เรื่องสไตล์การแต่งตัวต่อให้อยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็ห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะสถานการณ์ไม่ใช่กรอบที่มาขีดเส้นให้เราต้องแต่งตัวแบบเดียวกันเหมือนกันหมด ต่างคนต่างสไตล์ ต่างความชอบ สุดแต่ความต้องการส่วนตัว จากที่เราสังเกตข่าวคราวตอนนี้ หลายคนอาจจะพูดว่าแฟชั่นเป็นเรื่องสิ้นเปลือง เป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่เรากล้ายืนยันว่าความจริงแฟชั่นไม่ได้แยกจากการใช้ชีวิตประจำวันขนาดนั้น และใช่ว่าแฟชั่นจะเป็นของสิ้นเปลืองเสมอไป ดังนั้น วันนี้ UNLOCKMEN จึงรวมแบรนด์ไทยเท่ ๆ เทรนด์การแต่งตัวใหม่ของผู้ชายที่มายืนยันว่า “ความปลอดภัย” กับ “ไลฟ์สไตล์” ไม่ใช่เรื่องที่ต้องแยกจากกัน GREYHOUND ORIGINAL: CROSSBODY BAG ขอเปิดด้วยคอลเลกชันช่วงไวรัสระบาดของ Greyhound Original ด้วยหนึ่งในคอลเลกชัน “SAFE SERVICE PROJECT” อย่าง Multi-Functional Crossbody Bag หรือกระเป๋าสะพายข้างที่มาพร้อมกับ Hand Sanitize & Moisturizer ขนาดพกพา ปกติผู้ชายส่วนใหญ่เราชอบอะไร flow flow ไม่ชอบพกของพะรุงพะรังหรือกระเป๋าใบใหญ่ ๆ ไปไหน แต่ถ้าให้พก Crossbag ที่ออกแบบช่องเก็บแบบ Multi-Function ลุคมินิมัล แต่พอกางออกมาแล้วมีช่องใส่ได้ครบทั้งแว่นกันแดด กระดาษทิชชู มือถือ กระเป๋าสตางค์
นอกจากเราจะเห็นคนรอบตัวปลดปล่อยศักยภาพการเป็นพ่อครัวและขาแดนซ์กันแล้ว ยังมีคนอีกกลุ่มใหญ่ที่กลายเป็นนักออกกำลังกายผ่านทางออนไลน์อีกเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าใครคิดจะเอาดีทางด้านนี้ สิ่งแรกที่ต้องคิดคือจุดขายที่จะสร้างสไตล์และความแตกต่างให้การออกกำลังกายของคุณดูดีกว่าใคร ขอแนะนำ Exercise Gear collection ใหม่ล่าสุดจาก Louis Vuitton เพราะเข้าใจว่าช่วงนี้หลายคนต้องอยู่ติดบ้าน นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ Louis Vuitton เลือกเปิดตัว Sporting Goods, Games และ Collectors Items สุดพิเศษในช่วงเวลาที่แสนจะน่าเบื่อเนื่องจาก Coronavirus ชิ้นที่เด็ดสุดใน collection นี้ เราขอยกให้กับสาขา Sporting Goods ที่มี DUMBBELLS สุดหรูหรา น้ำหนักข้างละ 3 กิโลกรัม ผลิตจากเหล็กขัดเงางาม บริเวณที่จับหุ้มด้วยหนังแท้ลาย Monogram Eclipse สวยงามราวกับเครื่องประดับออกงานมากกว่าอุปกรณ์ออกกำลังกาย เหมาะสำหรับคนที่อยากกำลังกายอย่างโดดเด่น สุขภาพดีและเติมเต็มความภาคภูมิใจได้ในสนนราคาคู่ละ $2,720 (81,600 บาท) หรือใครไม่ชอบยก Dumbbells ก็ยังมี PING PONG SET JAMES ชุดไม้ปิงปอง LV ที่มาพร้อมกับไม้ตีปิงปอง
การทำอาร์ตเวิร์กสวย ๆ หรือทำรูปสวย ๆ ในโซเชียลสักชิ้นในโซเชียลวันนี้ ขาดสกิลหลักอย่างการ “ไดคัต” ให้เนียนคงไม่ได้ แม้ช่วงก่อนหน้านี้จะมีเว็บไซต์ www.remove.bg เข้ามาให้ใช้ฟรี แต่ก็ยังขาดเรื่องขนาดความละเอียดภาพที่ต่ำกว่าการใช้งานที่เราต้องการ สำหรับใครที่ใช้เครื่องมือปากกา (Pen) ไม่เก่ง ส่วนมากถ้าพื้นคลีน ๆ เรามักจะใช้ Selection Tools แบบพอกล้อมแกล้มใน Photoshop แต่เอาเข้าจริงแม้จะอยู่ในพื้นสีตัดกัน บางจุดก็ยังเลือกออกมาไม่เนียนเท่าที่ควร ปลายแหลมอาจจะด้วน หรือรูปที่มีสีขาวอาจจะโดนกินเข้าไปในภาพที่เราต้องการแบบขาด ๆ เกิน ๆ UNLOCKMEN TUTORIAL วันนี้ขอเปิดคลาส Photoshop ทำมือที่แค่มีเม้าส์หนูกับโปรแกรม Photoshop CC 2020 ติดเครื่อง ก็สามารถสร้างภาพไดคัตดี ๆ คลีน ๆ เก็บความคมของภาพที่เคยด้วนไว้ได้ด้วย Selection Tools จากการใช้ Object Selection Tools ภายในไม่กี่ขั้นตอน เริ่มต้นที่การทำความรู้จักเครื่องมือชิ้นนี้ที่เรียกว่า Object Selection Tools ก่อน
เชื่อไหมครับว่าภาพยนตร์หลายพันเรื่องที่เคยผ่านตาเรา ล้วนสอดแทรกโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจเอาไว้ และถ้าคุณหลงใหลงานดีไซน์มากพอก็คงจะรับรู้ได้ เนื่องจากสถาปัตยกรรมเป็นสิ่งปลูกสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อมนุษย์ แถมยังครอบคลุมตั้งแต่การพักอาศัยไปจนถึงการใช้ชีวิต การออกแบบสถาปัตยกรรมจึงนับว่ามีบทบาทไม่น้อยต่อภาพยนตร์ นอกจากจะเป็นฉากหลังประกอบเนื้อเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสายตาผู้ชมแล้ว สถาปัตยกรรมในแต่ละฉากตอนยังสะท้อนถึงสภาพสังคม วัฒนธรรม รวมถึงยุคสมัยที่ปรากฏในภาพยนตร์แต่ละเรื่องได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นรายละเอียดเล็ก ๆ ของงานสถาปัตยกรรมยังช่วยเสริมแนวคิดตลอดจนเนื้อเรื่องของภาพยนตร์ให้เด่นชัดขึ้นในเวลาเดียวกัน แล้วนี่คือภาพยนตร์ 5 เรื่อง 5 รสชาติที่ซ่อนความพิเศษทางสถาปัตยกรรมบางอย่างที่เราอยากให้คุณได้รับชม! PARASITE, 2019 ภาพยนตร์สัญชาติเกาหลีของผู้กำกับ Bong Joon-ho ที่นอกจากจะคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและอีกหลายรางวัลใหญ่บนเวทีออสการ์ ยังซ่อนผลงานสถาปัตยกรรมสุดน่าทึ่งเอาไว้ด้วย เนื้อเรื่องของ Parasite เล่าถึงครอบครัวต่างฐานะของเกาหลีใต้ที่ฝั่งหนึ่งใช้ชีวิตสุขสบายในคฤหาสน์หรู แต่อีกฝั่งต้องกัดฟันสู้ชีวิตท่ามกลางสภาพสังคมที่เหลื่อมล้ำ ภาพยนตร์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยการเสียดสีสังคมและเผยให้เห็นช่องโหว่ของคนรวยกับจนอย่างโจ๋งครึ่ม ซึ่งหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่ช่วยให้ผู้ชมซึมซับความต่างระหว่างชนชั้นคือผลงานสถาปัตยกรรมในเรื่องนี้ ผนังหน้าบ้านของครอบครัวคนรวยดีไซน์ด้วยกำแพงสูงทึบตัน ที่ช่วยแบ่งกั้นระหว่างภายในกับภายนอกอย่างชัดเจน ทางเดินเข้าบ้านยกระดับให้สูงขึ้นสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้พักอาศัย และเหมือนบอกโดยนัยว่าไม่ต้องการให้ใครเข้าถึงง่าย ภายในยังสร้างบันไดไว้บริเวณจุดศูนย์กลางบ้านช่วยแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น แม้จะใช้กระจกบานกว้างเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและบ่งบอกถึงรสนิยมหรูหรา แต่กลับเลือกเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่ดูเรียบง่ายมาตกแต่ง บวกกับโทนสีในบ้านและเปลือกนอกอาคารที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ราวกับบอกว่าบ้านหลังนี้ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ BLACK PANTHER, 2018 แม้แต่ Black Panther ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ลำดับที่ 8 ในจักรวาลมาเวล ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดยิบย่อยของสถาปัตยกรรมผังเมืองฝีมือ Zaha Hadid สถาปนิกหญิงชื่อก้องโลกผู้คร่ำหวอดในแวดวงสถาปัตยกรรม
การระบาดไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้คนในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีอัตราผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้โรงพยาบาลหลักหลายแห่งเริ่มไม่เหลือพื้นที่เพียงพอสำหรับรักษาและกักตัวผู้ติดเชื้อทั้งหมด สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทด้านสุขภาพอย่าง Jupe เร่งพัฒนาโปรเจกต์ “อาคารดูแลผู้ป่วยแบบติดตั้ง” เพื่อเตรียมนำมาใช้งานจริงในสถานที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล โดยตึกพยาบาลแบบ Standalone ทั้งหมดจะประกอบไปด้วยอะไรบ้างมาชมไปพร้อมกัน Jupe คือบริษัทด้านสุขภาพที่ก่อตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่ชื่อ Jeff Wilson และนายแพทย์ Esther Choo โดยได้เงินสนับสนุนจากเศรษฐีผู้สนใจงานด้านมนุษยธรรมอย่าง Cameron Sinclair ซึ่งทั้ง 3 คนมีความเห็นตรงกันว่าอยากจะสร้างศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนที่ ที่สามารถขนส่งและติดตั้งในสถานที่ไหนก็ได้ รวมถึงใช้เวลาประกอบเพียงชั่วข้ามคืนจนออกมาเป็นผลงานที่ชื่อว่า Jupe Health Jupe Health ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างทั้งหมด 3 ยูนิตด้วยกันคือ Jupe Plus, Jupe Care และ Jupe Rest ที่สร้างขึ้นมาตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่าง แต่สิ่งอำนวยความสะดวกในยูนิตต่าง ๆ จะประกอบไปด้วยอะไรบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกัน เริ่มกันที่ Jupe Plus อาคารดูแลผู้ป่วยหนักแบบ Stand-Alone ยูนิตแรกของโลก ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นห้องดูแลผู้ป่วย ICU
สาวก NIKE น่าจะหลงรักแบรนด์มากขึ้นไปอีก เมื่อได้รู้ว่า Nike Air Sole เทคโนโลยี Signature ใกล้ตัว กำลังถูกปรับเปลี่ยนเป็นชิ้นส่วนสำหรับผลิตหน้ากาก Face Shields ให้กับเหล่าแพทย์และพยาบาล เพื่อต่อสู้กับมือกับ Coronavirus Nike เป็นแบรนด์ล่าสุดที่ร่วมพัฒนาอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ โดยเปิดตัวพร้อมดีไซน์ Face Shields ที่ออกแบบโดยร่วมพัฒนาภายใต้คำแนะนำของ Oregon Health & Science University (OHSU) เพื่อให้ได้ design และ function ที่เป็นประโยชน์กับผู้กล้าแถวหน้าที่ใช้งานจริง ผลิตจากวัสดุที่ใช้ผลิตรองเท้าและเสื้อผ้าของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสายรัดปรับขนาดที่ดัดแปลงมาจากวัสดุผลิตเชือกรองเท้า และตัวล็อคปรับระดับที่เอามาจากไลน์เสื้อผ้า แต่ที่น่าสนใจกว่าคือการนำวัตถุดิบ TPU สำหรับทำพื้น Air ของรองเท้า Nike มาผลิตเป็นแผ่นกันลมและกระจกใสด้านนอกเพื่อป้องกันสารคัดหลั่งจากคนป่วย ออกแบบเป็น Polyurethane film Shields แยกชิ้น 3 ชั้น เพื่อการป้องกันเฉพาะส่วนที่รัดกุมกว่า ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยให้การถ่ายเทอากาศทำได้ดีขึ้น “Full-Face Shields เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากในการทำงานดูแลผู้ป่วย
บางคนซื้อ Supercar เอาไว้ขับ ในขณะที่คนอีกจำนวนมากซื้อ Supercar เอาไว้สะสมหรือทำกำไร ส่วนใหญ่รถ Supercar คันงามจึงถูกจอดเก็บมากกว่าจะถูกขับออกไปบนถนน ซึ่งโอกาสในการนำรถราคาแพงระยับออกไปใช้งานก็ค่อนข้างน้อยและมีความเสี่ยงสูง ยิ่งในประเทศไทยยิ่งต้องสำรวจเส้นทางกันให้ดีก่อนเสมอ แต่ไม่ว่าคุณจะซื้อ Supercar ด้วยเหตุผลข้อไหน สิ่งที่เรามีเหมือนกันคือความหลงใหลในความสวยงามของรูปลักษณ์ภายนอก ที่สวยจนสามารถใช้เป็นงานศิลป์ชิ้นใหญ่สำหรับตกแต่งบ้านได้ ซึ่งคงจะดีกว่าการจอดเก็บอยู่ในที่จอดรถแบบปิดที่ไม่มีใครมองเห็น แม้แต่เจ้าของรถเองด้วย และเสียงเรียกร้องของบรรดาผู้ครอบครอง Supercar ทำให้เกิดเทรนด์การออกแบบสถาปัตยกรรมที่กำลังมาแรง นั่นคือ Supercar Capsule และมีบริษัทมากมายที่เกิดขึ้นเพื่อการออกแบบที่จอดรถโดยเฉพาะ หรือแม้แต่ค่ายรถยนต์ผู้ผลิต Supercar เอง ก็มีบริการออกแบบที่จอดรถเพื่อความโดดเด่นของรถคันนั้นอีกด้วย หนึ่งในบริษัทเกิดใหม่ที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบที่จอดรถก็คือ Superfuturedesign สตูดิโอออกแบบใน Dubai ร่วมงานกับ ASZarchitetti Group จาก Italy นำเสนอ Interior design service ที่เน้นออกแบบจุดจอดรถ Supercars ทั้งภายในและนอกบ้าน ให้กลายเป็น Personal Showroom โดยดึงจุดเด่นจากคาแรคเตอร์ของรถ รวมถึงเจ้าของบ้าน และสิ่งแวดล้อมในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้แสงไฟ โทนสี วัสดุตกแต่ง จนกลายเป็นที่จอดรถที่คุณสามารถนั่งมองอย่างผ่อนคลายได้ทุกวัน
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในบ้านเรายังคงน่าเป็นห่วงจากจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่มีเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้งานบริการที่ต้องใกล้ชิดกับลูกค้าอย่างร้านตัดผมได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ จากคำสั่งปิดร้านไปในช่วงนี้ แน่นอนว่าการปิดให้บริการของร้านตัดผมเหล่านี้เป็นไปเพื่อความปลอดภัยของทุก ๆ คน แต่ก็สร้างคำถามต่อว่าแล้วเราจะตัดผมกันที่ไหน ? วันนี้ UNLOCKMEN เชื่อว่ามีหนุ่ม ๆ หลายคนกำลังพบเจอกับผมที่กำลังยาวรุงรังจนรำคาญใจ แต่ในสถานการณ์ที่ร้านโปรดช่างประจำไม่สามารถให้บริการได้แบบนี้ การตัดผมด้วยตัวเองจึงเป็นอีกสกิลหนึ่งที่เราอยากแนะนำให้ทุกคนลองทำกันดู และ SURVIVAL ครั้งนี้ได้รวบรวมเคล็ดลับและเทคนิคเบื้องต้นที่จำเป็นมาให้แล้ว จะต้องเตรียมตัวและมีวิธีการอะไรบ้างมาเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน เตรียมอุปกรณ์และสถานที่ การตัดผมคงเริ่มต้นไม่ได้ถ้าอุปกรณ์ Home Barber ของเรายังมีไม่พร้อม เพราะถึงเป็นการตัดผมด้วยตัวเองที่บ้านแต่การตัดผมก็เป็นเรื่องที่ต้องการเครื่องมือเฉพาะ และวันนี้อุปกรณ์ที่เป็นพระเอกของงานคือปัตตาเลี่ยน (Clippers) ซึ่งทุกคนสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ในราคาที่มีตั้งแต่หลักร้อยไปถึงแบบชุดแบบครบคันในราคาหลักพัน แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อแบบครบชุดที่มาพร้อมหัวครบชุดเปลี่ยนแบบเรียงเบอร์ เราแนะนำให้ซื้อหัวปัตตาเลี่ยนเบอร์ที่ใช้ตัดที่ร้านบ่อยที่สุดติดตัวไว้จะเพราะช่วยให้การตัดผมเองง่ายดายมากขึ้น รวมถึงกรรไกรตัดผมด้วยมือข้างถนัดอย่างน้อยหนึ่งเล่มและหวี อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้คือ กระจก ที่ต้องการอย่างน้อย 1 บานเพื่อใช้ส่องด้านหน้าระหว่างตัด แต่สำหรับคนที่ต้องการตัดเองระยะยาวเราแนะนำให้ซื้อกระจกแบบ 3 ด้านที่ตอบโจทย์การตัดผมเองได้เลย เรื่องของสถานที่ แน่นอนว่าบ้านหรือห้องของเราอาจไม่มีมุมให้เลือกมากนักซึ่งไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะห้องน้ำคือคำตอบที่เหมาะสมเพราะไม่มีทั้งลม แถมยังฉีดน้ำทำความสะอาดเศษผมได้ง่าย สิ่งที่ควรระวังคือระดับแสงสว่างในห้องน้ำ เพราะแสงที่น้อยเกินไปอาจให้คุณมองเห็นความยาวและความสม่ำเสมอของผมไม่ชัดเจนระหว่างตัดได้ แต่สำหรับใครที่มีอุปกรณ์ สถานที่พร้อมก็ลุยต่อกันได้เลย ทำความรู้จักผม เลือกทรงและทำความสะอาด ก่อนจะลงมือหั่นผมทิ้งไป มาทำความรู้จักผมของตัวเองให้ดีขึ้นก่อน
ในบรรดาค่ายรถผู้ผลิตยนตรกรรมระดับโลก คงต้องยอมรับว่า BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) เป็นหนึ่งในค่ายที่ให้ความสำคัญกับการขับขี่รถยนต์หรูหราล้ำสมัยไปพร้อมกับการขับเคลื่อนผลงานศิลปะที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปินผู้รังสรรค์ ตั้งแต่ปี 1975 ที่ Hervé Poulain นักแข่งรถและนักประมูลรถชาวฝรั่งเศสได้ริเริ่มโปรเจกต์ ‘BMW Art Cars’ เอาไว้ นับแต่นั้นบริบทของศิลปะก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ผลงานศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนผืนผ้าใบหรือในพิพิธภัณฑ์ชื่อก้องโลกอีกต่อไป หากสอดแทรกอยู่แทบทุกที่รอบตัว แม้แต่บนหลังคา ปีก หรือฝากระโปรงของรถยนต์ BMW ก็ตาม Hervé Poulain ชวนศิลปินหลากหลายแขนงทั่วโลกมาร่วมสร้างผลงานศิลปะเฉพาะตัว เนรมิตยานพาหนะเพื่อการขับขี่ให้กลายเป็นผ้าใบผืนใหญ่ และเปิดโอกาสให้เหล่าศิลปินใช้พื้นที่ว่างรังสรรค์ศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์และตัวตนของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็น Alexander Calder, Frank Stella, Roy Lichtenstein หรือแม้แต่ Andy Warhol ล้วนเคยสร้างผลงาน BMW Art Cars ในแบบฉบับของตัวเองมาแล้วทั้งนั้น พวกเขาระเบิดความคิดสร้างสรรค์และถ่ายทอดทักษะความสามารถลงบนโมเดลรถยนต์ค่ายใบพัดฟ้าจนเป็นตำนาน ซึ่งปัจจุบันมี BMW Art Cars รวมทั้งสิ้น 19 คันทั่วโลก ‘BMW Unbound World of
กลุ่มคาราวานขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามที่ต่าง ๆ หรือนักดนตรีพังก์ที่ออกจากบ้านมาร้องเพลงในบาร์เล็ก ๆ ทุกคืนวันเสาร์ แก๊งยากูซ่าผู้ถูกเกลียดชัง ทั้งหมดคือกลุ่ม Subcultute หรือวัฒนธรรมย่อยที่ซ่อนตัวอยู่ในสังคม เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มผู้คนความชอบเดียวกัน แถมการรวมกลุ่มพวกเขามักโดดเด่นและมีเอกลักษณ์จนคนจำได้ เหตุผลที่ UNLOCKMEN พูดถึงชาวพังก์ แก๊งบิ๊กไบค์ และกลุ่มแยงกี้กับยากูซ่า ที่ดูแล้วไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันมากนักเป็นเพราะพวกเราได้เจอกับแบรนด์เครื่องหนังสัญชาติญี่ปุ่นชื่อว่า “Blackmeans” ที่ร่วมสืบทอดวัฒนธรรมย่อยเหล่านี้ให้ได้ไปต่อในกระแสสังคม ผ่านการออกแบบเครื่องหนังที่ถือเป็นไอเทมยอดฮิตสำหรับชาวแก๊งทั้งสาม แจ็กเกตหนังคือไอเทมประจำตัวของหนุ่ม ๆ ผู้ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์ระยะไกล อาจเป็นเพราะแจ็กเกตหนังแขนยาวสามารถกันแดด ป้องกันผิวหนังเวลาเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าผ้าชนิดอื่น ๆ แถมยังสามารถสลักรูปประจำกลุ่มไว้กลางหลังได้เหมือนอย่างแก๊ง Hell Angels อันโด่งดัง ส่วนชาวพังก์ก็มักสวมเสื้อกั๊กหนัง ปลอกคอหนัง และกำไลข้อมือหนังออกไปพบปะกับคนคอเดียวกันในบาร์เหล้า ส่วนยากูซ่ากับแก๊งแยงกี้ก็มักมีเสื้อหนังประจำกลุ่มแบบเดียวกับกลุ่มบิ๊กไบค์ เครื่องแต่งกายคือสิ่งเติมเต็มความพึงพอใจทำให้ผู้คนจดจำพวกเขาได้ การให้ความสำคัญกับแฟชั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญทำให้คนทั่วไปเข้าใจสิ่งที่พวกเขาพยายามจะสื่อ Yujiro Komatsu (ยูจิโร่ โคมัตสึ) เป็นชายที่ชื่นชอบเครื่องหนังมาก เขาไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นชาวพังก์ เป็นสมาชิกแก๊งยากูซ่า หรือว่าขี่บิ๊กไบค์แต่เขาเป็นแค่คนหลงรักเครื่องหนังและเห็นชาวพังก์มาตั้งแต่ 10 ขวบ แถมยังรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้ความชอบของตัวเองตอบโจทย์ของคนหลายกลุ่มได้ในเวลาเดียวกัน นอกจากความชอบส่วนตัวยูจิโร่ยังได้แรงบันดาลใจที่ทำให้ก้าวสู่โลกแฟชั่นจากการเห็น John Lennon สวมเสื้อ “Sukajan” ในปี
แม้คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้คุ้นชินกับการออกแบบเชิงตอบโต้ หรือ Interactive Design มากเท่าไรนัก แต่งานประเภทที่ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับประสิทธิภาพทางเทคโนโลยี เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์ตื่นเต้นตระการตาให้กับผู้ชมเช่นนี้ อาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร แถมงานสไตล์นี้ยังแทรกตัวอยู่ทั่วทุกมุมโลกด้วยซ้ำ แต่ในช่วงไม่กี่ปีให้หลังชื่อเสียงด้านงาน Interactive Design ของคนไทยก็เริ่มกลายเป็นที่โจษขานมากยิ่งขึ้น งานดีไซน์ที่ว่านี้ไม่ได้มีดีแค่ขับเน้นความงามให้กระทบต่อสายตาผู้ชม หากมอบความบันเทิง ขับเคลื่อนบริบทแวดล้อม และช่วยสร้างแรงบันดาลให้กับคนในเวลาเดียวกัน แล้ว “อะตอม-ติณห์นวัช จันทร์คล้อย” Creative Director ของบริษัท Eyedropper Fill คือหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังงานออกแบบเชิงตอบโต้สุดสร้างสรรค์ที่เราหมายถึง งานออกแบบประสบการณ์ของอะตอม Eyedropper Fill “ถ้าจะให้อธิบายถึงสิ่งที่เราทำคร่าว ๆ น่าจะอยู่ในสามประโยคคือ เราสร้างพื้นที่ เราชวนคนมาเจอกัน และเราสร้างประสบการณ์ที่น่าจดให้กับพวกเขา Eyedropper Fill เริ่มต้นจากงานที่เป็นภาพเคลื่อนไหวซะส่วนใหญ่ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนจากภาพเคลื่อนไหวไปสู่งานบนพื้นที่จริง” ปัจจุบัน Eyedropper Fill เป็นสตูดิโอผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภาพเคลื่อนไหว ศิลปะติดตั้ง และการออกแบบเชิงตอบโต้ พวกเขานิยามตัวเองว่าเป็น ‘สตูดิโอนักออกแบบประสบการณ์’ ขยันครีเอตผลงานดีไซน์เจ๋ง ๆ ที่สอดรับกับความต้องการพวกเขา คล้องกับความต้องการของลูกค้า ตลอดจนขับเคลื่อนและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนที่มาชมงาน “การเล่นสนุกคือน้ำเสียงในแบบคนไทยที่เราใช้สื่อสาร”
สำหรับแฟน ๆ Seiko รวมถึงผู้หลงใหลในเรือนเวลาอีกมากมาย หากเอ่ยถึงชื่อของ Seiko 5 Sports ขึ้นมา เชื่อว่าเข็มนาฬิกาแห่งความทรงจำ ต้องพาทุกคนย้อนวนกลับไปเป็นเวลากว่า 50 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาแรกเริ่มที่โลกได้รู้จักกับ Seiko 5 Sports นาฬิกาที่มอบความน่าเชื่อถือ ความทนทาน ประสิทธิภาพ และมูลค่า ให้กับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาจักรกลทั่วโลกมาอย่างยาวนานจวบจนปัจจุบัน ซึ่งเรื่องราวของมันเริ่มต้นตั้งแต่บรรพบุรุษของนาฬิกา Seiko 5 อย่าง Seiko Sportmatic 5 ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาในปี 1963 และครองตำแหน่งนาฬิการะบบอัตโนมัติที่มาพร้อมฟังก์ชั่นบอกวันและวันที่ เรือนแรกของ Seiko และเป็นเรือนแรกของประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าล้ำสมัยสุด ๆ ในยุคนั้น โดยเลข “5” ในชื่อรุ่นเป็นสิ่งแสดงถึงคำมั่นสัญญาว่านาฬิกา Seiko 5 ทุกเรือนจะมาพร้อมคุณสมบัติหลัก 5 ประการ ดังนี้ เครื่องระบบอัตโนมัติ, ฟังก์ชั่นวันและวันที่บริเวณ 3 นาฬิกา, ระบบกันน้ำ, เม็ดมะยมบริเวณ 4 นาฬิกา และ ตัวเรือนรวมถึงสายที่มีความแข็งแรงทนทาน เมื่อนำมาผสานเข้ากับเมนสปริงใหม่ล่าสุด และระบบป้องกันการกระแทก


