สไตล์การทำงานของผู้ชายอย่างเราที่ไม่ว่าจะกินข้าว จะพักผ่อนหรือจะเวลาอะไรก็ต้องควักดีไวซ์ส่วนตัวออกมาตรวจงานกันรัว ๆ รวมถึงการดูซีรีส์ผ่าน Netflix ช่วงวันหยุด หรือแม้แต่ไถจออัปเดตข่าวแบบยาว ๆ ทำให้แท็บเล็ตคืออีกหนึ่งตัวแทนแห่งวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ทำงานก็ต้องสุด เล่นก็ต้องสุด เพราะดูเหมือนสมาร์ตโฟนจะเล็กเกินไปไม่ตอบโจทย์ ส่วนคอมพิวเตอร์พกพาก็ใหญ่และดูจริงจังเกินไปในบางโอกาส และถ้าต้องพูดถึงแท็บเล็ตคู่วิญญาณลูกผู้ชายในช่วงเวลานี้คงหนีไม่พ้น Apple iPad ที่มาครบทั้งความแข็งแรง พกพาสะดวก และประสิทธิภาพ ที่เต็มเปี่ยม ยิ่งใครเป็นสาวกแบรนด์นี้อยู่แล้วยิ่งตัดใจจากไปไม่ลง แต่ปัญหามันดันเริ่มงอกขึ้นมาเมื่อคุณเดินเข้าไปในช็อปของ Apple แล้ว เพราะจะเกิดความสับสนเล็กน้อยว่าจะเลือก iPad เครื่องไหน รุ่นไหนดี เพราะมีให้เลือกละลานตาเต็มไปหมด แถมถ้าเข้าไปในเว็ปไซต์เพื่อหาซื้อล่ะก็อาจจะยิ่งปวดหัวไปกันใหญ่เพราะมีทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ปะปนกัน แล้วเราจะเลือกรุ่นไหนดีเพื่อให้เหมาะกับสไตล์ (และเงินในกระเป๋าเรา) ดีวะ ? ผู้ชายที่เน้นความคุ้มค่าทุกเม็ด: Apple iPad 9.7” (2018) เพราะคุ้มค่าที่สุดในตอนนี้ คงปฎิเสธไม่ได้ว่า iPad 2018 รุ่นใหม่ (ที่ใคร ๆ ก็กำลังพูดถึงอย่างฮือฮา) นี้นับเป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุด (โคตรคุ้มค่าเลยก็ว่าได้) ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน แต่ต่อมความอยากมันทำงานทำให้อยากจะมี iPad ไว้ใช้คู่ใจสักเครื่องในตอนนี้ UNLOCKMEN ก็บอกเลยว่าเริ่มที่ iPad
เพิ่งปล่อย Trailer ออกมาสด ๆ ร้อน ๆ สำหรับ Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์อัตชีวประวัติวง Queen ซึ่งมีเตรียมเข้าฉายปลายปีนี้ เรียกได้ว่าถ้าใครเป็นสาวกวงดนตรีวงนี้ต้องมีกระโดดโลดเต้นกันบ้าง เพราะนอกจากนักแสดงที่แคสติ้งมาได้เหมือนราวกับแกะแล้ว ยังใส่เพลงฮิตของวงมาแบบจัดเต็มอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ไม่รู้จักวง Queen หรือรู้จักแบบผ่าน ๆ วันนี้ UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปรู้จักพร้อมกัน เพื่อให้รู้ว่าทำไมวงนี้ถึงกลายเป็นตำนาน และเป็นการอุ่นเครื่องก่อนจะไปดู Bohemian Rhapsody ไปในตัว เด็กหนุ่มจากลอนดอน ย้อนกลับไปเมื่อปี 1968 Brian May นักศึกษาจาก London’s Imperial College และเพื่อนอีก 2 คนอย่าง Tim Staffell และ Roger Taylor ได้ฟอร์มวงดนตรีชื่อว่า Smile ขึ้นมาเพื่อที่จะเล่นตามคลับบาร์ในกรุงลอนดอน จากนั้นไม่นาน โชคชะตาลิขิตให้พวกเขาเจอกับ Farrokh Bulsara หรือชื่ออังกฤษว่า Freddie นักศึกษาเชื้อสายเปอร์เซียจาก Ealing
ในวงการเกมตอนนี้คงไม่มีเกมไหนโด่งดังไปกว่า PUBG หรือ Playerunknown’s Battlegrounds เกมน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่มาแรงถึงขนาดสามารถล้มเกมยอดนิยมตลอดกาลอย่าง DOTA 2 ซึ่งครองแชมป์มายาวนาน โดยวัดจากยอดคนดู Live Streaming แล้วทำไมเกมที่เพิ่งเปิดตัว แถมยังสร้างไม่เสร็จดีด้วยซ้ำ (อยู่ในช่วง Early Access) ถึงสามารถเอาชนะเกมที่ครองแชมป์ความนิยมทั่วโลกมาเป็น 10 ปีได้ ? วันนี้ UNLOCKMEN จะพาเจาะลึกไปด้วยกัน Battle Royale ที่ห่างหายไปนาน ในตลาดเกมที่เกลื่อนกลาดไปด้วยเกม MOBA หรือ FPS แต่ PUBG เปิดตัวด้วยคอนเซ็ปต์ Survival Battle Royale ซึ่งแตกต่างกับเกมอื่นพอสมควร เพราะมันคือการรวมกันของเกมแนว Shooting และ Battle Royale ดังนั้นมันจึงไม่ใช่แค่เกมยิงสู้กันธรรมดา แต่ว่ามันคือเกมเอาตัวรอด คุณสามารถเอาตัวรอดได้โดยไม่ต้องยิงปืนเลยสักนัดก็ได้ ถึงแม้ว่าในอดีตจะพอมีเกมแนวนี้อยู่บ้าง แต่มันก็ห่างหายจากตลาดไปนานพอสมควร ดังนั้นเมื่อ PUBG เปิดตัวจึงได้รับความนิยมทันที ความอิ่มตัวของ MOBA ในช่วง
มีสุภาษิตหนึ่งกล่าวว่า “ลางเนื้อชอบลางยา” แต่ไม่ว่าจะเนื้อหรือยา ถ้าอยากรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบก็ต้องลองใช้ก่อน ดังนั้น เวลามีอะไรอัปเดตใหม่ อาการคัน อาการกระหายจะลองอะไรใหม่ ๆ ของลูกผู้ชายอย่างเรา ๆ เลยกำเริบทุกที ยิ่งถ้าเป็นเรื่อง Tech และไลฟ์สไตล์แล้วล่ะก็ เหล่า urban guys ทุกคนย่อมไม่อยากพลาดแน่ ๆ ดังนั้น หลังจากผ่านการประชุม Google I/O 2018 ที่เพิ่งประกาศไปไม่นาน ทีมงาน UNLOCKMEN จึงเฝ้าเกาะขอบความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นใน Google ประเทศไทย มาฝากกัน จากการเข้าฟังงานเปิดตัว Google Assistant เวอร์ชันภาษาไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้ที่คุณนิ้ง – ศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย หัวหน้าฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคได้ออกมาให้คำแนะนำพร้อมแสดงตัวอย่างการใช้งาน ทีมงานได้สรุปออกมาเป็น 11 เรื่องลับ จากคำถามที่คนส่วนใหญ่อยากรู้เกี่ยวกับฟีเจอร์นี้มาฝาก พวกเราจะได้ลองดูก่อนว่าอยากจะมีไว้ในเครื่องเพื่อใช้งานจริงในปลายสัปดาห์หน้ากันหรือเปล่า 1. ใครคือคนโชคดีที่ได้ใช้คนแรก เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะอยากรู้ว่าก่อนจะ Launch ให้คนทั้งประเทศใช้งาน Demo ทั้งหลายจากฟีเจอร์ของ Google Assistant เวอร์ชันไทยวันนี้
“ถ้ากูบินได้เนี่ย กูบินไปหาแล้ว!” เชื่อว่าประโยคนี้พวกเราชาว UNLOCKMEN คงเคยตอบใครสักคนระหว่างการเดินทางที่เราต้องติดแหง็กบนท้องถนน หรือใช้เป็นข้ออ้างถ่วงเวลาให้คนฟังเห็นใจเพื่อจะได้ไปถึงเลทขึ้นอีกนิด แต่ถ้าเราอยู่ในปี 2566 แถวนิวยอร์ก ก่อนจะพูดประโยคนี้ให้ปลายสายฟังเราอาจจะต้องคิดใหม่ให้รอบคอบ เพราะเรื่องบินไปหาเนี่ย มันอาจจะทำได้จริง! แต่ไม่ใช่เพราะเรามีพลังพิเศษอะไรนะ ทว่าเป็นพลังจากปลายนิ้วที่ไว้กดเรียก UBERAIR ต่างหาก ! ดูคลิปด้านบนแล้วเห็นได้ชัดเลยว่าเจ้า Flying Taxi การใช้งานมันง่าย น่าใช้ แถมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของหนุ่ม urban ทุกคนที่มีสัญญาณไฟแดงเป็นไม้เบื่อไม้เมาทุกช่วง prime time โดย UBER เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดีจึงได้ร่วมมือกันคิดค้นวิธีการกับ NASA เพื่อสร้างนวัตกรรมการจราจรไร้คนขับไว้แก้ปัญหาผังเมืองไม่ดี โครงข่ายจราจรที่ติดขัดยุ่งเหยิง และปัญหาจากความเครียดบนท้องถนนได้ Flying Taxi เป็นโมเดลใหม่ของ UBER ที่เรียกว่า UBERAIR โดยออกแบบตัวเครื่องบินให้ทำงานด้วยการใช้ระบบไฟฟ้าทั้งหมด ด้านในประกอบด้วยที่นั่งจำนวน 4 ที่นั่งต่อเครื่องรวมคนขับ มีหน้าต่างบานใหญ่รอบลำให้เห็นบรรยากาศด้านนอกชัดเจนน่านั่ง แม้ตัวลำอาจจะดูจิ๋วนั่งได้ 4 คน แต่ใช้เทคโนโลยีไฮบริดในการควบคุมให้บินแบบแหล่ม ๆ ด้วยความเร็วระหว่าง 150 – 200 ไมล์ต่อชั่วโมงบนระดับความสูงเหนือพื้นดินที่ 1,000
หลังจากต้นปีที่ชาวพืชได้ต้อนรับปีหมากันสมชื่อจากสถานการณ์ข่าวเคาะกะลาให้หมาดีใจว่าไทยแลนด์เราจะกลายเป็นแดนกัญชาเสรีแต่สุดท้ายก็โดนเบรกหัวทิ่มจาก อย. ว่า NO NO นายกำลังเข้าใจผิด เราให้สิทธิปลูกกัญชงต่างหากจนเหล่าสายเขียวหลายคนเลยต้องปาดน้ำตาไปด้วยความเสียดาย แต่เรื่องน้ีก็ไม่ได้ทำให้ทีมงาน UNLOCKMEN ท้อแท้หยุดอัปเดตข่าวคราววงการสายเขียวสุดครึกครื้นนอกบ้าน โดยเฉพาะกับเรื่องธุรกิจกัญชาที่กำลังหอมหวลได้ที่จนใครก็อยากขอมีเอี่ยวแบ่งเค้กสีเขียวชิ้นนี้กันถ้วนหน้า เพื่อให้กระจ่างว่าทำไมกัญชาถึงกลายเป็นวาระแห่งชาติของยอดชายสายธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เราลองมาดู 7 เหตุผลที่ Marijuana Business Factbook เขาสรุปไว้พร้อมกัน 1. ปี 2561 นี้กัญชาเสรีในสหรัฐฯ เติบโตขึ้นอีก 50% ท่ามกลางสีแดงเถือกของพอร์ตหลายตัวบนกระดาน มนต์แห่งกัญชายังคงขลังวิ่งพอร์ตได้เขียวอยู่ ทั้งนี้เพราะใน Marijuana Business Factbook ได้ระบุตัวเลขคาดการณ์สถิติการเติบโตไว้ว่ามูลค่าการเติบโตทางธุรกิจสูงขึ้นอีกที่ราว 42 % ต่อปี ใครที่สงสัยว่าทำไมกล้าจิ้มบอกเลขการเติบโตไว้สูงขนาดนี้ เขาได้อ้างอิงเหตุผลจากปรากฏการณ์ขายกัญชาเพื่อสันทนาการใน 3 รัฐ ได้แก่ รัฐ California ที่เปิดประตูด้านกฎหมายอย่างร้อนแรงและน่าจะขายได้อย่างน้อยที่สุด 500 ล้านดอลลาร์ปีนี้ ประกอบกับรัฐ Massachusetts ที่เพิ่งเสรีเปิดขายเพื่อสันทนาการในปีนี้ และรัฐ Nevada ที่เปิดการขายกัญชาเพื่อสันทนาการในกรกฎาคม ปี 2560 ที่ผ่านมา เทียบได้กับคลื่นลูกใหม่ที่จะพาให้วงการการลงทุนคึกคักแบบฉุดไม่อยู่
จากกระแสรายการ Show Me the Money และ The Rapper นับว่าเป็นการปลุกกระแสให้วงการเพลงฮิปฮอปลุกขึ้นมาคึกคักอย่างมาในบ้านเรา ซึ่ง UNLOCKMEN เคยเขียนเล่าถึงวัฒนธรรมฮิปฮอปไปอย่างละเอียดแล้วในคอนเทนท์ ( Part 1, Part 2 ) แต่วันนี้พวกเราจะขอมาแนะนำศิลปินสไตล์ ฮิปฮอป/อาร์แอนด์บี เชื้อสายเกาหลีใต้ที่กำลังก้าวสู่ผลงานระดับโลกด้วยวัยเพียง 23 ปีเท่านั้น Dean หรือ ควอนฮยอก ศิลปินที่เกิดและเติบโตในประเทศเกาหลีใต้ เขาฉายแววเก่งมาตั้งแต่งอายุ 16 เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว จนกระทั่งได้มาร่วมงานกับศิลปินรุ่นพี่อย่าง Keith Ape ก่อนจะเข้าสู่วงการเพลงอย่างเต็มตัว พร้อมควบตำแหน่งนักแต่งเพลงเมื่ออายุ 18 ปี ฝีมือของเขารุดหน้าไปไกลกว่าอายุ เพราะหลังจากนั้นไม่นานแทนที่เขาจะเดบิวท์เพลงในบ้านเกิด แต่ Dean กลับไปเปิดตัวต่อหน้าแฟนเพลงในประเทศสหรัฐอเมริกาแทน ก่อนที่เขาจะกลับมาลุยงานเดบิวท์ พร้อมปล่อยสองซิงเกิ้ลที่ฮิตติดชาร์ทในประเทศตัวเอง จุดเด่นของ Dean คือเนื้อหาเพลงที่เขียนมาได้อย่างลึกซึ้ง พร้อมน้ำเสียงอ่านหวานบวกกับดนตรีโรแมนติก ด้วยเอกลักษณ์ความสามารถเหล่านี้ จึงทำให้เขาโด่งดังในชั่วพริบตา ได้ขึ้นไปเล่นงานสำคัญ ๆ มากมาย ปัจจุบันเขาได้มีโอกาสทำเพลงกับศิลปินระดับโลกอาทิ Justin Bieber,
ศิลปะอย่างการ Painting บนวัสดุต่าง ๆ อย่างผืนผ้าใบ หรือกระดาษ คงจะเป็นที่คุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี แต่กับบนวัสดุที่มีชีวิตอย่างผิวหนังของคนอย่างการสัก (Tattoo) หลายคนกลับนึกถึงภาพของความก้าวร้าว รุนแรง มากกว่าการเป็นศิลปะในอีกรูปแบบหนึ่ง แม้จะผ่านมาจนถึงศตวรรษที่ 21 ก็ยังมีบางอาชีพที่ไม่สามารถมีรอยสักได้เนื่องจากต้องอาศัยภาพลักษณ์ในการประกอบอาชีพ แม้จะเป็นบนร่างกายของเขาเองก็ตาม มันก็ยังสะท้อนอะไรบางอย่างถึงทัศนคติที่มีต่อคนที่มีรอยสัก UNLOCKMEN จะพามาทำความรู้จักกับร้านสักที่รวมลายเส้น 5 สไตล์ภายใต้ชื่อ Lone Wolf Studio และพร้อมพูดคุยกับช่างสัก เจ้าของลายเส้นที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง หลายคนอาจคิดว่าช่างสักจะต้องมาพร้อมความเฮ้ว ความแสบ แต่ลองมารู้จักพวกเขาพร้อม ๆ กับเรา แล้วจะรู้ว่าพวกเขามาพร้อมมุมมองดี ๆ ที่แฝงอยู่ในภาพลักษณ์สุดเฮี้ยวของเขา มาเริ่มกันที่ผู้ก่อตั้งร้านสัก Lone Wolf Studio อย่างพี่ต้น จริง ๆ ร้านนี้เปิดมากว่า 3 ปีแล้ว ในตอนแรกพี่ต้นเปิดร้านเองคนเดียวในชื่อ “สักกะหมา” และเนื่องจากเหตุผลของทำเลที่ตั้ง พี่ต้นเลยตัดสินใจขยับขยายมาอยู่ที่ปัจจุบัน ซึ่งเดินทางสะดวกกว่ากันมาก สามารถเดินทางโดย BTS มาลงที่สถานีปุณณวิถี เดินเข้าซอยสุขุมวิท 101 มาได้แบบชิล ๆ ส่วนชื่อ
สำหรับบทสรุปของจักรวาล Marvel เฟส 3 ที่ถูกปูเรื่องมากว่า 10 ปี ซึ่งเป็นการรวมเหล่าฮีโร่เกือบทั้ง MCU มาไว้ในเรื่องเดียวอย่าง Avengers : Infinity Wars เตรียมทุบสถิติฟันรายได้เกือบสองพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ยังคงสร้างสถิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก แถมไม่มีท่าจะหมดลงง่าย ๆ ด้วย โดยในส่วนของเนื้อหาภาพยนตร์เรื่องนี้ UNLOCKMEN จะไม่ขอพูดถึง เพราะเราเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะไปรับชมกันมาแล้วในโรงภาพยนตร์ แต่วันนี้เราอยากจะลองมาชำแหละสไตล์ casual ของฮีโร่จากจอเงินว่าพวกเขามีสไตล์อะไรที่หนุ่ม ๆ สามารถนำมาพลิกแพลงได้ในชีวิตประจำวัน Tony Stark = Billionaire Playboy สำหรับคอสตูมของ Tony Stark ต้องบอกว่าแน่นและเต็มมาก เนื่องจากเป็นมหาเศรษฐีแถมด้วยลุคเพลย์บอยทำให้ต้องใส่ใจกับการแต่งตัวมากเป็นพิเศษ ไล่มาตั้งแต่แว่นตากันแดดยี่ห้อดังจากอิตาลีอย่าง Police รุ่น S1984 ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ขาแว่นแบบ Two-Tone โดยเขาสวมใส่อยู่ภาพยนตร์ Captain America : Civil War เพื่อลุคให้ดู
ต้องยอมรับว่าปีนี้คือปีทองของวงการ Hip-Hop ในบ้านเราอย่างแท้จริง หลังจากที่เคยเป็นแค่สังคมเล็ก ๆ ไม่มีแสงสปอร์ตไลท์ดวงไหนส่องไปถึง แต่มาถึงปีนี้กลับมีรายการทีวีเกี่ยวกับ Hip-Hop เกิดขึ้นมาพร้อมกันถึง 2 รายการ และหนึ่งในนั้นคือรายการ Show Me the Money Thailand โดย Show Me the Money คือรายการปั้น Rap Star ชื่อดังสัญชาติเกาหลี เชื่อว่าคนที่ติดตาม Hip-Hop อยู่เป็นประจำคงรู้จักรายการนี้กันเป็นอย่างดี โดยหลังจากที่ผู้ชายอย่างเราต้องฟังแร็ปภาษาเกาหลีมาหลายปี ในที่สุดก็จะฟังพวกเขาแร็ปกันรู้เรื่องเสียที เพราะในปีนี้ Show Me the Money Thailand ถือกำเนิดขึ้นแล้ว จากจำนวนผู้สมัครหลายพันคน ผ่านการคัดเลือกอันเข้มข้นหลายต่อหลายรอบ จนล่าสุดเหลือผู้รอดเพียงแค่ 40 คนเท่านั้น ทุกคนล้วนมีความสามารถและสไตล์ที่น่าสนใจ แต่วันนี้ UNLOCKMEN ขอคัด 10 จาก 40 แร็ปเปอรซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวเต็งในการแข่งขันครั้งนี้มาให้ลองเล็งกันไว้เล่น ๆ โย่ว! DREAMHIGH “โดนเธอหลอกมันปวดใจบันทึกลงไปในเซลล์ประสาท


