Richard Mille เปิดตัวนาฬิกาจิตวิญญาณ Samurai ในรหัส RM 47 Tourbillon ได้แรงบันดาลใจจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ 47 Ronin – The revenge of the forty-seven ronin กลุ่มโรนินที่รวมตัวกันตามล้างแค้นให้กับหัวหน้า Asano Naganori ในช่วง 18th-century RM 47 Tourbillon เลือกใช้กลไก manual-winding calibre RM47 ที่มีขนาดเล็ก โครงสร้างผลิตจาก grade 5 titanium เพื่อใช้พื้นที่ที่เหลือในการดีไซน์ซามูไรในชุดเกราะพร้อมรายละเอียดที่ประณีตสวยงามเปรียบเสมือนงานศิลป์ทรงคุณค่าที่ถูกย่อส่วนมาเก็บไว้ในตัวเรือนของ RM 47 Tourbillon การตกแต่งใช้ทองคำ 18K 3N Yellow Gold แกะสลักด้วยมือ บริเวณ tourbillon มีตราสัญลักษณ์ Kamon ของตระกูล Asano clan ประดับอยู่ พร้อมดาบคู่วางพาดกันเพิ่มความน่าเกรงขามให้หน้าปัด ชุดเกราะซามูไรของ
แม้ภาพจำของ Panerai จะเป็นนาฬิกาสำหรับการดำน้ำ และนาฬิกาสำหรับกองทัพเรืออิตาลี ความทนทานที่โดดเด่นมากกว่าความซับซ้อนของกลไกเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น แต่เมื่อปลายปีที่แล้ว Panerai ได้ปล่อยนาฬิกากลไก perpetual calendar ออกมา พร้อมตัวเรือน Luminor และ GMT function ภายในงาน Watches & Wonders ที่ผ่านไปหมาด ๆ Panerai ก็ได้โชว์กลไกที่ซับซ้อนออกมาอีกครั้งกับ Panerai Luminor GoldtechTM Calendario Perpetuo รุ่น Limited Edition ในตัวเรือน Goldtech alloy ที่สร้างจากการใช้ทองคำ 75% ผสมกับ platinum และ smoked sapphire crystal Panerai Luminor GoldtechTM Calendario Perpetuo หน้าปัดขนาด 44mm ผลิตออกมาเพียง 33 เรือนในโลก ใช้กลไก P.4100
เชื่อว่าในตอนนี้หากจะให้พูดถึงเรือนเวลาขั้นสุดของ Seiko หลายคนคงยกให้ GS หรือ Grand Seiko ยืนหนึ่งในมวลหมู่ Seiko ทั้งหลาย แต่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ Seiko คงรู้กันดีว่าในอดีตยังมีอีกหนึ่งรุ่นตำนานอย่าง King Seiko ที่ตีคู่ขับเคี่ยวโชว์ศักยภาพความเป็นเรือนเวลาชั้นยอดมาโดยตลอด เรื่องของเรื่องต้องย้อนไปในช่วงทศวรรษที่ 1960 ซึ่งถือเป็นทองยุคแห่งความก้าวหน้าของ Seiko ทั้งในด้านการพัฒนาเชิงเทคนิคกลไกและความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ จนได้มีการพัฒนา Grand Seiko รุ่นแรกออกมาในปี 1960 ก่อนที่จะส่ง King Seiko ตามมาในปี 1961 ซึ่งเรือนเวลาทั้ง 2 รุ่น ที่มาจาก 2 แหล่งผลิต (Grand Seiko ผลิตที่ Suwa Seikosha / King Seiko ผลิตที่ Daini Seikosha) ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันในการเป็นสุดยอดเรือนเวลาของ Seiko แม้ตอนนี้จะเหลือเพียง GS ที่ครองตำแหน่งแบรนด์เรือนเวลาเรือธงจาก Seiko แต่เสน่ห์ความเป็นนาฬิกาจักรกลที่ได้รับการออกแบบและขัดแต่งอย่างสวยงามประณีต
นับเป็นข่าวที่ทำให้นักสะสมรองเท้าตื่นเต้นกันไปพร้อม ๆ กัน เมื่อ Sotheby’s บริษัทจัดการประมูลในยุโรปกำลังจะเปิดประมูลสนีกเกอร์ Air Force 1 สีใหม่ที่ออกแบบโดย Virgil Abloh ตำนานดีไซน์เนอร์ผู้ล่วงลับ เมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่รองเท้าคู่นี้ปรากฎตัวครั้งแรกในงาน Louis Vuitton SS22 “Amen Break” ที่จัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 2021 พร้อมกับรองเท้าคู่อื่นอีก 40 กว่าคู่ มันก็สร้างความ hype ให้กับชาวอินเทอร์เน็ตที่ติดตามข่าวอย่างมาก เพราะมันเป็นรองเท้าคู่หนึ่งที่ผสานความเป็นโอตกูตูร์ของ Louis Vuitton และความเป็นสตรีทแวร์ของ Nike ให้ออกมาเท่ลงตัวมาก สำหรับงานประมูลครั้งนี้ทาง Louis Vuitton ได้ร่วมมือกับทาง Nike และ Sotheby’s นำรองเท้าสีพิเศษมาปล่อยให้คนทั่วไปได้เสนอราคา ซึ่งมีการนำรองเท้า 200 คู่ที่ผลิตใน Fiesso d’Artico ประเทศอิตาลีมาเข้าร่วมการประมูลครั้งนี้ด้วย รองเท้าแต่ละคู่จะมีความโดดเด่นในเรื่องของ Upper ที่มีลวดลายซิกเนเจอร์ของ LV และทำจากผ้าคุณภาพระดับพรีเมียม และมีขนาดให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ 5
หากพูดถึง Playstation ของค่าย Sony แน่นอนว่าหลาย ๆ คนคงคิดถึงความสนุกและความเอนจอยกับเกมที่โปรดปราน ที่มอบความสุขให้กับเราตั้งแต่วัยเด็กจนมาถึงปัจจุบัน ไล่ตั้งแต่ Playstation 1 ในยุค 90’s จนล่าสุดมันได้พัฒนาเทคโนโลยีมาเป็น Playstation 5 เป็นที่เรียบร้อย แต่ความสนุกทั้งหมดทั้งมวลมันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจาก “จอยควบคุม” ที่เปรียบดั่งไม้กายสิทธิ์ทำให้เราสามารถควบคุมความบันเทิงได้ด้วยมือของเราเอง และมันก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับเครื่อง Playstation แบบที่แยกออกจากกันไม่ได้ ความหลงใหลในเครื่องเล่นเกมตัวนี้มันได้กระจายไปทั่วโลก เข้าซึมแทรกทุกวัยและทุกอาชีพ ไม่เว้นแม้แต่ Daniel Arsham ซึ่งเป็น Contemporary Visual Artist (ศิลปินทัศนศิลป์ร่วมสมัย) ชาวอเมริกัน ผู้ฝากผลงานประติมากรรมเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะการใช้คริสตัลมารังสรรค์ผลงานศิลปะให้ออกมาเป็นกล้อง, หมวก หรือแม้กระทั่งเกมบอย และล่าสุดเขาก็ได้ทำให้เหล่าเกมเมอร์ต้องร้องว้าว กับงานปั้นจอยเกม Playstation ในแบบคริสตัลที่ทั้งสวยงามและดูทรงคุณค่า ผลงานชิ้นนี้มีชื่อเรียกว่า “Crystal Relic 004″ ที่ถูกหล่อขึ้นมาจากเรซิ่นให้ลักษณะโปร่งแสงแบบคริสตัล มีขนาดเท่าของจริงแบบไม่ผิดเพี้ยน มีความสูง 55 มม. กว้าง 95 มม. และหนัก
ยิ่งบ้านน่าอยู่มากเท่าไหร่ เรายิ่งอยากใช้เวลาอยู่บ้านนานขึ้นเท่านั้น และมากกว่าการเป็นที่อยู่อาศัย บ้านยังสะท้อนถึงตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของบ้านอีกด้วย เพื่อเติมเต็มรายละเอียดในชีวิตให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น Unlockmen เลยอยากแนะนำ 6 บริษัทอินทีเรียชื่อดัง เพื่อเป็นตัวเลือกให้ทุกคนที่อยากเปลี่ยนโฉมบ้านใหม่ให้พื้นที่ในฝันกลายเป็นจริง PIA Interior อยู่บ้านยาว ๆ ทั้งทีขอมุมพักผ่อนที่อลังการสักหน่อย ใครอยากมีโซนในฝันและอยากใช้เวลาอยู่กับตัวเองหรือชวนเพื่อน ๆ มาสังสรรค์ ดูหนัง หรือปาร์ตี้ใช้ทุกซอกทุกมุมแบบนี้ เราขอแนะนำบริการของ PIA Interior เพราะผลงานของที่นี่ทรงพลัง หรูหรา และกล้าหาญ เก๋าด้วยประสบการณ์กว่า 25 ปี ให้บริการออกแบบมาครบทั้งที่อยู่อาศัยส่วนตัว โรงแรมและรีสอร์ทระดับไฮเอนด์ สำนักงาน ฯลฯ PIA Interior เน้นการตกแต่งที่สร้างสรรค์ ดึงเอกลักษณ์ความแตกต่างสร้างดีไซน์ไม่จำเจจากคอนเซ็ปต์ที่ผู้อยู่อาศัยต้องการถ่ายทอดลงรายละเอียดออกมาได้ครบทุกอณู หนุ่ม ๆ คนไหนที่ต้องการความเท่แบบยูนีคต้องปักหมุดไว้ Facebook: @PIAinterior Website: www.piainterior.com Hyper-Haus ถอดตัวตนของเจ้าของบ้านออกมาในทุกมุม ทำให้บ้านเต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีเสน่ห์ตลอดกาล นี่คือคอนเซ็ปต์การทำงานของ Hyper-Haus ที่พร้อมดีไซน์บ้านให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ Hyper-Haus ให้บริการระดับ Ultra-Luxury แบบ One
การขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ สามารถบ่งบอกรสนิยมความชอบและสไตล์ของแต่ละบุคคลได้ ไม่ต่างจากแฟชั่นเสื้อผ้าหรือแนวเพลงที่ชอบฟัง บางคนชอบความโมเดิร์น ตามกระแส ตามเทรนด์ ต้องทันยุคทันสมัย แต่บางคนกลับชอบว่ายน้ำทวนกระแส หันไปหลงใหลความวินเทจย้อนยุคราวกับว่าต้องการพาตัวเองย้อนเวลากลับไปหาความรุ่งเรืองในอดีต และถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนแบบนั้น แถมยังชื่นชอบการขับขี่จักรยานยนต์ ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาทำความรู้จักกับ “Nmoto Golden Age BWW C400X Scooter” สำหรับรูปทรงดั้งเดิมของ BWW C400X Scooter ออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นสุดล้ำราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ Sci-Fi แต่ด้วยไอเดียสุดบรรเจิดของทาง Nmoto บริษัทคอสตอมรถของทาง BWW จึงจัดการพลิกโฉมด้วยชุดแต่งในชื่อ Golden Age ให้มันกลายเป็นสกู๊ตเตอร์สไตล์วินเทจแบบที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้ได้นึกถึงกันเลย การออกแบบชุดแต่งตัวนี้มีความสะดุดตาเป็นอย่างแรงด้วยรูปทรงโค้งมนดูอวบอิ่ม ดูมีน้ำหนักมาก แต่นั่นมันเป็นเพียงสิ่งที่สายตาภายนอกได้ตัดสิน เพราะความจริงแล้วตัวบอดี้ถูกผลิตมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบา แถมยังครอบคลุมทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งคันด้วยส่วนประกอบเพียง 7 ชิ้นเท่านั้น อีกทั้งยังมีหลายเฉดสีให้ได้เลือกจับคู่ได้ตามความชอบ Nmoto Golden Age BWW C400X Scooter ยังโดดเด่นด้วยไฟหน้าขนาดใหญ่ระบบ LED พร้อมทั้งมีไฟเลี้ยวในตัว เติมความสมบูรณ์แบบสไตล์วินเทจด้วยเบาะหนังคู่ที่ถูกสั่งทำพิเศษ ซึ่งเหมาะกับคนรู้ใจให้ได้ซ้อนร่วมเดินทางกันไป อีกทั้งยังอุ่นใจได้กับระบบเบรกแบบ ABS ที่มาพร้อมกับระบบทรงตัวแบบอัตโนมัติ
เข้าสู่ช่วง Festive แบบนี้ เชื่อว่าหลายคนคงได้รับหน้าที่ทั้งการเป็นผู้ให้ และเป็นผู้รับของขวัญส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กันภายใต้บรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่อบอวลไปด้วยมวลแห่งความสุข และล่าสุดเราได้รับของขวัญที่น่าสนใจอย่าง CHANG ESPRESSO CELEBRATION SET ซึ่งมัดรวมไอเทมมาให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Tote Bag, หมวก, เสื้อยืด ซึ่งมาพร้อมลวดลายสุดคลาสสิกจาก CHANG ESPRESSO เอาไว้ไปใส่เที่ยวปีใหม่ได้แบบโก้เก๋ เท่ไม่เหมือนใคร ใน CHANG ESPRESSO CELEBRATION SET นี้ไม่เพียงแค่เป็นสิ่งแทนใจในการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ แต่ยังเป็น CELEBRATION SET สำหรับการเฉลิมฉลองความสำเร็จส่งท้ายปีที่น่าภาคภูมิใจของสินค้าสัญชาติไทย Chang Espresso Lager กับการคว้ารางวัลการันตีความคราฟต์เพิ่มเติม ทั้งทางด้านรสชาติและดีไซน์มาประดับตู้โชว์เพิ่มเติมอีกถึง 3 รางวัล จาก 2 เวทีด้วยกัน ซึ่งตลอดปีนี้ Chang Espresso Lager เครื่องดื่มของไทยที่ได้เดินสายกวาดรางวัลระดับโลกมามากมายหลายสถาบัน เพราะก่อนหน้านี้ก็สามารถคว้าเหรียญเงินทางด้านรสชาติจากเวที AIBA 2021 และยังเดินหน้าคว้ารางวัลจากการประกวด World Beer Awards
ชวนทุกคนมานับถอยหลังสู่ปี 2022 ทบทวนการใช้ชีวิตในปีนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเหล่าศิลปินดังทั้ง 4 คนที่เราคุ้นเคยผลงานอย่าง P7, Benzilla, Rukkit และ Lolay พร้อมพูดคุยถึงมุมมองก้าวต่อไปของศิลปะที่กำลังสร้างความท้าทายใหม่อย่างวงการ NFT และโลก Metaverse ในสายตาของพวกเขาที่อยู่ในวงการศิลปะมายาวนาน อะไรบ้างที่ต้องรู้ ต้องปรับตัว และต้องยืนหยัด…เพราะศิลปะไม่ได้มีแค่เทคนิคแต่เชื่อมโยงไปถึงจิตใจ P7 P7 ศิลปินสตรีทอาร์ตที่มีผลงานมากมายได้รับการยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ เขาเคยฝากผลงานน่าสนใจเข้าร่วมเทศกาลศิลปะดังอย่าง BAB 2020 และได้ร่วมโปรเจกต์กับหลายแบรนด์ดังนับไม่ถ้วน ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ผลิตไม่เคยซ้ำและมุมมองการสร้างสรรค์งานสุดคอนทราสต์ “จริง ๆ ช่วงโควิดไม่ได้เจออุปสรรคอะไรเลยนะ มีแค่อย่างเดียวคือการทำโครงการข้างนอกที่เขาจะจ้างเราไปทำอาร์ตดีไซน์หรืออาร์ตตกแต่ง มันอาจจะทำไม่ได้เพราะว่าเป็นช่วงโควิดเราก็เลยขอเลื่อนไปก่อน แต่ระหว่างที่เลื่อนเรามีงานส่วนตัวอยู่แล้วคือเพ้นท์ติ้งเพราะมีนักสะสมจองคิวภาพ พี่ก็วาดเพ้นท์ติ้งที่สตูดิโอตอนช่วงโควิดทุกวัน วาดแบบสไตล์พี่คือวาดไม่ซ้ำเลย แล้วก็ทำคิดแบบการทำประติมากรรมไปด้วยเพราะช่วงโควิดเราไม่ได้เข้าโรงปั้น ก็แทบจะไม่กระทบอะไรเลย” NFT คือความมันและการร่วมโปรเจกต์กับคนรู้ใจ “พี่เป็นคนชอบงานแฮนด์เมด ไม่เก่งคอมฯ และพี่ไม่คิดจะเรียนรู้คอมฯ ด้วยเพราะพี่สนุกกับการทำงานด้วยมือ พอ NFT มา มันก็เป็นอีกมีเดียนึง เรื่อง NFT แม้มันสามารถจะผลิตชิ้นเดียวที่ทำออกมาแล้วไม่ซ้ำในรูปแบบดิจิทัล แต่ว่า สำหรับพี่มันก็คืองานดิจิทัล มันก็เป็นอีกแขนงนึง เด็กก็มีโอกาสที่จะทำงานคอมพิวเตอร์ทางอาร์ตได้ มันก็เปิดกว้างดี แต่ส่วนตัวพี่ยังไม่ได้อินขนาดนั้น
ความฝันและแรงบันดาลใจ เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนให้ผู้คนนำความชอบออกมาใช้เป็นไอเดียสร้างสรรค์ผลงานชิ้นสำคัญ โดยเฉพาะในโลกแห่งการ custom ที่แต่ละสำนักต่างใช้ความชอบที่ติดตรึงใจในอดีตของแต่ละคน นำมาใช้ดีไซน์รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่มีรูปแบบแตกต่างกันออกไป เป็นลายเซ็นที่ดึงดูดผู้คนที่มีความชื่นชอบเหมือนกันเข้าหากัน ในหมู่นักสะสมและวงการมอเตอร์ไซค์คลาสสิก จะมีคำพูดติดปากกันอยู่ว่า “รถเลือกคน” ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ คุณสัน สรวิศิษฎ์ บรรจงลักษมี แห่ง SMITHS VINTAGE CLUB ชายผู้หลงใหลในเสน่ห์ความสวยงามของ BMW R50 ที่จอดอยู่ในร้านตั้งแต่แรกพบ แม้ในตอนนั้นราคา 75,000 บาท จะสูงจนเกินเอื้อมสำหรับวัยรุ่นที่พึ่งจะเริ่มใช้ชีวิต แต่มันก็กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้คุณสันพยายามทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ และแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ภาพของมอเตอร์ไซค์ถังดำก็ไม่เคยเลือนหายไป ซึ่งคุณสันก็ไม่ลืมที่จะกลับมาไล่ตามความฝันในการครอบครอง BMW Motorrad คันแรกของตัวเอง สไตล์ความเท่และเสน่ห์ของ BMW Vintage ทำให้คุณสันเดินหน้าเก็บสะสมมอเตอร์ไซค์คลาสสิกได้จำนวนนึง ก็ตัดสินใจเปิดคลับเพื่อใช้ในการรวบรวมเหล่า Biker คอเดียวกันเอาไว้ในพื้นที่ ๆ ตั้งชื่อว่า “SMITHS VINTAGE CLUB“ สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ออกมาผ่าน BMW Motorrad รุ่นคลาสสิกมากมาย เสื้อผ้า รวมถึงแผ่นเสียงที่สะสมไว้ตั้งแต่วัยรุ่น ซึ่งเกี่ยวกับที่มาของชื่อคลับนี้ด้วยเช่นกัน ชื่อ “SMITHS VINTAGE
ถ้าพูดถึงเรื่องสูทกับผู้ชายไทย ดูจะเป็นชุดความรู้ที่เข้าใจผิดกันมานมนานหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่ง UNLOCKMEN พอจะเข้าใจว่าด้วยสภาพอากาศ และโอกาสที่ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยต่อการสวมใส่เสื้อสูทสักเท่าไหร่ ส่งผลให้หนุ่ม ๆ ไทยไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมนี้เท่าที่ควร พอนำมาสวมใส่ก็จะดูเคอะเขิน ไม่มั่นใจกันไปอีก แต่วันนี้พวกเราอยากจะเปิดมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการใส่ชุดสูทเพิ่มมากขึ้น เมื่อได้รับโอกาสอันดีจากคุณ ศิรพล ฤทธิประศาสน์ (กาย) และ คุณ วรงค์ ภัทรชัยกุล (บอล) เจ้าของร้าน The Decorum จุดนัดพบสำหรับสุภาพบุรุษ ในการแนะนำข้อมูลแง่มุมต่าง ๆ เกี่ยวกับชุดสูทแบบจัดเต็ม ซึ่งก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเรื่องสูท เป็นธรรมเนียมที่จะต้องพูดคุยเกี่ยวกับที่มาของร้านว่าทั้งคู่มาเริ่มต้นจับธุรกิจ Tailor Made ได้อย่างไร อะไรที่จุดประกายความคิดจนอยากจะเปิดร้าน The Decorum ขึ้นมาด้วยกัน ? คือเราสองคนรู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้วชอบอะไรที่เหมือน ๆ กัน ใส่เชิ้ตยี่ห้อเดียวกัน แล้วก็มีคนมาถามเยอะ ว่าเราใช้ของอะไร หามาจากไหน จึงคิดว่าอยากจะทำร้านขึ้นเพื่อให้เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกับเรา ก็เลยรู้สึกว่าอยากเอาสินค้าที่ตัวเองชอบและใช้อยู่แล้วมาทำตลาดที่นี่ครับ โดยสินค้าส่วนใหญ่ในร้านจะเป็นที่เราก็ใส่เองด้วย ส่วนเรื่องของช่างตัดสูทที่ทางร้านนำเข้ามาก็เป็นช่างที่พวกผมตัดกับเขาประจำอยู่แล้ว เป็นเพื่อนกัน สุดท้ายมาถึงจุดที่ว่า ตลาดเมืองไทยยังไม่มีอะไรแบบนี้ อยากจะให้คนไทยมีโอกาสได้ลองเหมือนกับเรา
“เธอกลับมา…เพื่อหมุนเข็มนาฬิกาให้เดินกลับหลัง” เนื้อเพลงจากเพลงดังในอดีตที่ไม่แน่ใจว่าได้ฟังครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่บทเพลงนี้จะดังก้องในหัวทุกครั้งที่ได้เห็น Azimuth Back In Time นาฬิกาจากแบรนด์ Azimuth รุ่น Back In Time หรือเรียกได้อย่างสั้นๆว่า BIT เป็นเรือนเวลาที่มีกลไกอันซับซ้อนและเรียกร้องความสนใจจากผู้พบเห็นได้ดีเหลือเกิน ทำไมนะเหรอ? ก็เพราะนาฬิการุ่นนี้เธอเดินถอยหลังนั่นเอง (anti clockwise) และไม่ได้มีแค่กลไกบอกเวลาแบบทวนเข็มนาฬิกาเท่านั้น ตำแหน่งของตัวเลขบอกเวลาก็ยังถูกวางในรูปแบบทวนเข็มนาฬิกาและกลับตาลปัตรจากจารีตเดิม ๆ เช่นกัน Azimuth BIT ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในปีค.ศ. 2009 มีทั้งเวอร์ชันเข็มเดี่ยวและสองเข็ม ด้วยรูปทรงไพลอตและหน้าตาอันแสนจะเรียบง่าย สีหน้าปัดและเข็มบอกเวลาที่ได้รับการคุมโทนมาอย่างตั้งใจ ไม่มีสิ่งใดโดดเด่นเกินเลยหรือแปลกแยกผิดแผกไปจากกัน หากมองทะลุความเรียบง่ายเหล่านี้ไปและพินิจพิจารณาไปที่กลไกบอกเวลา จะรับรู้ได้อย่างไม่ยากเลยว่าผู้ผลิตไม่ได้ปฏิวัติแค่ความคิด แต่ต้องปฏิวัติเทคนิคในการสร้างกลไกสำหรับบอกเวลาด้วยเช่นกัน เพราะทุกอย่างถูกตั้งอยู่บนความขบถ ผู้ผลิตจึงต้องออกแบบและสร้างชุดเกียร์พิเศษขึ้นมาใหม่ นำไปติดตั้งคั่นกลางระหว่างชุดขับเคลื่อนและเข็มบอกเวลาจึงจะทำให้การเดินถอยหลังนั้นเกิดขึ้นได้จริงและสมบูรณ์แบบที่สุด ตลอดระยะร่วมทศวรรษที่ Azimuth Back In Time ได้รับการพัฒนาและนำเสนอซีรี่ย์ใหม่ ๆ เรื่อยมา แม้จะมีคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้งานได้ยาก ดูเวลาได้ไม่สะดวก ใครจะต้องการนาฬิกาเดินถอยหลังกันไปเพื่ออะไร แต่ BIT ก็ยังคงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในไอคอนของแบรนด์ จนได้รับการสั่งผลิตรุ่นลิมิเต็ดและถูกผูกโยงไปกับหน้าบันทึกของประวัติศาสตร์โลกอย่างเนือง ๆ ซึ่งหาได้ยากจากนาฬิกาทั่วไป


