เชื่อว่าหลายคนที่ชื่นชอบในวัฒนธรรม Chicano culture (Mexican-American culture) ดนตรี รอยสัก รวมไปถึงคนที่เคยดูภาพยนตร์สารคดีอย่าง LA Originals คงจะรู้จักศิลปินชายเดี่ยวที่มีชื่อว่า ‘MISTER CARTOON’ หรือ Mark Machado กันอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีฝีไม้ลายมือในการสักที่เรียกได้ว่าเป็นระดับตำนานแล้ว เขายังมีผลงานออกแบบ Collaboration กับแบรนด์ดังระดับโลกขึ้นหิ้งเอาไว้มากมาย วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับชายผู้นี้ แถมยังมีข่าวดีสำหรับแฟน ๆ ของ ‘MISTER CARTOON’ ชาวไทยโดยเฉพาะมาฝากอีกด้วย ส่วนข่าวดีนั้นจะเป็นอะไร ไปติดตามดูกันได้เลย ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับที่มาที่ไปของชายคนนี้กันหน่อย MISTER CARTOON หรือชื่อจริงคือ Mark Machado ศิลปินสัก และศิลปินกราฟฟิตี้ระดับโลก เกิด โต และอาศัยอยู่ที่ Los Angeles, Califonia ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่ออายุได้ 8 ขวบ เขาก็ค้นหาพรสวรรค์ของตัวเองจนพบ นั่นก็คือการวาดรูป และทำให้เขาเริ่มต้นวาดรูปอย่างจริงจังจากนั้นเป็นต้นมา เมื่ออายุได้ 12 ปี ก็เริ่มหาเงินเลี้ยงตัวเองได้จากการใช้
การเสียชีวิตของฌอน คอนเนอรี่ (Sean Connery) ถือเป็นการข่าวร้ายสำหรับวงการภาพยนตร์และแฟน ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาผู้ที่ชื่นชอบฝีมือการแสดงอันเฉียบขาดภายใต้คาแรคเตอร์สุดเยือกเย็นของนักแสดงรุ่นใหญ่คนนี้ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวของเขาจะจากไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือผลงานการแสดงมากกว่า 100 เรื่อง ซึ่งในเวลาต่อมาบทบาทจากภาพยนตร์หลายเรื่องก็กลายมาเป็นคาแรคเตอร์สำคัญที่ผู้คนจดจำเขาได้ในหลายยุคสมัย และสำหรับคนที่ต้องการชมผลงานการแสดงของตำนานคนนี้อีกครั้ง WATCHLIST วันนี้ขอแนะนำภาพยนตร์ 6 เรื่องที่ไม่ควรพลาดของปู่ฌอน คอนเนอรี่ แต่จะประกอบไปด้วยเรื่องอะไรบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกันได้เลย The Rock (1996) เริ่มต้นเรื่องแรกกับ The Rock ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ยุค 90’s ผลงานของผู้กำกับสายระเบิดภูเขาเผากระท่อมอย่างไมเคิล เบย์ The Rock เล่าถึงเหตุการณ์การหยุดยั้งแผนก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในคุก Alcatraz ของ Stanley Goodspeed (Nicolas Cage) เจ้าหน้าที่เชี่ยวชาญอาวุธเคมีที่ต้องมารับหน้าที่หยุดยั้งหายนะจากระเบิดชีวภาพ ในขณะที่ฌอน คอนเนอรี่ รับบทเป็น John Patrick Mason อดีตเจ้าหน้าที่ MI6 ผู้เคยถูกคุมขังอยู่ในคุก Alcatraz และเป็นคนเดียวที่หนีออกมาได้สำเร็จ แต่ครั้งนี้เขาจะถูกส่งกลับไปเพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ Stanley
“กฎข้อแรกของไฟต์คลับ คือห้ามพูดถึงไฟต์คลับ” เชื่อว่าคอหนังหลายคนอาจคุ้นเคยกับประโยคสุดฮิตนี้จากภาพยนตร์เรื่อง Fight Club ที่กลายเป็นหนังยอดฮิตเมื่อใครสักคนถามถึงหนังเจ๋ง ๆ สักเรื่อง หากใครที่ดูเรื่องนี้แบบละเมียดหน่อย จะสังเกตได้ถึงรายละเอียดของคาแร็กเตอร์ โทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ การเล่าเรื่องแบบมีชั้นเชิง หากคุณหลงรัก Fight Club คุณจะต้องรักผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเยี่ยมนี้อย่าง “David Fincher” อย่างแน่นอน UNLOCKMEN ชวนหนุ่ม ๆ มาเพิ่มเติมหนังในลิสต์ด้วย 5 ผลงานขึ้นหิ้งของ “David Fincher” เจ้าพ่อฟิล์มนัวร์ ตัวละครหลากมิติ บนการเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์แบบชัดเจน เหมือนทุกครั้งที่เราอยากบอกเสมอว่า นี่ไม่ใช่การจัดอันดับหนังดี เราไม่ได้แนะนำด้วยคะแนนวิจารณ์ หรือตัดสินด้วยอะไรทั้งนั้น นี่เป็นเพียงลิสต์หนังที่เราอยากบอกต่อเหมือนเพื่อนแชร์หนังหรือชวนกันดู อย่าได้หัวเสียถ้าหากไม่มีหนังที่ตรงใจคุณในลิสต์นี้ Se7en (1995) สำหรับหนังสืบสวน Thiller แล้ว ผู้กำกับเบอร์แรก ๆ ในใจของใครหลายคน คงไม่พ้น David Fincher โดยเฉพาะเรื่องนี้ ที่เป็นเรื่องราวการตามหาฆาตกรที่โคตรตื่นเต้น ให้เราได้ลุ้นกันจนวินาทีสุดท้าย ยิ่งเวลาเดินไปนานเท่าไหร่ หนังยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เนื้อเรื่องคร่าว ๆ คือ ตำรวจวัยเก๋าอย่าง วิลเลี่ยม รับบทโดย มอร์แกน ฟรีแมน
ในมังงะแต่ละเรื่องแน่นอนว่าตัวละครที่มักจะมีบทโดดเด่นที่สุดหรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าเป็นพระเอกของเรื่องส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นตัวละครฝ่ายธรรมะผู้มีจิตใจยึดมั่นความถูกต้องยุติธรรม ลูฟี่, ซุน โกคู, นารูโตะ หรือตัวละครในตำนานอีกหลายตัวต่างก็อยู่ในข่ายด้านสว่างแทบทั้งสิ้น แต่ในมังงะบางเรื่อง ตัวละครที่เราจดจำได้ดีที่สุดกลับเป็นตัวละครฝ่ายอธรรมผู้มีจิตใจชั่วช้าเลวทรามเสียอย่างนั้น ซึ่งเรื่องนี้คงต้องชื่นชมอาจารย์ผู้เขียนที่ออกแบบตัวละครเหล่านั้นออกมาได้ดี ดีถึงขนาดที่ว่าถึงแม้ตัวละครเหล่านั้นกำลังทำสิ่งที่ชั่วร้ายอยู่ แต่เรากลับเอาใจช่วยให้ทำสำเร็จ และรู้สึกเสียใจในเวลาที่ตัวละครเหล่านั้นจบชีวิตลง เอาล่ะมาย้อนความหลังไปกับตัวร้ายในความทรงจำกันเถอะ ยางามิ ไลท์ จากเรื่อง Death Note นี่คือตัวละครแรกที่แว่บเข้ามาในหัวเราทันทีหลังจากตัดสินใจเขียนคอนเทนต์นี้ ในเรื่อง Death Note ถ้าถามว่าใครคือพระเอก คำตอบก็คือยางามิ ไลท์ ถ้าถามว่าใครคือตัวร้าย คำตอบก็คือยางามิ ไลท์ เช่นเดียวกัน ยางามิ ไลท์ ไม่ได้เกิดมาชั่วร้ายแต่กำเนิด เขาเป็นเด็กเรียนดีระดับหัวกะทิของประเทศ เป็นลูกนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หน้าตาดีเป็นที่หมายปองของสาว ๆ เรียกว่าเขาคือนักเรียนมัธยมปลายในอุดมคติ แต่แนวความคิดเรื่องความยุติธรรมของเขาค่อนข้างสุดโต่ง เขาอยากกำจัดเหล่าอาชญากรชั่วร้ายให้หมดทั้งโลกด้วยความตาย ดังนั้นเมื่อเขาได้สมุดโน้ตมรณะที่เพียงรู้ชื่อกับรู้หน้าก็สามารถฆ่าใครก็ได้ในโลก เขาจึงไม่รีรอที่จะตั้งตัวเองเป็นศาลเตี้ยพิพากษาโทษของคนตามใจชอบ ซึ่งนานวันเข้าก็เริ่มเลยเถิด ไลท์ไม่เพียงแต่ใช้สมุดโน้ตฆ่าอาชญากรฆ่าทุกคนที่ขวางหน้าที่พยายามจะจับกุมเขา จากความคิดที่ต้องการสร้างสังคมให้ดีขึ้นในตอนแรก กลายเป็นหลงระเริงในอำนาจอยากสร้างโลกในอุดมคติที่มีเพียงความคิดเขาเองเท่านั้นที่ถูกต้อง ถ้าใครเคยอ่าน Death Note คงรู้ว่าไลท์มีจุดจบเช่นไร เราขอไม่บอกตรงนี้ แต่เอาเป็นว่าเป็นตอนจบที่ไม่น่าดูเอาเสียเลย อามากิงจากเรื่อง แสบกว่านี้มีอีกมั้ย แสบกว่านี้มีอีกมั้ย
เป็นเวลานานกว่า 60 ปี มาแล้วที่โลกได้รู้จักกับสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์สุดยิ่งใหญ่อย่างก็อตซิลลา (Godzilla) ที่เกิดขึ้นจากความคิดสุดสร้างสรรค์ของ ทานากะ โทโมยูกิ (Tanaka Tomoyuki) ที่ได้ดูหนังจากฝั่งฮอลลีวูดเรื่อง The Beast from 20,000 Fathoms (1953) แล้วเกิดแรงบันดาลใจว่าในเมื่ออเมริกันทำหนังสัตว์ประหลาดได้ แล้วทำไมชาวญี่ปุ่นถึงจะมีสัตว์ประหลาดเป็นของตัวเองบ้างไม่ได้ นายทานากะได้พบกับผู้กำกับนามว่า ฮอนดะ อิจิโระ (Honda Ishiro) ภาพยนตร์สัตว์ประหลาดของพวกเขามีชื่อว่า ‘โกจิระ’ จากการทำคำว่า กอริลลา มารวมกับคำว่าคุจิระ ที่มีความหมายว่าปลาวาฬ เพราะเจ้าโกจิระตัวนี้ปรากฏตัวมาจากท้องทะเลอันกว้างใหญ่ที่ยังมีพื้นที่อีกมากมายที่มนุษย์ยังไม่สามารถย่างกรายไปถึง ทานากะ โทโมยูกิ ก็อดซิลลาเป็นสัตว์โบราณจากยุคที่โลกยังมีไดโนเสาร์ มันรอดตายอย่างปาฏิหาริย์ นอนหลับใหลอยู่ในถ้ำที่ลึกสุดของก้นมหาสมุทรมานานนับล้านปี ทว่าการจำศีลของมันต้องจบลงเมื่อมนุษย์ทดลองนิวเคลียร์จนเกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่สะเทือนไปถึงถิ่นที่อยู่ของก็อดซิลลา ปีศาจร้ายที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลกได้ตื่นขึ้นแล้ว ก็อดซิลลาขึ้นสู่เหนือน้ำและพบกับเกาะญี่ปุ่น มันทำลายล้างเมืองจนย่อยยับ ทุกอย่างพังพินาศราบเป็นหน้ากลอง ซึ่งการทำลายล้างของก็อดซิลลาสร้างความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาให้กับชาวญี่ปุ่นที่ได้รับชมเป็นอย่างมาก สัตว์ร้ายที่ทำลายเมืองตัวนี้ไม่ต่างอะไรกับลิตเติ้ลบอย (Little Boy) กับ แฟตแมน (Fat Man) ที่ถูกปล่อยลงสู่เมื่อฮิโรชิม่าและนางาซากิเลยสักนิด เพียงเปลี่ยนจากระเบิดนิวเคลียร์สองหัวมาเป็นสัตว์ประหลาดตัวใหญ่เท่านั้นเอง ฮอนดะ อิจิโระ หากคิดว่า UNLOCKMEN
หลายครั้งหลายหนที่มักได้ยินวลีที่ว่า “ดนตรีคือภาษาสากล” ด้วยท่วงทำนอง จังหวะการเข้ากันของดนตรีหลากชนิด อารมณ์เพลง ทุก ๆ อย่างมักทำให้คนที่พูดต่างภาษาหรือต่างเชื้อชาติสามารถฟังแล้วรู้สึกมีความสุขหรือทุกข์ระทมได้ไม่ยาก แม้บางครั้งไม่รู้ความหมายของเพลงเหล่านั้นเลยก็ตาม วัฒนธรรม ‘เจร็อก’ หรือ Japanese Rock เป็นอีกหนึ่งแนวดนตรีจากญี่ปุ่นที่สามารถครองใจผู้ฟังได้ทั่วโลก แม้เจร็อกแรกเริ่มรับวัฒนธรรมดนตรีร็อกมาจากฝั่งอังกฤษและอเมริกา พวกเขาไม่ได้ลอกมาทั้งหมด แต่ปรับใช้ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเอง ทุกอย่างที่สื่อออกมาผ่านเพลง แฟชั่นบนเวที การแสดงโชว์น่าประทับใจ ล้วนเป็นตัวของตัวเองจนทำให้เจป๊อปโด่งดังไปทั่วโลกได้ง่าย ๆ เพราะคนรุ่นก่อนยังไงก็ต้องเคยได้ยินชื่อของ L’arc en Ciel (ลาร์ค ออง เซียล) X-Japan (เอกซ์เจแปน) รวมถึงวงร็อกรุ่นใหม่อย่าง One Ok Rock (วัน โอเค ร็อก หรือ วันโอคุ ตามการเรียกของชาวญี่ปุ่น) ช่วงเวลาหนึ่งเจร็อกกลายเป็นวัฒนธรรมกระแสหลัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปความสนใจในแนวเพลงของผู้คนก็เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา กระแสของเจร็อกเริ่มซา พร้อมกับถูกแทนที่ด้วยเจป๊อปที่ส่งให้วงไอดอลทั้งชายและหญิงเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงที่กระแสป๊อปกำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลังก็เกิดวงร็อก One Ok Rock ในปี 2005 ที่คงไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะสร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีให้กับโลกได้ขนาดนี้ ก่อนมารวมตัวกันจริงจังพร้อมมีต้นสังกัดในปี 2007
มาเฟีย หนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก และในยุคสมัยหนึ่งกลุ่มคนเหล่านี้เคยมีอิทธิพลในหลายเมืองสำคัญของโลกไม่น้อยกว่าตำรวจ ทหาร นักการเมือง ไม่ว่าจะเป็น Sicilian Mafia ต้นกำเนิดมาเฟียจากอิตาลี หรือกลุ่มมาเฟียที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอย่าง Italian-American Mafia หรือที่เรียกว่า The Mob อย่างไรก็ตาม แม้ยุคสมัยอันรุ่งเรืองของมาเฟียได้จบลงไปนานแล้ว แต่เรื่องราวกลุ่มคนเหล่านี้ยังคงถูกหยิบยกมาพูดถึงเสมอ และสำหรับหนุ่ม ๆ ที่สนใจในเรื่องราวของเหล่ามาเฟีย วันนี้ UNLOCKMEN ได้หยิบ 6 ภาพยนตร์และสารคดีมาเฟียมาแนะนำให้คนที่สนใจได้เลือกชมกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่จะมีเรื่องไหนอยู่ไหนลิสต์ครั้งนี้ของเราบ้างมาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันได้เลย Fear City: New York vs The Mafia (2020) ภาพยนตร์สารคดีที่จะพาผู้ชมไปล้วงลึกถึงหลังบ้านของแก๊งมาเฟียแห่งนิวยอร์ก ระหว่างปี 1,970 -1,980 ช่วงเวลาที่เมืองแห่งนี้ถูกตำรวจเรียกว่า “มหานครแห่งความหวาดกลัว” ซึ่งเกิดขึ้นจากอิทธิพลของเหล่ามาเฟียและการยิงกันตายข้างถนนที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน Fear City : New York vs The mafia จะพาคุณไปทำความรู้จักเบื้องหลังการยืดครองเมืองนิวยอร์กโดย 5 แก๊งมาเฟีย
สำหรับชาวร็อกที่เติบโตมาในยุคอินดี้เฟื่องฟู เราเชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ MAD PACK IT เจ้าของเพลงดังในอดีตอย่าง ‘รักในสันดาน’ ‘อยู่เพื่อตัวเอง’ ‘เลิก’ ‘กวนตีน’ และ ‘คำให้การ’ ด้วยเนื้อหาที่ตรงไปตรงมา ภาษาที่โดนใจ รวมถุงเสียงร้อง เสียงดนตรีที่จัดจ้านทำให้พวกเขาสร้างฐานแฟนเพลงได้ไม่ใช่น้อย โดยผลงานสตูดิโออัลบั้ม 2 ชุด, E.P. อัลบั้มอีก 1 ชุด รวมถึง ‘MAD PACK IT X-TREAM CONCERT’ คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของพวกเขาซึ่งจัดขึ้นในปี 2547 คือสิ่งการันตีความนิยม และความเหนียวแน่นของกลุ่มแฟน ๆ MPI เป็นอย่างดี จนเมื่อเวลาผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยน เรื่องราวความสำเร็จเหล่านี้จึงได้กลายสภาพเป็นความทรงจำดี ๆ ยุคอินดี้ ไปพร้อม ๆ กับชื่อเสียงของพวกเขาที่ค่อย ๆ จางหายไปจากวงการเพลงในช่วง 4 – 5 ปีที่ผ่านมา จะมีก็เพียงผลงานซิงเกิ้ลใหม่ออกมาให้ได้ฟังกันเฉลี่ยปีละครั้ง แต่ถึงกระนั้นบทเพลงเก่า ๆ ของพวกเขาก็ยังคงถูกเปิดอยู่จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเรื่องราวของพวกเขาก็ยังคงถูกพูดถึงในกลุ่มแฟน ๆ
‘อย่างเที่ยวจัง แต่ไม่มีเพื่อนให้ชวนไปด้วยเลย’ พอใกล้ถึงฤดูท่องเที่ยว คนเหงาอย่างเรา ๆ อาจทำได้แค่ท่องเที่ยวในจินตนาการ เพราะพอถึงวันหยุดจริงๆก็ไม่สามารถชวนใครให้ไปเที่ยวด้วยกันได้ แถมจะไปเที่ยวคนเดียวก็กลัวหลงหรืออันตรายต่างๆ UNLOCKMEN อยากบอกว่าการเที่ยวคนเดียวไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิด พร้อมนำหนัง 5 เรื่องที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวแบบโซโล่มาฝากทุกคนกัน โดยหนังแต่ละเรื่องเราคัดมาแล้วว่ามีพล็อตที่น่าสนใจ และสามารถดึงเสน่ห์ของการท่องเที่ยวคนเดียวออกมาได้อย่างดีเยี่ยม จะมีเรื่องอะไรกันบ้าง ไปดูกัน Before Sunrise (1995) เริ่มต้นที่เรื่องแรก เราอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับหนังรักสุดคลาสสิกที่ชื่อว่า Before Sunrise (1995) ซึ่งหนังเรื่องนี้ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่าง ชายหนุ่มชาวอเมริกันชื่อว่า ‘เจสซี’ และ หญิงสาวชาวฝรั่งเศสชื่อว่า ‘ซีลีน’ ซึ่งทั้งสองคนได้พบกันบนรถไฟขบวนหนึ่ง และตัดสินใจไปเที่ยวกรุงเวียนนาด้วยกัน หลังจากได้คุยกันบนรถไฟขบวนนั้น และรู้สึกว่าถูกคอ เจสซี และ ซีลีน ได้ใช้เวลาสุดโรแมนติกร่วมกันในกรุงเวียนนาเป็นเวลาหนึ่งคืน ก่อนที่ทั้งคู่ต้องจะแยกจากกันไปตามทางของตัวเองในวันรุ่งขึ้น โดยไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเอก เจสซี และ ซีลีน ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนภาพยนตร์จบ ทำให้เราในฐานะคนดู เกิดความรู้สึกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ความเหงา ความสุข และ ความเศร้า ความรู้สึกจากการพานพบ
การจากไปของแชดวิก โบสแมน นักแสดงวัย 43 ด้วยโลกมะเร็งลำไส้ถือเป็นข่าวร้ายและการสูญเสียครั้งสำคัญกับแฟน ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ตามแม้ตัวจะจากไปแต่ผลงานการแสดงในภาพยนตร์หลายเรื่องที่เขาเคยฝากฝีมือการแสดงเอาไว้ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าน่าจดจำ และวันนี้เราอยากขอนำเอา 5 ภาพยนตร์สำคัญในชีวิตการแสดงของ แชดวิก โบสแมน มาแนะนำให้ทุกคนได้ชมกันอีกครั้ง จะประกอบไปด้วยเรื่องไหนมาทำความรู้จักไปพร้อมกันได้เลยครับ 42 (2013) 42 ภาพยนตร์ที่พูดถึงชีวประวัติของแจ็คกี้ โรบินสัน ตำนานนักเบสบอลผิวดำผู้ทำลายกฎแห่งสีผิวที่เคยมีอยู่ในวงการเบสบอลว่าครั้งหนึ่งนี่คือกีฬาของคนขาวเท่านั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องแรก ๆ ที่แชดวิก โบสแมนได้รับบทนำโดยก่อนหน้านั้นเขาปรากฏตัวอยู่ในผลงานอย่าง Third Watch และ CSI: NY อย่างไรก็ตามการแคสต์เลือกแชดวิก โบสแมนมารับบทนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เหมาะสม เพราะเขาได้ถ่ายทอดตัวตนของแจ็คกี้ โรบินสันออกมาได้อย่างน่าสนใจไม่ว่าจะเป็นความทุ่มเทในสนามแข่งในฐานะยอดนักกีฬาจนสามารถเอาชนะใจของผู้คนที่รอบ ๆ ตัวได้ รวมถึงบทบาทของสามีผู้แข็งแกร่งที่เคียงข้างภรรยาอย่างอบอุ่นในทุกสถานการณ์ ทั้งหมดทำให้ 42 เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ไม่ควรพลาดของนักแสดงคนนี้ Get On Up (2014) Get On Up ภาพยนตร์ชีวประวัติอีกเรื่องที่พิสูจน์ฝีมือการแสดงของแชดวิก โบสแมน ได้เป็นอย่างดีกับการรับบทเป็นเจมส์ บราวน์ (James Brown) ตำนานนักร้องและนักแต่งเพลงโซลผิวดำผู้เป็นต้นแบบให้กับบบทเพลงโซลและริธึ่ม-บูลในยุคปัจจุบัน
Christopher Wallace หรือชื่อที่โลกรู้จักในฐานะ rapper ‘Notorious BIG’ ‘Biggie Smalls’ ‘ Biggie’ แต่ไม่ว่าจะเป็น aka ไหนก็ตาม คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเค้าคือ King of New York rapper มาโดยตลอด แม้จะถูกลอบยิงเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม 1997 วันที่ East Coast vs West Coast rap เหลือไว้เพียงตำนานตลอดกาล ก่อนหน้าวันเสียชีวิต Biggie Smalls มี Photo session เพื่อถ่ายรูปโปรโมตอัลบั้มใหม่ของเค้า มันคือภาพที่ Biggie สวมมงกุฎสีทองอยู่บนศีรษะที่พวกเรารู้จักกันดี ซึ่งมงกุฎนั้นถูกเรียกว่า K.N.O.Y. Crown (ย่อจาก King of New York) วันที่ 6 มีนาคม 1997, Biggie
“เรือดำน้ำ” กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าที่ทั้งสื่อ รัฐบาล กองทัพ และประชาชนคนธรรมดายกขึ้นมาถกเถียงกันในช่วงหลายวันมานี้ เนื่องมาจากกองทัพเรือต้องการใช้งบประมาณ 22,500 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน จำนวน 2 ลำ บ้างก็ว่าจำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ บ้างก็ว่าเศรษฐกิจเช่นนี้ควรชะลอไปก่อน บ้างก็ว่าสงครามสมัยใหม่ต้องพึ่งอาวุธสมัยใหม่ไม่ใช่เรือดำน้ำจากจีน ฯลฯ นานาความคิดเห็น UNLOCKMEN สนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยเหตุผล เพราะอะไรที่นำภาษีประชาชนไปใช้ เราก็ควรตั้งคำถามและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ แต่สำหรับใครที่อ่านข่าวจนเครียด แลกเปลี่ยนจนตึง เราเลยชวนมาผ่อนคลายชั่วคราวด้วย “5 หนังเรือดำน้ำ” ที่จะพาเราดำดิ่งไปในโลกใต้ทะเลอันลึกลับจนอาจลืมการใช้ภาษีหลายหมื่นล้านไปได้ (ชั่วขณะหนึ่ง) Greyhound หนังสงครามชวนลุ้นระทึกที่ Tom Hanks รับบทนายทหารผู้เป็นกัปตันเรือในสมรภูมิสำคัญ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์เองด้วย นี่คือเรื่องราวของ Greyhound เรือพิฆาตซึ่งรับภารกิจคุ้มกันเรือขนส่งสินค้าจากอเมริกาไปยังเกาะอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภารกิจของเรือลำนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการแอตแลนติก (Battle of the Atlantic) ยุทธการแห่งน่านน้ำที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเส้นทางนี้ถือเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญที่จะส่งสินค้าและอาวุธเป็นล้านตันไปที่เกาะอังกฤษ ซึ่งศัตรูอย่างกองทัพเรือเยอรมนีเองก็รู้ดีจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อสกัดกั้นภารกิจ! 5 นาทีแรกของหนังเราก็จะได้ลงเรือเลย ไม่ต้องลุ้นให้ยืดเยื้อ มากไปกว่านั้นตลอดเกือบ 90 นาที ก็เชิญดื่มด่ำกับอุปสรรคที่ถาโถมมาให้นั่งไม่ติดตลอดเรื่อง ไหนจะต้องสาดกระสุนใส่ศัตรู ไหนจะการติดต่อสื่อสารไม่ได้ดังใจ


