ณ เวลานี้ เมื่อพูดถึงแหล่งรวมตัวของแบรนด์ Street Fashion และดินแดนที่เป็นสวรรค์ของเหล่า Sneakerhead อาจไม่ต้องดั้นด้นเสาะหาไอเทมเด็ด ๆ ไกลถึงต่างประเทศอีกต่อไป เพราะต้องบอกว่าพิกัดใจกลางกรุงฯ ที่พวกเราคุ้นเคยอย่าง SIAM CENTER นอกจากจะเป็นศูนย์รวมแห่งไอเดียสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นพื้นที่สำหรับไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่หลากหลาย โดยเฉพาะเรื่องของ Street Fashion ที่แบรนด์ดังระดับโลกมากมาย พร้อมใจมารวมตัวกันในพื้นที่ของ SIAM CENTER ไม่ว่าจะเป็น PUMA, NIKE, ADIDAS, VANS, UNDER ARMOUR, NEW ERA, DR. MARTENS, JD SPORTS, SAUCONY, DICKIES, XLARGE ฯลฯ เรียกได้ว่ามาครบตอบโจทย์ทั้งสาย Performance กับไอเทมเฉพาะสำหรับการเล่นกีฬา รวมถึง Fashion Sportwear เท่ ๆ เติมเต็มสไตล์ที่โดดเด่นในชีวิตประจำวัน ยิ่งในฟากฝั่งของ Sneakers บอกเลยว่า SIAM CENTER นั้นยืนหนึ่ง
ถ้าให้นึกถึงของดีฝั่งธนแบบไว ๆ คุณจะคิดถึงอะไร ? ให้เวลาคิด 15 วิ … หมดเวลา ! และไม่ว่าคำตอบของคุณจะเป็นอะไร แต่ของเรามันคือ P.Sherman The Enjoyable Ground ร้านแฮงเอาต์ของเรากับแก๊งเพื่อน ที่สามารถเริ่มต้นเจอกันตั้งแต่เช้า และปิดวันนั่งจิบเบา ๆ (รึเปล่า) ได้เลย ! บทความที่ชาว UNLOCKMEN กำลังได้อ่านอยู่นี้ ถูกเขียนขึ้นในช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันศุกร์ โดย Content Creator ใส่แว่นคนหนึ่งที่ก็กำลังปั่นงานอยู่ในร้านโปรดที่เป็นหัวใจหลักของคอนเทนต์นี้อยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่าร้านนี้เหมาะกับการนั่งทำงานด้วยเหมือนกัน และเป็นอะไรได้อีกหลายอย่าง ที่เราจะขอป้ายยาทุกคนในบรรทัดถัดไปกันเลย จาก ‘โรงงานเย็บผ้า’ สู่พื้นที่แห่งความหลากหลายของวัยมันส์ ร้าน P.Sherman The Enjoyable Ground ซ่อนตัวอยู่ในย่านอรุณอมรินทร์ ระบุชัด ๆ เลยคือซอยอรุณอมรินทร์ 39 ในอดีตที่นานมากแล้ว กว่า 10 ปีก่อน ตึกแห่งนี้เคยเป็นโรงงานเย็บผ้ามาก่อน ซึ่งเอาจริง
หลังจากนี้ลืมห้องแอร์ไปได้เลย เพราะคาเฟ่แห่งนี้จะทําให้คุณรักแสงแดด สายลม ต้นไม้และกาแฟ Vibrant.bkk คือคาเฟ่ดิบเท่ ที่นที่นำอาคารเก่ามารีโนเวทในสไตล์ Industrial ทิ้งร่องรอยการเสื่อมสภาพของผนังปูนเปลือย ร่องรอยของการทุบพื้นอาคารเพื่อให้ได้พื้นที่โปร่งโล่งรับลม และแสงธรรมชาติจึงทําให้พื้นที่นั่งจิบกาแฟในส่วน Outdoor ของที่นี่นั้น ดูน่านั่งมากกว่าข้างใน มีการปูพื้นด้วยหิน พร้อมเฟอร์นิเจอร์เหล็กที่ดูเท่เข้ากัน เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ช่วยเพิ่มเติมความสดชื่น ให้ร่มเงา อีกทั้งยังถูกดีไซน์ให้ได้รับลมธรรมชาติที่เย็นสบาย ช่วยให้รู้สึกมีชีวิตชีวา เช่นเดียวกับชื่อร้าน Vibrant นั้นเปรียบเสมือนความมีชีวิตชีวา และความสดชื่นชื่น เมื่อได้ดื่มกาแฟ โดยเมล็ดกาแฟที่นี่นั้นมีให้เลือกหลายหลากตามความชอบ มีเมนู Signature ให้เลือกกว่า 10 เมนูแนะนําให้ลองเมนู Seasalted caramel latte เป็นเมนูแปลกใหม่ที่กลมกล่อมลงตัว มีความหอมของคาราเมล ความนุ่มนวลจากฟองนม อีกทั้งยังมี Crunchy ให้ Texture ความกรุบ เพิ่มชีวิตชีวาให้กับกาแฟแก้วนี้ได้เป็นอย่างดี สําหรับใครที่อยากเพิ่มเติมชีวิตชีวาให้กับชีวิตตามไปได้เลยที่ >> https://bit.ly/3PC5Isu
Seiko Presage presented Gentleman Party งานเอ็กซ์คลูซีฟปาร์ตี้ในธีม GentleMan ที่จัดโดย ไซโก ประเทศไทย งานที่รวบรวมสุภาพบุรุษที่หลงใหลในสไตล์คลาสสิคเรโทร ณ A Bar ชั้น 37 โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา โดยในงานปาร์ตี้ มีการจัดแสดงคอลเลกชันนาฬิกา Seiko Presage ในซีรีย์ต่างๆ ทั้ง Craftsmanship Series, Sharp-Edged Series, Style 60’s Series และ Cocktail Time ในงานนี้ยังมีเวิร์คช็อปที่น่าสนใจ คือ Classis Menwear Workshop จากคุณเป้ และคุณมาร์ค แห่งเพจ Signore Closet ร่วมด้วยคุณพีร์ จากเพจ The Primary
Maurice Lacroix แบรนด์ชื่อดังแห่งสวิส กับการเปิดตัวนาฬิกาเจเนอเรชั่นใหม่ที่ไม่หวั่นเกรงต่อสภาวะท้าทายของโลกใต้น้ำ ด้วยการหวนคืนสู่นาฬิกานักดำน้ำใน PONTOS S Diver โดยในปีนี้เป็นโอกาสพิเศษที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นศูนย์กลางการจัดงานเปิดตัวนาฬิกานักดำน้ำ PONTOS S Diver ปี 2566 สำหรับภูมิภาคเอเชีย ณ โรงแรมหรู W Hotel บนเกาะสมุย เมื่อวันที่ 8 – 10 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา โดยทาง มอริส ลาครัวซ์ นำโดย คุณสเตฟาน วาเซอร์ กรรมการผู้จัดการ มอริส ลาครัวซ์, คุณ มาแซล กู้ด ผู้อำนวยการฝ่ายขาย มอริส ลาครัวซ์ ระดับโกลบอล และคุณรวิศ เหตานุรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย มอริส ลาครัวซ์ ภูมิภาค อินโดจีน ได้บินมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยตัวเอง พิเศษสุดกับเซอร์ไพรส์ของงานนี้คือ การเปิดตัวของ ลีเดีย ลีอิช
ที่นี่ไม่ใช่ “Cafe” แต่เป็น “Space” ของคนเสพติดเสียงเพลง และคาเฟอีน ที่เรียกว่า Record Cafe Space & Art ซึ่งต้องการเป็นพื้นที่กิจกรรมให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา กาแฟ / แผ่นเสียง / เพลง Jazz / ธนู / Event และงานศิลปะ ทุกสิ่งที่กล่าวมานี้มีอยู่ใน Track Addict! Track Addict นั้นเดิมเป็นร้านขายแผ่นเสียง และกาแฟที่อยู่ในคอนเทนเนอร์หนึ่งหลัง ในพื้นที่ลานจอดรถที่เต็มไปด้วยผืนหญ้า และต้นไม้ใหญ่ที่ช่วยให้ร่มเงาความเขียวขจีสบายตาแก่ร้าน ทำให้ร้านออกมาใน Vibe ของการ Camping นั่งชิล ๆ กินลมชมวิว พร้อมกับมีเสียงเพลงอันไพเราะให้คุณได้ฟัง เมื่อเปิดไปได้สักพักเจ้าของร้านจึงเริ่มมองเห็นประโยชน์ของ Green Space ขนาดใหญ่แห่งนี้ ด้วยความตั้งใจที่อยากจะทำให้ Space แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่กิจกรรมให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา จึงเริ่มเชิญชวนเพื่อน ๆ มาทำกิจกรรมต่าง ๆ เริ่มจากการมีดนตรีสดในช่วงหน้าหนาว ชวนเพื่อน ๆ
เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ FINFIN ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเพื่อนคนใหม่ของสายปาร์ตี้ทุกคน ที่ทางบริษัท Innomediga ภูมิใจนำเสนอมาก ๆ ด้วยเหตุผลที่สามารถสรุปเป็นคำพูดได้ว่า “เราไม่ได้ขายยา เราไม่ได้ขายอาหารเสริม แต่ว่าเราขายเทคโนโลยี” เพราะนี่คือครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยีระดับนาโนอย่าง Nano Encapsulation เข้ามาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องของประสิทธิภาพ และปลอดภัยต่อร่างกายด้วยสารสกัดธรรมชาติ 100% ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานที่ ชงเจริญ @Groove Central World สถานที่จัดงานในวันนี้ ซึ่งเหล่านักดื่มทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มันเหมือนกับว่าทางบริษัท Innomediga อยากบอกกับสายปาร์ตี้ทุกคนว่า เข้าใจ แอลกอฮอลล์นั้นสร้างความรู้สึกฟินมากแค่ไหน ถ้างั้นก็ขอให้ FINFIN เป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดเถอะนะ เพื่อการันตีความเจ๋งของตัว FINFIN ต้องขอเล่าก่อนสักนิดว่าบริษัท Innomediga นั้นเคยได้รับรางวัลเหรียญทองแดงในงาน 48th International Exhibition Of Inventions Of Geneva จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในปี 2023 จากโปรดักส์อย่าง ‘ฟาโนวา (Fahnova)’ หรือฟ้าทะลายโจรเมาท์สเปรย์ และอาหารเสริม ‘ยูดีเอวันซี (UD-A1C)’ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานและกลุ่มเสี่ยง จนสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองจากเวทีเดียวกันตอนปี 2017 แค่รางวัลอย่างเดียวยังไม่พอ
วันนี้เราจะพาทุกคนไปดื่มกาแฟชื่อแปลก ในอาคารสีดำ และความทรงจำต่อสถาปนิกที่เสียชีวิตไปแล้ว! Modernism Café แห่งนี้คืออาคารสีดำที่สร้างด้วยไม้เผา ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Modern Architecture และเหล่าสถาปนิกระดับปรมาจารย์ ตำนานที่ไร้ลมหายใจแต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคน จนชื่อของพวกเขากลายมาเป็นกิมมิคอยู่ในชื่อเมนูกาแฟ อีกทั้งแนวคิดของพวกเขายังเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบร้าน ที่เท่ และแฝงไปด้วยรายละเอียดอันน่าค้นหาแห่งนี้ ซึ่งเมนูชื่อแปลกที่ว่านั้นคือชื่อของสถาปนิกในตำนาน ที่ถูกนำชื่อมาดัดแปลงเป็นชื่อเป็นเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของที่ร้านอย่างเมนู Le Corbuccino เป็นกาแฟคาปูชิโน่ ที่มาจากชื่อของ Le Corbusier สถาปนิกชาวสวิส – ฝรั่งเศส ผู้บุกเบิกคนสำคัญของ Modern Architecture จึงมีการตกแต่งลวดลายบนแก้วกาแฟเป็นรูปแว่นตาของ Le Corbusier อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา หรือเมนู Mocar Niemeyer เครื่องดื่ม Mocha Latte ที่มาจากชื่อของ Oscar Niemeyer สถาปนิกชาวบราซิลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญในการพัฒนา Modern Architecture อีกทั้งภายในร้านยังมีการนำ Quote จากสถาปนิกชื่อดังมาติดไว้ตามที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าหน้าร้าน บันไดขึ้นสู่ชั้น 2 หรือแม้กระทั่งในห้องน้ำ เรียกได้ว่า Architect ที่ออกแบบที่นี่นั้น
เลิกงานเหนื่อยๆ อยากไปนั่งเรื่อยเปื่อยที่ไหนสักแห่ง นี่คือที่มาของร้าน “ลาบเสียบ” ร้านปิ้งย่างลูกอีสานสไตล์คนเมือง ที่ต้องการเป็นแหล่งพักพิงของผู้คนหลังเลิกงาน ซึ่งเจ้าของร้านเป็นอดีตอาจารย์มหาวิทลัยสายอาร์ต ผู้เบื่อหน่ายกับงานประจำเขาจึงลาออกมาปั้นร้านลาบเสียบ โดยตั้งใจกำหนดบรรยากาศ และสร้าง Expreience ให้คนที่มาทานอาหาร ได้มานั่งกินดื่ม พูดคุย คลายเหนื่อยกันแบบชิล ๆ กับอาหารที่เขาใส่ใจทั้งใจของเขาลงไป โดยชื่อร้าน “ลาบเสียบ” นั้นมาจากเมนู “ลาบเสียบ” ไม้ ลูกหลานของลาบ ที่ต้องการเอาชนะหมาล่า พี่ฝ้าย(เจ้าของร้าน) เล่าถึงที่มาที่ไปของเมนูนี้ให้เราฟังว่า เขาคิดเมนูนี้มาจากความต้องการที่อยากจะก้าวข้ามหมาล่าไปให้ได้ เพราะเขามองว่าวัตถุดิบของบ้านเรานั้น ไม่ว่าจะเป็นขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หรือข้าวคั่วนั้น ล้วนเป็นวัตถุดิบที่รสชาติดี จับคู่กับอาหารอะไรก็อร่อย แถมยังมีราคาถูก ก็เลยอยากลองนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูใหม่ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ และสร้างความนิยมได้ไม่แพ้หมาล่า เขาจึงคิดค้นเมนู ‘ลาบเสียบ’ ขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่อยากจะเปิดพื้นที่ใหม่ ๆ ให้กับอาหารอีสาน โดยการนำอาหารอีสานไปผสมผสานกับอาหารอื่น ๆ บนโลกใบนี้ “ผมเบื่อคำว่าอีสานแท้ ไทยแท้ มันดูยกตัวเองเป็นศูนย์กลางเกินไป ทำไมเราไม่มองว่าเราจะไปจอยกับใครได้บ้าง ให้อีสานเป็นประสบการณ์ที่ฝังอยู่ในใจเท่านั้น แล้วนำมันไปจอยกับ Culture อื่น ๆ”
สาวกเรือนเวลาน่าจะรู้จักกันดีกับกิตติศัพท์ 9S Caliber กลไกจักรกลที่ Grand Seiko แบรนด์นาฬิกาลักซ์ชัวรี่ชั้นนำระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น ที่มีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี ได้ออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่พร้อมเปิดตัวเมื่อปี 1998 และได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ของจุดเริ่มต้นยุคใหม่แห่งการผลิตนาฬิกากลไกจักรกลของ Grand Seiko นับเป็นมาตรฐานของประสิทธิภาพความเที่ยงตรงใหม่ ‘Grand Seiko Standard’ ถูกกำหนดขึ้น โดยเป็นระดับที่เหนือกว่ามาตรฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในอุตสาหกรรมวงการนาฬิกามานานกว่า 25 ปี เนื่องในโอกาสพิเศษแบบนี้ Grand Seiko จึงได้จัดงาน The World of Grand Seiko เพื่อฉลองครบรอบ 25 ปี Grand Seiko 9S Caliber พร้อมเปิดตัว Grand Seiko Pop Up Store ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ซึ่ง Grand Seiko Pop
Hacking Coffee Flagship คือคาเฟ่หลุดโลกที่จะพาคุณไป “Hack” การดื่มกาแฟชั้นดีในโลกเสมือน “Cyberpunk” อาคารดิบเท่ที่เหมือนเครื่องจักรขนาดใหญ่แห่งนี้ ตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่บนลาดพร้าววังหินซอย 63 ยั่วยวนผู้ที่สัญจรผ่านไปมาให้เข้าไปข้างในเป็นอย่างมาก ด้วยหน้าของอาคารที่มีความลึกลับ ในสีดำทะมึน ที่กระตุกต่อมอยากรู้ของผู้คนว่าข้างในมันจะเป็นอย่างไร ซึ่งบอกเลยว่าหลุดโลกมาก ๆ กับการดีไซน์ใน Concept : Cyberpunk ราวกับว่าเราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอนาคตสุดล้ำ ด้วยตัวอาคารที่ตกแต่งด้วยวัสดุผนังปูนเปลือย บวกกับผนังหินสีดำที่ดูแข็งกร้าว มีโครงสร้างเหล็กสีดำดูเข้มขรึม ใช้เฟอร์นิเจอร์เรียบเท่คลุมโทนสีดำทุกชิ้น บวกกับการตกแต่งผนังที่เพิ่มกลิ่นของหนัง SCI-FI เข้าไปนิด ๆ ด้วย LED ที่ดูไฮเทค และการตกแต่งด้วยแผงวงจรคอมพิวเตอร์ที่พังแล้ว โดยที่นี่จะมีบาริสต้าซึ่งเป็นเหมือน Hacker พาเราไปรู้จักกับเมล็ดกาแฟชั้นเยี่ยมจากไทย และต่างประเทศ เพื่อค้นหากาแฟที่ใช่สำหรับเรา ซึ่งกาแฟแต่ตัวของที่นี่นั้นเจ้าของได้ทำการเฟ้นหา คัดสรร และทำการคั่วเองในร้านนี้เลยอีกด้วย ที่นี่จึงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟในบรรยากาศของโลกต่างมิติ ซึ่งมีทั้งหมด 4 โซนให้เราได้เข้ามาผจญภัย โซนแรก: เป็นบาร์ใกล้เครื่อง Nitro Cold Brew ที่ให้เราสามารถนั่งดูบาริสต้าชงกาแฟในหมวด Slow Bar ได้อย่างใกล้ชิด โซนที่สอง: เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ถูกยกพื้นขึ้นสูง
“สก็อตช์วิสกี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และอาชีพของคนในสกอตแลนด์ เนื่องจากสกอตแลนด์เป็นอันดับหนึ่งของโลกในแง่ของสก็อตช์วิสกี้ และแน่นอนว่าสก็อตช์วิสกี้ ฝังแน่นอยู่ในวัฒนธรรมของชาวสกอตแลนด์ที่มีอยู่ราว ๆ 5 ล้านคน บางหมู่บ้านที่มีคนอยู่ 50-100 คน เขาก็สร้างโรงกลั่นกันขึ้นมา โดยมีโรงกลั่นในสกอตแลนด์ทั้งหมดประมาณ 145 โรงกลั่น ขนาดเล็กใหญ่คละกันไป เรื่องขนาดของโรงกลั่นและการจ้างงานนั้น ยังขึ้นกับเกษตรกรที่ปลูกข้าวบาเลย์ เพราะเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสก็อตช์วิสกี้ ตลอดจนคู่ค้าในด้านอื่น ๆ อย่างคนผลิต ทำขวด หรือแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่มีหน้าที่ในการผสมสก็อตช์วิสกี้ ถือได้ว่าโรงกลั่นสก็อตช์วิสกี้ ครอบคลุมการจ้างงานในหลากหลายทักษะ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย โดยการทำโรงกลั่น สก็อตช์วิสกี้ ถือเป็นหนึ่งในอาชีพหลักที่เป็นอัตลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของสกอตแลนด์” Mr. Ewan Gunn (ยวน กันน์) แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของดิอาจิโอได้เล่าเกริ่นให้เราฟัง ยวน อยู่ในวงการสก็อตช์วิสกี้มานานถึง 24 ปี หลังจากเรียนจบด้านภาษาจากมหาวิทยาลัย ก็ผันตัวมาทำงานกับบริษัทวิสกี้เล็ก ๆ ที่ทำให้เขาได้ทดลองทำงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขาย การตลาด และประชาสัมพันธ์ จากการที่ยวนหลงใหลในสก็อตช์วิสกี้ เขาจึงมีความสุขมากที่ได้แบ่งปันความรู้ ส่วนผสมและเรื่องราวที่พิเศษเกี่ยวกับสก็อตช์วิสกี้ และประเทศสกอตแลนด์ให้ผู้คนได้รับรู้ โดยปัจจุบันได้มาร่วมงานกับดิอาจิโอเป็นเวลา 12 ปีแล้ว


