หนวดเคราผู้ชายไม่ได้เป็นเพียงสิ่งใช้เพิ่มความเท่ หรือความพึงพอใจส่วนบุคคลเท่านั้น แต่คล้ายกับว่าหนวดเคราผู้ชายได้กลายเป็นพื้นที่พิศวงที่นักวิจัยจำนวนมากเข้ามาศึกษาวิจัย จนหลายครั้งพบข้อเท็จจริงใหม่ ๆ ชวนหลงใหล และบางครั้งก็พบผลสรุปใหม่ ๆ ที่ชวนให้ขนพองสยองขวัญ ทั้งงานวิจัยที่ออกมาบอกว่าหนุ่ม ๆ ที่ไว้หนวดเครานั้นดึงดูดสาว ๆ มากกว่า หรืองานวิจัยที่บอกว่าหนวดเคราผู้ชายนั้นอาจมีแบคทีเรียกจากอุจจาระปนเปื้อน! สารพัดงานวิจัยที่ชวนให้ทั้งไว้หนวด และไม่ไว้หนวด อย่างไรก็ตามในแง่ความสะอาดเราว่าขึ้นอยู่กับการดูแลสุขอนามัยส่วนตัวว่าเคร่งครัดมากน้อยแค่ไหน ถ้าดูแลดีเป็นพิเศษก็หายห่วง หนวดเครายังเป็นภาพตัวแทนความเท่ของผู้ชายได้เป็นอย่างดี หนวดเครายังมีประโยชน์อีกมาก แต่งานวิจัยที่เราอยากชวนหนุ่ม ๆ มารับรู้ในวันนี้ยิ่งส่งผลให้หนวดเคราดูน่าทึ่ง (และชวนพิศวง) ขึ้นไปอีกระดับ เมื่อนักวิจัยออกมาบอกว่าหนวดเครานั้นอาจวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อลดแรงกระแทกที่อาจจะตีแสกเข้ามาที่หัวของเราเมื่อไรก็ได้ งานวิจัยชิ้นนี้มีชื่อว่า “Impact Protection Potential of Mammalian Hair: Testing the Pugilism Hypothesis for the Evolution of Human Facial Hair” ศึกษาเรื่องวิวัฒนาการของขนที่ขึ้นบนใบหน้ามนุษย์และทดสอบสมมติฐานที่ตั้งขึ้นมาว่าจริง ๆ แล้วหนวดเคราที่ขึ้นมาพวกนี้มันสามารถลดแรงกระแทกให้กับใบหน้าเราได้หรือไม่ สมมติฐานนี้เริ่มมาจากจุดตั้งต้นของวิวิฒนาการมนุษย์ โดยมนุษย์เราก็ไม่ต่างจากลิงขนาดใหญ่ (great apes) ทั้งหลายที่เพศชายหรือเพศผู้นั้นมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงอย่างมหาศาล ซึ่งความรุนแรงนี้ก็มุ่งตรงไปที่เพศชายด้วยกัน เมื่อมนุษย์เพศชายใช้ความรุนแรงเข้าต่อสู้เพื่อเอาชนะกันแบบมือเปล่า
การได้อยู่บ้านอย่างสงบ ไม่ต้องฟันฝ่าการจราจรการเบียดเสียดไปทำงานถึงออฟฟิศ อาจเคยเป็นภาพฝันของใครหลายคน ท่ามกลางความสุขสบายภายในบ้าน ทำงานจากมุมโปรดของตัวเอง เราคิดว่านี่คือความสุขสูงสุดที่จะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่โชคร้ายที่การต้องทำงานอยู่บ้านนาน ๆ ที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้ไม่ได้เป็นไปตามภาพฝันที่เราเคยจินตนาการ เนื่องจากมาพร้อม COVID-19 ความเครียดเรื่องเศรษฐกิจที่รุมเร้า ความไม่มั่นคงเรื่องงานที่ตามมาติด ๆ ไหนจะเป็นการที่ไม่สามารถออกไปพักผ่อนหย่อนใจได้อย่างเคย ทำให้เกิดก้อนความเครียดสะสม จนกลายเป็นมวลความโกรธ ความหัวร้อนที่เรารู้สึกว่าเราช่างคุมอะไรไม่ได้เอาเสียเลย! เราไม่ได้โกรธอยู่ลำพัง แต่สภาวะไม่ปกติทำให้ทุกคนเกรี้ยวกราด ประการแรกเราอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าคุณไม่ได้หัวร้อนอยู่เพียงลำพัง ความโกรธ ความเกรี้ยวกราด หัวเสียนี้ หลายคนบนโลกกำลังเผชิญสภาวะนี้ร่วมกัน (สภาวะที่หัวร้อนง่ายกว่าช่วงเวลาปกติ) ดร. Aimee Daramus นักจิตวิทยาคลินิกให้ความเห็นว่า “ทุกเรื่องเครียด ๆ ของเรา รวมถึงสิ่งกระตุ้นความเครียดในอดีต กำลังแสดงตัวออกมาในช่วงเวลานี้ เพราะชีวิตประจำวันของเราที่เคยใช้กดเรื่องเหล่านี้มันหายไป” “ความโกรธเองก็มีหลายระดับ ความโกรธบางระดับเรามักจะกดมันเอาไว้ได้ แต่เมื่อ COVID-19 มาเราก็มีความโกรธใหม่ ๆ ความเครียดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีกมาก ในขณะเดียวกันความโกรธจากแผลเก่า ๆ ก็ไม่ได้หายไปไหน ดังนั้นพอมีคนมาพูดหรือทำอะไรบางอย่างที่เวลาปกติเราก็ไม่ได้โกรธอะไร แต่กลายเป็นว่าตอนนี้อะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้เราโกรธมาก ๆ
พลัง แรงบันดาลใจ การงอกงามไปสู่สิ่งใหม่ เมื่อไรที่พูดถึงกลุ่มคำพวกนี้เราล้วนนึกถึงวัยเด็ก หรือวัยรุ่น ช่วงวัยที่เป็นรุ่งอรุณของชีวิต แสงอบอุ่นจากดวงอาทิตย์แห่งวัยเยาว์ค่อย ๆ ฉายให้เห็นความฝันและความเป็นไปได้ ในทางกลับกันเมื่อเราอายุมากขึ้น ๆ แม้เราจะยังสบายดี แต่ก็คล้ายว่าในแต่ละปี เรากำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงความสลัวรางของชีวิต หมดฝัน ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่ ไร้เรี่ยวแรงจะเติบโต เพราะเชื่อว่าความมั่นคงคือสิ่งที่ดีที่สุด UNLOCKMEN จึงอยากพาสำรวจ “ความมีอายุ” ในความหมายใหม่ แม้จะไม่ได้เต็มไปด้วยพลังบ้าคลั่งเหมือนตอนวัยรุ่น แต่ในเลขปีที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีมิติใหม่ ๆ ให้เราได้ดื่มด่ำ เรียนรู้ในแบบของมัน ขอแค่อย่าหยุดเรียนรู้ About Schmidt คุณค่าของคุณคือะไร? คำตอบของคำถามนี้อาจเป็นอะไรก็ได้ ครอบครัว ความรัก การได้ออกเดินทาง หรือ “หน้าที่การงาน” หากเป็นเช่นนั้นเคยคิดไหมว่าหากเราแก่ตัวไปจนกระทั่งวันหนึ่งต้องหยุดทำงานที่เราทำมาตลอดหลายสิบปี เราจะยังรู้สึกมีคุณค่าอยู่ไหม? About Schmidt ว่าด้วยเรื่องราวของ Warren Schmidt ผู้เชี่ยวชาญและทำงานอยู่ในบริษัทระดับโลก แต่เขากำลังจะต้องเกษียณจากงาน นี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ อายุที่มากขึ้น ร่างกายที่ร่วงโรย งานที่เคยยึดถือที่ได้เวลาต้องปล่อยวาง คู่ชีวิตลาจากโลกไป ไม่เพียงเท่านั้นลูกสาวที่เคยรู้สึกว่าเป็นแก้วตาดวงใจก็ยังจะมาแต่งงานกับไอ้หนุ่มที่ดูไม่เอาไหนอีก!?
ประเทศไทยอยู่กับช่วงเวลาล็อกดาวน์มาเป็นเวลา 3 เดือนกว่าแล้ว คิดว่าผู้ชายหลาย ๆ คนคงอยากจะเที่ยวเต็มแก่ เอาหน้าไปปะทะลมทะเล ออกไปยืดเส้นยืดสายด้วยการเดินป่าขึ้นเขา เอาตัวไปตากแดดให้ผิวซีด ๆ กลับมามีสีแทนอีกครั้ง แต่ดูจากสถานการณ์แล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองออกไปทำแบบนั้นได้อีกตอนไหน อีกทั้งเงินในกระเป๋าก็ดูจะไม่อำนวยให้ออกทริปสักเท่าไร วันนี้ UNLOCKMEN มีไอเดียแก้ขัดให้คุณหายอยากกันไปพลาง ๆ ก่อน คือ การเที่ยวโดยใช้ “Google Street View” แอปคุ้นหูที่ถูกหลงลืมในชีวิตประจำวัน เพราะส่วนใหญ่มักจะใช้Google Maps ในการค้นหาเส้นทางการเดินทางเสียมากกว่า แต่ในเมื่อคุณออกเดินทางไปไหนไม่ได้ งั้นลองปัดฝุ่น “Google Street View” ขึ้นมาอีกครั้ง ใช้เป็นค่าผ่านทางแทนตั๋วเครื่องบินกันดีกว่าไหม อย่างที่ทราบกันดีว่าฟีเจอร์ “Google Street View” ถูกแยกออกจาก Google Maps เป็นอีกแอปหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถเปิดดูถนน ตรอกซอกซอยต่าง ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดใช้แผนที่บน Google Maps ให้ยุ่งยาก อีกทั้งใน Google Street View ผู้ใช้ทั่วไปยังสามารถแชร์รูป Panorama
เวลาเราพูดคำว่า “วิกฤต” มันฟังดูแย่ หดหู่ ไม่มีดีเลยนะ อย่างตอนนี้เป็นวิกฤตโควิท-19 เล่นเอาตลาดหุ้น ที่ดีดขึ้นมาสวย ๆ ตั้งแต่ช่วงธันวาฯ ปีที่แล้ว ขึ้นมาเทส 1600 เอาจริง ๆ ตอนนั้นมองว่าโอกาสกลับตัวขึ้นไป มีสูงเลย พอเจอข่าวอู่ฮั่นปิดเมืองเข้า โดดลงเลย 45 จุดมั้ง เป็นครั้งแรกที่เห็นตลาด เปิดแกปโดดลงระดับ 40-50 จุดในรอบหลาย ๆ ปีเลย ถามว่า “เจ็บมั้ย” ตอนนั้นก็เจ็บเหมือนกัน เพราะพอร์ทพี่ปูทางขึ้นไว้ แต่ดีที่ยังไหวตัวทัน และหลังจากนั้นมันก็ดิ่ง ๆ มาเรื่อยๆ จนการเหวี่ยงวันละ 30-70 จุด เป็น New Normal ของตลาดไปเลย ลองคิดดูจาก 1600 จุด ลงมาหลุด 1000 จุด ในชั่วเวลาไม่กี่สัปดาห์ เล่นเอาทุกคนร้องกันไปตามๆ กัน เพราะในความเหวี่ยง มันมีทั้งเหวี่ยงขึ้นรับข่าวบวก และเหวี่ยงลงต่อแรง ๆ
อาจจะเป็นเพราะกระแส The Last Dance documentary ของ Netflix ที่ทำให้ทุกอย่างเกี่ยวกับ Michael Jordan มีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษในช่วงนี้ ล่าสุดด้วยบารมีแห่ง Michael รองเท้า Air Jordan 1 สี OG ขาวแดงใน size 13 นิ้ว ที่ผ่านการสวมใส่ลงสนาม (Game-Worn) แถมยังมีลายเซ็นของ MJ ประทับ พึ่งจะสร้างสถิติโลกใหม่ล่าสุดจากการประมูลของ Sotheby เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยราคาเคาะค้อนที่สูงกว่าราคาประเมินถึง $560,000 หรือ 18 ล้านบาทไทย ซึ่งสูงแซงหน้า Nike Waffle Moon Shoe ที่ประมูลไปด้วยราคา $437,500 ในช่วงกลางปีที่แล้ว (July 2019) ไปอย่างขาดลอย Air Jordan 1 คู่นี้เดิมเป็นของ Jordan Geller
Hamilton นำนาฬิกาข้อมือดิจิตอลแบบดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานสร้างสรรค์แห่งอนาคตที่เปลี่ยนโลกอย่าง Pulsar กลับมาทำใหม่อีกครั้งในรุ่น Hamilton PSR โดย Pulsar เคยเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักคิดหัวสมัยใหม่และผู้นำด้านสไตล์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Jack Nicholson, Joe Frazier, Elton John และ Keith Richards ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำสะเทือนวงการและการออกแบบที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2513 ถือเป็นวันที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของนาฬิกาข้อมือ เมื่อ Hamilton เปิดตัว Pulsar นาฬิกาดิจิตอลอิเล็กทรอนิกส์เรือนแรกของโลกในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นภายในภัตตาคาร The Four Seasons ที่มหานครนิวยอร์ก Pulsar เป็นเหมือนนาฬิกาที่หลุดออกมาจากนวนิยายวิทยาศาสตร์ เพราะไม่มีชิ้นส่วนใดเลยที่เคลื่อนที่ ไม่มีเสียงเข็มนาฬิกา แต่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติด้านความทนทานและความเที่ยงตรงสูงสุด โดยได้รับการตั้งชื่อตามดาวนิวตรอนที่ปล่อยรังสีด้วยความถี่ที่มีความแม่นยำมากเป็นพิเศษ แต่วิทยาศาสตร์คือความจริง ‘คอมพิวเตอร์บนข้อมือทรงประสิทธิภาพ’ ชิ้นนี้ที่ได้รับการพัฒนาโดย Hamilton ในเมืองแลงแคสเตอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกแห่งการบอกเวลาไปอย่างสิ้นเชิง ภาพของนาฬิกาต้นแบบ Pulsar ถูกถ่ายทอดออกอากาศผ่านรายการ The Tonight Show
โลกใบนี้เต็มไปด้วยผลงานศิลปะจำนวนมาก หลากหลายชิ้นล้วนมีคุณค่าต่อผู้ซึ่งหลงใหลในศิลปะ รวมไปถึงคนที่มองเห็นในคุณค่าของผลงานเหล่านี้ และด้วยคุณค่าทางจิตใจและมูลค่ามหาศาลในตัวนี้เอง ที่ทำให้ผลงานศิลปะบางชิ้นถูกขโมยและหายเข้าสู่ตลาดมืดแบบไม่สามารถจับมือใครดมได้ แม้จะมีงานศิลปะหลายชิ้นถูกตามกลับคืนมาได้ แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ยังคงสาบสูญ แต่ในโลกของศิลปะถือว่ายังโชคดีที่มีชายอย่าง ‘อาเธอร์ แบรนด์’ ที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้พยายามตามหาและกู้คืนผลงานศิลปะจำนวนมากให้กลับไปอยู่ในที่ที่ควรจะอยู่อีกครั้ง แต่ด้วยการกู้คืนผลงานศิลปะมากกว่า 200 ชิ้นหากจะพูดถึงผลงานทุกชิ้นคงเป็นเรื่องที่ยาวเกินไป วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักเขา ผ่านผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ 3 ชิ้นที่เขามีส่วนนำกลับมาให้โลกได้ชื่นชมความสวยงามอีกครั้ง แต่จะมีผลอะไรของศิลปินคนไหน มาติดตามไปพร้อมกัน แหวนของ ออสการ์ ไวลด์ ผลงานการสืบตามหางานศิลปะชิ้นแรก ๆ ที่ทำให้อาเธอร์ แบรนด์ ถูกรู้จักในฐานะยอดนักสืบคือแหวนของออสการ์ ไวลด์ ยอดกวีชาวไอริชที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1854-1900 เป็นแหวนทอง 18 กะรัตที่นักประพันธ์มอบเป็นของขวัญให้กับเพื่อนนักเรียนของเขาในปี 1876 ซึ่งต่อมาถูกเก็บเอาไว้โดยมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด เรื่องราวย้อนกลับในปี 2002 ในตอนที่มันถูกขโมยไปโดยพนักงานทำความสะอาด ซึ่งต่อมาถูกจับและอ้างว่าได้ขายไปให้คนรับซื้อเศษเหล็กในราคา 150 ปอนด์ ซึ่งมูลค่าของแหวนในตอนนั้นอยู่ที่ 35,000 ปอนด์ แน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อพนักงานคนนั้น เขาถูกส่งตัวเข้าตาราง แต่แหวนของออสการ์ ไวล์ก็ได้สูญหายไปนับตั้งแต่นั้น จนกระทั่งในปี 2015 เกิดการโจรกรรมเครื่องประดับใน Hatton Gargen
นี่คือต้นแบบพาหนะ 2 ล้อที่สร้างโดย 2 สหายค่ายผู้สร้าง Custom Motorcycle จากแคลิฟอร์เนีย ได้ร่วมมือกันสร้างซูเปอร์ไบค์พลังไฟฟ้า โดยมีแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Blade Runner UMC-036 XP ZERO คือชื่อของมอเตอร์ไซค์สายพันธุ์ไฟฟ้าที่เกิดจากการร่วมมือของ Untitled Motorcycles และ Zero Motorcycles สองสำนักที่มีความชอบใน Blade Runner เหมือนกัน ตัดสินใจจับมือร่วมสร้างรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมดีไซน์และรูปแบบการใช้งานล้ำสมัย ออกแบบโดย Hugo Eccles, Co-founder and Design Director of Untitled Motorcycles รถคันนี้พื้นฐานมาจากโมเดล Zero SR/F รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ใช้ทุนถึง $300 ล้านเหรียญ และเวลาถึง 13 ปีกว่า Zero จะผลิตมันขึ้นมาได้ เดิม ๆ พละกำลังของ Zero SR/F มาจากมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 82 kW


