นับตั้งแต่ Audi Customer Racing หรือแผนกผลิตรถยนต์สำหรับแข่งขันก่อตั้งขึ้นในปี 2009 หนุ่ม ๆ อย่างเราก็มีโอกาสได้เห็นยนตรกรรมสายพันธุ์นักแข่งถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น RS 3 LMS, R8 LMS GT3 และ R8 LMS GT4 ล่าสุดพวกเข้าเติมเต็มช่องว่างที่หายไปด้วยการเปิดตัว R8 LMS GT2 ที่มาพร้อมขุมพลังที่แรงกว่าทุกคันที่เคยสร้างมาก่อนหน้านี้ เปิดตัวและขับโชว์สมรรถนะแบบสด ๆ ร้อน ๆ ไปในงาน Goodwood Festival of Speed 2019 ถือเป็นการเรียกน้ำย่อยให้หนุ่ม ๆ ผู้มีเงินถุงเงินถังที่กำลังสนใจก้าวเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตได้เพิ่มตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อ เพราะ R8 LMS GT2 คันนี้มาพร้อมกับแรงม้าที่สูงกว่าสามรุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด R8 LMS GT2 ถูกสร้างขึ้นด้วยแชสซีจากโมเดลที่วิ่งบนถนนปกติอย่าง R8 Spyder โดยปรับปรุงให้มีหลังคาเอียงต่ำพร้อมติดตั้งช่องระบายอากาศด้านบนและสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ช่วยเสริมแรง Downforce อย่างมีประสิทธิภาพ โดยน้ำหนักที่ถูกลดทอนลงจากการปรับแต่งและการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทำให้มันมีน้ำหนักเพียง 1,350 กิโลกรัมเบากว่า
สำหรับหนุ่ม ๆ ที่คลั่งไคล้รถยนต์ คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์รถยนต์สุดหรูอย่าง Lamborghini หนึ่งในค่ายที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นเป็นตัวเองจนทำให้กลุ่มคนรักรถและผู้มีกำลังซื้อนิยมรถยนต์แต่ละรุ่นของพวกเขาอย่างเหนียวแน่น แต่ขณะเดียวกันค่ายกระทิงดุก็ออกมาประกาศว่าจะจำกัดจำนวนการผลิตต่อปีเพื่อรักษามาตรฐานของตัวเองแล้ว แม้ไม่ใช่แบรนด์รถยนต์ที่ใครก็สามารถเป็นเจ้าของได้ เพราะแต่ละคันมีค่าตัวแพงลิบ แต่ความเร็วสะใจและรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ก็ทำให้ยอดขายครึ่งปีแรกของ Lamborghini แตะระดับ 4,553 คัน เฉพาะโมเดล Urus ที่มียอดจองและขายออกไปแล้วถึง 2,693 คันก็ถือว่ามาแรงมาก โดยอัตราส่วนการผลิตที่เหลือคือรุ่นยอดนิยมอย่าง Huracan (1,211 คัน) และ Aventador (649 คัน) ทำให้การส่งมอบครึ่งปีแรกเติบโตคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.7 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.4 พันล้านยูโร แต่ดูเหมือนยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้จะไม่ใช่สิ่งที่ซีอีโอคนปัจจุบันอย่าง Stefano Domenicali ต้องการ เมื่อเขาออกมาประกาศว่าปีนี้อาจเป็นปีสุดท้ายที่แบรนด์กระทิงดุจะไม่จำกัดจำนวนการผลิตต่อปี เพราะจากนี้ต้องการรักษาคุณค่าและมาตรฐานของค่าย โดย Stefano ให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาไม่ต้องการเติบโตไปตลอด แต่ต้องการกำหนดทิศทางที่ถูกต้องเพื่อรักษาคุณค่าของแบรนด์ รวมถึงให้ความสำคัญกับความพิเศษในการผลิตรถแต่ละรุ่นเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามตลาดทั่วโลกที่กำลังขยายตัว โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จีน และเยอรมนี รวมถึงในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรัสเซียและอินเดีย ทำให้กลุ่มผู้ถือหุ้นเตรียมขยายขอบเขตการผลิตใหม่ คาดว่าจาก 8,000 คันต่อปีเป็น 10,000 คันต่อปีเพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด