงานเมื่อถูกกระตุ้นจากแอลกอฮอล์ โดยการวิจัยดังกล่าวทำการทดลองกับหนู โดยการทดลองนี้เปรียบเทียบพฤติกรรมการกินอาหารของหนูหลังจากรับแอลกอฮอลล์เข้าสู่ร่างกายกับในสภาวะปกติ และผลลัพธ์ก็ออกมาว่าหนูกินอาหารในปริมาณที่มากขึ้นและรวดเร็วขึ้นหลังจากที่มันได้รับแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย ปฏิกริยานี้เกิดจากแอลกอฮอล์ไปกระตุ้นเซลล์สมองส่วน Agrp Neurons ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความอยากอาหาร นอกจากนั้นในการทดลองนี้ ทดลองทั้งกับหนูเพศผู้และเพศเมีย ผลปรากฎว่าทั้งคู่ได้รับการกระตุ้นเหมือนกัน มีพฤติกรรมการกินอาหารหลังจากนั้นคล้ายคลึงกัน จึงอาจสรุปได้ว่าปฏิกริยาการกระตุ้นนี้ไม่เกี่ยวกับเพศแต่อย่างใด การการะตุ้นดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นในหนูหรือมนุษย์ ส่งผลสู่การกินอาหารที่มากเกินพอดี ไม่สัมพันธ์กับปริมาณอาหารและพลังงานที่ร่างกายต้องการจริง ๆ ดังนั้นถ้านำปริมาณอาหารขนาดนี้ไปให้คนหรือสัตว์ตัวนั้นในตอนที่ไม่โดนกระตุ้น แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะทานได้หมด ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการหิวโซตอนเมาไม่ใช่อุปทานหมู่แต่อย่างใด แต่มันคือปฏิกริยาทางร่างกายที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเนื่องจากสมองโดนกระตุ้นโดยแอลกอฮอล์นั่นเอง เห็นมั้ยว่าการดื่มแอลกอฮอล์นอกจากจะทำให้เราขาดสติ สุขภาพย่ำแย่ เป็นสาเหตุของโรคร้ายมากมายแล้ว ยังทำให้เรากินจุจนอ้วนขึ้นอย่างไม่รู้ตัวอีกด้วย ดังนั้นดื่มแค่พอเหมาะและหันมาสนใจสุขภาพกันดีกว่า เหมือนวลีติดปากที่เรามักได้ยินในวงเหล้าบ่อย ๆ ว่า ‘กินเหล้า อย่าให้เหล้ากินเรา’ SOURCE1
ทุกวันนี้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ชายแบบเราได้กลายเป็นเหยื่อของคำวิพากษ์วิจารณ์และทัศนคติแง่ลบบนโซเชียลมีเดีย เพราะไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เราโพสต์ลงบนโลกออนไลน์ ถ้ามันดันไปไม่ถูกใจใครเข้าก็พร้อมมีคนคอยพุ่งเป้าวิจารณ์อยู่เสมอและเมื่อถูกกระหน่ำซ้ำเติมจากความไม่พอใจหรือความเกลียดชัง ตัวผู้ถูกวิจารณ์ส่วนมากก็มักจะหลบหนีออกจากตรงนั้นทั้งที่จริง ๆ แล้วอาจลืมไปว่าการซ่อนตัวจากความรู้สึกแย่ ๆ ไม่ได้ช่วยให้เรื่องราวดีขึ้นมาจากเดิมเลย แต่ถ้ามองกลับกันยิ่งถ้าเราแสดงออกว่าไม่ได้ใส่ใจต่อความเกลียดชังและคำวิจารณ์ในแง่ลบพวกนั้น พลังด้านลบของมันก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้และจุดนี่เองที่กลายมาเป็นเหตุผลของการเปิดตัวคอลเลคชัน Haute Couture ของ Diesel ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อลดทอนบทบาทของความเกลียดชังจากคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมสู่ตัวบุคคล จุดเริ่มต้นของไอเดียนี้จะเป็นอะไรไปได้นอกจากสิ่งที่หลายคนต้องพบเจออยู่ทุกวัน การหยิบจับเอาความไม่ชอบและคำวิจารณ์ที่แบรนด์ Diesel ได้รับมาเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นคำว่า “แบรนด์ Diesel น่ะ ตายไปแล้ว” หรือว่า “Diesel ไม่เห็นจะเจ๋ง ไม่ได้ดูเท่เหมือนเดิมแล้ว” พวกเขาจึงตัดสินใจนำคำเหล่านั้นมาออกแบบเสื้อผ้าในคอลเลคชันนี้ ให้เจ้าของคำพูดได้เห็นด้วยการยืดอกภูมิใจโดยเปลี่ยนคำวิจารณ์ทั้งหลายให้เป็นชิ้นงานดีไซน์อันมีเอกลักษณ์โดดเด่นและสวมใส่อย่างมั่นใจ แต่หากมองดูดี ๆ แล้วเราจะเห็นกลุ่มคนที่มักจะต้องเจอกับผลกระทบจากคำวิพากษ์วิจารณ์ ความไม่ชอบไม่ถูกใจหรือแม้แต่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคมในกรณีที่ทำอะไรผิดพลาดหรือไม่ถูกใจใครเข้า ซึ่งกลุ่มคนผู้ต้องพบเจอเรื่องแย่ ๆ พวกนั้นบ่อยที่สุดคงจะหนีไม่พ้นบรรดาเหล่าเซเลบริตี้และบุคคลมีชื่อเสียงที่มีผู้ติดตามทางโซเซียลมีเดียหลายล้านคน Diesel’s จึงเริ่มแคมเปญ Haute Couture ขึ้นมาร่วมกับใช้แรงบันดาลใจจากเซเลบริตี้ระดับโลก อย่าง นิกกี้ มินาจ (Nicki Minaj), กุชชี่ เมน (Gucci Mane), เบลล่า ธอร์น (Bella Thorne), บรีอา วิไนที (Bria
ผู้ชายอย่างเราร้อยทั้งร้อยถ้ามีรถส่วนตัวใช้มักต้องทำหน้าที่สารถีมาจนเคยชิน ว่ากันตามตรงต่อให้รถสมรรถนะยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่การอยู่หลังพวงมาลัยนาน ๆ ก็ทำให้เพลียได้เหมือนกัน ดังนั้น เมื่อมีข่าวว่าอีกมุมโลกประดิษฐ์รถอัจฉริยะที่สามารถขับขี่เองได้สำเร็จและอยู่ระหว่างการทดลอง เราเลยรู้สึกโล่งอกที่ปัญหานี้จะหมดไป ทว่าไม่ใช่แค่ความสะดวกสบายเท่านั้นที่เข้ามา เพราะอีกมุมเจ้ารถไร้คนขับมันส่งผลกระทบด้านการทำธุรกิจด้วย ลองนึกภาพเล่น ๆ ว่าถ้ารถยนต์แบบนี้เข้ามาในบ้านเรามันจะมีผลกระทบกับอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน UNLOCKMEN นำข้อมูลนี้มาฝากจาก CBINSIGHT บอกได้เลยว่าหลายอุตสาหกรรมเป็นประเภทธุรกิจที่เราเองก็คาดไม่ถึง พร้อมแล้วอย่ารอช้า เก็บคำตอบที่คิดไว้ในใจ แล้วไปชมอุตสาหกรรมทั้ง 10 ธุรกิจ ที่ต้องเตรียมรับความสั่นสะเทือนระดับ 10 ริกเตอร์จากรถไร้คนขับได้เลย 1. ประกันภัย ด้วยความที่การขับขี่แบบไร้คนขับมันต้องได้รับการออกแบบมาให้มีวิจารณญาณในการขับขี่มากขึ้น จึงมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขอุบัติเหตุจะลดจำนวนลง ทำให้คนประหยัดค่าประกันมากขึ้น รูปแบบการทำประกันภัยในยุคของรถอัจฉริยะเหล่านี้จึงอาจเปลี่ยนเป็นนโยบายประกันการใช้งาน (UBIs) ซึ่งจะเรียกเก็บเงินจากผู้บริโภคตามระยะทางที่พวกเขาขับรถ 2. ธุรกิจซ่อมรถ เรื่องซ่อมรถก็มีผลกระทบตามมา ช่างที่เคยทำเงินจากการซ่อมรถจากนี้งานนี้จะไม่ง่ายเหมือนที่เคย เพราะเมื่อคนขับไม่ได้ขับ ปัจจัยความประมาทไม่เกิด การซ่อมก็น้อยลงตาม ที่สำคัญความไฮเทคยังกลบเรื่อง Human error ที่เราเจอทุกวันนี้ได้ด้วย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า อนาคตเราจะมีสตาร์ทอัพที่คิดระบบการตรวจสอบสภาพรถ เวลามีปัญหาเรื่องระยะทาง ความเสื่อมล้อ ลมยาง ฯลฯ เจ้า AI ที่ติดตั้งจะเตือนเราล่วงหน้า จากเดิมที่กว่าจะรู้เครื่องก็พังต้องเสียเงินก้อนใหญ่กลายเป็นจ่ายแค่ก้อนเล็ก


