หล่อสุดในงานนี้ต้องยกให้ Nissan หลังเปิดตัว GT-R รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันฉลองครบรอบ 50 ปี รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตสมรรถนะสูง ระดับตำนานของนิสสัน ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 หรือ The 36th Thailand International Motor Expo 2019 Nissan GT-R รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี จำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคา 11.3 ล้านบาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรและการบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดยสยาม นิสสัน ทีเคเอฟ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นศูนย์บริการรถยนต์สมรรถนะสูงของนิสสัน หรือ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ (Nissan High Performance Center) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีที่พิเศษสุด จีที-อาร์ รุ่นพิเศษนี้จะมาในรูปแบบของการผสมผสาน สีภายนอกแบบทูโทนที่สืบทอดกันมาถึงสามยุค สื่อถึงความพิเศษของจีที-อาร์ จากการแข่ง
60 ปี ถือเป็นช่วงเวลาอันยาวนานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในชีวิตคนเรา ยิ่งถ้าพูดถึงสิ่งที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราได้นานถึง 60 ปี ไม่ว่าจะเป็นความทรงจำ สิ่งของ หรือสถานที่ ระยะเวลา 60 ปีนับเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นเยี่ยมว่าสิ่งนั้น “ทรงคุณค่า” มากเพียงใด ปี 1959 คือช่วงเวลาที่ผู้คนทั่วโลกได้รู้จักกับ MINI (มินิ) ในฐานะรถยนต์ไซซ์เล็กสไตล์อังกฤษที่มาพร้อมดีไซน์สวยงามและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ในขณะที่สมรรถนะก็ไม่เป็นสองรองใคร รวมถึงอายุการใช้งานที่ทนทาน ทั้งนี้จึงกลายมาเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้คนหลงใหลรถยนต์ของมินิ จนกลายเป็นรถคู่ใจของผู้คนทั่วทุกมุมโลก จนกระทั่งเดินทางเข้าสู่ปีที่ 60 แล้ว ไม่เพียงแค่ผู้คนทั่วโลกเท่านั้น ชาวไทยยังไว้วางใจรถยนต์มินิตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา เป็นข้อพิสูจน์ว่ารถยนต์มินิทรงคุณค่าในสายตาชาวไทยอยู่เสมอ ในวาระครบรอบ 60 ปี มินิ ประเทศไทย จึงอยากมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับคนรักรถมินิในประเทศไทยในงาน MINI THAILAND UNITED 2019 ที่มาพร้อมคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น โต๋-ศักดิ์สิทธิ์, ว่าน-ธนกฤต, ทอม-อิศรา รวมถึงวง ETC วง Season Five และคู่หูดูโอ้ในตำนานขวัญใจหนุ่ม ๆ อย่าง Triumps
“ทุกวัน…ผมเริ่มห่างไกลจากความเป็นมนุษย์เข้าไปทุกที” ประโยคที่เหมือนดักตีหัวระหว่าง scroll เจอในโลกออนไลน์กับโปสเตอร์งานที่เห็นครึ่งคนครึ่งเหี้ย ทำให้เราตัดสินใจกันทันทีว่าชาว UNLOCKMEN ต้องไปดูงานนี้ให้ได้ ยิ่งพอไปดูกับตัวแล้วเจอความรู้สึกบวก ๆ เกินความคาดคิด ยิ่งทำให้ต้องมาบอกต่อ ก่อนจะไปว้าวกับภาพงานที่เราเอามาฝาก ซึ่งเรารับรองว่าคุณจะสนุกกว่าถ้าไปเล่น ไปเห็นด้วยตาตัวเอง ขอเกริ่นเรื่องศิลปินที่สร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมาก่อน พวกเขาคือ “Living Spirits” กลุ่ม Art Collective ที่หลายคนเคยได้ยินหรือรู้จักจากงาน Light Installation เพราะเขาคือกลุ่มตัวแทนคนไทยที่ไปจัดแสดงงานในสิงคโปร์ ผลงานของพวกเขาเน้นการตั้งคำถาม การรับฟัง และเชื่อมโยงสิ่งเหล่านั้นให้ผู้คนเข้าใจและเกิดการรับรู้ผ่านศิลปะ “I GONE WILD (everyday)” ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมเรื่องการตั้งคำถามและรับฟังแปรมาเป็นงานศิลป์ให้เราเข้าถึง เขานำคอนเซ็ปต์ของภาพจำ เหตุการณ์ในเมืองหลวงที่คุ้นตา ปัญหาที่ไม่เคยถูกแก้ไขหรือแก้แล้วยังวนลูปกลับมาเป็นซ้ำ ๆ สิ่งเหล่านี้เชื่อว่าเราต้องเคยเห็น เผลอ ๆ หลายอย่างเราก็ต้องเคยทำ โดยเอามาล้อเลียนกับสำนวนภาษาของคนไทยเปรียบเทียบให้ดูตลก กัดเบา ๆ แต่ทำให้เรารู้สึกอมยิ้มตาม ภายในนิทรรศการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนในพื้นที่เดียวกัน ส่วนแรกเป็นภาพติดผนัง และส่วนที่เป็นไฮไลต์คือเจ้าโมเดล 3d print สีขาวเทา จำลองภาพเหตุการณ์ในเมืองที่เราต้องหยิบกระจก (Tablet)
ผู้ชายอย่างเราต่างชื่นชอบความท้าทายและการเอาชนะเป้าหมาย เพราะไม่ว่าขีดจำกัดที่ตัวเองตั้งเอาไว้จะยากแค่ไหน แต่หากเราทำได้สำเร็จนั่นคือการพิสูจน์ว่า ตัวเรามีศักยภาพมากพอที่จะทำเรื่องที่ยากหรือเหนือขีดจำกัดของตัวเองได้ การวิ่งมาราธอนคือหนึ่งในกิจกรรมที่หนุ่ม ๆ หลายคนใช้ท้าทายขีดจำกัดของร่างกายและวินัยในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนที่เริ่มต้นวิ่งเพื่อสุขภาพ หรือคนที่ฝึกซ้อมจริงจังโดยมีเป้าหมายคือพิชิตการแข่งขันมาราธอนระดับเวิลด์เมเจอร์สักครั้งในชีวิต และเรารู้ว่าทุกคนกำลังมองหารายการแข่งขันที่ท้าทายกันอยู่ BMW Berlin Marathon คือ 1 ใน 6 การแข่งขันมาราธอนระดับเวิลด์เมเจอร์ที่คนทั่วโลกสนใจและต้องการเข้าร่วมมากที่สุด เพราะการแข่งขันที่จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1974 ณ ใจกลางกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี รายการนี้ถือเป็นสนามมาราธอนที่มีชื่อเสียงในหลายด้าน ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมของอากาศหรือความสวยงามตลอดสองข้างทาง ทำให้แต่ละปีมีนักวิ่งมาราธอนจากทั่วโลกเข้าร่วมมากกว่า 40,000 คน BMW Berlin Marathon ยังเป็นสนามวิ่งที่เหมาะสมที่จะท้าทายสถิติการวิ่งของตัวเอง เพราะนี่คือหนึ่งในสนามที่มีปัจจัยเหมาะสมจะวิ่งมาราธอน เพราะเป็นสนามที่มีทางโค้งน้อยและอยู่ในระดับความสูงจากน้ำทะเลที่เหมาะสม รวมถึงอุณหภูมิซึ่งอยู่ระหว่าง 14-18 องศาเซลเซียส ทั้งหมดเป็นเหตุผลที่ทำให้ BMW Berlin Marathon เป็นรายการแข่งขันที่เหล่านักวิ่งระดับตำนานมาฝากสถิติโลกเอาไว้มากที่สุด รวมถึงสถิติโลกปัจจุบันที่ Eliud Kipchoge ทำได้ในปี 2018 ด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 1 นาที 39 วินาที
ผู้ชายอย่างเราต่างหลงใหลในความสนุกและบรรยากาศของเทศกาลดนตรีคุณภาพ และในปีที่ผ่านมาหากใครมีโอกาสเดินทางไปร่วมสนุกกับงาน JAM FEST ซึ่งจัดขึ้นโดยค่ายเพลง What The Duck และ Jameson คงจะรู้สึกได้ถึงความสนุกสนาน รวมถึงได้ซึมซับประสบการณ์ทางดนตรีอันยอดเยี่ยม จนต้องเฝ้ารองานครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้น มาในปีนี้เทศกาลดนตรีอย่าง JAM FEST กลับมาอีกครั้งแบบยิ่งใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม แต่ก่อนที่เราจะได้พบกับความสนุกของ JAM FEST 2019 เรามาอุ่นเครื่องด้วยการทำความรู้จัก ความเป็นมา รวมถึงสิ่งพิเศษที่เราจะได้พบกันในงานครั้งนี้ ผ่านบทสนทนากับสองหัวเรือใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง พี่มอย-สามขวัญ ต้นสมพงษ์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลง What The Duck และคุณเควนติน จ็อบ Managing Director จาก Pernod Ricard Thailand เริ่มกันที่คุณเควนติน จ็อบ ปีนี้เป็นปีที่เท่าไหร่ของการทำงานในประเทศไทยแล้ว หลังจากเข้ามาทำงานในเมืองไทย มองเห็นทิศทางและความท้าทายอะไรในตลาดเครื่องดื่มของเมืองไทยบ้าง คุณเควนติน: ผมเริ่มต้นทำงานกับทาง Pernod Ricard Thailand มาประมาณ 20 ปี ส่วนในประเทศไทยปีนี้เข้าสู่ปีที่ 3 แต่ก่อนหน้านี้เคยมีโอกาสมาประเทศไทยเมื่อ
ถ้าเทียบกับส่วนอื่น ๆ ของประเทศ ย่าน “เมือง” จะเป็นที่แรก ๆ ที่โดนเปลี่ยนแปลงก่อน แถมยังต้องปรับเปลี่ยนหน้าตาบ่อย ๆ เพื่อพัฒนาพื้นที่ตอบโจทย์คนมาใหม่และคนที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม หนึ่งในพื้นที่นั้นคือ “สามย่าน” โซนความเจริญที่มีแหล่งร้านอาหารเพียบ เลยไปหน่อยก็เจอหัวลำโพง ใกล้ MRT มีวัด ขยับไปอีกด้านมีห้าง มหาวิทยาลัย ศูนย์รวมความทันสมัยมากมายที่พวกเราต่างไปที่นั่นกันบ่อย ๆ แล้วนอกจากพื้นที่สาธารณะล่ะ? พื้นที่ส่วนตัวประเภทที่อยู่อาศัยมีอะไร เขาอยู่กันแบบไหน ทั้งก่อนและหลังการเปลี่ยนผ่านไปเป็นพื้นที่ใหม่? Art of Ars ครั้งนี้เราขอชวนชาว UNLOCKMEN ที่กำลังกระหายศิลปะกับความรู้สึกแปลกใหม่ กำลังอยากเติมไอเดียไปดูนิทรรศการในสามย่านที่ The Shophouse 1527 พื้นที่ทดลองแห่งใหม่จากความร่วมมือของ Cloud Floor, If และ soi | ซอย ที่เพิ่งเปิดตัวนิทรรศการแรกเล่าความสัมพันธ์กับคนและสถาปัตยกรรม โดยใช้ชื่อว่า Resonance of Lives at 1527 คุณเคยเห็นตึกเก่า คุณเคยเห็นตึกใหม่ที่โดนรีโนเวตแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเห็นตึกนั้นตอนเปลี่ยนแปลง นี่คือคอนเซ็ปต์ตั้งต้นของ Resonance
สำหรับผู้ชายที่ชื่นชอบรถยนต์และความเร็ว เมื่อศึกษาศาสตร์เกี่ยวกับรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตัวรถหรือวิธีการดัดแปลงและซ่อมบำรุง โดยเฉพาะการเลือกอุปกรณ์ที่ดีที่สุดใส่เข้าไปในรถคันโปรด เราจะรู้ว่าอุปกรณ์ที่ดีจะสามารถดึงสมรรถนะสูงสุดในการใช้งานออกมาได้ รวมถึงมอบความปลอดภัยให้ทุกการขับขี่ ยางรถยนต์ จึงเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญสำหรับรถทุกคัน ที่หากเปรียบรถเป็นคนสักคนแล้ว ยางก็เป็นเหมือนรองเท้าคู่เก่งที่ทำให้เราก้าวย่างได้อย่างเฉิดฉายและมั่นใจ รวมถึงช่วยดูแลความปลอดภัยของการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้ผู้ชายหลายคนต่าง ๆ พิถีพิถันในขั้นตอนการเลือกยางสำหรับรถที่ใช้งานเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามการศึกษาหาอ่านทำให้เราได้รู้ข้อมูลพื้นฐานคร่าว ๆ ของยางแต่ละตัว แต่คงไม่มีการเรียนรู้ไหนที่ดีไปกว่า “การสัมผัสประสบการณ์ใช้งานด้วยตัวเอง” ที่จะทำให้ทุกรู้ว่ายางทั้ง 4 เส้นคือชุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถของเราหรือไม่ ขณะเดียวกันค่ายผู้ผลิตยางมืออาชีพอย่าง MICHELIN รู้ดีว่าการทำความรู้จักสมรรถนะด้านต่าง ๆ ในยางรถยนต์ โดยได้รับประสบการณ์การจากขับขี่ด้วยตัวเองสำคัญมาก MICHELIN จึงจัดอีเวนต์ MICHELIN Passion Experience ขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้คนรักความเร็วได้สัมผัสประสบการณ์ใช้งานยางจริงในรถยนต์ที่แตกต่างและสถานการณ์ที่หลากหลาย ปีนี้ UNLOCKMEN มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย อย่ารอช้า!เราจะพาคุณไปบินตรงไปถึงมาเลเซีย ณ Sepang International Circuit ซึ่งเป็นสังเวียนสำหรับการทดสอบครั้งนี้ MICHELIN เลือกสถานที่จัดงานทดสอบประสบการณ์ความเร็วได้เหมาะสมมากเพราะ Sepang International Circuit เป็นสนามแข่งรถระดับโลกที่มีรายการแข่งขันความเร็วชั้นนำเลือกใช้เป็นสถานที่สำหรับหาผู้ชนะอยู่เสมอ หนึ่งในนั้นคือสนามกรังด์ปรีซ์ของการแข่งขันรถสูตร 1 (Formula1) ที่แม้จะเพิ่งหมดสัญญาไปในปี 2018 แต่ยังคงมีการแข่งขันมากมายต่อคิวใช้สนามขนาดความจุ
คนเสพงานศิลปะหลายคนหลงเข้ามาในวงการ เดินอยู่ในแกลอรี่โดยไม่ทันได้จำชื่อของศิลปินด้วยซำ้ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร เพราะธรรมชาติเราใช้ใจสัมผัสผลงานก่อนชื่อเสียงเรียงนาม เราจดจำ ลายเส้น สีสัน เสียงดนตรี และความชอบได้ไวกว่าตัวคน แต่ด้วยเหตุผลที่จำไม่ได้ กว่าจะหากันเจอและติดตามผลงานต่อเนื่องก็กลายเป็นเรื่องเส้นผมบังภูเขา ทั้งที่งานศิลป์เหล่านั้นบางทีก็จัดอยู่ข้างบ้านหรือบนชั้นหนังสือที่เราเดินผ่าน คงจะดี ถ้ามีใครสักคนให้ตามไว้กันเหนียว หรือเปิดโลกทางศิลปะไทย? ใครคนที่ไม่ใช่ Van Gogh หรือ Leonado Davinci หรือศิลปินแห่งชาติเสียบ้างเพื่อเสพศิลป์แนวอื่น Ars of Art ครั้งนี้เราตั้งใจพาคุณไปจำชื่อศิลปินมือเก๋าสักคนที่ชื่นชอบจากสาขาที่สนใจในงาน “ศิลปาธร” ประจำปีพุทธศักราช 2562 งานรางวัลอันทรงเกียรติของศิลปินร่วมสมัยชาวไทยจากสาขาต่าง ๆ ที่เพิ่งสิ้นสุดการจัดแสดงที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา แม้งานจะจบลงแต่เราไม่พลาดเก็บบรรยากาศและผลงานที่น่าสนใจกลับมาฝากกัน ก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนว่าเหตุผลที่เราสนใจศิลปินทั้ง 7 จากงานศิลปาธรเพราะพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่แค่คนที่มีพรสวรรค์เข้าตากรรมการในปีนี้ แต่ยังเป็นศิลปินที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี การสร้างผลงานที่ดีโดดเด่นไม่ยากเย็น หากความหนาวของเส้นทางที่วิ่งต่อเนื่องต่างหากคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จ นที อุตฤทธิ์ (สาขาทัศนศิลป์) นที อุตฤทธิ์ เกิด 9 เมษายน 2513 จบการศึกษาศิลปบัณฑิต สาขาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์
‘เซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล วอทช์ แฟร์ 2019’ งานมหกรรมเรือนเวลาแห่งภูมิภาคเอเชีย สำหรับงานในปีนี้ G-SHOCK จัดเต็มด้วยการจำลองกลิ่นอายของโรงตีดาบ “กัซซัน” (GASSAN) ต้นตำหรับจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้ที่เข้าชมได้สัมผัสถึงกลิ่นอายและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนาฬิกาไฮไลท์อย่าง MRG-G2000GA-1A จากตระกูลกันกระแทกอันโด่งดัง MR-G (Majesty Reality G-SHOCK) โดยนาฬิการุ่นนี้ป็นรุ่นพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือกับกัซซัน ตระกูลช่างตีดาบจักรพรรดิ์เก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ที่สืบสานตำนานและฝีมือจากรุ่นสู่รุ่นมานานกว่า 800 ปี และได้มีการผลิตให้สะสมเพียง 300 เรือนทั่วโลกเท่านั้น ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมเพื่อความแข็งแกร่ง และยังมาพร้อมกับผิวสัมผัสที่สวยงามหรูหรา ผ่านทักษะของช่างฝีมือที่สร้างสรรค์คุณลักษณะของดาบอันประณีต นาฬิกา G-SHOCK MR-G Series รุ่น MRG-G2000GA-1A มาพร้อมกับกรอบ COBARION® ที่มีลวดลายของ Kissaki (ปลายดาบ) ตัวเรือนไทเทเนียมผ่านกระบวนการรีคริสตัลไลซ์ ซึ่งให้ความรู้สึกเสมือนลายคลื่นบนตัวดาบ และ เทคนิคการลงสีแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ผสมผสานกับเทคนิคการเคลือบ AIP® (Arc Ion Plating) สีม่วงเข้มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีอาภรของชนชั้นสูงของญี่ปุ่นและขึ้นรูปโดดเด่นด้วยตัวเรือนและกรอบแบบ COBARION® ที่ตัดกันอย่างลงตัวกับสายไทเทเนียมอันมีลักษณะเฉพาะตัวของ Nakago (ด้ามดาบ) ช่วงกลางของสายมีลาย
นอกจากชีวิตที่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว ผู้ชายอย่างเรามักเลือกเติมเต็มความสุขให้ตัวเองด้วยกิจกรรมที่ทำหัวใจต้องเต้นรัวพร้อมอะดรีนาลีนในร่างกายที่สูบฉีด เพราะคนมันส์ ๆ แบบพวกเราไม่เคยปล่อยให้ไลฟ์สไตล์ขาดความตื่นเต้นและท้าทายของกีฬา การแข่งขัน และประสบการณ์แบบสุดขั้วแต่ละครั้ง ที่มีโอกาสพบเจอในชีวิตก็ทำให้เราได้เติมฮอร์โมนชนิดนี้เข้าไปเสมอ แต่สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ความชื่นชอบในกีฬามอเตอร์สปอร์ต แน่นอนว่าคงไม่มีอะไรจะเจ๋งไปกว่านี้ กับการมีโอกาสได้นั่งชมการแข่งขันรถยนต์ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของวงการ นั่นคือการแข่งขัน “รถสูตรหนึ่ง” หรือ Formula 1 ซึ่งแค่การนั่งชมอยู่หน้าทีวีก็ยังทำให้ลุ้นกันจนตัวโก่งได้ แต่จะเจ๋งแค่ไหนถ้าวันหนึ่งคุณเลือกจะเดินทางไปนั่งชมสัมผัสบรรยากาศเต็มทุกโสตประสาทแบบติดขอบสนามด้วยตัวเอง และมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพราะหนึ่งในสนามแข่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการแข่งขันนี้อยู่ใกล้แค่เพียงประเทศสิงคโปร์เพื่อนบ้านของเรานี่เอง Formula 1 (F1) หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ FIA Formula One World Championship การแข่งขันรถระดับสูงสุดที่มีจุดเริ่มต้นขึ้นในปี 1950 เป็นการแข่งขันรถยนต์ที่นั่งเดี่ยวที่ถูกสร้างขึ้นมาตามกติกา ปัจจุบันใช้ความเร็วสูงสุดในการขับขี่ได้ถึง 360 กิโลเมตร/ต่อชั่วโมง ทำให้มันกลายเป็นทัวร์นาเมนต์แห่งความเร็วที่น่าตื่นตาตื่นใจ เสียงเครื่องยนต์ที่คำราม กลิ่นของยางและเบรกที่สร้างบรรยากาศได้เป็นอย่างดี และการไล่บี้กันชิงตำแหน่งอย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งผู้ชนะจะไม่มีคำว่าโชคช่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะนี่คือการแข่งขันที่ทั้งทีมเบื้องหน้า เบื้องหลัง และแม้แต่ตัวนักแข่งเองต้องทำงานหนักกันครบทุกตำแหน่ง ตั้งแต่นักขับที่เป็นเหมือนหัวใจหลัก ไปจนถึงทีมช่าง และทีมโค้ช ก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จร่วมกัน ด้วยมนต์เสน่ห์นี่เองก็ทำให้แต่ละปีมีคนทั่วโลกตั้งตารอชมการแข่งขันมากกว่า 600 ล้านคน และตัวเลขผู้ชมก็ดูจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยเฉพาะสำหรับฤดูกาลของปี 2019
OPPO Reno Series พาสัมผัสประสบการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย OPPO Reno 10x Zoom สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม ให้ค่ำคืนแห่งคอนเสิร์ต #JAMNIGHT Live! with Toro Y Moi กลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสนุกและสร้างสรรค์ ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและดีไซน์ที่พรีเมี่ยมของ OPPO Reno 10x Zoom จะพาคุณโลดแล่นและขยับท่วงท่าไปกับทุกท่วงทำนองที่สะท้อนความสงบจากสิ่งภายนอก ตามคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มใหม่ล่าสุดลำดับที่ 6 ในชื่อ Outer Peace โดย Toro y Moi (โตโร อี มัว) ที่ไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหนในคอนเสิร์ตก็สามารถสัมผัสความรู้สึกแบบใกล้ชิดกับศิลปิน ด้วยประสิทธิภาพของการซูม 10x Hybrid Zoom และ 60x Zoom ของ OPPO Reno 10x Zoom ให้ไม่ว่าจะอยู่ไกลจากเวทีแค่ไหนก็พร้อมบันทึกทุกรายละเอียดในทุกความบันเทิงของทุกภาพถ่าย และต่อให้แสงน้อยก็ไม่ใช่ปัญหาด้วยฟังก์ชั่น Ultra Night Mode 2.0 ที่มีรูรับแสงใหญ่พิเศษ
วันนี้เเล้วที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ทางดนตรีที่เกินคาดไปกับ Have You Heard Present Toro Y Moi Live in Bangkok Chaz Bear หรือ Toro Y Moi หัวหอกของดนตรี Chillwave มาพร้อมกับอัลบั้มล่าสุด Outer Peace วันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำให้รู้จักกับ 5 top tracks ในอัลบั้มล่าสุดจาก Toro y Moi ให้ได้ไปเต้นในงานคอนเสิร์ตกัน Freelance แทร็คที่เปิดตัวอัลบั้มนี้ทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์กับสิ่งที่เขานำเสนอในเพลงมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นซาวด์ซินธ์ยุกยิก บีตเสียงแปลก ๆ ที่แทรกมาด้วยซาวด์สแครชแผ่น ท่อนร้องกวน ๆ Walk on the water er er er er er ที่คนทั่วไปไม่น่าจะเอาเข้ามาไว้ในเพลงตัวเองแบบนั้น ออโต้จูนหนัก ๆ


