รถยนต์ SUV ต้นแบบจากนิสสัน ครอสโมชัน (Xmotion) ที่สะท้อนแนวคิดของการออกแบบในอนาคตของรถยนต์เอนกประสงค์ต้นแบบที่สานต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานของนิสสันในกลุ่มครอสโอเวอร์ และรถยนต์อเนกประสงค์ เปิดตัวครั้งแรกในโลกในงาน 2018 North American International Auto Show ที่จัดขึ้น ณ เมืองดีทรอยท์ ประเทศสหรัญอเมริกา โดยผสมผสานวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นและความประณีตศิลป์แบบดั้งเดิม กับการออกแบบสไตล์อเมริกัน และเทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ ทั้งนี้รถยนต์เอนกประสงค์ ครอสโมชัน (Xmotion) จะมีทั้งหมด 6 ที่นั่ง จัดแบ่งเป็นแบบ 3 แถว สำหรับแนวคิดของ “ครอสโมชัน” เราเน้นการแสดงพลังและความแข็งแรงของนิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ ซึ่งความดุดันและทรงพลังนี้เป็นองค์ประกอบที่รวมอยู่กับความประณีตและนุ่มนวลแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ดีไซน์ภายนอกของ “ครอสโมชัน” ผสานแนวคิดแบบตะวันตก และแบบตะวันออกเข้าด้วยกัน สะท้อนให้เห็นผ่านเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ และเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะรวมถึงศิลปะยุคดิจิทัล และประณีตศิลป์แบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น หากมองแบบผิวเผิน “ครอสโมชัน” อาจดูเหมือนจะมีดีไซน์การออกแบบที่เรียบง่ายธรรมดา แต่เมื่อพิจารณาเพิ่มเติม จะเห็นรายละเอียดที่ซับซ้อนมากมายที่ทำให้ “ครอสโมชัน” เปี่ยมไปด้วยความโดดเด่นที่เร้าใจ เพื่อส่งสัญญาณถึงทิศทางการออกแบบรถยนต์ของนิสสันในอนาคต รถยนต์ต้นแบบ “ครอสโมชัน” ได้มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่ดูสวยงามและปราดเปรียว
ในอดีตเราจะเห็นเทคโนโลยีอาวุธทางทหารเจ๋ง ๆ จากฝั่งอเมริกาเป็นหลัก แต่ปัจจุบันไม่มีอะไรที่กองทัพจีนทำไม่ได้ หรือในกรณีนี้ อาจจะทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ เมื่อมีการเปิดเผยอาวุธลับชิ้นใหม่ที่ไฉไลหนักมาก นั่นคือปืน Laser Assault Rifle แบบ 15mm caliber หรือขนาดลำกล้อง 15 มิล นั่นเอง แต่ความเจ๋งของมันก็อย่างที่ชื่อบอก มันไม่ได้ใช้ยิงกระสุน แต่มันใช้ยิง Laser จากระยะไกล และอันตรายของมันนั้นถือว่าโหดสุดในรุ่นเลยทีเดียว ZKZM-500 Laser Assault Rifle ขนาด 15 mm caliber กระบอกนี้เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เหมือนกับ item ที่เราเห็นในภาพยนตร์ Sci-Fi กำลังถูกเตรียมส่งเข้าประจำใช้งานในกองทัพจีน น้ำหนัก หน้าตา และขนาด จะดูคล้ายกับ AK-47 ปล่อยพลังงานความร้อนสูงระดับที่สามารถเผาเสื้อผ้าให้ลุกเป็นไฟได้ในเสี้ยววินาที และถ้าส่องไปที่เนื้อมนุษย์ ก็จะทะลุเป็นรูได้ง่าย ๆ รวมทั้งการเผาไหม้ให้ศัตรูดำเป็นตอตะโกในไม่กี่วินาทีได้ หรือจะใช้ระเบิดรถถังก็สามารถเจาะเกราะเข้าไปจุดระเบิดจากถังน้ำมันได้จากระยะไกลเกือบ 1 กิโลเมตร “เหยื่อจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าถูกยิงจากทางไหน และความบาดเจ็บจะรุนแรงแบบสุด ๆ ไปเลย” หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวอย่างภาคภูมิ
ผ่านไปแล้วสำหรับ Apple Special Event 2018 หรืองานเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าประจำปีของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple Inc ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ Steve Jobs Theater แคลิฟอร์เนียโดยปีนี้ทาง CEO ของแบรนด์อย่าง Tim Cook ก็นำนวัตกรรมแห่งอนาคตมาเปิดตัวมากมายแต่แน่นอนที่ผู้ชายสายอัปเดตอย่างเราน่าจะติดตามมากที่สุดคงจะไม่พ้น iPhone XS, iPhone XS Max ที่เป็นตัวพัฒนามาจาก iPhone X และ iPhone XR ซึ่งจะมาเป็นทางเลือกให้สาวกสายประหยัดงบ โดยเราจะสรุปให้หนุ่ม ๆ ได้เข้าใจง่าย ๆ ตามเลยนี้ จะได้มีข้อมูลพร้อมก่อนตัดสินใจคว้า gadgets ที่เปิดตัวได้อย่างน่าดึงดูดใจไม่เบา ไม่ก็เตรียมใจซื้อให้สาว (อันนี้ตัวใครตัวมันนะ) iPhone XS และ iPhone XS Max รุ่นอัพเกรดของ iPhone X iPhone XS มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.8 นิ้ว และ iPhone XS MAX
ผู้นำนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์กีฬาระดับโลกอย่าง NIKE ได้สร้างปรากฏการณ์ท้าทายขีดจำกัดแห่งความเร็วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ่านรายการเฟ้นหานักวิ่งสายสปีดทั่วทั้งกรุงเทพฯ เริ่มตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมาโดยไนกี้เองได้เปิดให้ผู้ที่สนใจร่วมวิ่งด้วย แอพฯ NRC+ พร้อมกับรองเท้าไนกี้ของตนเองด้วยความเร็วในระยะทาง 1 กิโลเมตรเท่านั้น หลังจากนั้นไนกี้ยังได้เตรียมความพร้อมให้บรรดา speedsters ด้วยการซ้อมวิ่งสปีดแบบเข้มข้นกับ NRC BKK พร้อมทดลองรองเท้าวิ่ง Nike Air Zoom Pegasus 35 ที่ไนกี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อการซ้อมวิ่งโดยเฉพาะสำหรับนักวิ่งทุกระดับที่ให้ความสำคัญกับความเร็ว พร้อมคำแนะนำจาก NRC Coach ให้นักวิ่งสายสปีดมีความพร้อมที่สุดสำหรับรอบไฟนอล โดยสนามประลองความเร็วรอบสุดท้ายได้ถูกจัดขึ้นที่ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 สะพานพุทธ โดยบรรดานักวิ่งฝีเท้าลมกรดทั้งหญิงและชายรวมแล้วกว่า 121 คน ประกอบด้วยนักวิ่งหญิง 61 คน และนักวิ่งชาย 60 คน ต่างร่วมท้าทายขีดจำกัดความเร็วของตนเอง รวมระยะทางทั้งสิ้น 5 กิโลเมตร ทันทีที่เสียงปืนดังขณะปล่อยตัว บรรดานักวิ่งสายสปีดพร้อมด้วยรองเท้าวิ่งไนกี้คู่ใจต่างหวดฝีเท้าของตนเองออกจากจุดปล่อยตัว มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนสมเด็จเจ้าพระยาและกลับตัวเพื่อวิ่งเข้าสู่เส้นชัย ณ ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 โดยตลอดเส้นทางการวิ่งทั้ง NRC โค้ชและเพเซอร์ต่างล้วนวิ่งประกบกลุ่มผู้เข้าแข่งขันเพื่อคอยกระตุ้นและดูแลนักวิ่งตลอดทั้งเส้นทาง นอกเหนือจากนี้ยังมีแขกรับเชิญพิเศษ ได้แก่
ถ้าพูดถึง New York Yankees ภาพแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวผู้ชายอย่างเราคงจะเป็นหมวกเบสบอลทรงกลมกับสัญลักษณ์ตัว NY วางเด่นไว้กลางหมวกมากกว่าจะพูดถึงทีมเบสบอล รวมถึงเสื้อผ้าแฟชั่นของเค้าก็ถือว่าเด็ดไม่แพ้ใคร วันนี้ Yankees Logo กำลังกลับมาอีกครั้งพร้อมการร่วมงานกับแบรนด์หรูอย่าง Gucci แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น อะไรกันที่ทำให้โลโก้ตัวแทนทีมกีฬากลายมาเป็น Pop-culture ในยุคสมัยหนึ่ง แถมยังสอดแทรกอยู่ไลน์แฟชั่นตลอดมา เราจะเริ่มจาก Background ตรงนี้สักเล็กน้อย เพราะถือว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แรกเริ่มสัญลักษณ์ N และ Y ที่เราเห็นกันจนชินตาไม่ได้ถูกวางทับกันเอาไว้ แต่มันถูกวางแยกกัน โดยเดิมทีสัญลักษณ์ Yankees Logo ที่เราเห็นกันในปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเหรียญเกียรติยศในช่วงปี 1877 ออกแบบโดยบริษัท Tiffany and Co ถูกเรียกในชื่อ The Medel of Valor เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ John McDowell NYPD ผู้โดนยิงในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ทำให้ชาวนิวยอร์กต่างสนใจและเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนคุ้นตากับสัญลักษณ์นี้ แต่ New York Yankees ก็ไม่ได้นำรูปแบบดังกล่าวมาเป็นตราสโมสรในทันทีจนเมื่อในปี 1909 Bill Devery เจ้าของทีมร่วมของ New York
ปี 2000-2011 ค่ายรถยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกาอย่าง FORD และ Harley Davidson เคยร่วมมือกันผลิตรถกระบะออกมาโดยใช้รถโมเดลรุ่น Ford F-150 เป็นวัตถุดิบหลัก แต่ภายนอกได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์ไซต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Harley Davidson Fat-Boy ซึ่งในเวลานั้นรูปลักษณ์ดุดันของมันทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ชายที่ชื่นชอบ Premium Truck หลังจากหายไปนานกว่า 8 ปี วันนี้ Harley Davidson ก็อยากจะหวนคืนมันให้กลับมาอีกครั้งในปี 2019 ที่จะมาถึง วนมาครบรอบวันเกิด 115 ปี ยักษ์ใหญ่ของวงการ 2 ล้ออย่าง Harley Davidson พวกเขามีความคิดจะจัดแสดงพาหนะทั้งหมดที่เคยผลิตมาในพิพิธภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Milwaukee, รัฐ Wisconsin ที่เดียวกับสำนักงานใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นคือ Ford F-150 Harley Davidson Edition ทว่ารถโมเดล F-150 ในครั้งนี้จะไม่ได้ถูกผลิตโดย Ford แต่ได้รับความร่วมมือกับ Tuscany Motor Co บริษัทผู้เชี่ยวชาญการผลิตรถยนต์
ศิลปินที่เกิดมาพร้อมกับดวงตาที่มืดมิด แต่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง และพรสวรรค์ที่ยากจะหาใครเหมือน ทำให้ชีวิตของเค้าที่แม้ดวงตาจะมืดมิด กลับสว่างสวัยอย่างไม่มีวันดับ
ฟุตบอลอาจจะเป็นกีฬายอดนิยมอันดับ 1 ของโลก แต่ถ้าพูดถึงแค่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่มีอะไรจะยิ่งใหญ่ไปกว่ากีฬาคนชนคนอีกแล้ว NFL หยั่งรากลึกลงในวิถีชีวิตของผู้คน และด้วยความนิยมอันล้นหลามนี้ สิ่งที่ตามมาคือผลประโยชน์และรายได้มหาศาล ผู้คนมากมายใฝ่ฝันจะเข้าไปยืนในจุดนั้น อัตราการแข่งขันจึงสูงลิบ ต่อให้มีร่างกายพร้อมก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าไปได้ง่าย ๆ ไม่ต้องพูดถึงคนที่ร่างกายไม่พร้อมเลย เพราะใครต่างก็คิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ได้มีชายคนหนึ่งได้ทำลายคำว่าเป็นไปไม่ได้นั้นลงอย่างสิ้นซาก ชื่อของเขาคือ ‘Shaquem Griffin’ Linebacker แขนเดียวแห่งทีม Seattle Seahawks ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้ Shaquem ลืมตาดูโลกในฐานะน้องชายฝาแฝดของ Shaquill Griffin ทั้งคู่มีอายุห่างกันเพียง 1 นาทีเท่านั้น แต่กลับมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือแฝดพี่อย่าง Shaquill มีร่างกายพร้อมเหมือนเด็กทั่วไป ส่วน Shaquem เหมือนโดนโชคชะตาเล่นตลก มือซ้ายของเขามีความผิดปกติเนื่องจากภาวะน้ำคร่ำผิดปกติในขณะที่คุณแม่ของเขาตั้งครรภ์ และด้วยความไม่พร้อมนี้ การที่เขามีพี่ชายฝาแฝดเหมือนยิ่งส่งผลร้ายให้ทวีคูณขึ้นไปอีก Shaquem รู้สึกน้อยใจในโชคชะตาตั้งแต่เด็ก ว่าทำไมต้องเป็นเขา ทั้งที่เขาเกิดหลังพี่ชายแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น ความน้อยใจนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็กน้อย Shaquem อย่างรุนแรง รุนแรงถึงขั้นที่ว่าครั้งหนึ่งเขาพยายามจะตัดมือซ้ายของเขาทิ้งด้วยมีดทำครัว โชคยังดีที่ผู้เป็นแม่มาเห็นเหตุการณ์เข้า จึงสามารถคว้ามีดออกมาได้ทันเวลา ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 4 ขวบเท่านั้น เหตุการ์ณนี้รุนแรงเกินกว่า Tangie Griffin ผู้เป็นแม่จะรับไหว เธอตัดสินใจเยียวยาลูกชายด้วยการพา Shaquem ไปหาศัลยแพทย์เพื่อตัดมือที่เป็นส่วนเกินทิ้ง การตัดครั้งนี้เหมือนเป็นการปลุก Shaquem ให้ตื่นจากฝันร้าย เพื่อเริ่มต้นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ทดแทนความไม่พร้อมด้วยพรสวรรค์ดานกีฬา แต่พระเจ้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับ Shaquem
แบรนด์จะเติบโตเมื่อถูกจดจำ การออกแบบโลโก้จึงเรื่องแรก ๆ ที่ทุกแบรนด์ให้ความสำคัญ เพราะมันจะแปะบนสิ่งของทุกชิ้นเพื่อยืนยันตัวตนของแบรนด์นั้นและคล้ายเป็นการ QC คุณภาพกลาย ๆ จนทำให้โลโก้ได้รับการมองว่าเป็นของสูงเกินกว่าจะนำลงมาเล่นได้ แต่ Taku Omura นักออกแบบอารมณ์ดี creativity ครบเครื่อง พร้อมอารมณ์ขัน ได้นำเสนอสิ่งใหม่จากโลโก้แบรนด์ที่เรามองแล้วเห็นว่าน่าสนใจ เพราะเขาหยิบโลโก้ลงมาสร้างเป็นโปรดักส์เสียเอง แถมไม่น่าเชื่อว่ามันยังทำออกมาแล้วยังฟังก์ชันเหลือเชื่อ น่าหยิบมาใช้เสียจริง ๆ ลองมาดูกันว่าเขาจับโลโก้ไหนมาเล่นบ้าง แล้วเราคิดว่าชิ้นไหนเฉียบ น่าใช้ที่สุด? ADIDAS McDonald’s PlayStation® Adobe Creative Cloud HONDA Nike Louis Vuitton Toy R Us Twitter เราเชื่อว่าการเล่นสนุกของ Taku Omura ครั้งนี้คงไม่ทำให้เจ้าของแบรนด์โกรธ แต่อาจเปิดโลกทัศน์เพิ่มไอเดียการสร้าง souvenir ของแบรนด์ทำให้จดจำได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต ก็เล่นมาอยู่ใกล้กันบนโต๊ะทำงานหรือตู้เสื้อผ้าขนาดนี้ ใครล่ะจะลืมลงว่าไหม?


