สำหรับแฟน ๆ Seiko รวมถึงผู้หลงใหลในเรือนเวลาอีกมากมาย หากเอ่ยถึงชื่อของ Seiko 5 Sports ขึ้นมา เชื่อว่าเข็มนาฬิกาแห่งความทรงจำ ต้องพาทุกคนย้อนวนกลับไปเป็นเวลากว่า 50 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาแรกเริ่มที่โลกได้รู้จักกับ Seiko 5 Sports นาฬิกาที่มอบความน่าเชื่อถือ ความทนทาน ประสิทธิภาพ และมูลค่า ให้กับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาจักรกลทั่วโลกมาอย่างยาวนานจวบจนปัจจุบัน ซึ่งเรื่องราวของมันเริ่มต้นตั้งแต่บรรพบุรุษของนาฬิกา Seiko 5 อย่าง Seiko Sportmatic 5 ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาในปี 1963 และครองตำแหน่งนาฬิการะบบอัตโนมัติที่มาพร้อมฟังก์ชั่นบอกวันและวันที่ เรือนแรกของ Seiko และเป็นเรือนแรกของประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าล้ำสมัยสุด ๆ ในยุคนั้น โดยเลข “5” ในชื่อรุ่นเป็นสิ่งแสดงถึงคำมั่นสัญญาว่านาฬิกา Seiko 5 ทุกเรือนจะมาพร้อมคุณสมบัติหลัก 5 ประการ ดังนี้ เครื่องระบบอัตโนมัติ, ฟังก์ชั่นวันและวันที่บริเวณ 3 นาฬิกา, ระบบกันน้ำ, เม็ดมะยมบริเวณ 4 นาฬิกา และ ตัวเรือนรวมถึงสายที่มีความแข็งแรงทนทาน เมื่อนำมาผสานเข้ากับเมนสปริงใหม่ล่าสุด และระบบป้องกันการกระแทก
สิ่งที่พรากความสุขไปจากชีวิตเรามีเพียงความสิ้นหวังเท่านั้น เพราะทุกความลำบากที่เคยเกิดและเผชิญ มนุษย์รุ่นต่อรุ่นก็ฝ่ามาได้ทุกครั้ง ขอแค่มีแสงแห่งความหวังเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นเครื่องชโลมความรู้สึกให้คลี่คลายและผ่านไปได้ จะทุกข์ทนหรือสุขสม ศิลปะมักจะมาในช่วงนั้น ทำหน้าที่เป็นทั้งกระบอกเสียงและเยียวยาหัวใจคนในสังคม นี่จึงสาเหตุที่ทำให้อีกซีกโลกเกิด Hashtag “#MuseumBouquet” หรือภาพดอกไม้ที่เป็นผลงานของศิลปินไม่ว่าจะเบอร์หรือใหญ่ ประติมากรรมหรือจิตรกรรมซึ่งอยู่ในพิพิธภัณฑ์เหล่านั้นออกมาให้เห็นในทวิตเตอร์ การเด็ดดอกไม้ทุกดอกที่มีในพิพิธภัณฑ์มาอยู่ในโลกออนไลน์แล้วจัดเป็นคอลเลกชันส่งถึงกัน เริ่มต้นจากบัญชีของ New-York Historical Society ที่แชร์ภาพจิตรกรรมดอกแอปเปิลเบ่งบานของจิตรกรอเมริกัน Martin Johnson Heade ให้ The Smithsonian ถัดมา The Smithsonian จึงส่งรูปวาดต้นกล้าสีสันสดใสของ H. Lyman Saÿen ไปให้ Akron Art Museum ต่อ จากนั้นการตามหาดอกไม้ในพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ จึงเหมือนเป็น Challenge ส่งกำลังใจถึงกันระหว่างพิพิธภัณฑ์ จากบัญชีของพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งสู่อีกแห่ง หลายที่ก็เป็นบัญชีทวิตเตอร์ของพิพิธภัณฑ์ที่คนออนไลน์ตามกันจำนวนมาก ทั้ง the Metropolitan Museum of Art, the Guggenheim,
เทรนด์ใหม่มาแรงในขณะนี้ ‘Work from Home’ หรือ ‘การทำงานจากที่บ้าน’ หลายบริษัทนำมาปรับใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการทำงานกับพนักงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ส่งผลให้รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ได้มีการพบปะ พูดคุย หรือเจอหน้ากันโดยตรง เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมาก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถผสมผสานการทำงานและไลฟ์สไตล์ได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถ Work (Smart) from Home ได้อย่างดีที่สุด ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ได้พัฒนาสมาร์ทดีไวซ์พร้อมโซลูชันที่ครอบคลุมร่วมกับหลากหลายพันธมิตรชั้นนำ โดย 3 ปัจจัยหลักที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่ ความคล่องตัวในการใช้งาน (Mobility) , ประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) และความปลอดภัย (Security) แม้ในกรณีภาวะวิกฤติเช่นปัจจุบัน สามารถนำมาปรับใช้ให้การทำงานที่บ้านได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเช่นเดิม เพิ่มความคล่องตัวในการทำงานด้วย “วิดีโอคอล” ไม่พลาดทุกการติดต่อสื่อสาร ทั้งการอัพเดต ตามงาน สรุปความคืบหน้าต่าง ๆ ซึ่งนอกเหนือจากการติดต่อสื่อสารผ่านแอปพลิเคชั่นแชทในสมาร์ทโฟนที่สามารถโทรคุยแบบ 1 ต่อ 1 ปัจจุบันสมาร์ทโฟนยังสามารถวิดีโอประชุมแบบกลุ่มได้อีกด้วย ซึ่งรูปแบบ “วิดีโอคอล” นั้นมีข้อดีอย่างมากในการช่วยให้เห็นสีหน้าท่าทางของคู่สนทนา อีกทั้งแชร์สกรีนได้อีกด้วย เครื่องมือสำหรับการประชุมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงคงหนีไม่พ้น Skype,
ต้องยอมรับว่าจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมที่เป็นปัจเจกบุคคลอาจยังไม่พอทุเลาสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 การกระตุ้นและรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์จึงเป็นอีกเครื่องมือช่วยเปลี่ยนปรับพฤติกรรมที่ใช้ได้ผล ทว่าบางครั้งข้อมูลที่ประชาชนได้รับเป็นทางการมากเกินไป ใช้ศัพท์วิชาการที่เข้าใจได้เฉพาะกลุ่ม หรืออัดแน่นเบียดเสียดไปด้วยตัวอักษรที่มักจะทำให้ใครหลายคนไม่อยากคลิกเข้าไปอ่าน งานดีไซน์เจ๋ง ๆ ที่ทำให้คนเข้าใจไวรัสง่ายกว่าเดิม ต่อให้ใช้ข้อมูลเดียวกันและส่งไปยังกลุ่มผู้อ่านที่ต่างกัน ก็ไม่อาจรับประกันว่าผู้รับสารที่เป็นทั้งเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงอายุจะเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดในทิศทางเดียวกันได้ เหล่าศิลปินและนักออกแบบจึงผลิตผลงานสุดสร้างสรรค์เพื่อรณรงค์และแนะนำวิธีการใช้ชีวิตอย่างถูกต้องในช่วงที่ไวรัสแพร่ระบาด พวกเขานำความคิดสร้างสรรค์ผนวกเข้ากับสัญลักษณ์ รูปภาพ ตัวอักษร และการจัดองค์ประกอบเพื่อสื่อความหมายเชิงทัศนศิลป์ และช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจเนื้อหาสาระทั้งหมดที่ต้องการสื่อได้ง่าย ๆ เพียงตาเห็น ภาพเคลื่อนไหวจำลองพลังของเชื้อไวรัส Harry Stevens จากหนังสือพิมพ์ The Washington Post จำลองภาพโมชั่นกราฟิกให้เห็นถึงพลังของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งประชาชนอยู่ใกล้ชิดกันในพื้นที่สาธารณะมากเท่าไร ยิ่งทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายง่ายขึ้นมากเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นตามมาได้ นี่เป็นอีกหนึ่งผลงานดีไซน์ที่ตอกย้ำว่า Social Distancing หรือการเว้นระยะห่างจากสังคม ยังเป็นเรื่องสำคัญเสมอตราบเท่าที่เราไม่อาจมองเห็นเชื้อไวรัสด้วยตาเปล่า หรือยังไม่มีวัคซีนจำนวนมากพอจะยับยั้งไวรัสได้อย่างขาดรอย ภาพประกอบสุดกวนที่เล่าอาการของผู้ติดเชื้อ ผู้สื่อข่าวสายข้อมูลชาวอังกฤษ Mona Chalabi โพสต์ภาพวาดประกอบของเธอลงใน Instagram ส่วนตัวเพื่ออธิบายอาการของผู้ติดเชื้อ COVID-19 แบบเข้าใจง่าย เธอใช้ภาพวาดสุดกวนที่ดูตลกและสร้างสรรค์ในเวลาเดียวกันสื่อความหมายว่าอาการผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ต่างจากผู้ป่วยโรคไข้หวัดอย่างไร แถมสีสัน สายเส้น และฟอนต์ตัวอักษรที่เธอเลือกใช้ก็ไม่ได้ดูหดหู่หรือเคร่งเครียดเกินไปด้วย ไม้ขีดไฟที่ไม่ถูกเผาไหม้
“สถานการณ์แบบนี้ใครเขาจะยังมานั่งคิดเรื่องแฟชั่น ?” ครับ พวกเราชาว UNLOCKMEN ก็ยังคงคิดถึงแฟชั่นและการแต่งกายอยู่เสมอไม่ว่าจะเจอกับเรื่องราวแบบไหน ไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจสิ่งรอบตัวแต่การตระหนักถึงเครื่องแต่งกายมีส่วนช่วยเราได้มากกว่าที่คิด บางคนอยู่บ้านแล้วเศร้าจนแทบหมดอาลัยตายอยาก หรือบางคนยังต้องออกไปเผชิญกับไวรัสโควิด-19 นอกบ้าน การแต่งตัวเหมาะสมตามสถานการณ์คือสิ่งที่จะช่วยปกป้องเราได้ ในวันนี้ UNLOCKMEN จะมาแนะนำสไตล์การแต่งตัวสองแบบด้วยกันทั้ง ‘คนต้องอยู่ติดบ้าน’ กับ ‘คนยังมีเหตุจำเป็นต้องออกไปเผชิญโลกภายนอก’ เพราะการใส่ใจกับการแต่งตัวสามารถช่วยเราได้ไม่น้อย คนที่ต้องอยู่ติดบ้าน แฟชั่นสำหรับคนอยู่บ้านอาจดูไม่มีอะไรมาก เพียงแค่เดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ เสร็จแล้วใส่กางเกงบ็อกเซอร์กับเสื้อกล้ามหรือเสื้อยืดหนึ่งตัวก็เป็นอันเสร็จ บางคนตื่นมาพร้อมชุดนอนก็ลุยงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อยาว ๆ พลางคิดว่าดีด้วยซ้ำเพราะไม่ต้องมานั่งรีดชุดทำงาน แต่ความรู้สึกแสนชิลมันจะมาแค่ช่วงแรกเท่านั้นครับ มีหลายคนต้อง work from home มาแล้วกว่าสองอาทิตย์ นั่ง ๆ นอน ๆ เดินวนไปวนมาอยู่ในพื้นที่จำกัด ออกไปเจอคนแปลกหน้าเพียงไม่กี่วินาทีเพราะรับอาหารจากการสั่งเดลิเวอรี่ นานวันเข้าความรู้สึกแสนสบายที่ใส่เสื้อผ้าง่าย ๆ เริ่มจางลง ความเบื่อหน่ายเข้ามาแทนที่ มีชาว UNLOCKMEN คนหนึ่ง บ่นว่ารู้สึกเศร้าเพราะไม่ได้เจอกับใครเลย ส่วนอีกคนบอกว่าเห็นตัวเองแบบเซอร์ ๆ ทุกวันก็รู้สึกเบื่อ สิ่งเหล่านี้คือเรื่องน่าเป็นห่วงที่ไม่ควรมองข้าม การแต่งตัวสามารถช่วยปรับสภาพอารมณ์ของคนต้องอยู่แต่บ้านออกไปไหนไม่ได้จนรู้สึกซึม เพราะสีสันบนเครื่องแต่งกายส่งผลต่อความรู้สึกมากกว่าที่คิด ถ้าใครรู้สึกอึดอัดกดดัน ไอเทมสีเขียวจะช่วยให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งรอบตัว สร้างความผ่อนคลาย
ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย เรือนเวลาที่สุภาพบุรุษส่วนมากมักให้ความสนใจคงหนีไม่พ้น Rolex เพราะมันคือหนึ่งในสัญลักษณ์ความเท่ก้าวผ่านกาลเวลา เป็นตัวแทนของความภูมิฐานมีระดับ ด้วยเหตุผลหลายอย่างจึงทำให้นาฬิกาสัญชาติสวิสนามว่า Rolex กลายเป็นนาฬิกาขวัญใจของใครหลายคนอย่างไม่ยากเย็น รวมถึงชายที่ชื่อว่า Paul Altieri ด้วยเช่นกัน ชายชาวอิตาลีนามว่า Paul Altieri เป็นผู้ก่อตั้ง Bob’s Watches บริษัทขนาดใหญ่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนนาฬิกาแบรนด์หรูทั้ง Rolex, Patek Philippe, Omega, Tudor, Panerai และ Cartier โดยการจัดประมูล สร้างเว็บไซต์ให้เหล่าคนหลงรักนาฬิกาแบรนด์นี้เข้ามาพูดคุยและตามหาเรือนเวลารุ่นที่ใช่ ถ้าเป็นการซื้อขายผ่านหน้าร้านหรือแข่งขันกันแย่งชิงในงานประมูล ผู้คนก็จะอุ่นใจว่านาฬิกาที่ได้ต้องเป็นของแท้ แต่สำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันบนเว็บไซต์อาจสร้างความไม่มั่นใจให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย คนขายก็กลัวว่าจะไม่ได้เงินส่วนคนซื้อก็กลัวว่า Rolex ที่ตัวเองได้มาจะเป็นของปลอม Paul ผู้รักนาฬิกาตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดีเพราะเขาก็หลงใหลนาฬิกาแบรนด์นี้ไม่น้อยกว่าใคร การสร้างเว็บไซต์ของเขาดำเนินไปอย่างรัดกุม Paul ทีมงานของเขานำนาฬิกาที่จะวางจำหน่ายบนเว็บไซต์มาตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้แน่ใจว่าเรือนเวลาเป็นของแท้และอยู่ในสภาพดีเยี่ยม Paul พูดเสมอว่านาฬิกา Rolex GMT Black & Blue ที่ผู้คนเรียกกันว่ารุ่นแบทแมน ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสม Rolex มาโดยตลอด ตัวเขาเองก็ชอบสวมใส่นาฬิกาข้อมือรุ่นนี้อยู่บ่อย ๆ พร้อมมอบความรู้เท่าที่ตัวเองมีเกี่ยวกับ Rolex
นอกจากศิลปะรูปธรรมที่ลอกเลียนรูปทรงของธรรมชาติ เน้นความสมจริง และทำให้เราเข้าใจความหมายตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น อีกด้านยังมีศิลปะนามธรรมที่ยากจะเข้าใจ เต็มไปด้วยความคลุมเครือ และอาจหาคำจำกัดความให้กับสิ่งที่เห็นไม่ได้ บนโลกนี้มีศิลปินหลายต่อหลายคนที่ใช้ศิลปะแบบนามธรรม (Abstract Art) สื่อความหมายผ่านรูปทรง สีสัน และลายเส้นที่ไร้รูปแบบตายตัว ซึ่งศิลปะแนวนี้ไม่ได้เน้นความสมจริงหรือรูปทรงที่แน่ชัดแบบรูปธรรม ทว่าเน้นอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อผลงานชิ้นนั้น ๆ กระทบต่อสายตาผู้ชม ยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมถูกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด วิธีการสร้างงานศิลปะเองก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ศิลปินยุคใหม่บางคนไม่ได้ยึดติดกับการใช้ฝีแปรงละเลงลงบนผืนผ้าใบอีกต่อไป แต่ใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชันล้ำสมัยและแพลตฟอร์มออนไลน์สร้างงานศิลปะแนวใหม่พร้อมจัดแสดงในเวลาเดียวกัน Michael Strevens ศิลปินดิจิทัลในลอนดอนผู้นี้ ใช้สมาร์ตโฟนและแอปพลิเคชันแต่งภาพสร้างคอลเลกชันศิลปะของตัวเองใน Instagram จนเกิดเป็นกระแสไวรัลทั่วโลกศิลปะออนไลน์ แรงบันดาลใจของ Michael Strevens เริ่มขึ้นในปี 2012 ที่เขาซื้อ iPhone มาใช้ครั้งแรกและเพิ่งรู้จักกับแอปพลิเคชัน Instagram เขาเข้าไปสำรวจภาพถ่าย ผลงานสถาปัตยกรรม รวมทั้งภูมิทัศน์ของเมืองทั่วยุโรปในแอปพลิเคชันนี้ ขณะเสพผลงานไปเรื่อย ๆ เขาค้นพบว่าตัวเองหลงใหลการถ่ายภาพและอยากสร้างผลงานศิลปะเจ๋ง ๆ ด้วยสมาร์ตโฟน จึงผันตัวมาเป็นศิลปินดิจิทัลเต็มตัวตั้งแต่ปี 2012 และอัปโหลดผลงานลงใน Instagram เพื่อจัดแสดงผลงานจนถึงทุกวันนี้ ผลงานของเขามีทั้งภาพสีและภาพขาวดำ เส้นตรงและเส้นโค้ง แถมยังโดดเด่นด้วยการเล่นกับเส้น ความละเอียดคมชัด มุมมองสายตาผู้ชม และรูปแบบเดิม ๆ
คงไม่แปลกถ้าการใช้ชีวิตท่ามกลางยุคที่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดเฉกเช่นตอนนี้ ทำให้ผู้ชายหลายคนรู้สึกหดหู่และสิ้นหวังอย่างบอกไม่ถูก หันไปมองถนนหนทางก็เงียบสงัด ร้านค้าร้านอาหารไร้ผู้คน แถมยังมีบรรยากาศรอบตัวเงียบเหงาพาให้ใจหวาดหวั่นยิ่งกว่าเดิม หนุ่มบางคนใช้ซีรีส์เรื่องโปรดในเน็ตฟลิกซ์เป็นตัวช่วยทุเลาความเครียด บ้างอุดสองรูหูด้วยเสียงดนตรีหวังผ่อนคลายจิตใจ แต่ถ้าลองทำสองวิธีนี้แล้วยังไม่ได้ผล แถมอยู่บ้านเฉย ๆ นับวันก็ยิ่งเบื่อ หมดหวัง และไม่รู้จะทำอะไรดี UNLOCKMEN ขอชวนคุณมาจัดทริป Virtual Tours เดินชมผลงานศิลปะเจ๋ง ๆ ในแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ระดับโลก พร้อมเรียนศิลปะฟรีผ่านโลกออนไลน์ได้ที่บ้าน โดยไม่ต้องก้าวเท้าออกไปไหน ทั้งยังจรรโลงจิตใจในสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้ได้เป็นอย่างดี “เพราะศิลปะจรรโลงใจมนุษย์ได้เสมอ” ศิลปะเป็นศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดอีกแขนงหนึ่งของโลกที่แตกแขนงแยกย่อยได้หลากสาขา และการใช้ศิลปะช่วยประคับประคองจิตใจมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร ถ้าย้อนไปในอดีตจะรู้ว่าศิลปะกำเนิดขึ้นเนิ่นนานแล้ว นับเป็นผลผลิตของศิลปินที่สะท้อนความรู้สึกนึกคิด ตัวตน และแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงานของพวกเขา ศิลปะเคยเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่บนหิ้งและสงวนไว้แด่ชนชั้นสูง เคยเป็นเครื่องมือระบายระบอบอยุติธรรม ตีแผ่ความแออัดยัดเยียด และเสียดสีตบหน้าความร้ายกาจคนในของสังคม แต่อีกด้านหนึ่งศิลปะคือสีสันที่ช่วยจรรโลงจิตใจมนุษย์และยังคงเป็นเช่นนั้นจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยที่มนุษย์ปราศจากความหวัง พ่ายแพ้หมดรูป และหมดสิ้นกำลังจะเดินต่อ ศิลปะเข้ามาช่วยค้ำจุนและพยุงมวลมนุษย์ให้อยู่ในร่องในรอยได้เสมอ อาจเป็นภาพถ่ายที่ทำให้ฉุกคิด จิตรกรรมฝาผนังแฝงนัยต่างยุค โคลงกวีที่ซ่อนวลีกินใจ หรือแม้แต่ภาพวาดศิลปะทั่วไปที่เรารู้จักดี เมื่อโลกหมุนรอบตัวเองและเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคที่ทันสมัยขึ้น เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากลายเป็นเครื่องมือเปิดโอกาสให้คนได้เสพงานศิลปะ ท่องโลกอินเทอร์เน็ตไปชมผลงานเจ๋ง ๆ ทั่วมุมโลก รวมทั้งเรียนศิลปะผ่านออนไลน์ได้ง่าย ๆ แม้ไม่ต้องออกไปไหน เดินชมงานศิลปะเสมือนจริงด้วย Google Arts
ถ้าพูดถึงประเทศแห่งแฟชั่นในทวีปยุโรปก็ต้องฝรั่งเศส เมืองที่ถูกเรียกว่าแดนน้ำหอม เมืองแห่งแฟชั่นและความงาม ต้นกำเนิดของแบรนด์แฟชั่นชื่อก้องโลกทั้ง แอร์เมส (Hermes) ชาแนล (Chanel) หลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) เบอร์เบอร์รี่ (Burberry) อีฟส์ แซ็งต์ ลอร็องต์ (Yves Saint Laurent) จีวองชี (Givenchy) รวมถึง คริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) ซึ่งชื่อแบรนด์คุ้นหูเหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของแฟชั่นที่เกิดจากฝรั่งเศสเท่านั้น UNLOCKMEN เชื่อว่าหากใครติดตามเทรนด์แฟชั่นอยู่ตลอดต้องรู้จัก Louis Vuitton Moet Hennessy (LVMH) บริษัทจำหน่ายสินค้าแฟชั่นลักชัวรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ณ เวลานี้ เพราะเขามีแบรนด์แฟชั่นดัง ๆ เป็น prestigious band มากกว่า 60 แบรนด์ ไม่ได้ยิ่งใหญ่แค่โลกแฟชั่นเท่านั้นแต่ยังวงการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีนักธุรกิจนามว่าแบร์นาร์ด อาร์โนลด์ (Bernard Arnuault) เป็นผู้กุมบังเหียนของอาณาจักร LVMH เมื่อต้นปี 2020
UNLOCKMEN เชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นวัยไหนต่างก็อ่านมังงะเรื่อง One Piece แถมบางคนไม่ใช่แค่อ่านเฉย ๆ แต่เป็นแฟนเดนตายผู้หลงรักเรื่องราวการผจญภัยที่กลั่นออกมาจากจินตนาการของอาจารย์โอดะ เล่าผ่านเด็กหนุ่มนามว่าลูฟี่ เพราะใคร ๆ ต่างก็ชื่นชอบมังงะโจรสลัดจึงทำให้แบรนด์แฟชั่นสายสปอร์ตจากอิตาลีไม่พลาดที่จะนำตัวละครหลักจากเรื่อง One Piece มาปรับให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ ต้องเกริ่นกันก่อนว่าแบรนด์แฟชั่น Kappa เป็นแบรนด์ที่คนรุ่นเก๋ารู้จักกันอย่างกว้างขวาง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1950 มักมาพร้อมกับสัญลักษณ์เฉพาะตัวเป็นรูปคนนั่งหันหลังชนกัน คนไทยส่วนใหญ่เรียกว่าแบรนด์คนคู่ ส่วนคนอิตาลีเรียก “The Omni” เราจะไม่เห็นหน้าตาของคนคู่นี้เพราะพวกเขามาแต่เพียงเงาซึ่งกลายเป็นจุดเด่นที่ถูกกล่าวขาน เพราะคนคู่ที่เป็นโลโก้ของแบรนด์สามารถเป็นใครก็ได้ Kappa จึงเกิดไอเดียนำตัวละครขวัญใจจากมังงะเรื่อง One Piece มาสร้างสรรค์เป็นผลงานคอลเลกชันพิเศษ Kappa x One Piece นำโดยตัวหลักของเรื่องอย่าง มังกี้ ดี ลูฟี่ มาเป็นหนึ่งในคนคู่และให้ตัวละครสำคัญประกบคู่พร้อมกับสีสันที่คนอ่าน One Piece เห็นสีแล้วจะต้องนึกถึงตัวละครนั้น ๆ ทันที บนเสื้อฮู้ดสีขาวสะอาดตา เราจะเห็นลูฟี่นั่งหันหลังชนกับ ‘แชงคูส’ ชายผมแดงผู้จุดประกายแรงบันดาลใจให้เด็กหนุ่มออกทะเลเป็นโจรสลัด นอกจากนี้สำหรับเสื้อเซตคนคู่ลูฟี่แชงคูสยังมีเสื้อฮู้ดสีแดงเหมือนสีผมของเขา เสื้อฮู้ดแขนยาวสีดำตัดความโดดเด่นด้วยสีส้มกับขาว และเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นให้เลือกแมตช์กับไอเทมแฟชั่นอื่น ๆ ตามต้องการอีกด้วย ถัดจากชายที่ชักจูงให้ตัวเอกของเรื่องเดินเข้าสู่เส้นทางโจรสลัดคือ
โลโก้กว่าจะดังติดตาต้องสั่งสมบารมีไว้หลายปีดีดัก ดังนั้นบางอย่างที่แม้เป็นของธรรมดา ถ้าปะสิ่งที่เรียกว่าโลโก้เข้าไป มันจะกลายเป็นของมีค่ามีราคาขึ้นมาทันที อาจจะโดดไปแตะหมื่นแตะแสน แตะความเป็นลิมิเต็ดที่คนทั้งโลกคลั่งไคล้ชั่วพริบตา แต่ใครจะจินตนาการออกว่าถ้าเอาโลโก้มาสร้างบ้านจะเป็นอย่างไร ? UNLOCKMEN นำผลงานการออกแบบทางสถาปัตยกรรมสุดน่าทึ่งของ Karina Wiciak จาก Warehouse Studio ที่เนรมิตโลโก้ที่เราคุ้นเคย เปลี่ยนเป็นอาคารสไตล์ Luxury น่าปักหลัก จนเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก Dream Shoes หรือ Dream Cars กลายเป็น Dream Houses ได้ง่าย ๆ เริ่มที่ตัวแรก พอเดาออกไหมว่านี่คือแบรนด์อะไร ? Trihouse : Adidas บอกเลยตอนแรกเรามองไม่ออก แต่พอข้ามกระจกไป เพ่งไปที่วัสดุอย่างหิน ภาพสามขีดที่คุ้นเคยจาก Adidas ก็ชัดกระแทกเข้าเบ้าตาทันที อาคารหลังนี้ชื่อว่า Trihouse ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากแบรนด์ Adidas จุดที่น่าสนใจอยู่ที่การสร้างสเปซลวงตา ถ้ามองปกติตามแนวเส้นทแยงของอาคารเราจะรู้สึกว่าอาคารเอียง แต่กระจกที่โชว์พื้นที่ใช้สอยด้านในทำให้เห็นระนาบขนานพื้นดิน ทำให้อาคารหลังนี้มีเสน่ห์มากขึ้น สอดรับกับบริบทแวดล้อมรอบข้างอย่างลงตัว The Ringshouse :
“จะดีแค่ไหน หากเรามี SPACE ที่สามารถออกแบบการใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ?” ความต้องการข้อนี้ ถือเป็นความท้าทายของเหล่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กับหน้าที่สำคัญในการสร้างจุดเด่นที่แตกต่างของพื้นที่ใช้สอยให้สอดรับกับ Pain Points ของกลุ่มผู้อยู่อาศัย จากโจทย์ข้อนี้ จึงเป็นที่มาในการพัฒนาห้อง Duo Space นิยามเฉพาะของห้องเพดานสูงจากโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin และ Knightsbridge Space Rama 9 โดย Park Luxury ภายใต้แบรนด์ Origin ซึ่งโดดเด่นด้วยนวัตกรรมการออกแบบพื้นที่ใช้สอยที่เน้น Volume of Vertical Space ขยายพื้นที่ใช้สอยแนวสูงภายในห้องให้เพิ่มมากขึ้นด้วยเพดานสูงถึง 4.2 เมตร ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกได้ถึงความโปร่งโล่ง และมีพื้นที่ใช้สอยภายในห้องที่มากกว่า จนสามารถออกแบบปรับเปลี่ยน SPACE ให้เป็นพื้นที่ชีวิตที่ต้องการได้สุดแล้วแต่จินตนาการจะพาไป และถ้าจะหาใครสักคนมารับหน้าที่ถ่ายทอดคอนเซปต์ของโครงการ Knightsbridge Space Ratchayothin และ Knightsbridge Space Rama 9 ออกมาได้อย่างชัดเจน คงไม่มีใครสามารถส่งต่อแนวคิด SPACE สำหรับคนรุ่นใหม่ฉลาดเลือก ซึ่งพร้อมให้ออกแบบพื้นที่การใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัด ได้ดีไปกว่า ‘ออกแบบ – ชุติมณฑน์


