นับตั้งแต่สิ้นสุดเสียงเคาท์ดาวน์และปฏิทินถูกเปลี่ยนเข้าสู่ปีใหม่ สิ่งที่ตามมาพร้อมกันในปีนี้ คือการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก มาตราการต่าง ๆ ถูกประกาศออกมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ หลายบริษัทมีนโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) เพื่อความปลอดภัย แม้สถานการณ์จะคลี่คลายลงแต่ก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะจบลงเมื่อใด หลาย ๆ คนที่สวมบทบาทเจ้าของธุรกิจย่อมเผชิญกับความกดดันทั้งในแง่ของการนำพาธุรกิจให้ยังคงดำเนินต่อไปได้ รวมถึงการดูแลพนักงาน หรือลูกน้องที่ทำงานร่วมกัน หากถามว่าการจะบริหารธุรกิจให้อยู่รอดท่ามกลางเหตุการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ ต้องมีวิธีคิดอย่างไร วันนี้เรามาลองฟังอีกหนึ่งมุมมองจากเจ้าของธุรกิจร้านอาหารที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกว่า 15 ปี อย่าง “พี่เอ็ด” เจ้าของ “ร้านรสมือแม่” คนนี้กัน จากสัตวแพทย์สู่วิถีพ่อครัว “พี่เอ็ด” นายภัคพงศ์ พึ่งกัน ชายหนุ่มวัย 49 ปี อดีตสัตวแพทย์ที่เลือกฟังเสียงหัวใจตัวเอง ผู้กล้าตัดสินใจทำในสิ่งที่ชอบอย่างจริงจังและสานต่อความฝันในวัยเด็กด้วยการเปิดธุรกิจร้านอาหารให้คุณแม่ หากใครที่อยู่แถวประชาชื่นคงคุ้นเคยกันดีกับ “ร้านรสมือแม่” ร้านอาหารเหนือแท้ ๆ ที่มีความพิถีพิถันใส่ใจในรสชาติ ความสะอาดของอาหาร รวมถึงคงคุณภาพให้มีความอร่อยแบบเสมอต้นเสมอปลาย นี่คือเคล็ดลับที่ทำให้ร้านเปิดมานานถึง 15 ปี และมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น “ผมย้ายมาอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้ต้องห่างกับคุณแม่ พอโตมาเลยเก็บเงินซื้อบ้านเพื่อพาเขามาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ด้วยความที่คุณแม่ชอบทำอาหารอยู่แล้วและเราก็ไม่อยากให้เขาเหงา เลยมีความคิดที่จะเปิดร้านอาหารให้เป็นธุรกิจครอบครัวเพราะผมก็เริ่มอิ่มตัวกับงานสัตวแพทย์แล้วเช่นกัน โดยในช่วงแรกได้เน้นขายอาหารเหนือที่คุณแม่ถนัดแล้วจึงขยายไลน์เพิ่มเป็นอาหารตามสั่ง
โลกมนุษย์คือการเรียนรู้และปรับตัว นอกจากวิถีชีวิตแบบใหม่ที่เรียกว่า New Normal จะทำให้คนเคยชินกับการเว้นระยะห่าง การใส่หน้ากาก การล้างมือ และการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าสู่ที่สาธารณะแล้ว เรายังจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในด้านการออกแบบ Interior Design ของร้านค้าหรือร้านอาหาร ที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยลูกค้า และทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยทั้งในแง่ความรู้สึกและการสัมผัส เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าแบบ New Normal ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวจาก Coronavirus ถ้าวันนี้คุณกำลังทำธุรกิจร้านอาหาร หรือมีแผนว่าจะเปิดร้านอาหารเพื่อรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวในอนาคต จากเดิมที่ร้านสวย บรรยากาศดี อาหารอร่อย จะการันตีความสำเร็จของร้านอาหารได้ แต่อนาคตมันจะไม่เพียงพออีกต่อไป และนี่คือเทรนด์การออกแบบ Interior Design เกี่ยวกับ Layout, Spacing และ Experience ในโลกหลัง Coronavirus ที่คุณต้องรู้เอาไว้ การมีระยะห่าง เป็นสิ่งที่จะสร้างความสบายใจในการใช้บริการให้ลูกค้า ปัจจุบันร้านอาหารที่เปิดให้บริการในช่วงใกล้ปลด Lockdown อาจจะทราบดีว่าการใช้ Layout จัดวางโต๊ะแบบเดิม ๆ ที่ต้องเว้นระยะห่าง 1.5 – 2 เมตร ตามมาตรการควบคุมนั้นเป็นการเสียพื้นที่มากเกินไป นั่นเพราะการออกแบบตั้งแต่แรกมีจุดประสงค์เพื่อเน้นจำนวนคนต่อพื้นที่เพื่อให้เกิดรายได้มากที่สุด ดังนั้นร้านอาหาร (รวมถึงร้านค้า)
หนุ่ม ๆ หลายคนคงรู้จัก บรูซ ลี ในฐานะนักแสดงและนักศิลปะการต่อสู้ที่โด่งดังจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด ผู้ทำให้ศิลปะการต่อสู้อย่างกังฟูและจีทคุนโด (Keet Kune do) เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ก่อนตัวเขาจะกลายเป็นหนึ่งไอคอนของวงการภาพยนตร์และการต่อสู้ที่ผู้คนไม่เคยลืมเลือน ด้วยมุมมองภายนอกที่ผู้คนมองเห็นบรูซ ลี หลายคนคงคิดว่าชายคนนี้คงใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับการฝึกฝนการต่อสู้หรือคิดค้นฉากบู๊ที่สมจริง แต่อีกมุมชีวิตที่หลายคนอาจไม่เคยได้รับรู้มาก่อนก็คือ เขาเป็นหนอนหนังสือที่หลงใหลในการอ่านไม่แพ้กัน แต่อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เขาชอบในการอ่านหนังสือ วันนี้มันทำความรู้จัก โลกอีกใบของชายที่ชื่อบรูซ ลีไปพร้อมกัน ปี 1940 เป็นปีที่เจ้าหนูน้อยบรูซ ลี หรือหลี่เสี่ยวหลงลืมตาดูโลก เขามีวัยเด็กที่ไม่แตกต่างจากคนอื่นคือรักการเล่นสนุกกับเพื่อนและวิ่งไปมาตลอดเวลา จนคนในบ้านตั้งฉายาให้ว่า “เด็กที่ไม่เคยหยุดนิ่ง” แต่ก็มีบางอย่างที่ทำให้เขาสงบลงได้นั้นก็คือหนังสือการ์ตูน (โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับกังฟู) ที่ให้เขาได้ใช้เวลาสลับกับการเรียนกังฟูซึ่งได้รับคำแนะนำจากคุณพ่อ วัยเด็กของบรูซ ลีนอกจากการเรียนหนังสือและฝึกกังฟู ในช่วงเวลาว่างตัวเขาจะใช้เวลาอยู่หนังสือหรือไม่ก็ไปที่ร้านหนังสือบ่อย ๆ โดยความฝันแรกก่อนที่จะมาเป็นนักแสดงคือการเป็นเจ้าของร้านหนังสือมือสอง อย่างไรก็ตามการอ่านชอบหนังสือไม่ได้ช่วยให้ผลการเรียนของเขาดีขึ้น พร้อมกันนั้นเจ้าตัวก็เริ่มมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อน จนในที่สุดพ่อของเขาก็ตัดสินใจส่งไปอยู่สหรัฐอเมริกาเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา บรูซ ลีในวัย 20 ต้น ๆ ย้ายมาอาศัยอยู่ในเมืองซีแอตเทิลแต่ไม่ได้มีเงินติดตัวมากนัก จึงต้องเอาตัวรอดด้วยการเปิดสอนกังฟูซึ่งปรับมาจากมวยหย่งชุน (Wing Chun) ที่มีโอกาสได้เรียนจากอาจารย์ยิปมัน ก่อนจะพัฒนามาเป็น Jeet Kune Do พร้อมกันนั้นตัวเขาก็เริ่มเข้าแข่งขันในรายการมวยกังฟูหลายรายการ
“กระอักกระอ่วน” คงไม่มีใครชอบหรืออยากเผชิญความรู้สึกนี้ โดยเฉพาะเรื่องชวนหน้าแตก อับอายที่เกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมที่ควรจะเซ็กซี่ยวนใจที่สุดอย่างกิจกรรมบนเตียง แต่เพราะเซ็กซ์คือกิจกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างเรือนร่าง 2 เรือนร่าง (หรือมากกว่านั้น) เราจึงไม่สามารถควบคุมร่างกายของเราและของเธอให้อยู่ในบรรยากาศชวนพิศวาสดังใจได้เสมอไป อย่างไรก็ตามการมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นระหว่างมีเซ็กซ์ แม้จะไม่ตรงกับที่เราคาดหวัง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องผิดปกติเสมอไป ดังนั้นมาทำความเข้าใจบรรดาเรื่องชวนกระอักกระอ่วนระหว่างกิจกรรมสวาทให้ถี่ถ้วน พร้อมวิธีคร่าว ๆ ว่าเราจะรับมือกับเรื่องชวนเขินตอนมีเซ็กซ์เหล่านั้นอย่างไร เพื่อให้เราไม่ดูตื่นตระหนกเกินเบอร์ หรือทำให้อีกฝั่งรู้สึกแย่จนหมดอารมณ์ เพราะบางเรื่องก็เกิดขึ้นได้จนแทบจะเป็นปกติ ขอแค่เราเข้าใจมันเท่านั้น น้องสาวผายลมได้ ไม่ต้องตกใจ อารมณ์กำลังขึ้นสูงสุด จังหวะร่างกายโหมกระหน่ำระรัวตามอารมณ์ไปติด ๆ แต่แล้วก็ “ปุ้ด!?” เสียงลมดันตัวแทรกผ่านช่องแคบ ๆ ออกมา จะว่าเราเผลอตดก็ไม่น่าใช่ “ปุ้ด!?” อีกรอบ คราวนี้เราจึงมั่นใจว่านี่คือเสียงลมที่ออกมาจากอวัยวะส่วนนั้นของเธอเป็นแน่ ก่อนอื่นจงเข้าใจไว้ว่าการที่น้องสาวของเธอมีลมผุดออกมาระหว่างมีเซ็กซ์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้แปลว่าน้องสาวเธอตดออกมาเหมือนการตดที่ออกมาจากก้นแต่อย่างใด แต่เกิดจากการเสียดสีเอาอากาศเข้าไป ส่วนนั้นของเธอจึงขับลมออกมา ซึ่งอาจหมายความว่าเราใช้แรงมากและเร็วเกินไปจนอากาศเข้าไปมากก็เป็นได้ วิธีรับมือก็เพียงแต่ปล่อยให้มันเป็นไป เพราะมันไม่ต่างอะไรจากการมีเซ็กซ์แล้วเหงื่อออก มีเซ็กซ์แล้วเหนื่อยหอบ ไม่ต้องเอ่ยปากถามเธอ ไม่ต้องทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน ปฏิบัติให้คล้ายกับว่าเรามีบางอย่างปกติธรรมดาเกิดขึ้น การรับมือแบบนี้นอกจากจะไม่ทำให้สาว ๆ รู้สึกสูญเสียความมั่นใจ (ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียความมั่นใจใด ๆ อยู่แล้ว) ยังทำให้เราดูเข้าอกเข้าใจสรีระ และไม่เป็นมนุษย์ที่ช่างตัดสินอีกด้วย ถุงยางอนามัยเจ้ากรรม ทำพิษ!
ชีวิตคือการปรับตัวให้เข้ากับแต่ละสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป หลัง COVID-19 มีหลายสิ่งในชีวิตที่ผู้ชายอย่างเราต้องปรับตัวครั้งใหญ่ “การเดินทางโดยเครื่องบิน” เองก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องเปบี่ยนแปลงมหาศาลทั้งในแง่อุตสาหกรรมการบิน การรักษาความปลอดภัย รวมถึงเรื่องความสะอาดเพื่อสุขอนามัยที่ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ ครั้งหนึ่งการเดินทางโดยเครื่องบินนั้นอาจถูกจำกัดไว้เฉพาะผู้โดยสารที่มีสภาพคล่องทางการเงินเท่านั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินยังกระจุกตัวและมีต้นทุนสูง ก็ไม่แปลกที่ค่าโดยสารจะยังแพงลิบเกินคนทั่วไปจะเอื้อมถึง จนกระทั่งมาถึงยุคสายการบินต้นทุนต่ำที่ทำให้การบินลัดฟ้านั้นแสนสะดวก เข้าถึงง่าย บางทีนึกอยากไปไหนพรุ่งนี้ กดจองตั๋ววันนี้ พรุ่งนี้เดินตัวปลิวขึ้นเครื่องก็ยังไหว การเดินทางโดยเครื่องบินจึงกลายเป็นอีกตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนใช้เมื่อต้องการไปติดต่อธุรกิจสำคัญ หรือพักผ่อนหย่อนใจ อย่างไรก็ตาม COVID-19 ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำให้สายการบินทุกสายต้องขยับตัว หลังเหตุโศกนาฎกรรม 911 กฎการบินก็เข้มงวดเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น จนเพิ่มหลายขั้นตอนในการตรวจสอบความปลอดภัย จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า อุตสาหกรรมและกฎการบินหลัง COVID-19 นี่จะต้องเปลี่ยนแปลงมากกว่าหรือน้อยกว่าเหตุการณ์การก่อการร้ายครั้งนั้น? ผู้เชี่ยวชาญระบุตรงกันว่านี่อาจเป็นคราวที่อุตสาหกรรมและกฎการบินต้องปรับตัวครั้งใหญ่ที่สุด UNLOCKMEN รวบรวมผลกระทบคร่าว ๆ ที่ผู้โดยสารอย่างเราต้องรับมือในวันที่หลายอย่างเปลี่ยนแปลง เช็กอิน 4 ชั่วโมง: เครื่องบินอาจไม่ใช่การเดินทางที่รวดเร็วดังใจอีกแล้ว ข้อดีอันดับต้น ๆ ที่เราเลือกโดยสารเครื่องบินเป็นหลักคือความสะดวกรวดเร็ว เราสามารถบินตรงสู่เชียงใหม่หรือภูเก็ตได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง ยิ่งถ้าเช็กอินออนไลน์ และไม่มีกระเป๋าต้องเอาโหลดใต้เครื่อง เราสามารถนับเวลาตั้งแต่เหยียบสนามบินต้นทางจนถึงสนามบินปลายทางภายในเวลาสองชั่วโมงกว่า ๆ สามชั่วโมงเท่านั้น แต่ COVID-19 จะทำลายความรวดเร็วดังกล่าวไป ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย
ท่ามกลางความปั่นป่วนของกระแสข่าวที่บ่งชี้ถึงสถานะล่าสุดของท่านผู้นำ คิม จอง-อึน ที่แม้ทางการเกาหลีเหนือจะออกมาบอกว่าการเข้าผ่าตัดฉุกเฉินของผู้นำโสมแดงคนปัจจุบันนั้นเรียบร้อยปลอดภัยดี พร้อมตอกย้ำความมั่นใจด้วยภาพการปรากฎตัวต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรกในรอบ 20 วัน ของ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยกระบอกเสียงของเกาหลีเหนืออย่างสำนักข่าว KCNA ได้รายงานข่าวการปรากฏตัวของ คิม จอง-อึน ในพิธีเปิดโรงงานปุ๋ยฟอสเฟตซุนชอน ที่เมืองซุนชอนทางตอนเหนือของเปียงยาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูง และ คิม โย-จอง น้องสาว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีอย่างกึกก้องของประชาชนชาวเกาหลีเหนือที่มีต่อท่านผู้นำ แม้จะมีภาพยืนยันว่า คิม จอง-อึน ยังแข็งแรงดีอยู่ แต่ถึงกระนั้น หากย้อนไปเมื่อปลายเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงที่เต็มไปด้วยกระแสข่าวลือของเขาที่ไม่สู้ดีนักถูกกระพือออกมาเป็นระลอก เหตุใดสายตาของประชาคมโลกถึงได้จับจ้องไปยัง คิม โย-จอง น้องสาวคนสุดท้องของ คิม จอง-อึน ในฐานะบุคคลที่มีแนวโน้มสูงว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นท่านผู้นำหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์โสมแดง ทั้งที่บทบาทของสตรีในประเทศเกาหลีเหนือนั้นค่อนข้างจำกัด ให้อำนาจการจัดการควบคุมต่าง ๆ แก่ผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ ในวันนี้เราจึงอาสาพาทุกคนไปรู้จักเธอให้มากขึ้น ว่าเพราะเหตุใดทั่วโลกถึงมองว่าเธอคือ Candidate อันดับหนึ่งในการสืบทอดบัลลังก์อำนาจแซงหน้าบุตรชายคนโตวัย 10 ขวบ ของ คิม จอง-อึน เสียด้วยซ้ำ
ในช่วงภาวะวิกฤต COVID-19 นี้ เราเชื่อว่าหลายธุรกิจ หลายบริษัท หลายแบรนด์ต่างงัดทุกกลยุทธ์มาต่อสู้กับสถานการณ์ที่ไม่ปกติในขณะนี้ และ อีกหนึ่งสกิลที่ทุกแบรนด์ต้องมีคือการทำ PR โปรโมทแบรนด์และสินค้าในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับทางแบรนด์ ทีมงาน UNLOCKMEN จึงไม่พลาดที่จะพาทุกท่านไปเปิดรับสาระดี ๆ พร้อมกลยุทธ์จากเจ้าแห่งวงการ PR กับคุณจักรพงษ์ คงมาลัย หรือคุณปอง ผู้ก่อตั้งบริษัท มูนช็อท ดิจิทัล จำกัด ผู้นำทางด้าน Digital PR & Content ที่ขับเคลื่อนวงการเอเจนซี่และอุตสาหกรรมการตลาดบนโลกดิจิทัลของเมืองไทย ภาพรวมการทำ PR และมุมมองการทำ PR ที่เปลี่ยนไปหลังวิกฤต COVID-19 เป็นอย่างไร ต้องยอมรับว่า “COVIDSRUPTION” เป็นวิกฤตการณ์ที่หนักหนาสาหัสกว่า Digital Disruption และวิกฤตการณ์ครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา ช่วงนี้ทุกคนก็เลยต้องติดตามสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิด อาทิตย์ต่ออาทิตย์ เพราะเอาเข้าจริงๆ ไม่มีใครรู้อะไรแน่นอนหรอกครับ ในบ้านเราเหมือนสถานการณ์มันจะคลี่คลายขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่ชัดเจน เพราะมันเป็นปัญหาระดับโลก ปัจจัยและตัวแปรว่าจะพ้นไปเมื่อไหร่ไม่ได้มีแค่ในบ้านเรา
พึ่งจะพาดหัวข่าวไปอย่างร้อนแรง สำหรับของขวัญฉลองวันเกิดครบ 28 ปีให้ตัวเองด้วย hypercar เบอร์ใหญ่ Bugatti Chiron มูลค่าราว 90 ล้านบาทไปหมาด ๆ สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมด้านรถยนต์ที่ไม่ธรรมดาของ Rapper ที่กำลังมาแรงกว่าใคร ทำสถิติจำนวนผู้เข้าชม Concert ในเกม Fortnite แถมล่าสุดยังมีข่าวการ Collaboration กับ Nike ในโปรเจค Travis Scott x Nike SB Dunk Low งานเยอะขนาดนี้ ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่ารถยนต์ใน Collection ของ Scott จะโหดแค่ไหน วันนี้เราจะพาไปเปิดรถยนต์สุดหรูของศิลปินที่มีทรัพย์สินรวมเกือบสองพันล้านบาท แต่บอกให้ก่อนได้เลยว่า Scott น่าจะเป็นสารหรูมากกว่าสายสะสม เพราะเต็มไปด้วย Hypercars และ Supercars รุ่นใหม่ ๆ เพียบ Bugatti Chiron Hypercar มูลค่า 90 ล้านบาท
ตอนนี้คงมีคนน้อยยิ่งกว่าน้อยที่กล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า “ชีวิตง่าย” เพราะนี่คืออีกช่วงเวลาหนึ่งที่เราต่างต้องเผชิญความยากลำบากในชีวิตต่างกันไปคนละรูปแบบ และเรารับมือกับเรื่องแย่ ๆ ในชีวิตต่างกันไป บางคนใจดีสู้เสือ ลุยดะ แก้ทีละเงื่อน คลายทีละปมไปอย่างไม่หวาดหวั่น ในขณะที่บางคนก็ดึงพลังที่เก็บสะสมไว้มาใช้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนเจียนจะไม่ไหวอยู่หลายหน การหมดกำลังใจ ไร้เรี่ยวแรง เหนื่อย ท้อ ในช่วงนี้ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่ได้เป็นเครื่องบ่งบอกว่าใครอ่อนแอกว่าใคร ใครแข็งแกร่งกว่าใคร สิ่งที่มีความหมายที่สุดในห้วงเวลาอันยากลำบากของชีวิตคือการที่ถ้าเรายังไหว แล้วยื่นมือไปปลอบโยนคนข้าง ๆ ไว้ไม่ให้ร่วงหล่นต่างหาก ดังนั้นถ้าคุณคือคนที่ยังไหว และเห็นคนข้าง ๆ หดหู่ใกล้หมดแรงจากหลายเรื่องที่รุมเร้า อย่าปล่อยให้เขาเศร้าเพียงลำพัง ปลุกปลอบเขาเท่าที่แรงเรายังพอมี เพื่อบอกเขาว่าเราอยู่ตรงนี้เสมอ และเราจะผ่านมันไปด้วยกัน ความหมายของกำลังใจ คือการ “มีใครสักคนรับฟัง” ในวันที่ชีวิตเดินทางมาถึงจุดที่ยากที่สุด ชวนให้ท้อและหมดเรี่ยวแรงที่สุด เราไม่ได้ต้องการกำลังใจจากคนทั้งโลก เราแค่ต้องการใครสักคนที่รับฟังและมองเห็นความเจ็บปวดที่เราเผชิญอยู่ ไม่ต่างกัน หากวันนี้เราเป็นคนที่มีแรงเหลือและอยากยืนหยัดเคียงข้างคนที่เรารักในวันที่เขาหมดกำลังใจ คำพูดที่พรั่งพรูอาจไม่ตอบโจทย์เท่าการเคียงข้างรับฟัง ดังนั้นแทนที่จะเลือกคำพูดอย่าง สู้ ๆ , อย่ายอมแพ้นะ, เป็นกำลังใจให้เสมอ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นคำพูดที่ผิดแต่อย่างใด แต่ก็สุ่มเสี่ยงที่จะฟังดูเป็นคำพูดสูตรสำเร็จตัดจบแบบแกน ๆ ได้ ลองเปลี่ยนมานั่งข้าง ๆ รับฟังสิ่งที่เขาอยากระบาย อาจถามเพิ่มเติมในส่วนที่เรารู้สึกว่าความรู้สึกเขายังไม่คลี่คลาย แต่ก็ไม่กดดันเขาจนเกินไป


