News | Video
UNLOCKMEN Logo
News | Video
Unlockmen Facebook Page Unlockmen Twitter Unlockmen YouTube channel
  • World
  • Entertainment
    :
    Films
    |
    Music
  • Guide
    :
    EVENT
    |
    MENU
    |
    TRAVEL
  • TECH
    :
    APPS
    |
    CARS
    |
    GADGETs
  • Style
    :
    DESIGN
    |
    FASHION
    |
    GROOMING
  • Business
  • Girls
  • Life
  • Work
  • Play
  • Survival
UNLOCKMEN Logo

News

World Entertainment Guide TECH Style Business Girls Life
Work Play Survival

Videos

  • Life
    By: unlockmen October 1, 2020
    QUICK WORKOUT:  7 ท่า PLANK ที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพ !

    การออกกำลังเพื่อลดไขมันหน้าท้องหรือสร้างซิกแพคคือเรื่องที่ผู้ชายหลายคนให้ความสำคัญทำให้ท่าออกกำลังที่เผาผลาญไขมันและบริหารกล้ามเนื้อส่วนท้องได้ดีอย่างท่า Sit-Ups หรือ Crunch กลายมาเป็นท่าออกกำลังยอดนิยม อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ท่ายังเทียบไม่ได้กับท่าออกกำลังอย่าง Plank ที่สร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่าในปริมาณเวลาการฝึกเท่ากัน Plank คือท่าออกกำลังที่เราคุ้นเคยซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแกนกลางร่างกายได้ครบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น Rectus Abdominus หรือกล้ามเนื้อท้องส่วนที่ทำให้เกิดซิกแพค, Transverse Abdominus กล้ามเนื้อส่วนที่เรียงตัวตามแนวขวางของท้อง รวมถึง Internal/External Obliques หรือกล้ามเนื้อท้องด้านข้างไปจนถึงกล้ามเนื้อหลังและสะโพกบางส่วน จึงไม่แปลกที่ Plank จะกลายเป็นท่าออกกำลังยอดนิยมที่หลายคนเลือกมาฝึกโปรแกรมออกกำลังประจำวัน แต่นอกจากประโยชน์ที่มีต่อกล้ามเนื้ออย่างครบครัน ท่า Plank ยังมีเทคนิคให้ฝึกอีกหลายรูปแบบ ซึ่งคอลัมน์ QUICK WORKOUT วันนี้จะมาแนะนำท่า Plank 7 สไตล์ที่จะท้าทายการฝึกมากขึ้น โดยแต่ละท่าจะมีเทคนิครวมถึงให้ประโยชน์กับร่างกายส่วนไหนบ้าง มาทำความรู้และเตรียมฝึกไปพร้อมกันได้เลยครับ Forearm Plank Forearm Plank คือท่าแรกที่เราอยากแนะนำและหนุ่ม ๆ อาจจำ Forearm Plank ว่าเป็นการ Plank ท่ามาตรฐานที่หลายคนนิยมฝึก โดยลักษณะเด่นของ Forearm Plank คือการงอข้อศอกเพื่อรองรับน้ำหนักและมือทั้ง

  • Life
    By: unlockmen October 1, 2020
    เปลี่ยนจากมดเป็นราชสีห์! ด้วย 5 วิธีปลดล็อคความมั่นใจในตัวคุณ

    เป็นเรื่องปกติที่เราจะรู้สึกไม่มั่นใจเวลาเจอกับสถานการณ์ที่เราไม่คุ้นชิน หรือว่าคนใหม่ๆ เพราะเรายังไม่แน่ใจว่าจะรับมืออย่างไรกับสิ่งเหล่านั้น จึงรู้สึกประหม่าเป็นธรรมดา แต่พอเวลาผ่านไป ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น เราก็จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ดีขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้นตามมาเอง แต่สิ่งที่เรามองว่าไม่ปกติ คือ ความไม่มั่นใจที่มากเกินไป หรือ ความรู้สึกไม่มั่นใจอยู่ตลอดเวลา เพราะภาวะแบบนี้ขัดขวางการใช้ชีวิตและความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของเรา UNLOCKMEN มองเห็นถึงผลเสียที่เกิดจากการไม่มีความมั่นใจ และอยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอยากมีความสุข เลยอยากพูดถึงเรื่องพิษภัยของความไม่มั่นใจ พร้อมแนะนำ 5 วิธีที่ได้รับการรับรองจากวิทยาศาสตร์แล้วว่าช่วยให้ทุกคนมีความมั่นใจมากขึ้นได้ เป็นคนไม่มีความมั่นใจ ส่งผลเสียอะไรบ้าง ? ความมั่นใจในตัวเองต่ำ หรือ ความเคารพตัวเองต่ำ (low self-esteem) ทำให้เราคิดแย่ๆ กับตัวเอง โดยคนที่มีภาวะ low self-esteem มักต้องต่อสู้กับความรู้สึกด้านลบที่มีต่อพวกเขาเอง ไม่ว่าจะเป็น ความรู้สึกไร้ค่าไร้ความหมาย ไม่เป็นที่ต้องการ ไม่มีใครรัก และไร้ความสามารถ แถม พวกเขายังมีแนวโน้มที่จะอ่อนไหวมากเกินไป (hypersensitive) ต่อโลกที่อยู่รอบตัวพวกเขาด้วย (อ้างอิงจากงานวิจัยของ Morris Rosenberg และ Timothy J. Owens) ซึ่งภาวะอ่อนไหวมากเกินไปนี้เองที่ส่งผลให้พวกเขาเป็นภาวะซึมเศร้าได้ง่าย เพราะเมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่คนอื่นมองว่าไม่มีอะไร พวกเขาอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจมากกว่าคนอื่น พวกเขายังไวต่อการพัฒนาความผิดปกติทางอารมณ์

  • Life
    By: unlockmen October 1, 2020
    “ทำไมขาดเขาแล้วเหมือนจะตาย”  รู้จัก ‘Codependency’ นิสัยชอบเอาใจคนอื่นมากไป

    คนมีคู่เคยเคยรู้สึกไหมว่า “ทำไมการอยู่กับแฟนทำให้รู้สึกไม่สบายใจจัง?” รู้สึกเหมือนเราต้องเอาอกเอาใจเขาตลอดเวลา ไม่ว่าเขาจะทำตัวแย่แค่ไหน เราก็ต้องให้อภัยเขาอยู่เสมอ หากมีความรู้สึกประมาณนี้ อาจเป็นไปได้ว่า คุณกำลังติดนิสัย ‘codependency’ ซึ่งเป็นนิสัยแบบที่ไม่ได้ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์เลย ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ? เดี๋ยว UNLOCKMEN จะอธิบายให้ทุกคนฟัง อะไร คือ ‘codependency’ ก่อนอื่นเราอยากพูดถึงความหมายก่อน codependency หมายถึง บุคลิกภาพแบบที่พึ่งพาอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อตอบสนองความต้องการหรือคุณค่าของตัวเองมากเกินไป คนที่มีนิสัยแบบนี้มักจะตามใจคนอื่นมาก ถ้าเป็นในความสัมพันธ์แบบคู่รัก คือ คนที่มักตอบรับคำขอของอีกฝ่ายโดยไม่กล้าปฏิเสธ และมีความกังวลอย่างมากต่อการสูญเสียอีกฝ่าย codependency ยังมีอีกความหมาย คือ พฤติกรรมที่อนุญาตให้อีกฝ่ายมีพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น ไม่รับผิดชอบ เสพติดสุรา ไม่ยอมทำงานทำการ เป็นต้น ทั้งหมดนี้สรุปได้ว่า codependency หมายถึง นิสัยที่ยอมอีกฝ่ายทุกอย่าง เนื่องจากโหยหาการยอมรับจากอีกฝ่ายอย่างหนัก และกังวลมากว่าอีกฝ่ายจะทอดทิ้งตนไปเมื่อขัดใจ ซึ่งเราอาจรับนิสัยนี้มาจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีปัญหา (dysfunctional family) หรือ พ่อแม่ป่วยไข้ ซึ่งงานวิจัยระบุว่า มนุษย์เรียนรู้นิสัย codependency ผ่านการสังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมสมาชิกในครอบครัว กล่าวคือ ถ้าเราอยู่ในครอบครัวที่เคร่งเรื่องระเบียบในบ้าน

  • Life
    By: unlockmen October 1, 2020
    รู้สึกสิ้นหวังเหมือนโลกพังทั้งใบ? ลอง 5 วิธีเพิ่มความหวังในเวลาที่ไม่เห็นแสงสว่าง

    ย้อนกลับไปสมัยเด็ก ๆ ตอนนั้นเราอาจมองว่าโลกนี้เปรียบเหมือนสนามเด็กเล่น ที่เราสามารถมีความสุขและทดลองทำอะไรใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา แต่พอกลับมาดูตอนนี้ เหมือนกับว่า “ยิ่งโต ยิ่งเจ็บ” เพราะเราต้องแบกรับความคาดหวังอะไรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องความสัมพันธ์ ฐานะทางการเงิน หรือ ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ฯลฯ และพอคาดหวังมาก แน่นอนว่าความทุกข์ที่เกิดจากความผิดหวังก็มากตามมาเหมือนกัน จนบางคนอาจสิ้นหวังไปเลยก็ได้ UNLOCKMEN เข้าใจว่าความสิ้นหวังเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ของผู้ใหญ่ทุกคน จึงอยากแนะนำวิธีการเอาชนะความสิ้นหวัง ให้ทุกคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข และมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นกันถ้วนหน้าได้ แต่ก่อนอื่นขอพูดถึงเรื่องความสิ้นหวังสักเล็กน้อยก่อนเข้าเรื่อง…   ว่าด้วยเรื่องอาการสิ้นหวัง (hopelessness) เมื่อเราเจอกับเรื่องที่น่าผิดหวังซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ แน่นอนว่าจิตใจของพวกเราคงเกิดบาดแผล และเกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา เพราะความผิดหวัง (disappointment) ที่สะสมมาเป็นเวลานาน หากไม่มีวิธีการรับมือที่ถูกต้อง จะก่อให้เกิดความเครียดเรื้อรัง พร้อมก่อภาวะซึมเศร้า จนทำให้พวกเรารู้สึกสิ้นหวังกันได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการใข้ชีวิตของเราอย่างมาก เพราะความสิ้นหวัง (hopelessness) ทำให้เราคิดแต่อะไรลบๆ โดยเฉพาะเรื่องการทำลายความคาดหวังของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น คิดว่าชีวิตจะต้องแย่แบบนี้ตลอดไปโดยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หรือ คิดว่าความเศร้าของตัวเองจะคงอยู่ตลอดไป ความสิ้นหวังยังนำมาซึ่งพฤติกรรมแย่ๆ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.ติดอยู่ในวงจรของความรู้สึกแย่ๆ และการกระทำแย่ๆ และ

  • CARS
    By: Chaipohn September 29, 2020
    หลุดภาพตัวอย่าง NEW HONDA CIVIC ที่คาดว่าจะมีรายละเอียดเพิ่มในปีหน้า

    Honda พึ่งจะยืนยันเกี่ยวกับไลน์รถยนต์ generation ใหม่ไปไม่นานนี้ ซึ่งมีชื่อของ Honda Civic generation ที่ 11 ว่าโมเดลใหม่จะไม่มีการทำตลาดในตัวถัง Coupe’ แต่จะมีแค่ Sedan และ Hatchback เช่นเดียวกับ generation ปัจจุบัน เพราะขายดีกว่าตัวถัง Coupe’ หลายเท่า และคาดว่าจะมีการเปิดตัวในช่วงปลายปี 2021 นี้ ล่าสุดมีการปล่อยภาพที่เชื่อว่าจะเป็น 2022 Honda Civic generation ที่ 11 ผ่านทาง CivicXI Forums ซึ่งเป็นภาพการยื่นจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับรูปทรงของรถ ซึ่งแม้จะไม่มีรายละเอียดอะไรชัดเจนมากนัก แต่ก็ทำให้เราได้เห็นรูปทรงและลายเส้นสำคัญ ๆ หลายจุด โดยเฉพาะหลังคาด้านท้ายที่ลาดลงยิ่งกว่า hatchback โฉมปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นตัวถัง hatchback ที่ยาวกว่าเก่า ลายเส้นดูเรียบง่ายไม่สปอร์ตเท่าตัวถังปัจจุบัน เช่นเดียวกับด้านหน้าที่ไม่มีช่องดักอากาศที่ดูฉูดฉาด แสดงให้เห็นทิศทางการออกแบบของ 2022 Honda Civic ว่าน่าจะเป็นไปในทางเรียบหรูดูภูมิฐานมากขึ้น แต่ที่ชัดเจนคือบริเวณไฟท้ายที่เปลี่ยนเอาไฟทรง boomerang

  • CARS
    By: Chaipohn September 28, 2020
    THAT’S MY CAR: เจ เจตริน เหตุผลที่เลือก Mercedes-AMG GT R สุดยอด Street-Legal Race Car

    ถ้าหากลองกางลิสต์รายชื่อนักร้องยุค 90s ที่โด่งดังมาก ๆ ในสมัยที่เป็นยุคทองของวงการเพลง ทุกคนจะนึกใครกันบ้าง? แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีแรปเปอร์หนุ่มรุ่นเก๋า มากความสามารถอย่าง คุณเจ เจตริน อยู่ในลิสต์อย่างไม่ต้องสงสัย ผลงานเพลงแต่ละอัลบั้มการันตีด้วยยอดขายตลับเทปที่ถล่มทลาย แถมยังได้ฝากท่าเต้นอมตะตลอดกาลในเพลง ฝากเลี้ยง เอาไว้จนขึ้นหิ้งเป็นตำนานของไทยอีกด้วย และอย่างที่ทุกคนรู้กันว่า นอกจากบทบาทการเป็นนักร้องแล้ว ในอีกด้านหนึ่ง คุณเจ เจตริน ยังมีดีกรีเป็นถึงแชมป์เจ็ตสกี พ่วงด้วยแชมป์โปรทัวร์อื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน เรียกว่า ไปแข่งที่ไหน ก็ได้แชมป์ติดไม้ติดมือกลับมาฝากคนไทยเสมอ และนอกจากความเร็วทางน้ำ คุณเจยังเป็นคนที่ชื่นชอบรถยนต์ และความเร็วของรถยนต์สมรรถนะสูง ดังนั้นรถยนต์ที่คุณเจตัดสินใจครอบครองจึงต้องเป็นรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่ากิจกรรมความเร็วเป็นของคู่กันกับผู้ชายอยู่แล้ว หลายคนฝันที่จะมีรถสปอร์ตเป็นของตัวเองสักคัน ซึ่งคุณเจก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาหลงใหลในความเร็วตั้งแต่ยังเด็ก ถึงขนาดเคยไปยืนดูแข่งรถแบบ Underground ตามถนนเป็นประจำ เมื่อโตมาได้มีโอกาสเป็นคนขับเอง วินาทีที่ได้สัมผัสกับความเร็วระดับรถแข่ง คุณเจรู้ทันทีว่า “นี่มันคือตัวตนของเราแล้วล่ะ” ความหลงใหลที่มีต่อความเร็วจึงติดตัวเขามาตลอดนับแต่วันนั้น โดยคุณเจให้คำนิยามกับกีฬา Motorsports ว่า ความเท่ ความเจ๋ง และความอันตรายของมันคือ ของจริง นอกจากจะมีเรื่องความเร็ว ความท้าทาย ยังมีเรื่องของเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มเร้าใจ เพียงแค่เสียงเครื่องถูกสตาร์ทติดขึ้น อะดรีนาลีนของเราก็พุ่งพล่านไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย

  • Life
    By: unlockmen September 28, 2020
    ความคิดเป็นพิษอยู่รึเปล่า ? ตรวจสอบ 5 พฤติกรรมทางจิตที่บั่นทอนชีวิตของเรา

    สิ่งที่ทำร้ายเราได้ ไม่ได้มีแค่ คนเลว สัตว์ร้าย หรือ อุบัติเหตุบนท้องถนน แต่จิตใจของเราเองก็สามารถทำร้ายเราได้เช่นกัน และว่ากันว่า จิตใจเราเองนี่แหละที่ทำร้ายเราได้อย่างเจ็บแสบมากที่สุด!!! ฟรีดริช นิทเช่ นักปรัชญาชาวเยอรมันผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง เคยกล่าวในงานเขียนของตัวเอง “Thus Spoke Zarathustra” ว่า “ศัตรูที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่คุณเคยเจอมามักเป็นตัวคุณเสมอ” (the worst enemy you can meet will always be yourself) ซึ่งก็น่าจะจริง เพราะในทางจิตวิทยามีสิ่งที่เรียกว่า ‘การทำร้ายตัวเองทางอารมณ์’ (emotional self-harm) ที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเราได้ไม่ต่างจากการทำร้ายตัวเอง แต่ร้ายแรงกว่า เพราะ บางคนอาจกำลังทำร้ายตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่รู้ตัว! วันนี้ UNLOCKMEN จึงอยากมาเตือนทุกคนถึงภัยของ emotional self-harm โดยการบอกเล่า 5 อาการทางจิตที่เป็นการทำร้ายตัวเอง พร้อมแนะนำวิธีการป้องกัน และละเลิกนิสัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้า!!   วิจารณ์ตนเอง (self-criticism) แม้การวิจารณ์ตนเองจะช่วยให้เราได้เรียนรู้ถึงข้อผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่ถ้าเราวิจารณ์ตัวเองในระดับที่รุนแรงมากเกินไป

  • Life
    By: unlockmen September 28, 2020
    ทำไมเราจึงไม่ควรอารมณ์เสียต่อหน้าคนอื่น ? เข้าใจหลักการ ‘Emotional Contagion’ และวิธีการป้องกัน

    เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเวลาคนอื่นรู้สึกเครียด เราถึงรู้สึกเครียดไปด้วย? ทั้งๆ ที่บางครั้งเรื่องที่คนอื่นเครียดก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรา เช่น เวลาเราเห็นเจ้านายกำลังทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เราถึงได้รู้สึกเครียดตามเจ้านายไปด้วย เรื่องนี้อาจอธิบายได้จาก ธรรมชาติของมนุษย์มี่ชอบปรับตัวให้เข้ากับคนในสังคม โดยหนึ่งในวิธีการปรับตัวของมนุษย์ คือ การเรียนรู้พฤติกรรมของคนอื่นผ่านการเลียนแบบ และทำให้เกิดปรากฎการณ์การส่งต่ออารมณ์ไปยังผู้อื่น หรือที่เรียกว่า ‘Emotional contagion’ ต่อไป ในบทความนี้ UNLOCKMEN อยากเล่าให้ทุกคนฟังว่า Emotional contagion เกิดขึ้นได้อย่างไร และเราจะป้องกันการติดอารมณ์ด้านลบจากคนอื่นได้อย่างไรบ้าง   Emotional contagion คืออะไร ? การติดต่อทางอารมณ์ (Emotional contagion) คือ สถานการณ์ที่อารมณ์หรือพฤติกรรมของคนหรือกลุ่มเป็นตัวกระตุ้นให้คนอื่นเกิดอารมณ์และแสดงพฤติกรรมที่คล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็น การเลียนแบบท่าทาง การแสดงออก การเคลื่อนไหว ซึ่งการส่งต่อพฤติกรรมและอารมณ์แบบนี้ อาจเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เพราะงานวิจัยหลายชิ้นได้ชี้ให้เห็นว่า คนเรามักจะจับอารมณ์ของคนอื่นได้บ่อยๆ การส่งต่ออารมณ์จึงเกิดขึ้นได่ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งต่ออารมณ์ด้านลบหนักหน่วงที่มีการแสดงออกมาอย่างชัดเจน จะง่ายกว่าการส่งต่ออารมณ์อื่นๆ กล่าวคือ ถ้าเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานของคุณเครียดหนีอย่างเห็นได้ชัด มันก็มีโอกาสสูงที่คุณจะเครียดตามหัวหน้าได้นั่นเอง  การทำงานของ Emotional contagion มักเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว เริ่มจาก

  • Life
    By: unlockmen September 26, 2020
    ทำไมเรายัง MOVE ON จากความรักครั้งเก่าไม่ได้ รู้จัก Pistanthrophobia โรคกลัวเจ็บเพราะไว้ใจคนอื่น

    ความรักสำหรับบางคน คงเปรียบเหมือนดาบสองคม ตอนคบกันอยู่มีความสุขกันเหลือเกิน แต่พอเลิกกันกลับเจ็บปวดรวดร้าว จะเป็น จะตาย! บางเคสอาจเจอการนอกใจ โกหก หรือ หลอกลวง และประสบการณ์เหล่านี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นบาดแผลในใจ จนทำให้พวกเขาไม่กล้าไว้วางใจที่จะมีความสัมพันธ์กับใครอีก และเป็นโรคทางจิตเวชที่ชื่อว่า โรคกลัวการไว้ใจผู้อื่น (pistanthrophobia) วันนี้ UNLOCKMEN อยากเล่าให้ฟังว่าโรคนี้มีที่มาอย่างไร ร้ายแรงแค่ไหน และ จะป้องกันเยียวยามันได้อย่างไรบ้าง     Pistanthrophobia เกิดขึ้นได้อย่างไร ? โรคกลัวการไว้ใจผู้อื่น (pistanthrophobia) เป็นโรคที่กลัวความเจ็บปวดจากการไว้วางใจคนอื่นมากเกินไป (โดยเฉพาะคนรัก) ซึ่งเกิดขึ้นได้จากประสบการณ์การถูกหักหลังในความรักครั้งก่อน เช่น โดนนอกใจ หรือ หลอกลวง เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยจะเกิดเป็นความวิตกกังวลเวลาจะมีความสัมพันธ์ครั้งใหม่ เพราะไม่กล้าไว้วางใจใคร และกลัวว่าเหตุการณ์แบบเดิมจะเกิดขึ้นซ้ำอีก และทำให้พวกเขาไม่สามารถมีความรักครั้งใหม่ได้ สำหรับอาการของที่คนเป็นโรค pistanthrophobia จะมีทั้ง อยากหลีกหนีจากเหตุการณ์ ผู้คน หรือ วัตถุ ที่ทำให้เกิดความกลัว, หายใจไม่ทั่วท้อง, หัวใจเต้นรั่ว และตัวสั่น ในสถานการณ์ทางสังคม พวกเขามักหลีกเลี่ยงการสนทนา หรือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนที่อาจเป็นคู่รักของเขาในอนาคต

« Previous 1 … 240 241 242 243 244 … 1,153 Next »

HOT THIS WEEK

#7daysinarow

  • 1
    DESIGN
    บุกกรุงโซล สัมผัสความพรีเมียมสปอร์ตแห่งสายน้ำ MIDO เปิดตัว “OCEAN STAR 200” พร้อมดึง LEE JONG SUK นั่งแท่นแอมบาสเดอร์
  • 2
    CARS
    2027 BMW X5 M60e ขุมพลัง PHEV 603 แรงม้า พร้อมไฟหน้า M Yellow Lights และปลายท่อแบบ Quad Exhaust
< Prev Next >

most popular video of the week

#7daysinarow

THE REAL EP 1 : Tamaryn Cooper
Unlockmen Channel
26,910

EVERYTHING GUYS NEED
TO UNLOCK YOUR TRUE
POTENTIAL EVERYDAY

Unlockmen

Subscribe now

Unlockmen
  • About Us
  • Our team
  • Jobs
  • Contact Us
  • Terms of Use
  • Privacy Policy
© 2016 whiteline thaithayan. All rights reserved.
Use of this site constitutes acceptance of our User Agreement (effective 1/4/2016) and Privacy Policy (effective 1/4/2016).The material on this site may not be reproduced,
distributed, transmitted, cached or otherwise used, except with prior written permission of thaitayan ltd.