เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราเพิ่งพูดถึงความฮ็อตของพระเอกรุ่นเก๋าอย่าง Keanu Reeves กันไปหยก ๆ ในบทความ เมื่อทีมผู้สร้างหนังตระกูล FAST & FURIOUS เอ่ยปากอยากร่วมงานกับ KEANU REEVES ทำให้ไม่ว่าคนจากวงการทำภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่จาก Marvel หรือทีมงานสร้างหนังแอกชันสำหรับขาโจ๋วัยซิ่ง ไปจนถึงเทพแห่งวงการเกม ทุกคนต่างก็อยากจะร่วมงานกับเขาด้วยกันทั้งนั้น ทีมผู้สร้างหนังหลาย ๆ คนที่อยากจะร่วมงานกับพระเอกคนดังที่ร้อนแรงสุด ๆ ของปี 2019 จำนวนไม่น้อยต่างก็ต้องกินแห้วกลับบ้านไปมือเปล่าเพราะ Keanu Reeves มีตารางงานถ่ายหนังที่แน่นมาก ทั้งจากการเปิดกล้อง John Wick ภาคใหม่ และภาพยนตร์ภาคต่อระดับตำนานที่ทำให้เขาดังเป็นพลุแตกอย่าง The Matrix 4 จนเรามองไม่เห็นหนทางว่าเขาจะมาร่วมแจมกับภาพยนตร์โปรเจกต์ยักษ์ของค่ายไหนเลย จนกระทั่งตัวอย่างการ์ตูนฟองน้ำเรื่อง SpongeBob Movie: Sponge On The Run (2020) ออกฉายสู่ตาชาวโลก Keanu Reeves ที่ว่าตารางงานแน่นมากและไม่มีท่าทีจะตอบตกลงร่วมงานกับค่อยหนังใหญ่ไหน ๆ จู่ ๆ กลับปรากฏตัวอยู่ในตัวอย่างการ์ตูน The
ในชีวิตอันแสนสั้นของมนุษย์ บางช่วงเวลาก็ดูยาวนานราวไม่มีสิ้นสุด ความรู้สึกเหล่านี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณกำลัง ‘รอคอย‘ อะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รอรถ รอเรือ รออาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ รอเวลากลับบ้าน หรือรอใครสักคนโทรมา แต่จุดสูงสุดของความทรมานคงหนีไม่พ้น “รอเธอ” พูดแล้วก็หน่วงนะครับ ไม่ว่าคุณจะรอเธอเนื่องในโอกาสอะไร รอรัก หรือรอเลิก วันนี้ WEEKLY PLAYLIST กลับมาอีกครั้ง พร้อมคัดสรรเพลงเพราะโดนใจสำหรับคนรอเก่งทั้งไทยและเทศมาไว้ที่นี่แล้ว จะมีเพลงอะไรบ้าง มาดูกัน! The Man Who Can’t Be Moved – The Script เริ่มต้นกันด้วยเพลงชาติคนรออย่าง The Man Who Can’t Be Moved จาก The Script เรื่องราวของชายที่บังเอิญตกหลุมรักหญิงสาวผู้หนึ่งโดยบังเอิญ เขาจึงตัดสินใจยืนอยู่ตรงนั้น ตรงที่เขาได้พบกับเธอ ที่เดิมไม่ไปไหน! เผื่อคนทั้งโลกจะให้ความสนใจและเห็นใจ เอาไปพูดปากต่อปากจนโด่งดังไปทั่วโลก เผื่อเธอคนนั้นจะย้อนกลับมาหาในวันใดวันหนึ่ง ฟังดูเวอร์ใช่ไหมครับ? อันที่จริงเพลงนี้เปรียบเปรยถึงเวลาที่เราเจอใครสักคนที่ถูกใจ หัวใจเราจะเหมือนหยุดอยู่ ณ ช่วงเวลานั้นตลอดไป
ค่ำคืนหนึ่งในเยอรมนีที่เงียบสงบดูเหมือนว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีเหมือนทุกวัน แต่แล้วเมื่อรุ่งเช้าชาวเมืองตื่นขึ้นมาพบกับกำแพงลวดหนามที่ฉีกประเทศให้แยกออกจากกัน เพียงข้ามคืนการเดินทางอย่างอิสระไปทั่วประเทศถูกปิดกั้นเพราะอุดมการณ์ที่แตกต่างช่วงสงครามเย็น UNLOCKMEN อยากพาทุกคนย้อนเวลากลับไปยังยุคสมัยแห่งความตึงเครียดอย่างสงครามเย็นที่ทำให้เยอรมนีแตกออกเป็นสองฝั่ง แต่ใต้ความเครียดอันกดดันแสนหดหู่ก็ยังมีเรื่องเท่ ๆ เกิดขึ้นฝั่งเยอรมนีตะวันออก เมื่อเหล่าปัญญาชนและผู้คิดนอกกรอบจะไม่ยอมอยู่ภายใต้เผด็จการอีกต่อไป การต่อต้านของเหล่าขบถมีหลายแบบ แต่สิ่งที่รวมคนหลากกลุ่มในเยอรมนีทั้งเด็กนักเรียน เด็กเกเร คนทำงานที่ไม่ชื่นชอบระบอบการปกครองที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่คือเสียงดนตรีและวงดนตรีที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์อย่างพังก์ (Punk) เมื่อพังก์กลายเป็นสัญลักษณ์ของเหล่าขบถ กำแพงลวดหนามถูกเปลี่ยนเป็นกำแพงใหญ่คล้ายม่านเหล็ก ระเบิดจำนวนมากถูกวางไว้นอกเขตพร้อมกับการคุ้มกันหนาแน่น มีหอสังเกตการณ์ของพลซุ่มยิง เพื่อให้แน่ใจว่าคนทั้งสองฝั่งไม่เล็ดลอดสายตาแอบไปมาหาสู่กันโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมนีตะวันออกอย่างเลี่ยงไม่ได้ต้องการชีวิตเสรีภาพดั่งเคยมีมาตลอด หลาย ๆ คนออกมาแสดงความคิดเห็น ออกมาชุมนุมกันเพื่อเรียกร้องขอเสรีภาพแต่ก็ต้องล้มเหลวไปทุกครั้งเพราะผู้มีอำนาจทำเป็นมองไม่เห็นเสียงเหล่านี้ เมื่อพูดคุยกันอย่างปัญญาชนไม่สำเร็จ พวกคนที่พยายามเรียกร้องจากการชุมนุมประท้วงก็ยังคงเดินหน้ากันต่อ แต่บางคนมองว่าสุดท้ายคนเบื้องบนก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อไปอยู่ดี พวกเขาจึงหันเดินลงสู่ใต้ดินและทำอะไรนอกกรอบกันบ้าง วัยรุ่นหลายคนที่ชำนาญการช่างหันมาแต่งรถซิ่งสร้างแก๊งเพื่อขับรถก่อกวนเจ้าหน้าที่ทั่วเมือง เหล่าศิลปินที่ไม่สามารถเข้าไปแสดงดนตรีได้ดังเดิมหันมาจัดงานคอนเสิร์ตผิดกฎหมายผ่านการชักชวนกันแบบปากต่อปาก บางครั้งจัดคอนเสิร์ตเถื่อนในโบสถ์ บ้างก็เปลี่ยนไปจัดในชั้นใต้ดินของร้านเล็ก ๆ ตามตรอกที่ไม่มีใครสนใจ และไม่ลืมถ่ายวิดีโอเก็บไว้และส่งเทปบันทึกภาพเหล่านั้นให้คนในเยอรมนีตะวันออกที่ไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ต การกระทำนอกกรอบของกลุ่มต่อต้านสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนห่อเหี่ยวหลังม่านเหล็กได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อความห่ามอันบ้าคลั่งของเหล่าวัยรุ่นและนักดนตรีรู้ไปถึงหูของผู้มีอำนาจ สิ่งที่ตามมาคือกฎระเบียบเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม กลุ่มเครือข่ายดนตรีพังก์ใต้ดินของเยอรมนีตะวันออกถูกจับตามองโดยรัฐบาลเผด็จการ แม้จะมีศิลปินตั้งหลายแนวที่แอบจัดคอนเสิร์ตผิดกฎหมายแต่ทำไมวงพังก์ถึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ ? นั่นเป็นเพราะวงดนตรีพังก์เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์อันแตกต่าง การแต่งตัวจัดจ้าน บุคลิกพร้อมเผชิญหน้า รวมถึงบทเพลงเต็มไปด้วยอารมณ์ ความหมายของเนื้อเพลงที่บอกเล่ารุนแรง ส่วนพังก์จากเกาะอังกฤษมีเนื้อเพลงที่ว่าด้วยอนาคต สังคมและเศรษฐกิจที่พร้อมก้าวไปข้างหน้า แต่ปัญหาที่ผู้คนในเยอรมนีตะวันออกกำลังเผชิญมันตรงกันข้ามกับบทเพลงพังก์แบบอังกฤษอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตกงาน ถูกกดขี่ ไม่มีเวลามานั่งนึกถึงอนาคตสว่างไสวอันแสนไกลเหมือนคนอังกฤษ สิ่งเหล่านี้หลอมรวมให้วงพังก์ในเยอรมนีตะวันออกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่าที่ไหน ๆ ด้วยความร้อนแรงแบบนี้จึงไม่แปลกที่ผู้มีอำนาจมองว่า
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่เคยต้องเลือก ระหว่างสิ่งที่ทำได้กับสิ่งที่ใจรัก และเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ระหว่างการเดินไปเรื่อย ๆ บนพื้นราบที่ไร้อุปสรรคกีดขวาง กับการยอมเดินลงบนเส้นทางที่ขรุขระแต่มีจุดหมายปลายทางที่ใฝ่ฝัน คุณจะเลือกเส้นทางไหน ? แม้ว่าคุณจะได้รับค่าตอบแทนที่ดี มีอาชีพที่มั่นคง แต่หลายครั้งเบื้องลึกในจิตใจก็คอยพร่ำกระซิบให้คุณไขว่คว้า ‘อะไรบางอย่าง’ แม้จะต้องแลกกับทุกสิ่งในชีวิต ‘เล็ก อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร’ หรือที่เรารู้จักเขาในชื่อ ‘เล็ก Greasy Cafe’ เคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นเช่นกัน จากอดีตช่างภาพอนาคตไกล ผู้ได้รับการยอมรับในวงการ สู่การเริ่มต้นใหม่อีกครั้งจากศูนย์ในฐานะศิลปิน อะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจละทิ้งทุกสิ่งที่เคยสร้าง UNLOCKMEN ขอยกเรื่องเล่าจากปากของเขาในงาน ZERO TO HERO TALK AND CONCERT: “The Art of Giving Up” วงสนทนาที่ไม่ได้ว่าด้วยความสำเร็จ มาให้ทุกคนได้ฟังอีกครั้งในวันนี้ ก่อนหน้านี้คุณเคยมีอาชีพที่มั่นคงอยู่แล้ว อะไรที่ทำให้ตัดสินใจมาเริ่มต้นใหม่จาก ‘ศูนย์’ ในวงการดนตรี? จริง ๆ มันเป็นเรื่องของโอกาสด้วยครับ เผอิญว่า ‘คุณรุ่ง สมอลล์รูม’ เขารู้จักกับเราอยู่แล้ว แล้วเขาก็รู้ว่าเราทำเพลง แม้ตอนนั้นจะไม่ได้ทำเป็นชิ้นเป็นอัน รุ่งเขามาบอกว่ากำลังจะเปิดค่ายเพลง
ปีนี้ถือเป็นปีที่ดุเดือดสำหรับตลาดสตรีมมิ่ง แต่ละค่ายหนังไม่ว่าจะเป็น Netflix ที่ติดตลาดผู้คนส่วนใหญ่จนแมสไปแล้ว หรือ HBO Max มาจนถึง Disney ที่เตรียมสร้าง Desney+ พร้อมขนซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลมาเรียกแฟนหนังกันยกใหญ่ ล่าสุดค่ายโทรศัพท์ชื่อดังอย่าง Apple TV+ ก็กำลังสร้างซีรีส์เป็นของตัวเองเช่นเดียวกันโดยคว้าพระเอกมาดเซอร์ Jason Momoa มารับบทนำในโปรเจกต์ใหญ่ See (2019) เป็นออริจินัลคอนเทนต์ของค่าย Apple TV+ กับซีรีส์ Sci-Fi ที่มีกลิ่นอาย Drama อัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยมท่ามกลางบรรยากาศดิบ ๆ เมื่อโลกใบเดิมของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 เกิดมีไวรัสร้ายแพร่กระจายและคร่าชีวิตของผู้คนไปนับล้าน ๆ จนท้ายที่สุดแล้วโลกเหลือผู้รอดชีวิตไม่ถึง 2 ล้านคน ผู้รอดตายต้องแลกมาด้วยความบกพร่องทางการมองเห็นเพราะไวรัสทำลายระบบการมองเห็นไปจนหมดสิ้น วันเวลาผ่านไป ผู้คนที่เหลืออยู่ต้องเริ่มชีวิตใหม่อยู่กับการสัมผัสและเสียง สิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องใช้สายตาถูกหลงลืมไปตามกาลเวลา เมื่อวันสิ้นโลกกลายเป็นเรื่องเก่ากว่า 600 ปีที่บอกเล่าต่อกันมาหลายรุ่น เรื่องราวของคนที่มองเห็นกลายเป็นแค่คำบอกเล่าคร่ำครึ เป็นตำนานเรื่องนอกรีตที่ผู้คนหวาดกลัว ห้ามพูดถึงมันโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะถูกเรียกว่าแม่มดและโดนเผ่าใหญ่อย่างกลุ่มล่าแม่มดจับเผาทั้งเป็น Baba Voss (Jason Momoa) หัวหน้าเผ่าที่อาศัยอยู่ในป่าลึกเจอกับหญิงสาวนิรนามท้องแก่หลงทางในพายุหิมะ เขารับเธอเข้ากลุ่มท่ามกลางความไม่พอใจของสมาชิกบางคนเพราะเธอเป็นคนนอก หญิงสาวคนนี้เรียกได้ว่าเป็นทั้งปัญหาและอนาคตที่จะเปลี่ยนโลก
“วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง” วันลอยกระทงกำลังจะเวียนมาบรรจบอีกครั้ง! ถึงเทรนด์รักษ์โลกจะมาแรงจนหลายคนลังเลว่าจะลอยหรือไม่ลอยดี เพราะไม่อยากสร้างความสกปรกให้น่านน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ แต่ในช่วงเวลาพิเศษแบบนี้ ไม่ว่าจะอากาศสบาย ๆ ก็ดี ลมเย็น ๆ ก็ดี ไหนจะพระจันทร์ดวงโตแบบหนึ่งปีมีครั้ง การดื่มด่ำไปกับบรรยากาศ ซึมซับกลิ่นอายแห่งความรื่นรมย์ก็เป็นอะไรที่ปฏิเสธไม่ลงจริง ๆ วันนี้ทีมงาน UNLOCKMEN จึงร่วมมือกันสร้างเพลย์ลิสต์แบบจัดหนักจัดเต็มสำหรับคนอยากอินเทศกาล เราจะมาแนะนำเพลงเกี่ยวกับ ‘พระจันทร์’ ทั้งไทยและสากล ให้เอาไปเปิดฟังเพลงชมจันทร์กันเพลิน ๆ ในวันลอยกระทงที่จะถึงนี้ จะมีเพลงอะไรบ้าง เรามาดูกัน เพลงสากล 1. Pink Moon – Nick Drake อันที่จริงเพลงนี้ซ่อนความหมายเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตของ Nick Drake ผู้แต่งเพลงนี้เอาไว้ แต่ความเบาสบายของดนตรี และท่อนฮุคติดหูร้องตามง่าย “Pink Moon” จึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับการเปิดคลอเอาไว้ยามดวงจันทร์สุกสว่างสดใสกว่าทุกคืน 2. Harvest Moon – Neil Young หากจะเอ่ยถึงเพลงที่เกี่ยวกับการเต้นรำใต้แสงจันทร์ ไม่มีอะไรจะโรแมนติกไปกว่า Harvest Moon ของ Neil
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทในการฟังเพลงของผู้คน สองหนุ่มวง “Dept” เบนซ์ (กีตาร์/ร้องนำ) และ ลุค (คีย์บอร์ด) เพื่อนคู่หูจากคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ก็เป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับอิทธิพลจากสิ่งนี้เช่นกัน พวกเขาเริ่มต้นจากการช่วยกันทำเพลงเอง ปล่อยเพลง โปรโมตตัวเอง แบบที่ไม่ได้คาดหวัง ต่อมาเมื่อวันเวลาล่วงเลย โชคชะตาและ WiFi ก็พายอดวิวเพลงของพวกเขาขึ้นจากหลักหมื่นเป็นหลักล้าน จนมาถึงวันที่ค่ายอินดี้แถวหน้าอย่าง Smallroom ได้ชักชวนให้พวกเขาเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว วันนี้เราจะพาชาว UNLOCKMEN มาทำความรู้จักกับ Dept ให้มากขึ้น พวกเขาเป็นใคร มาจากไหน แล้วไปไงมาไงถึงได้ร่วมงานกับค่าย Smallroom บทสนทนานี้มีคำตอบ แล้วคุณจะได้รู้ว่า ‘เพลงของ Dept ฟังสบายเช่นไร ตัวตนของพวกเขาก็สบาย ๆ เช่นนั้น’ ชื่อวง Dept มาจากไหน? ลุค: มาจาก Johnny Depp ครับ แต่เปลี่ยนตัว P ข้างหลังให้เป็นตัว T เบนซ์: ตอนแรกคิดไม่ออก แต่ไปเจอ Fact
ถ้าเป็นนักดูหนังคลาสสิกตัวยง หรือหนุ่ม ๆ ที่หลงใหลแฟชั่นวินเทจสุดเท่คงต้องรู้จักนักแสดงชายมากเสน่ห์นามว่า James Dean กันอย่างแน่นอน เพราะเขาถือเป็นขวัญใจของวัยรุ่นจากยุค 50 สร้างชื่อจากบทสมทบในละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ รวมถึงละครเวทีทำให้เขาถูกพูดถึงเป็นวงกว้างอย่าง The Immoralist (1954) กับการรับบทเป็นเกย์หนุ่มเชื้อสายอาหรับ จนได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง East of Eden (1955) เขาเป็นนักแสดงที่ผู้ชมต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าเปล่งประกาย เต็มไปด้วยเสน่ห์ แต่น่าเศร้าเมื่อเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 1955 ด้วยวัย 24 ปี ถึงแม้จะมีชีวิตอยู่เพียงไม่นานแต่เขาก็เป็นชายที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูดและวงการแฟชั่นช่วงทศวรรษที่ 1950 ในฐานะของไอคอนทางวัฒนธรรมที่ผู้คนไม่เคยลืม เรื่องราวของ James Dean เหลือเพียงความทรงจำ ผลงานโทรทัศน์ และภาพถ่ายหลังการจากไปนานกว่า 64 ปี ได้รับการบอกเล่าซ้ำ ๆ ผ่านผลงานที่เขาทิ้งไว้ แต่ตอนนี้เราจะมีเรื่องราวใหม่ ๆ ของ Dean ให้พูดถึงมากขึ้นไปอีก เมื่อค่ายหนังเตรียมใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่นำชายหนุ่มจากยุค 50 กลับมาสู่โลกภาพยนตร์อีกครั้ง สำนักข่าวเจ้าประจำอย่าง The Hollywood Reporter รายงานว่าค่ายหนัง
“แต่ละเดือนมีคอเพลงกว่า 1 พันล้านคนใช้บริการ YouTube” ผลสำรวจของ ipsos เปิดเผยว่า “9 ใน 10 คนของคนไทยที่ออนไลน์เข้ามาใน Youtube ทุกวัน” และจากคอนเทนต์เพลงลูกทุ่งที่ยังคงเป็นคอนเทนต์ยืนหนึ่งเสมอก็เป็นตัวชี้วัดได้ว่า ไม่ได้มีเฉพาะคนเมืองที่เข้า Youtube ส่วนเราก็สารภาพตรงนี้เลยว่าเราคือหนึ่งในนั้น ที่ต่อให้มีแอปฯ เฉพาะสำหรับฟังเพลง เราก็ยังไม่วายกดเข้า Youtube ให้วิ่งในหน้า Browser ระหว่างทำงานทุกวัน เพราะสำหรับเราแพลตฟอร์มของ Youtube มีหลายคอนเทนต์ให้เลือกและยังใช้งานได้ดี ยกเว้นตอนที่ตั้งใจจะฟังเพลงอย่างเดียวผ่านสมาร์ตโฟน พอสลับแอปฯ ทีไรเพลงต้องดับกลางคันตลอด มาวันนี้ฤกษ์งามยามดี Youtube ประเทศไทยมาประกาศว่าจะเปิดตัวแอปฯ ใหม่เพื่อเอาใจคอเพลงที่ Crimson’s Room, Velaa Sindhorn Village เราเลยรีบบึ่งมาฟังและมาบอกก่อนใคร ส่วนหนึ่งเพราะอยากรู้ว่าเปิดตัวทีหลังจะมีอะไรดีกว่าให้เลือกไหม หรือราคาจะน่าคบหาหรือเปล่าเพราะเราก็แฟนประจำ ชาว UNLOCKMEN คนไหนอยากอ่านครบ ๆ บอกเลยว่า เราสรุปรายละเอียดมาให้ตัดสินใจแล้ว ว่าคุณจะย้ายค่ายแอปฯ สตรีมมิงในมือถือดีไหม 2 WAYS FOR MUSIC LIFESTYLE งานเปิดตัวครั้งนี้แบ่งเป็น
ปี 2019 ถือเป็นปีทองของนักแสดงรุ่นเก๋าอย่างคีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) อีกครั้งหลังได้เคยรับความนิยมท่วมท้นภาพยนตร์เรื่อง The Matrix ได้คำชมล้นหลามจากภาพยนตร์แอกชันสุดดิบ John Wick ไปร่วมพากย์หนังในแอนิเมชันระดับตำนานอย่าง Toy Story 4 (2019) และเป็นตัวละครในเกม Cyberpunk 2077 จนตอนนี้ไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็อยากจะร่วมงานกับพระเอกฮอลลีวูดคนนี้ด้วยกันทั้งนั้น หลากหลายค่ายสร้างหนังเอ่ยปากอยากได้คีอานู รีฟส์ มาแจมในภาพยนตร์ของตัวเอง ไม่ว่าจะประธานค่าย Marvel Studio ที่เอ่ยปากว่ารีฟส์เป็นนักแสดงชายที่มากด้วยเสน่ห์ และคงจะดีไม่น้อยถ้าได้เขามาร่วมแจมในจักรวาลซูเปอร์ฮีโร่ของตัวเอง แถมยังไม่เกี่ยงว่าจะต้องมาเล่นเรื่องไหน ขอแค่เป็นรีฟส์เขาก็พร้อมจะร่วมงานด้วย ชื่อเสียงของรีฟส์ยังกระโดดออกจากวงการภาพยนตร์ไปสู่วงการเกมด้วยเช่นกัน เมื่อเทพโคจิมะหรือ Hideo Kojima ผู้สร้างเกมชื่อดังก็เอ่ยปากชมรีฟส์อยู่บ่อย ๆ หลังจากพบกัน ว่าเขาเป็นชายที่สุภาพ อ่อนน้อม และเทพโคจิมะยังทิ้งท้ายอีกว่าถ้ามีโอกาสในอนาคต เขาก็ไม่พลาดร่วมงานกับคีอานู รีฟส์ แน่นอน กระทั่งล่าสุดทีมผู้สร้างภาพยนตร์แอกชันแฟรนไชส์ชื่อดังที่มีรถเป็นตัวหลักของเรื่องอย่าง Fast & Furious ซึ่งตอนนี้มีหนังออกมาถึง 8 ภาคแล้ว แถมภาคที่ 9
แฟนเพลงของ Imagine Dragons คงพอทราบกันมาบ้างว่า วงร็อกอเมริกันวงนี้มีแนวคิดแบบหัวสมัยใหม่ รวมถึงสมาชิกแต่ละคนในวงนั้นก็ช่างแสนดี ไม่ว่าจะเป็นการหมั่นให้กำลังใจผู้คน ถ่ายทอดวิธีคิดเชิงบวกผ่านบทเพลง ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพจิตและโรคซึมเศร้าบนคอนเสิร์ต ต่อต้านการใช้ปืน รวมไปถึงสนับสนุนความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) เรียกได้ว่าอะไรที่เป็นคุณงามความดี เหล่าหนุ่มมังกรเขาพร้อมจะผลักดันทุกช่องทาง ทั้ง ๆ ที่เป็นวงหัวก้าวหน้า แต่ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน เพลงฮิตอย่าง ‘Radioactive’ ของพวกเขาดันไปปรากฏอยู่ในรายการวิทยุชื่อ America First ของ Sebastian Gorka อดีตผู้ช่วยของประธานาธิบดี Donald Trump ซะงั้น เรื่องมันเริ่มจากวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งทวีตมาบอก Dan Reynolds ฟรอนต์แมนของว่า Sebastian Gorka เอาเพลงวงเขาไปใช้ในรายการวิทยุนะ แน่นอนว่างานนี้พี่ Dan แกไม่ยอม! Dan Reynolds ทำการลงดาบขั้นแรกด้วยการทวีตไปถึง Sebastian Gorka โดยตรง (พ่วงทวีตผู้ที่แจ้งข่าวไปด้วย) ว่า “ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบครับ ผมไม่เคยอนุญาต ช่วยหยุดใช้เพลงของ Imagine
สำหรับคนที่ชื่นชอบการดูภาพยนตร์คงไม่มีใครไม่รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อของ มาร์ติน สกอร์เซซี (Martin Scorsese) ผู้กำกับหนังชื่อดังที่สร้างภาพยนตร์ สารคดี รายการโทรทัศน์มาแล้วกว่า 60 เรื่อง ใคร ๆ ก็ชื่นชมเขา ใคร ๆ ต่างก็นับถือเขา แต่ในตอนนี้เขากลับต้องเจอกับคำวิจารณ์ของสังคมครั้งใหญ่เพราะเขาบอกว่าหนังของ Marvel เป็นแค่สวนสนุก และทำให้เราต้องคิดตามว่า ‘แล้วหนังแบบไหนถึงจะเรียกว่าภาพยนตร์ที่แท้จริงได้บ้าง ?’ บางคนอาจยังสับสนว่า มาร์ติน สกอร์เซซี เป็นใคร เขามีผลงานโด่งดังอะไรบ้างที่ทำให้กลายเป็นตำนาน และทำไมมุมมองเกี่ยวกับภาพยนตร์ของเขาสามารถสร้างผลกระทบให้กับวงการภาพยนตร์ได้มากมายขนาดนี้ UNLOCKMEN จะพาไปทำความรู้จักกับผู้กำกับชื่อดังคนนี้ให้มากขึ้น เพราะการสร้างสรรค์ผลงานผ่านการกำกับและงานเขียนสามารถทำให้เรารู้ลึกถึงความคิดของคนคนหนึ่งได้ ความสำเร็จของ MARTIN SCORSESE ก่อนสกอร์เซซีจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับหนังที่มีอิทธิพลต่อวงการฮอลลีวูด เขาแจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง Mean Streets (1973) บอกเล่าสังคมของผู้คนและกลุ่มผู้มีอิทธิพลในโลกใต้ดินเมืองนิวยอร์กผ่านเด็กเก็บค่าคุ้มครอง แม้มีงบทำหนังจำกัดมาก ๆ แต่สกอร์เซซีทำให้ผู้คนเห็นว่าเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาหลักในการสร้างภาพยนตร์ที่ดี จากนั้นต่อด้วยเรื่อง Taxi Driver (1976) ชายผู้ผ่านสงครามเวียดนามที่เป็นโรคนอนไม่หลับเลยมาขับแท็กซี่ตอนกลางคืน แต่สุดท้ายจับพลัดจับผลูวางแผนฆ่าผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วยการกำกับอันแยบคาย ดนตรีประกอบสไตล์แจ๊สที่ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ชมเพราะเป็นผลงานสุดท้ายของ Bernard Herrmann นักดนตรีประพันธ์ดนตรีประกอบชื่อดัง


