เมื่อพูดถึงรองเท้า ‘สนีกเกอร์’ เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่หยิบยกวัฒนธรรมแบบ Street Culture ขึ้นมาวางคู่กัน ไม่ว่าจะศิลปะ Street Art กราฟิกตัวอักษรแบบ Bubbles Font ของเหล่ากราฟิตี้ หรือตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์ดีไซน์สุดเท่ก็ตาม ล้วนแล้วแต่ผูกพันพร้อมอยู่บนสนีกเกอร์มาตลอดทั้งนั้น และนี่คือสิ่งที่เทศกาลสตรีทคัลเจอร์ชื่อว่า Sneakers Killer โปรเจคสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของ Siam Center & Siam Discovery จะมอบประสบการณ์ให้ทุกคน Sneakers Killer คืองานที่คนรักสนีกเกอร์ต้องมา และคนรักศิลปะห้ามพลาด ด้วยเทศกาลที่มองโลกของรองเท้า Sneaker แบบรอบด้านว่าจริง ๆ แล้วก็เป็นงานศิลปะที่สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจทั้ง Lifestyle และไอเดียความคิดสร้างสรรค์ของผู้คน ด้วยการจัดเทศกาลที่มีโซนแสดงงานศิลปะ, โชว์เคสคัสตอมไอเดีย, Pop Up Store สินค้ารุ่นพิเศษ และแน่นอนที่ขาดไม่ได้ Sneaker Market ตลาดรองเท้าเพื่อสายช้อป หัวใจของเทศกาลในครั้งนี้ คือการให้ศิลปินกราฟิตี้ชื่อดังของบ้านเราอย่าง POORBOY (ต้น-เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์) ออกแบบ Key Visual หลัก
การเดินทางของวงดนตรีโดยมากแล้วจะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นซีนอินดี้หรือซีนอันเดอร์กราวน์ก็ตาม เพราะนั่นคือพื้นฐานสำคัญในการสร้างประสบการณ์ให้วงแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และยังเป็นช่องทางแรกในการกอบโกยแฟนเพลงด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าทุกวงต่างก็มีเป้าหมายที่จะเติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น บางวงก็แค่ต้องการมีชื่อเสียงระดับหนึ่ง มีงานโชว์เข้ามาเรื่อย ๆ ในแบบที่สามารถใช้ดนตรีเลี้ยงชีพได้ แต่ก็มีวงอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องการเติบโตก้าวขึ้นมาเป็นวงที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลกให้ได้ แน่นอนว่าเป้าหมายมีไว้พิชิต แต่ก็ไม่ใช่ทุกวงที่จะฝ่าฟันตะลุยอุปสรรคจนไปถึงฝั่งฝันได้ แต่สำหรับวง Bring Me The Horizon พวกเขาสามารถทำได้สำเร็จแล้วเป็นที่เรียบร้อย THIS IS WHAT THE EDGE OF YOUR SEAT WAS MADE FOR จุดเริ่มต้นของวง Bring Me The Horizon เริ่มต้นเมื่อปี 2004 ณ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ จาก 2 คู่ซี้ Oliver Sykes (นักร้องนำ) และ Matt Nicholls (มือกลอง) ทั้งคู่ต่างชื่นชอบดนตรีเมทัลคอร์ที่มีกลิ่นอายของนอยซ์ซาวด์ (ยุคเก่า) ของฝั่งอเมริกาเป็นอย่างมาก อย่างเช่นวง
Porsche ขยายไลน์ให้กับ 911 ด้วยการเปิดตัว 911 Carrera T (T = Touring) ที่เน้นฟิลลิ่งการขับขี่ไปอีกขั้น เครื่องยนต์ 3.0-liter twin-turbo flat-6 ให้กำลัง 379 hp แรงบิด 331 lb-ft กับน้ำหนักตัวราว 1,470kg ซึ่งเป็นรุ่นที่เบาที่สุดของ generation นี้ ระบบเกียร์มีให้เลือกทั้ง seven-speed dual-clutch automatic และ seven-speed manual จาก Carrera S ทำความเร็ว 0-100 km/h ได้ใน 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุดล็อคไว้ที่ 290 km/h แม้จะมากับเครื่องยนต์รุ่นเริ่มต้น แต่ได้ช่วงล่าง Active sport suspension รวมถึง Sport Chrono package ที่รวม
ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วกับฟุตบอลโลกปี 2022 ซึ่งปีนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะจัดขึ้นในดินแดนย่านตะวันออกกลาง ประเทศกาตาร์ มีทีมชาติที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาทั้งหมด 32 ทีมเช่นเดิม นำโดยขาประจำอย่างบราซิล, อาร์เจนตินา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และอีกมากมาย แต่ที่ขาดไปคือทีมชาติอิตาลี ที่กระเด็นตกรอบคัดเลือกไปอย่างน่าเสียดาย สำหรับเกมแรกของฟุตบอลโลกในครั้งนี้จะเริ่มต้นนัดแรกในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2022 เป็นการพบกันระหว่างกาตาร์ปะทะเอกวาดอร์ ส่วนนัดชิงชนะเลิศจะเกิดขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2022 ณ สนาม Lusail Iconic Stadium ที่สามารถจุคนดูได้ถึง 80,000 ที่นั่ง แต่ก่อนจะได้ไปสนุกกับมหกรรมกีฬาที่ทั่วโลกรอคอย ทาง Unlockmen ขอเรียกน้ำย่อยด้วยการพาทุกคนย้อนไปสู่ฟุตบอลโลก ปี 2022 ที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดร่วมกัน ซึ่งฟุตบอลโลกในครั้งนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ถูกพูดถึงมากมาย และเป็นเรื่องราวที่โลกลูกหนังไม่มีวันลืมได้ลงอย่างเด็ดขาด จะมีเหตุการณ์อะไรบ้าง เรานั่งไทม์แมชชีนย้อนไปดูพร้อม ๆ กันเลยครับ ฝรั่งเศสตกรอบแรก / เซเนกัล ม้ามืดตัวจริง ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น ทีมตราไก่ฝรั่งเศสถูกยกให้เป็นตัวเต็งคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2002 เนื่องจากศักดิ์ศรีของการเป็นแชมป์เก่าเมื่อปี 1998
ตัวแรง all-electric high performance ขุมพลังไฟฟ้ารุ่นแรกจากตระกูล EQ EV เปิดตัวออกมาแล้วเรียบร้อยกับรหัส AMG EQE ให้พละกำลังมากถึง 677 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ AMG Performance 4MATIC+ มีโหมดการขับขี่เฉพาะตัวอย่าง Race Start launch control system ช่วยให้ใช้แรงม้าได้ครบแบบไม่มีกั๊กใน Dynamic Plus pakcage ด้วย Mercedes-AMG EQE ทำความเร็ว 0-100 km/h ได้ใน 3.4 วินาที เร็วกว่าคู่แข่งร่างใหญ่ BMW iX M60 ราว 0.2 วินาที แต่ฝ่ายใบพัดฟ้าขาวมี Top Speed มากกว่าเล็กน้อย นอกจากความแรงยังมีความสบาย ช่วงล่างแบบ Airmatic ปรับระดับความแข็งอ่อนตลอดเวลา ระบบ
อีกครั้งกับความร่วมมือ TAG Heuer x Nintendo ทั้งสองได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์เรือนเวลาสองรุ่นสุด limited ในรูปแบบของโครโนกราฟ TAG Heuer Formula 1 สำหรับนักสะสมเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองไปกับ Mario Kart แฟนๆที่หลงใหลความสดใสและกล้าหาญของ Super Mario จะได้เห็นตัวละครโปรดของพวกเขาโลดแล่นอีกครั้ง คอลเล็กชั่นที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันอันเป็นสัญลักษณ์ของ TAG Heuer และการออกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งสองสิ่งเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างทีม TAG Heuer และ Nintendo เพื่อปรับแต่งในทุกรายละเอียด โดยทั้งสองแบรนด์ได้ร่วมแบ่งปันแนวคิดที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่ ในคอลเลคชัน TAG Heuer Formula 1 และชุด Mario Kart ได้แก่ อะดรีนาลีน ความเร็ว การแข่งขัน ไปจนถึงชัยชนะ “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะเปิดเผยสองผลงานล่าสุดที่เกิดจากความร่วมมือของเรากับทาง Nintendo “TAG Heuer Formula 1 X Mario Kart Limited Editions” (Chronograph และ Chronograph Tourbillon) ผสมผสานไปด้วยการเล่นสนุกๆ ซึ่งจะทำให้แฟน ๆ ของ Mario Kart ทั่วโลกพึงพอใจด้วยการจับเวลาที่ละเอียดและมีประสิทธิภาพสูง” Frédéric Arnault
ครั้งที่แล้ว เราได้มีการเล่าถึงอัลบั้มสุดเดือดของวงสายร็อกและเมทัล ที่คว่ำวอดอยู่ในวงการอันเดอร์กราวน์ในยุค 90’s ไปแล้ว (Link : https://bit.ly/3S5nDW4) มาในครั้งนี้เราจะเขยิบไทม์ไลน์ขึ้นมาอีกหนึ่งสเตปด้วยการต่อไปสู่ช่วงปี 2000-2005 ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่กำลังเข้าใกล้ความพีคของวงการนี้ โดยเราได้คัดเลือก 11 อัลบั้มสุดแรร์ที่คุณอาจจะไม่เคยได้สัมผัสมาให้ทุกคนได้ลองเสพกันดูครับ SWEET MULLET “PANAPHOBIA” (2003) ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักวง Sweet Mullet ที่สร้างชื่อเสียงจากเพลง “ตอบ” ในโปรเจกต์ Showroom No.1 และยืนหยัดอยู่ในวงการดนตรีมาอย่างยาวนาน มีเพลงฮิตฝากไว้เพียบ ไม่ว่าจะเป็น “สภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน”, “ขอโทษในสิ่งที่เธอไม่รู้”, “ภาพติดตา” เป็นต้น แต่ก่อนที่จะเป็นที่รู้จัก พวกเขาก็เคยผ่านวิถีอันเดอร์กราวน์มาก่อน หลังจากที่ “เต๋า” นักร้องนำได้ออกจากวง Napkin ก็ได้มาสร้างวง Sweet Mullet ที่นำเสนอแนวทางอีโม/สครีมโม ที่เต็มไปด้วยเมโลดี้กับความเกรี้ยวกราด ซึ่งมันถูกสะท้อนออกมาใน EP.Panaphobia บรรจุไว้ด้วย 6 เพลงด้วยกันรวมอินโทร, เอาท์โทร และเพลงอะคูสติค ซาวด์อีพีนี้ได้สะท้อน DNA ของวงไว้ได้อย่างชัดเจน วง
Queen คือหนึ่งวงในร็อกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลจากประเทศอังกฤษ ทุก ๆ ผลงานเพลงที่สร้างออกมาล้วนยิ่งใหญ่ และกลายเป็นเพลงระดับคลาสสิคที่คงอยู่คู่วงการดนตรีต่อไปตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็นเพลง “Bohemian Rhapsody”, “We Are The Champions”, “Love Of My Life”, “We Will Rock You” และอีกมากมาย แต่น่าเสียดายเส้นทางการสร้างสรรค์ผลงานของวง Queen ต้องจบลงไปเมื่อปี 1991 เนื่องจาก Freddie Mercury นักร้องนำของวงได้จากโลกนี้ไปด้วยวัยเพียง 45 ปี ทิ้งไว้แต่เพียงเสียงร้องที่คอยขับกล่อมโลกใบนี้มายาวนานจนถึงปัจจุบัน และจากการสูญเสียในครั้งนั้นคงไม่มีใครคิดว่าเราได้ฟังเพลงใหม่ ๆ ที่มีเสียงร้องของ Freddie Mercury อีกแล้ว แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้น เพราะยังคงมีผลงานที่ถูกเก็บไว้ปล่อยออกมาให้ฟังในบางช่วง และล่าสุดทาง Brian May และ Roger Taylor สองสมาชิกดั้งเดิมของวงได้ค้นพบเพชรล้ำค่าที่หายสาบสูญไปนานกว่า 34 ปี ย้อนกลับไปในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2022 แฟน ๆ
ใหญ่กว่าแล้วไง มีข้อดีอะไรใน iPhone 14 Plus ที่น่าสนใจบ้าง จากผู้ใช้งาน iPhone 14 และ iPhone 14 Pro Max เรามีข้อสรุปมาให้เผื่อใครกำลังตัดสินใจอยู่ – iPhone 14 Plus เหมาะสำหรับคนที่เน้นใช้งาน iPhone แบบทั่วไป ใช้ดู YouTube ถ่ายรูปในชีวิตประจำวัน ไม่ได้ต้องเน้นฟังก์ชันกล้องความละเอียดสูง หรือ Dynamic Island – หน้าจอใหญ่ 6.7 นิ้วเทียบเท่า 14 Pro Max ดูหนังเล่นเกมได้เต็มตาดีมากกว่า 14 และมีความละเอียดมากขึ้นเป็น 2778 x 1284 resoluton แม้จะได้ refresh rate 60Hz (vs 120Hz for Pro Max) แต่ก็ถือว่าลื่นเหลือเฟือ – iPhone


