ในวงการแฟชั่นตอนนี้ แบรนด์ผู้นำด้านแฟชั่นหลายแบรนด์ได้ให้ความสำคัญกับปีขาล หรือ ปีเสือ ซึ่งตรงกับปี พ.ศ.2565 พอดี และเพื่อเฉลิมฉลองปีดังกล่าว พวกเขาได้ออกคอลชั่นเสื้อผ้าลายเสือที่มีความสวยงาม เท่ และปราณีตในทุกดีเทล UNLOCKMEN เลยลองรวบรวม 5 คอลเลคชั่นปีเสือที่น่าสนใจ หวังให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจในการแต่งตัวตอนช่วงเปิดปี Balenciaga เริ่มกันที่แบรนด์แฟชั่นเราคุ้นเคยอย่าง Balenciaga ที่เฉลิมฉลองปีเสือด้วยชุดแฟชั่น “Year of Tiger Series” ซึ่งเกิดขึ้นจากการตีความปีเสือของ Demna Gvasalia นักออกแบบคนสำคัญของ Balenciaga จนออกมาเป็นไอเทมที่มีเอเลเม้นท์ของเสือหลากหลายประเภทจำนวน 57 ชิ้น เช่น เสื้อเชิ้ต เสื้อแจ็คเก็ต เครื่องประดับ กางเกงขาสั้นขายาว หรือ รองเท้าผ้าใบที่ผลิตจากวัสดุเกรดสูงและใส่สบายในทุกโอกาส ไอเทมแต่ละชิ้นจะสะท้อนความโฉบเฉี่ยวและความแข็งแกร่งของสัตว์ป่าแตกต่างกันออกไป บางไอเทมมีเพียงสีสันของเสือ บางไอเทมมีทั้งสีสันและลวดลายของเสือ บางไอเทมมีโลโก้ Balenciaga หรือ โลโก้เสือ ที่โดดเด่น สามารถสั่งซื้อได้แล้วที่เว็บไซต์ของ Balenciaga Gucci อีกหนึ่งแบรนด์ไฮเอนอย่าง Gucci
การขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ สามารถบ่งบอกรสนิยมความชอบและสไตล์ของแต่ละบุคคลได้ ไม่ต่างจากแฟชั่นเสื้อผ้าหรือแนวเพลงที่ชอบฟัง บางคนชอบความโมเดิร์น ตามกระแส ตามเทรนด์ ต้องทันยุคทันสมัย แต่บางคนกลับชอบว่ายน้ำทวนกระแส หันไปหลงใหลความวินเทจย้อนยุคราวกับว่าต้องการพาตัวเองย้อนเวลากลับไปหาความรุ่งเรืองในอดีต และถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนแบบนั้น แถมยังชื่นชอบการขับขี่จักรยานยนต์ ก็ไม่ควรพลาดที่จะมาทำความรู้จักกับ “Nmoto Golden Age BWW C400X Scooter” สำหรับรูปทรงดั้งเดิมของ BWW C400X Scooter ออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นสุดล้ำราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ Sci-Fi แต่ด้วยไอเดียสุดบรรเจิดของทาง Nmoto บริษัทคอสตอมรถของทาง BWW จึงจัดการพลิกโฉมด้วยชุดแต่งในชื่อ Golden Age ให้มันกลายเป็นสกู๊ตเตอร์สไตล์วินเทจแบบที่ไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้ได้นึกถึงกันเลย การออกแบบชุดแต่งตัวนี้มีความสะดุดตาเป็นอย่างแรงด้วยรูปทรงโค้งมนดูอวบอิ่ม ดูมีน้ำหนักมาก แต่นั่นมันเป็นเพียงสิ่งที่สายตาภายนอกได้ตัดสิน เพราะความจริงแล้วตัวบอดี้ถูกผลิตมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบา แถมยังครอบคลุมทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งคันด้วยส่วนประกอบเพียง 7 ชิ้นเท่านั้น อีกทั้งยังมีหลายเฉดสีให้ได้เลือกจับคู่ได้ตามความชอบ Nmoto Golden Age BWW C400X Scooter ยังโดดเด่นด้วยไฟหน้าขนาดใหญ่ระบบ LED พร้อมทั้งมีไฟเลี้ยวในตัว เติมความสมบูรณ์แบบสไตล์วินเทจด้วยเบาะหนังคู่ที่ถูกสั่งทำพิเศษ ซึ่งเหมาะกับคนรู้ใจให้ได้ซ้อนร่วมเดินทางกันไป อีกทั้งยังอุ่นใจได้กับระบบเบรกแบบ ABS ที่มาพร้อมกับระบบทรงตัวแบบอัตโนมัติ
อาดิดาส ออริจินอลส์ รังสรรค์คอลเลคชั่นแรกของปี 2022 กับ NEVER CHANGE YOUR STRIPES คอลเลคชั่นเสื้อผ้าและรองเท้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ร่วมกับครอบครัว ส่งมอบพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่ในปีเสือที่กำลังจะมาถึง สินค้าในคอลเลคชั่นประกอบไปด้วยเสื้อฮู้ดดี้ เสื้อยืด กางเกงสเวต กระเป๋า และเครื่องประดับที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากมรดกตกทอดทางวัฒนธรรมตะวันออก ผสมผสานกับปรัชญาการออกแบบอันชาญฉลาดให้เข้ากับยุคปัจจุบัน จุดเด่นของเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้จึงมีทั้งงานปะ ลวดลาย และการปักสุดประณีต โดยมีสีแดง สีเบจ และสีดำเป็นหลัก มาพร้อมกับรองเท้า 2 รุ่นคือ Superstar และ Ozweego ที่มาในโทนสีเดียวกัน นอกจากนี้ NEVER CHANGE YOUR STRIPES ยังเปิดตัวมาพร้อมกับแคมเปญที่ดัดแปลงมาจากภาพถ่ายครอบครัวในห้องนั่งเล่นแบบโบราณของชาวจีนที่เพิ่มความโมเดิร์นด้วยสไตล์ของเสื้อผ้าและรองเท้า ในส่วนของฉากหลังเป็นรูปเสือคู่สองตัวอยู่ในวงกลม ซึ่งนอกจากจะหมายถึงปีนักษัตรใหม่ที่กำลังจะมาถึงอย่างปีเสือแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของความกลมเกลียวและความครบถ้วนบริบูรณ์ NEVER CHANGE YOUR STRIPES จึงเป็นคอลเลคชั่นที่พิสูจน์ให้เห็นว่าคนทุกยุคทุกสมัยนั้นให้ความสำคัญกับครอบครัวเสมอ พบกับคอลเลคชั่น NEVER CHANGE YOUR STRIPES ได้แล้ววันนี้ ในราคา 550 ถึง 4,700 บาทที่อาดิดาส
ชวนทุกคนมานับถอยหลังสู่ปี 2022 ทบทวนการใช้ชีวิตในปีนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเหล่าศิลปินดังทั้ง 4 คนที่เราคุ้นเคยผลงานอย่าง P7, Benzilla, Rukkit และ Lolay พร้อมพูดคุยถึงมุมมองก้าวต่อไปของศิลปะที่กำลังสร้างความท้าทายใหม่อย่างวงการ NFT และโลก Metaverse ในสายตาของพวกเขาที่อยู่ในวงการศิลปะมายาวนาน อะไรบ้างที่ต้องรู้ ต้องปรับตัว และต้องยืนหยัด…เพราะศิลปะไม่ได้มีแค่เทคนิคแต่เชื่อมโยงไปถึงจิตใจ P7 P7 ศิลปินสตรีทอาร์ตที่มีผลงานมากมายได้รับการยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ เขาเคยฝากผลงานน่าสนใจเข้าร่วมเทศกาลศิลปะดังอย่าง BAB 2020 และได้ร่วมโปรเจกต์กับหลายแบรนด์ดังนับไม่ถ้วน ด้วยเอกลักษณ์ผลงานที่ผลิตไม่เคยซ้ำและมุมมองการสร้างสรรค์งานสุดคอนทราสต์ “จริง ๆ ช่วงโควิดไม่ได้เจออุปสรรคอะไรเลยนะ มีแค่อย่างเดียวคือการทำโครงการข้างนอกที่เขาจะจ้างเราไปทำอาร์ตดีไซน์หรืออาร์ตตกแต่ง มันอาจจะทำไม่ได้เพราะว่าเป็นช่วงโควิดเราก็เลยขอเลื่อนไปก่อน แต่ระหว่างที่เลื่อนเรามีงานส่วนตัวอยู่แล้วคือเพ้นท์ติ้งเพราะมีนักสะสมจองคิวภาพ พี่ก็วาดเพ้นท์ติ้งที่สตูดิโอตอนช่วงโควิดทุกวัน วาดแบบสไตล์พี่คือวาดไม่ซ้ำเลย แล้วก็ทำคิดแบบการทำประติมากรรมไปด้วยเพราะช่วงโควิดเราไม่ได้เข้าโรงปั้น ก็แทบจะไม่กระทบอะไรเลย” NFT คือความมันและการร่วมโปรเจกต์กับคนรู้ใจ “พี่เป็นคนชอบงานแฮนด์เมด ไม่เก่งคอมฯ และพี่ไม่คิดจะเรียนรู้คอมฯ ด้วยเพราะพี่สนุกกับการทำงานด้วยมือ พอ NFT มา มันก็เป็นอีกมีเดียนึง เรื่อง NFT แม้มันสามารถจะผลิตชิ้นเดียวที่ทำออกมาแล้วไม่ซ้ำในรูปแบบดิจิทัล แต่ว่า สำหรับพี่มันก็คืองานดิจิทัล มันก็เป็นอีกแขนงนึง เด็กก็มีโอกาสที่จะทำงานคอมพิวเตอร์ทางอาร์ตได้ มันก็เปิดกว้างดี แต่ส่วนตัวพี่ยังไม่ได้อินขนาดนั้น
ช่วงเวลาปลายปีของปีที่แล้ว Gucci และ The North Face ได้เปิดตัว collaboration collection ออกมาเรียกเสียงฮือฮาไปทั่วโลก และในปีนี้ก็เป็นอีกครั้งที่มีการร่วมมือแบบ cross-category ระหว่างแบรนด์ luxury และแบรนด์ adventure ในดีไซน์การออกแบบที่นักสะสมไม่ควรพลาด การร่วมมือกันครั้งใหม่ระหว่าง Gucci x The North Face รอบนี้มีทั้งจุดเด่นด้านเทคโนโลยีในการพิมพ์และดีไซน์ที่แตกต่างในเสื้อผ้า ready-to-wear กระเป๋าเดินทาง รองเท้า และ accessories สำหรับชายและหญิง ซึ่งใน collection นี้จะเป็นการผสมผสานโลโก้ของทั้งสองแบรนด์เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ยิ่งดูยิ่งเหมือนว่าทั้งคู่จะต้องจับมือกันต่อในระยะยาวอย่างแน่นอน มุมมองความคิดสร้างสรรค์ที่เฉียบคมของ Alessandro Michele, creative director จากบ้าน Gucci ใช้แรงบันดาลใจจากดีไซน์ที่มีกลิ่นอายจากยุค ’70s และ ’90s ในการออกแบบ collection ที่เต็มไปด้วย item น่าสนใจหลายชิ้น แม้จะไม่เหมาะกับการใส่ในบ้าเราเท่าไหร่นัก แต่ก็น่าสะสมเก็บไว้ยามบินไปใส่ในเมืองหนาว หรือจะใส่เดินห้างที่เปิดแอร์หนาว ๆ ก็เท่ได้
Sneakers รองเท้าที่ถูกสวมใส่โดยคนทุกเพศ ทุกวัย ใส่กันตั้งแต่ประธานาธิบดี เด็กนักเรียน ไปจนถึงนักกีฬา ด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายในดีไซน์ที่สวยงาม วิวัฒนาการจากรองเท้าที่ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันบนพื้นสนามกีฬา มาสู่ความนุ่มสบายเท้าที่เข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัว เป็นไอเท็มที่ช่วยสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้สวมใส่ ONITSUKA TIGER สร้างสรรค์แฟชั่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกีฬา เข้ากับเทคโนโลยีเพื่อแสวงหาความสบายสูงสุด ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปไกลถึงปี 1949 ยุคที่ไม่มีบริษัทไหนในญี่ปุ่นเชี่ยวชาญด้านการผลิตรองเท้ากีฬา Mr. Kihachiro Onitsuka จึงตัดสินใจก่อตั้ง Onitsuka Co., Ltd. โดยมีเป้าหมายคือการสนับสนุนให้เยาวชนญี่ปุ่นลุกขึ้นมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง เริ่มต้นจากบริษัทเล็ก ๆ ที่มีพนักงานเพียง 4 คน สู่แบรนด์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลกในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งทำให้สัญลักษณ์ Onitsuka Tiger Stripes กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในด้านคุณภาพ และดีไซน์ที่สวยงามในโลกของแฟชั่นที่มี Signature ชัดเจน นับตั้งแต่ปี 1949 ถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ของแบรนด์รองเท้าที่เก่าแก่มากกว่า 70 ปี เทคโนโลยีและดีไซน์ของ ONITSUKA TIGER ได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และซีรีส์ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุด “BIG LOGO TRAINER” กับจุดเด่น ‘Oversized
ความฝันและแรงบันดาลใจ เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนให้ผู้คนนำความชอบออกมาใช้เป็นไอเดียสร้างสรรค์ผลงานชิ้นสำคัญ โดยเฉพาะในโลกแห่งการ custom ที่แต่ละสำนักต่างใช้ความชอบที่ติดตรึงใจในอดีตของแต่ละคน นำมาใช้ดีไซน์รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่มีรูปแบบแตกต่างกันออกไป เป็นลายเซ็นที่ดึงดูดผู้คนที่มีความชื่นชอบเหมือนกันเข้าหากัน ในหมู่นักสะสมและวงการมอเตอร์ไซค์คลาสสิก จะมีคำพูดติดปากกันอยู่ว่า “รถเลือกคน” ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ คุณสัน สรวิศิษฎ์ บรรจงลักษมี แห่ง SMITHS VINTAGE CLUB ชายผู้หลงใหลในเสน่ห์ความสวยงามของ BMW R50 ที่จอดอยู่ในร้านตั้งแต่แรกพบ แม้ในตอนนั้นราคา 75,000 บาท จะสูงจนเกินเอื้อมสำหรับวัยรุ่นที่พึ่งจะเริ่มใช้ชีวิต แต่มันก็กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้คุณสันพยายามทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ และแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ภาพของมอเตอร์ไซค์ถังดำก็ไม่เคยเลือนหายไป ซึ่งคุณสันก็ไม่ลืมที่จะกลับมาไล่ตามความฝันในการครอบครอง BMW Motorrad คันแรกของตัวเอง สไตล์ความเท่และเสน่ห์ของ BMW Vintage ทำให้คุณสันเดินหน้าเก็บสะสมมอเตอร์ไซค์คลาสสิกได้จำนวนนึง ก็ตัดสินใจเปิดคลับเพื่อใช้ในการรวบรวมเหล่า Biker คอเดียวกันเอาไว้ในพื้นที่ ๆ ตั้งชื่อว่า “SMITHS VINTAGE CLUB“ สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ออกมาผ่าน BMW Motorrad รุ่นคลาสสิกมากมาย เสื้อผ้า รวมถึงแผ่นเสียงที่สะสมไว้ตั้งแต่วัยรุ่น ซึ่งเกี่ยวกับที่มาของชื่อคลับนี้ด้วยเช่นกัน ชื่อ “SMITHS VINTAGE
ดูเหมือนว่าในปีนี้ Adam Sandler ดาราฮอลลีวู้ดจะได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตัวแบบสบาย ๆ ของเขา Google ได้เปิดเผยลิสต์ Year in Search 2021 ซึ่งมีชื่อของ Sandler ติดในอันดับบุคคลที่ถูกค้นหามากที่สุดในหมวด ‘celebrity outfits’ โดยคนที่ถูกค้นหามากรองลงมา คือ Britney Spears (อันดับ 2) และ Harry Styles (อันดับ 6) สไตล์การแต่งตัวของ Adam Sandler มักมีความเป็น Casual สูง ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดตัวโคร่ง และ กางเกงขาสั้นแบบ baggy short ซึ่งเป็นสไตล์ที่มีเสน่ห์มากจนชาวเน็ตยกย่องให้การแต่งตัวของเขาเป็น peak ‘American fashion’ แถมยังมีดาราบางคนที่ได้รับแรงบันดาลใจในการแต่งตัวจากเขาอีกด้วย เช่น Pete Davidson เราเลยอยากพาทุกคนไปสำรวจลุคที่น่าสนใจของ Adam Sandler กัน
ในอนาคต คนอาจใช้รถยนต์กันน้อยลงกว่าเดิมก็ เพราะตอนนี้มีหลายบริษัทที่ทำการพัฒนารถยนต์บินได้ ซึ่งสามารถแทนที่การเดินทางแบบเก่าได้ หนึ่งในนั้น คือ PHRACTYL บริษัทสตาร์ทอัพในประเทศแอฟริกาใต้ ที่เปิดตัวอากาศยานชื่อว่า Macrobat ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากนก และเกิดขึ้นมาเพื่อเอาชนะพื้นที่ที่เข้าถึงยากด้วยพาหนะทั่วไป อากาศยานคันนี้มีรูปร่างเหมือน นกกระทุง (pelican) และเป็น eVTOL หรือ ยานพาหนะไฟฟ้าที่บินขึ้นและลงจอดได้ในรูปแบบแนวดิ่ง มันมาพร้อมกับปีกที่มีมอเตอร์ไฟฟ้าและใบพัด และมีล้อที่ถูกแทนที่ด้วยขาที่มีลักษณะคล้ายกับขาของนกซึ่งมีการติดตั้งสายพานไว้ที่เท้า เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่ง และทำให้พาหนะสามารถลงจอดที่ไหนก็ได้อย่างปลอดภัยไร้อุปสรรค์ รถบินคันนี้จะมีการเคลื่อนไหวเหมือนนก คือ เอียงไปข้างหลัง 45 องศา ทั้งตอนบินขึ้นและลงจอด มันสามารถ take off ได้แบบไม่ต้องใช้รันเวย์ โดยตอนบิน จะมีการกางปีกทั้งสองข้างและใบพัดจะหมุนด้วยความเร็วสูง จากนั้นขาทั้งสองของเครื่อองบินจะย่อลงเพื่อให้เกิดแรงในการกระโดดบิน จนเมื่อเครื่องลอยฟ้าแล้ว ขาทั้งสองข้างจะถูกพับเก็บเพื่อลดแรงต้านอากาศ และทำให้เครื่องบินบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับ Macrobat จะเป็นเครื่องบินขนาดเล็กสามารถรองรับนักบินได้ 1 คน สามารถเดินทางได้ไกลราว 150 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถบรรทุกน้ำหนักของผู้โดยสารและสัมภาระรวมกันสูงสุดได้ 150 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม
รอยสักถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน มีทั้งสักเพื่อบ่งบอกสัญลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ หรืออย่างในบ้านเราที่สักเพื่อการใช้วิชาคาถาอาคม แต่ในปัจจุบันมันได้พัฒนากลายเป็นแฟชั่นสวยงามที่คนมากมายนิยมชมชอบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย ส่วนใครที่มีแพลนที่จะสักหรือยังลังเล Unlockmen มี 6 ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนโดนเข็มมาฝากเพื่อเพิ่มความพร้อมของคุณให้มากยิ่งขึ้น 1.เลือกลายที่ชอบกับตำแหน่งที่ใช่ ขั้นตอนแรกเบสิคมาก ๆ ก่อนที่จะเกิดลวดลายบนร่างกายเราเองก็ต้องคัดสรรค์สิ่งที่ชื่นชอบซะก่อน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพต่าง ๆ หรือตัวอักษร หรือจะเป็นงานแบบโอลด์สคูลหรือนิวสคูล ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละบุคคล นอกจากนั้นยังต้องดูตำแหน่งบนร่างกายให้เหมาะสมอีกด้วย หากคุณทำงานที่เคร่งเรื่องรอยสักก็ควรสักไว้ใต้ร่มผ้า แต่ถ้าหากคุณไม่มีอะไรผูกมัดก็ซัดส่วนที่คุณอยากได้เลย 2.หาร้านตรงสเป็กและเชคความปลอดภัย ปัจจุบันมีช่างสักให้เลือกเป็นจำนวนมาก แต่ละคนก็มีความโดดเด่นและความถนัดที่แตกต่างกันออกไป แล้วยิ่งในยุคโซเชียล มีเดีย ถือเป็นโชคดีของบรรดาลูกค้าที่จะได้มีโอกาสได้ดูงานและรีวิวตามช่องทางต่าง ๆ เช่น Instagram หรือ Facebook ทำให้ช่วยตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากจะดูร้านที่ถูกใจแล้วการตรวจสอบความสะอาดของร้านไม่ว่าจะเป็นการดูแลอุปกรณ์ การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือการเปลี่ยนเข็ม ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เพราะหากพลาดไปอาจจะโชคร้ายได้โรคกลับมาบ้านเป็นของแถม 3.ใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม คุณต้องคำนึงถึงตำแหน่งที่จะสักเป็นอย่างแรก หลังจากนั้นให้เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่ให้เหมาะสมโดยเฉพาะสุภาพสตรีที่มีจุดสุ่มเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย คุณก็ควรจะต้องระมัดระวังมากกว่าเป็นพิเศษ 4.รับประทานอาหารก่อนรับงานสัก อย่าปล่อยให้ท้องของคุณว่าง และควรรับประทานอาหารที่มีกลูโคสเพราะร่างกายคุณจะเสียเลือดมากกว่าปกติ มันจะช่วยลดอาการหน้ามืดได้ และแน่นอนการรับประทานอาหารมาก่อนจะทำให้คุณไม่หิวระหว่างสักนั่นเอง 5.งดเครื่องดื่มมึนเมา นอกจากอาจจะคุยกับช่างสักไม่รู้เรื่อง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์มาก่อนจะทำให้เลือดของคุณไหลออกมามากเป็นพิเศษในขณะที่โดนเข็มกรีดไปตามร่างกาย ส่งผลงานงานสักเละ สักติดยาก แถมเปลืองกระดาษทิชชู่ชองช่างที่ต้องคอยมานั่งซับเลือดให้อีก
เด็กผู้ชายส่วนใหญ่คงเติบโตมาด้วยของเล่นหุ่นยนต์อย่างน้อยหนึ่งตัวหรือมากกว่านั้น จากจินตนาการในวัยเยาว์หุ่นยนต์เหล่านี้มีหน้าที่เป็นมิตรแท้ เป็นผู้คอยปกป้องปราบปรามศัตรูร้าย หรือเพื่อนที่นอนในอ้อมแขนยามเราหลับไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ภาพจำเหล่านี้ยังคงมีพลังบวกและสามารถสร้างรอยยิ้มให้เราได้ทุกครั้งยามนึกถึง ตั้งแต่อดีต นาฬิกาส่วนใหญ่ถูกออกแบบในแนวทางอนุรักษ์นิยม ด้วยรูปลักษณ์ในแบบฉบับที่ค่อนข้างจำเจ และน่าเบื่อไปหน่อย(สำหรับบางคน) ด้วยหัวคิดที่ขบถและความหลงใหลส่วนตัว Azimuth เลือกที่จะนำภาพจำในอดีตมาถ่ายทอดและส่งต่อผ่านทางนาฬิกาข้อมือ และประถมบทของความคิดนี้ก็ถูกประเดิมด้วย Azimuth Mr.Roboto R1, 2008 ที่สวนกระแสตลาดอย่างคาดไม่ถึง เปลี่ยนแปลงความหรูหราที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือบ่งบอกฐานะทางสังคม ให้กลายเป็นความสุขในอดีตที่อยู่บนข้อมือ ทำให้นาฬิกาใบหน้าหุ่นยนต์เรือนนี้เป็นกระแสและได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีมาตลอดแปดปี จนมาถึงเวอร์ชั่นถัดไป Azimuth Mr.Roboto R2 ที่แฟนซีมากขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น ฝาหลังแซฟไฟร์โชว์กลไก เพิ่มรายละเอียดอีกหลายอย่างเรียกได้ว่าฟูลออปชั่น แต่ความแฟนซีและฟูลออปชั่นแบบนี้ใช่ว่าจะเป็นที่รักของทุกคน แฟนบอยและนักสะสมมากมายกลับถวิลหาความเรียบง่ายแต่มีอะไรซ่อนอยู่แบบ Mr.Roboto R1 ทำให้เกิดการแสวงหามากมายจนทำให้ราคาในตลาดมือสองขยับขึ้นไป 2-3 เท่า จากราคาเดิม ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่ได้พบเจอบ่อย ๆ กับแบรนด์ indie และ newbie แบบนี้ ด้วยการตอบรับและการเรียกร้องจากลูกค้าที่อยากได้รุ่นพิเศษบ้าง Azimuth จึงตัดสินใจเข็น Mr. Roboto Bronzo ออกมา สิ่งที่พิเศษคือการนำ Bronze คุณภาพสูงจาก Germany
ถ้าพูดถึงเรื่องสูทกับผู้ชายไทย ดูจะเป็นชุดความรู้ที่เข้าใจผิดกันมานมนานหลายต่อหลายเรื่อง ซึ่ง UNLOCKMEN พอจะเข้าใจว่าด้วยสภาพอากาศ และโอกาสที่ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยต่อการสวมใส่เสื้อสูทสักเท่าไหร่ ส่งผลให้หนุ่ม ๆ ไทยไม่คุ้นชินกับวัฒนธรรมนี้เท่าที่ควร พอนำมาสวมใส่ก็จะดูเคอะเขิน ไม่มั่นใจกันไปอีก แต่วันนี้พวกเราอยากจะเปิดมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการใส่ชุดสูทเพิ่มมากขึ้น เมื่อได้รับโอกาสอันดีจากคุณ ศิรพล ฤทธิประศาสน์ (กาย) และ คุณ วรงค์ ภัทรชัยกุล (บอล) เจ้าของร้าน The Decorum จุดนัดพบสำหรับสุภาพบุรุษ ในการแนะนำข้อมูลแง่มุมต่าง ๆ เกี่ยวกับชุดสูทแบบจัดเต็ม ซึ่งก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเรื่องสูท เป็นธรรมเนียมที่จะต้องพูดคุยเกี่ยวกับที่มาของร้านว่าทั้งคู่มาเริ่มต้นจับธุรกิจ Tailor Made ได้อย่างไร อะไรที่จุดประกายความคิดจนอยากจะเปิดร้าน The Decorum ขึ้นมาด้วยกัน ? คือเราสองคนรู้จักกันมาก่อนหน้านี้แล้วชอบอะไรที่เหมือน ๆ กัน ใส่เชิ้ตยี่ห้อเดียวกัน แล้วก็มีคนมาถามเยอะ ว่าเราใช้ของอะไร หามาจากไหน จึงคิดว่าอยากจะทำร้านขึ้นเพื่อให้เหมาะกับคนที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกับเรา ก็เลยรู้สึกว่าอยากเอาสินค้าที่ตัวเองชอบและใช้อยู่แล้วมาทำตลาดที่นี่ครับ โดยสินค้าส่วนใหญ่ในร้านจะเป็นที่เราก็ใส่เองด้วย ส่วนเรื่องของช่างตัดสูทที่ทางร้านนำเข้ามาก็เป็นช่างที่พวกผมตัดกับเขาประจำอยู่แล้ว เป็นเพื่อนกัน สุดท้ายมาถึงจุดที่ว่า ตลาดเมืองไทยยังไม่มีอะไรแบบนี้ อยากจะให้คนไทยมีโอกาสได้ลองเหมือนกับเรา


