แม้จะกักตัวอยู่บ้านมานานนับเดือน แต่ฟิตเนสสาขาประจำก็ยังไม่มีวี่แววจะเปิดให้บริการ ทำให้หนุ่มที่ชอบการออกกำลังหลายคนกระสันอยากรีดเหงื่อออกจากร่างกายกันไม่น้อย และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แบบนี้อุปกรณ์อย่าง Forme Mirror Fitness คือสิ่งตอบโจทย์การออกกำลังอยู่บ้านได้อย่างถูกจุดแน่นอน ช่วงเวลานี้หนุ่ม ๆ หลายคนคงกำลังมองหาวิธีออกกำลังกายที่บ้านที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจมีขีดจำกัดทั้งเรื่องความหลากหลายของอุปกรณ์และพื้นที่ภายในบ้าน แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปด้วย Forme Smart Mirror กระจกที่มาพร้อมฟังกัชันออกกำลังกายที่ครบครัน Forme Smart Mirror เป็นกระจกออกกำลังแบบ All-in-One ผลงานดีไซน์โดย Yves Behar นักออกแบบชาวสวิตเซอร์แลนด์เจ้าของ Fuseproject บริษัทไลฟ์สไตล์ดีไซน์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1999 เขาตั้งใจดีไซน์ให้ Forme ออกมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างงานดีไซน์และนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยต้องการคิดค้นอุปกรณ์ออกกำลังในบ้านที่ประหยัดพื้นที่ใช้สอย แถมยังสนับสนุนการออกกำลังได้หลากหลายรูปแบบในเครื่องเดียว Forme เป็นกระจกความยาว 6 ฟุตทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลที่สามารถแสดงโปรแกรมออกกำลังหรือภาพยนตร์เพื่อให้ผู้ฝึกสามารถดูตัวอย่างและฝึกฝนไปพร้อมกัน ขณะเดียวก็มีอุปกรณ์ออกกำลังติดมากับเครื่องเป็นสาย Aluminum Arms สำหรับดึงซึ่งสามารถฝึกฝนร่วมกับโปรแกรมภายในเครื่องได้เช่นกัน ความเจ๋งอีกอย่างของ Forme คือโปรแกรมการออกกำลังในเครื่องที่มีรองรับตั้งแต่ การยืด-คลายกล้ามเนื้อ, บอดี้เวท, โยคะและชกมวยที่อัดแน่นมาเพื่อเพิ่มหลากหลายในการออกกำลังให้สำหรับผู้ใช้งาน ปัจจุบันทาง Fuseproject กำลังเปิดให้ชาวสหรัฐอเมริกาสั่งซื้อ Forme Smart Mirror
หลังสร้างสถิติใหม่จนเป็นที่พูดถึงอย่างมากในงาน SIHH 2018 กับ “PIAGET ALTIPLANO ULTIMATE CONCEPT” เรือนเวลาระบบกลไกที่บางที่สุดในโลก ที่นอกจากจะเปิดตัวด้วยความหนาเพียง 2 มิลลิเมตรแล้ว แบรนด์ยังผนึกเอานวัตกรรมรอบด้านไว้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นความลับด้านโครงสร้างของกลไกและตัวเรือนที่ออกแบบให้ผสานเป็นชิ้นเดียว เม็ดมะยมดีไซน์เฉพาะที่กลมกลืนไปกับตัวเรือนและกระจกที่บางเฉียบ กลไกที่มีกำลังลานสำรองนานถึง 40 ชั่วโมง เป็นต้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า “เรือนเวลาที่แสนจะซับซ้อนและเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงแบบนี้จะถูกผลิตเพื่อวางจำหน่ายหรือไม่ และถ้าเป็นเช่นนั้นไอเท็มชิ้นนี้จะเหมาะสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันสักแค่ไหน” คำตอบของเพียเจต์ก็คือ Yes และ Yes นั่นเอง โดยแบรนด์ให้เหตุผลว่า “PIAGET ALTIPLANO ULTIMATE CONCEPT” ไม่ได้เป็นเพียงการเผชิญความ ท้าทายในระดับ Micro engineering อีกต่อไป แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างหนักของเหล่าทีมนักพัฒนา วิศวกร ช่างนาฬิกา นักออกแบบ เพื่อส่งมอบเรือนเวลาที่เพรียวบางสู่ผู้ใช้งานตัวจริง และนี่คือ เส้นทางสู่ผลลัพธ์แห่งความสำเร็จที่ทุกคนต่างรอคอย From Drawing Board to Your Wrist ย้อนกลับไปปี 1957 เพียเจต์ก้าวสู่โลกแห่งการปฏิวัติเรือนเวลาด้วยการเปิดตัวนาฬิกาดีไซน์บางเฉียบขึ้น ก่อนพัฒนาออกมาอีกหลายรุ่นจนกลายเป็นนาฬิการะบบกลไกที่บางที่สุดในโลก