เมื่อพูดถึงรองเท้า ‘สนีกเกอร์’ เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่หยิบยกวัฒนธรรมแบบ Street Culture ขึ้นมาวางคู่กัน ไม่ว่าจะศิลปะ Street Art กราฟิกตัวอักษรแบบ Bubbles Font ของเหล่ากราฟิตี้ หรือตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์ดีไซน์สุดเท่ก็ตาม ล้วนแล้วแต่ผูกพันพร้อมอยู่บนสนีกเกอร์มาตลอดทั้งนั้น และนี่คือสิ่งที่เทศกาลสตรีทคัลเจอร์ชื่อว่า Sneakers Killer โปรเจคสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของ Siam Center & Siam Discovery จะมอบประสบการณ์ให้ทุกคน Sneakers Killer คืองานที่คนรักสนีกเกอร์ต้องมา และคนรักศิลปะห้ามพลาด ด้วยเทศกาลที่มองโลกของรองเท้า Sneaker แบบรอบด้านว่าจริง ๆ แล้วก็เป็นงานศิลปะที่สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจทั้ง Lifestyle และไอเดียความคิดสร้างสรรค์ของผู้คน ด้วยการจัดเทศกาลที่มีโซนแสดงงานศิลปะ, โชว์เคสคัสตอมไอเดีย, Pop Up Store สินค้ารุ่นพิเศษ และแน่นอนที่ขาดไม่ได้ Sneaker Market ตลาดรองเท้าเพื่อสายช้อป หัวใจของเทศกาลในครั้งนี้ คือการให้ศิลปินกราฟิตี้ชื่อดังของบ้านเราอย่าง POORBOY (ต้น-เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์) ออกแบบ Key Visual หลัก
ในบางครั้ง บันทึกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของโลก ก็เกิดขึ้นจากสิ่งเล็ก ๆ บนพื้นที่เล็ก ๆ แบบที่เราคาดไม่ถึง เช่นเดียวกับโลกของ Hip Hop และ Hennessy สองวัฒนธรรมที่โคจรมาพบกัน มีความสนิทสนมแน่นแฟ้นจนกลายเป็นภาพจำที่อยู่คู่กันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เมื่อเห็น Rapper ต้องเห็นขวด Hennessy อยู่ในมือ และมีคำว่า Hennessy อยู่ในท่อนแร็พมาโดยตลอด ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เกิดภายหลังจากจุดเริ่มต้นของ Hip Hop ในอพาร์ทเมนท์ Sedgwick Avenue ห้อง 1520 ย่าน Bronx ณ มหานครนิวยอร์ก ปี 1973 เริ่มจากความต้องการหาเงินเพิ่มของ Cindy Campbell ที่อยากหาซื้อชุดสวยใส่รับเปิดเทอม แต่เด็กที่อาศัยในย่าน Bronx ยุคนั้นไม่ใช่เด็กที่จะแบมือขอเงินพ่อแม่ได้ เธอจึงเกิดไอเดียอยากจัด back-to-school party ในห้องพัก และว่าจ้างน้องชาย Clive aka ที่นั่น DJ Kool Herc ให้มารับบทดีเจสำหรับปาร์ตี้ที่ชื่อว่า
หิว แต่ไม่รู้จะกินอะไรดี! หลาย ๆ คนมักจะชอบเผชิญปัญหาที่ไม่น่าเป็นปัญหาแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง บางทีเราก็สูญเสียเวลาไถแอปสั่งอาหารอยู่เป็นชั่วโมงแต่ก็หาร้านถูกใจไม่ได้ซักที ซึ่งมันทำให้เราหงุดหงิดเป็นอย่างมาก บ่อยครั้งลามปามกลายเป็นโมโหหิวเผลอพาลคนข้าง ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ปัญหาดังกล่าวพอมีทางแก้ไขด้วยการหาคนแนะนำชี้ช่องทางร้านอาหารเด็ด ๆ ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือบรรดายูทูปเบอร์สายตะลุยกิน ที่จะช่วยให้เราเปิดโลกการหาของกินได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จะมีใครบ้าง มาทำความรู้จักกัน พีทอีทแหลก ยูทูปเบอร์สายกินที่น่าจะโด่งดังที่สุดแล้ว ณ เวลานี้ ปัจจุบันมียอดติดตามสูงถึง 8.21 ล้านคน สิ่งที่ทำให้ทุกคนติดตามพีทอีทแหลกก็คือสกิลการกินจุอันบ้าคลั่ง จนทำให้คนทั่ว ๆ ไปต่างต้องตกตะลึงกับความสามารถพิเศษของเขามาแล้ว หลาย ๆ ครั้งพีทมักจะโผล่ไปแกล้งตามร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อสั่งอาหารกินในปริมาณผิดมนุษย์มนา ซึ่งนอกจากเราจะได้ดูการเอนเตอร์เทนของพีทแบบเพลิน ๆ แล้ว มันยังทำให้เราได้รู้จักร้านอาหารต่าง ๆ อีกเพียบเลย ซึ่งจะมีตั้งแต่ร้านอาหารตามห้างสรรพสินค้า จนไปถึงในแบบสตรีทฟู๊ด รวมไปถึงบุฟเฟ่ต์ด้วยเช่นกัน BANGKOKCIAGA ยูทูปเบอร์ที่นำโดย 2 คู่หูสุดแสบ ได้แก่ “อีฟ” และ “อ้น” ปัจจุบันมียอดติดตามอยู่ที่ 1.54 ล้านคน แต่เดิมเคยเป็นช่อง EVE
ไซโก แบรนด์นาฬิกาที่มีอายุยาวนานถึง 140 ปี ผลิตและจำหน่ายนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาปลุก นาฬิกาแขวนรวมถึงนาฬิการะบบอื่น ๆ เช่นนาฬิกาจับเวลา ออกทำตลาดจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ได้ส่งมอบนาฬิกาข้อมือออกทำตลาดไปมากมายกว่า 1,000 รุ่นนับตั้งแต่ปี 1913 ชื่อเสียงของไซโกนั้นได้เริ่มจากการเป็นนาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่น ที่ผลิตในญี่ปุ่น โดยชาวญี่ปุ่น และได้รับการไว้วางใจในเรื่องของความแม่นยำและทนทาน นาฬิกาของไซโกในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นมีเอกลักษณ์ความโดดเด่นที่บ่งบอกถึงช่วงเวลาการผลิตได้อย่างชัดเจน และในนาฬิกาทุกรุ่นนั้นจะมีการใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าไปมากมายจากการคิดค้นและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของไซโก ซึ่งนั่นอาจมาจากปรัชญาของท่านประธานอย่าง ชินจิ ฮัตโตริ ที่ให้ไว้กับทุกคนว่า “One step ahead of the rest” ซึ่งหมายถึง “การต้องก้าวนำผู้อื่นอยู่หนึ่งก้าวเสมอ” ทำให้แบรนด์ไซโกนั้น ไม่เคยที่จะหยุดพัฒนาจนปัจจุบัน นอกจากคุณภาพ ดีไซน์และฟังก์ชั่นอันยอดเยี่ยมของนาฬิกาแล้ว หัวใจสำคัญที่จะขาดไม่ได้คือการบริการหลังการขาย ที่ต้องดูแลให้ได้อย่างครอบคลุม เราจึงได้ทำการพัฒนาและสร้างศูนย์บริการแห่งใหม่ที่มีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อดูแลและรองรับนาฬิกาที่จำหน่ายออกไปทุกรุ่น และมอบความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการของลูกค้า ในปัจจุบันนั้นศูนย์บริการของไซโก ได้ย้ายจากสาขาเพชรบุรี 35 มารวมกันกับสำนักงานใหญ่แล้ว ณ ตึกอิตัลไทย ทาวเวอร์ ชั้น 1 โดยสามารถรองรับนาฬิกาเพื่อเข้าซ่อมแซมได้ถึง 2,000 เรือนต่อเดือน และให้บริการครบวงจรตามมาตรฐานของศูนย์บริการจากประเทศญี่ปุ่น
ช่วงนี้บนหน้าฟีดบน Facebook เป็นอะไรไม่รู้ มีแต่ร้านอาหารที่ขายเมนู Fish & Chip เต็มไปหมด โดนอัลกอริทึ่มโจมตีต่อมความหิวอย่างหนัก ตอนเวลาประมาณ 3-4 ทุ่มทุกวันเลย แต่ไม่เป็นไร เพราะโดยทุนเดิมก็เป็นคนรักในวัฒนธรรมอาหารสไตล์อเมริกันอยู่แล้ว จะการตกแต่งร้านก็ดี จะอาหารก็ดี แล้วก็พยายามนึกให้ออกว่าครั้งสุดท้ายที่ไปนั่งกิน Fish & Chip อย่างจริง ๆ จัง ๆ มันคือตอนไหนกันนะ .. เห้ย! นานมากแล้วนี่หว่า นั้นเป็นโอกาสดีเลยที่จะได้อัพเดทกับตัวเองและเพื่อน ๆ ทุกคนที่ชอบ American Diner เหมือนกัน UNLOCKMEN จะพาไปตะลุยร้านอาหารสไตล์ American Diner ที่น่าสนใจในปี 2022 ไปปักหมุดพร้มกันเลย The Diner 3021 ขอเปิดร้านแรกแบบยิ่งใหญ่และเขาเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ซึ่งออกตัวเลยว่าเป็น NO.1 ที่เราอยากไปตอนนี้เลย นั่นก็คือ The Diner 3021 ร้านที่ให้อารมณ์เหมือนได้สวมบทเป็นตัวละครจาก Riverdale ซีรีส์
เพราะวรรณกรรมเต็มไปด้วยความสวยงามที่เกิดจากความเมามายทางอารมณ์มากมาย ไม่ว่าจะในเนื้อเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นก็ดี หรือตัวนักเขียนเองที่ใช้เป็นแรงขับเคลื่อนในการจรดปากกาแต่ละตัวอักษรก็ดี ไปจนถึงการมีแพชชั่นในการดื่มโดยส่วนตัว อย่างผู้เขียน Ernest Hemingway ผู้เขียน Old Man and The Sea ก็ถึงขนาดเปิดแบรนด์เครื่องดื่มของตัวเองขึ้นมาเลย ในนิยายซีไรต์ของ ‘ชาติ กอบจิตติ’ เรื่อง คำพิพากษา เครื่องดื่มเย็น ๆ ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการ ‘ลืม’ โดยหมายถึงการลืมว่าโลกในชีวิตจริงเป็นอย่างไร แล้วอาศัยอยู่ในโลกหลังแอลกอฮอลล์แทน หรืออดีตนายกของประเทศไทย ‘คึกฤทธิ์ ปราโมช’ ก็เขียนรวมเรื่องสั้นขนาดยาวชื่อ หลายชีวิต ที่มีโทษของการใช้เครื่องดื่มเพื่อเป็นสุดยอดนักเขียนบันทึกเอาไว้ด้วย ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘เครื่องดื่มเย็น ๆ’ กับ ‘วรรณกรรม’ เป็นสิ่งที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน เพราะมนุษย์ยังคงดื่มและเขียนอย่างไม่มีทางสิ้นสุด UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปรู้จักกับเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือเล่มดังกัน First Rule India Pale Ale (Fight Club) “กฎข้อแรกของไฟต์คลับ ห้ามพูดถึงไฟต์คลับ” จากนิยายเล่มดังของ Chuck Palahniuk สู่หนังไอคอนิกในปี 1999 โดย
The Standard, Bangkok Mahanakhon (เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร) โรงแรมไลฟ์สไตล์สุดฮิปจับมือร่วมกับแบรนด์ร้านอาหารระดับโลกอย่าง Mott 32 พร้อมเปิดตัวร้านอาหารจีนชื่อดังสู่ชาวไทยกับ Mott 32 Bangkok ที่จะมานำเสนออาหารไฟน์ไดน์นิ่งสไตล์จีนโมเดิร์นโดยมุ่งเน้นถึงเรื่องความยั่งยืน คงความต้นตำรับ และการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาสอดประสานเพิ่มความโดดเด่นในแต่ละเมนู ในฐานะแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รวมไปถึงเรื่องการประยุกต์อาหารจีนให้มีความทันสมัยแต่คงความดั้งเดิมเอาไว้ และขึ้นชื่อด้วยการนำเสนอวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพพรีเมียมจากทั่วโลก Mott 32 ก็ได้นำแนวคิดและคงคุณภาพอันดีเลิศนี้มาใช้กับที่กรุงเทพด้วยเช่นกัน “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ดังอย่าง The Standard โดยเฉพาะกับโรงแรมแฟล็กชิพ The Standard, Bangkok Mahanakhon ซึ่งเป็นสถานที่ที่ลงตัวมาก ในการนำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารจีนชั้นเลิศคู่กับบริการที่ยอดเยี่ยม พร้อมเมนูเครื่องดื่มอันหลากหลาย ทั้งนี้พวกเรามั่นใจว่า Mott 32 Bangkok จะเป็นห้องอาหารอันดับต้นๆสำหรับนักชิมอย่างแน่นอน” คุณ Xuan Mu ผู้ร่วมก่อตั้งกล่าว ดังนั้น Mott 32 Bangkok จึงพร้อมนำทัพความอร่อยมาสู่กรุงเทพครั้งแรก ซึ่งเชฟจะนำเทคนิคใหม่ๆ บวกกับสูตรลับเฉพาะที่ถูกส่งผ่านนับตั้งแต่รุ่นสู่รุ่นผสานคสามโมเดิร์นมานำเสนอและปรุงแต่งให้ออกมาเป็นมื้อที่ดีที่สุด รวมถึงเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Apple Wood Roasted
พูดถึงอีกหนึ่งค็อกเทลบาร์ที่พลาดไม่ได้ในตอนนี้ เราอยากให้คุณได้ไปสัมผัส Midsummer Night’s Dream Bar ที่เพิ่งได้เปิดตัวเมนูองก์ใหม่ องก์แรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งประกอบด้วยค็อกเทล 15 ตัวที่ได้แรงบันดาลใจจากบทประพันธ์รักร้ายชิ้นเอก A Midsummer Night’s Dream ของ William Shakespeare ว่าด้วยเรื่องราวความลุ่มหลง ปรารถนา ที่ผิดฝาผิดตัว ซึ่งต้องบอกว่าแต่ละแก้วที่ได้ลิ้มลองมีรสสัมผัสที่พิถีพิถัน ต้องกลับไปซ้ำอีกแน่นอน ค็อกเทลบาร์แห่งนี้มีทั้งหมด 4 ชั้น โดยเมื่อเปิดประตูผ่าน Wynnwood Florist ในชั้นที่ 1 และเดินขึ้นบันใดวนมาที่ชั้น 2 จะเป็นค็อกเทลบาร์ที่เสิร์ฟซิกเนเจอร์ คลาสสิคและบีสโปคค็อกเทล โดยคอนเซปต์ของชั้นนี้จะเป็นสถานที่ให้ลูกค้าได้สัมผัสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน ๆ นักดื่มหรือบาร์เทนเดอร์ ชั้น 3 ของร้านจะเป็น จินบาร์ ซึ่งถูกรวบรวมมาโดยเจ้าของร้านซึ่งหลงไหลในจิน ซึ่งทางร้านมีจินให้เลือกมากกว่า 90 ตัว โดยบาร์เทนเดอร์จะช่วยแนะนำโทนิกและการ์นิชที่เหมาะสมกับตัวจินที่ลูกค้าเลือกเพื่อมอบประสบการณ์การดื่มจินที่ล้ำลึก และยังเป็นชั้นที่ลูกค้าจะได้ดื่มด่ำกับการแสดงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดีเจ วงดนตรีแจ๊ส ชั้น 4 ของร้านจะเป็น ไพรเวท
ประตูสู่โลกอนาคตได้ถูกผลักออกให้กว้างขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Siam Discovery จับมือกับ 3 ขุมพลังแห่งยุคดิจิทัล Nimit Studio สตูดิโอสถาปนิกแห่งโลกเสมือน, Cryptomind บริษัทที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ และ Fairtex ผู้นำธุรกิจอุปกรณ์การต่อสู้มวยไทย พาทุกคนท่องสู่ Metaverse ใน The Sandbox ที่ถูกจำลองขึ้นมาอยู่บนพื้นที่จริง กับโปรเจค Fight For The Future พร้อมเปิดตัว Jinta Valley แลนด์แรกที่สร้างขึ้นโดยฝีมือคนไทย ให้เราได้เข้าไปเล่นก่อนใครในโลก! ตัวงานจะแบ่งออกเป็น 2 โซนอยู่ที่ ‘ชั้น G’ กับ ‘ชั้น 4’ และ UNLOCKMEN ได้ไปเห็นโลกอนาคตนี้มาแล้ว เราจะมาสปอยล์รายละเอียดและกิจกรรมแบบเลียงตามลำดับชั้น ที่บอกเลยว่านี่คือโลกของคนยุคใหม่จริง ๆ ก่อนที่ทุกคนจะไปดูงานกัน จุดเริ่มต้นของทุกอย่างของงานอยู่ในชั้น G ตรงส่วนที่ให้เรา Customize ตัว Avatar เป็นของตัวเอง ซึ่งถูกต้องมาก ๆ
หลาย ๆ คนที่นิยมชมชอบเสพเพลงร็อกหรือเมทัล ก็น่าจะมีไม่น้อยทื่ชื่นชอบการดื่มด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะน้ำเก๊กฮวยที่ดูจะเข้ากับดนตรีแนวนี้ได้ดีเสมอมา และก็ด้วยเหตุผลดังกล่าวที่ทำให้วงดนตรี ๆ หลาย ๆ วงผลิตเก๊กฮวยเป็นแบรนด์ของตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แถมมันยังได้กลายเป็นอีกช่องทางการสร้างรายได้ให้กับวงดนตรีเหล่านั้นอีกด้วย เราลองมาทำความรู้จักกับ 5 แบรนด์ที่ Unlockmen อยากจะแนะนำให้คุณได้ไปลิ้มลองรสชาติกัน เก๊กฮวยของ Deftones วงดนตรีแนวนูเมทัล/อีโมคอร์ จริง ๆ แล้วพวกเขาทำออกมาหลายคอลเลกชั่นมาก เช่น “Digital Bath”, “Good Morning Beautiful” และ “Ohms” แต่ที่ได้รับความนิยมคงต้องยกให้ “Phantom Bride” โดยชื่อดังกล่าวได้มาจากชื่อเพลงในอัลบั้ม “Gore” ผลิตภายใต้แบรนด์ Belching Beaver เก็กฮวยตัวนี้โดดเด่นด้วยสไตล์ IPA มีกลิ่นของฮอปส์ที่ชัดเจน ถูกใจคอเก๊กฮวยเป็นพิเศษ ให้ความหอมของกลิ่นจำพวกผลไม้ซึ่งออกไปทางมะนาว และยังมีส่วนผสมของฮอปส์หลายชนิด ได้แก่ อมาริลโล, ซิตร้า, ซิมโค และโมเซค ที่สำคัญมันมีสารทำให้มึนมากถึง 7.1% เลยทีเดียว และมีความขมอยู่ที่ 60 IBUs
ผ่านพ้นไปแล้วสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากับกิจกรรม UNLOCKMEN x VESPA: TELL YOUR STORY WITH COLOURS งาน Workshop ดี ๆ เปิดพื้นที่รวมพลคน VESPA พันธุ์แท้จากหลากหลายวงการทั้งศิลปิน, นักแสดง, ช่างภาพ, กลุ่มก๊วนคนรัก VESPA ตัวจริง รวมถึง Influencers ชื่อดังมากมาย ให้มาถ่ายทอดตัวตนที่แตกต่างผ่านสไตล์, สีสัน และ VESPA คันโปรด กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นด้วยการเผยโฉมอวดความเฟี้ยวของ VESPA ทั้ง 4 รุ่น 8 เฉดสีใหม่ ที่พร้อมเซอไพรส์สาวก VESPA ตลอดปี 2022 นี้ ด้วยสีสันแห่งอิสระสไตล์อิตาลีภายใต้คอนเซ็ปต์ “TELL YOUR STORY WITH COLOURS” ก่อนที่จะลงลึกถึงการปลดล็อกตัวตน และถ่ายทอดเรื่องราวในแบบที่เป็นตัวเองผ่าน Workshop Session
ออรัม แกลเลอรี แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย ศิลปะเมือง และสตรีทอาร์ตที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อตั้งโดยดีเจ นักดนตรี นักแสดง และศิลปินชาวอังกฤษชื่อดังระดับโลก คลิฟฟอร์ด ไพรซ์ (Clifford Price, MBE) หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม “Goldie” แกลเลอรีตั้งอยู่ใน Warehouse 30 พื้นที่โครงการที่นำโกดังเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาบูรณะให้กลายเป็น Creative District ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งถนนเจริญกรุง ภายในพื้นที่โถงขนาด 500 ตรม. มีการจัดแสดงงานจากศิลปินแนวหน้าในวงการ contemporary, urban and street art จากทั่วโลก อาทิเช่น Belin, Ben Eine, Bio, Bisco Smith, Ces, Crash, Goldie, Helio Bray, James Bullough, Mad C, Mikael B, Mr Cenz,


