“แรง เล็ก กะทัดรัด ประหยัดพื้นที่” คงเป็นคำนิยามในฝันของเหล่าคนที่มองหาอุปกรณ์ทำมาหากินอย่างเช่นพวก Computer (PC) หรือ Laptop อยู่แล้ว ถ้าเป็น Laptop ที่มีขนาดบางเบา มักจะมีประสิทธิภาพไม่ตอบโจทย์คนทำงานหนัก อย่างเช่นงานตัดต่อหรืองานกราฟิกที่ต้องใช้ประสิทธิภาพเครื่องระดับสูงอยู่ดี ในทางกลับกันถ้าเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง แรง ส่วนใหญ่มันก็จะมีขนาดใหญ่เทอะทะ ไม่ว่าจะเป็นแบบ PC หรือ Laptop ก็ตาม UNLOCKMEN มีไอเท็มที่น่าจับตามองอีกตัวมาแนะนำ เหมาะสำหรับคนที่กำลังประสบปัญหาแบบที่เรากล่าวมาตอนต้นนี้พอดีเลย Lenovo ประกาศเปิดตัวคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เกิดมาเพื่อเจาะกลุ่มคนทำงานจริงจังและเน้นความคล่องตัว ด้วยขนาดตัวเครื่องใช้งานที่เรียกว่าจิ๋วแจ๋วกันเลยครับ Thinkstation P320 Tiny เป็นเครื่อง Workstation ที่ถูกยอมรับ ณ ตอนนี้ว่าเป็นเครื่องที่มีขนาดเล็กที่สุดในตลาด Workstation แต่พลังการทำงาน บอกได้เลยว่าเต็มมาตรฐานและทำงานได้ดีที่สุดแม้อยู่ในพื้นที่จำกัด ในยุคที่ข้อจำกัดของขนาดและพื้นที่ในการทำงานมีผลเป็นอย่างมาก ThinkStation P320 Tiny คือเครื่องเวิร์กสเตชั่นที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบลงตัวและง่ายต่อการติดตั้ง ด้วยขุมพลังจาก Intel® Core processors และ NVIDIA® Quadro® Graphics ที่ถูกการันตีประสิทธิภาพเสมอมา ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก
หากพูดถึงยานพาหนะที่มีความคล่องตัวและสะดวกสุด ๆ ที่จะพาคุณลัดเลาะไปไหนมาไหนใจกลางเมืองได้ดีแล้วล่ะก็ Scooter ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม เนื่องจากมีขนาดเล็ก ขี่ง่าย ทำให้แทรกไปตามเลนว่าง ๆ ได้หลากหลายลีลาโดยไม่สะดุด แต่รูปลักษณ์นี่สิ ที่ยังคงขัดใจผู้ชายเราอยู่บ้าง เพราะ Scooter ส่วนใหญ่มักมีหน้าตาจุ๋มจิ๋มจนแทบไม่กล้าขี่ แต่จะให้ซื้อ Vespa ที่หน้าตา Classic โดนใจก็ตังไม่พอ แต่วันนี้เรามี Scooter ไฟฟ้า ที่หน้าตาของมันเรียกได้ว่า น้อง ๆ Vespa ก็ไม่น่าเกลียด นั่นก็คือ Unu Electric Scooter ที่มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องยนตกรรมอย่างเยอรมัน มาให้ชาว UNLOCKMEN ได้ดูกัน แม้ว่า Unu จะไม่สามารถทำความเร็วได้เทียบเท่ากับ Scooter ปกติทั่วไป แต่ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 45 กม./ชั่วโมง คงเพียงพอต่อการจารจรภายในเมืองที่คับคั่งโดยไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการขับจากบ้าน ไปที่ทำงาน หรือจากหอพัก ไปยังมหาลัย ก็ถือว่าไม่น่าเกลียด แม้คุณจะบิดแช่เอาไว้ที่ความเร็วสูงสุดยาวนานต่อเนื่องขนาดไหน ก็รับรองได้ว่า Unu จะไม่เกิดอาการงอแงแต่อย่างใด ดีไปกว่านั้นคือต่อให้คุณขี่มันเร็วขนาดไหน
ต้องยอมรับว่าวิวัฒนาการในโลกของภาพยนตร์นั้น มาไกลเกินกว่าที่หลายคนจะคาดคิด ไม่ว่าจะเป็น Effect, CG หรือแม้แต่ Animation ก็ทำออกมาได้สมจริงและยอดเยี่ยมมากขึ้น แต่สำหรับฉากต่อสู้ที่ดุเดือดถ้าหากอยากได้บทบาทที่ดุเดือดถึงใจ ก็ยังคงต้องใช้คนเข้ามาเป็นตัวแสดงจริง ๆ เท่านั้น ถึงจะได้รสชาติความมันส์เข้าถึงอารมณ์ความสะใจ สำหรับภาพยนตร์ที่มีฉากบู๊มัน ๆ ถึงแม้ว่าจะมีอยู่หลายเรื่อง แต่ก็มีเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น ที่ทำเอาคนดูอินจนไม่อยากจะกระพริบตา เพราะกลัวจะพลาดช็อตเด็ด ๆ ไป บางคนอาจถึงขั้นลืมหายใจไปชั่วขณะกันเลยก็มี วันนี้เราจึงได้รวมเอาภาพยนตร์ดี ๆ ที่มีฉากบู๊ระดับตำนาน และถูกกล่าวขานไปทั่วโลก มารวมไว้ให้กับชาว UNLOCKMEN ได้นำไปเสพกันในช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ให้สบายอุรา ตอนนี้เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีภาพยนตร์เรื่องไหนบ้าง ที่ได้รับการยอมรับว่ามีฉากบู๊มันสะใจและยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล Snatch – The Pikey One-Punch Fight Ender หนึ่งในหนังที่มาจากฝีมือการกำกับเดียวของ Guy Ritchie ผู้ที่เคยฝากฝีมือไว้กับเรื่อง Sherlock Holmes, RocknRolla และล่าสุดก็มี King Arthur สำหรับฉากต่อสู้ในเรื่อง Snatch นี้ ได้นักแสดงดังอย่าง Brad
ถ้าพูดถึงรถยนต์อย่าง MINI Cooper คนที่หลงใหลในเรื่องของนวัตกรรมยานยนต์คงต้องตาลุกวาวเป็นแน่ โดยเฉพาะคนที่มีความชื่นชอบประวัติและรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ค่ายนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะรู้ดีว่าเห็นคันเล็ก ๆ แบบนี้ แต่พิษสงนั้นร้ายกาจอย่าบอกใครเชียว โดยเฉพาะรถ MINI ที่ติดป้ายรับประกันความแรงอย่าง Cooper S ด้วยแล้วล่ะก็ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสมรรถนะไม่เป็นสองรองใคร แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า นอกจาก MINI Cooper S ที่ถือว่าสุดยอดในดวงใจแล้ว วันนี้เราอยากแนะนำชาว UNLOCKMEN ให้ได้รู้จักกับตำนานความแรงขั้นกว่า จนเรียกว่าเป็น MINI ในแบบฉบับรถแข่งก็ไม่ผิดนัก นั่นคือ MINI John Cooper Works ที่หลายคนคุ้นชื่อกันดีถึงความยอดเยี่ยมในฐานะตัวแรงคู่สำนัก และวันนี้พวกเราจะได้รู้จักกับ John Cooper Works แบบเจาะลึกถึงที่มา ประวัติเจ้าของชื่อ รับรองได้เลยว่าเมื่ออ่านจบแล้ว คุณจะต้องเทใจให้ MINI JCW แบบไม่ทันตั้งตัวอย่างแน่นอน Who is John Cooper? หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ John Cooper Works กันมาบ้าง หรืออาจรู้ว่าเป็นชื่อสำนักแต่งรถที่ขึ้นชื่อเรื่องการรีดสมรรถนะที่แท้จริงให้กับรถ
กลับมาอีกครั้งกับโกลบอลแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ โมเอ็ท ปาร์ตี้ เดย์ 2017 (MOËT PARTY DAY 2017) จัดโดย โมเอ็ท แอนด์ ชองดอง (MOËT & CHANDON) แชมเปญสุดหรูจากประเทศฝรั่งเศส นับเป็นปีที่สองของโลก และเป็นครั้งแรกในประเทศไทย นำโดย คุณชยานนท์ จุลดุสิตพรชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โมเอ็ท แอนด์ ชองดอง และ คุณธชิวา ทิพย์มโนวร ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ โมเอ็ท ชองดอง บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมเฉลิมฉลองโมเอ็ทโมเมนต์พร้อมกันกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ในวันที่ 17 มิถุนายน ตั้งแต่เที่ยงวันที่ประเทศนิวซีแลนด์เรื่อยไปจนถึงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ประเทศเม็กซิโก ในงานนี้มีเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, กรณ์ ณรงค์เดช, ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก, กุญช์ณิชา
เรื่องราวของการทะเลาะเบาะแว้งกันเองภายในเครือญาติ ดูเป็นเหมือนกับวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับตระกูลที่ร่ำรวยมาแต่ช้านาน ก็คงอย่างที่คนในสมัยโบราณเขาว่าไว้ “เรื่องเงินเรื่องทองไม่เข้าใครออกใคร” เพราะส่วนใหญ่แล้วตระกูลมั่งคั่งที่มีลูกหลานเครือญาติมากมาย มักมีปัญหามาจากเรื่องเงินทองแทบทั้งนั้น ไม่พ้นแม้กระทั่งตระกูลที่ยิ่งใหญ่และสร้างประวัติศาสตร์ไว้ในโลกยานยนต์อย่าง Porsche ที่น้อยคนนักจะรู้ว่าภายใต้แบรนด์หรูหราที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแบรนด์หนึ่งของโลก จะมีการห้ำหั่นกันชนิดที่ว่าคนในครอบครัวเดียวกัน ยังมองหน้ากันแทบไม่ติด วันนี้เราจะนำเอาเรื่องราวประวัติศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นศึกสายเลือดที่เข้มข้นระดับมหากาพย์ ของตระกูล Porsche มาให้ชาว UNLOCKMEN ได้อ่านกันเพลิน ๆ ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะย้อนไปถึงที่มาของศึกสายเลือดของตระกูลดังที่ว่านี้กัน ย้อนกลับไปที่ต้นเรื่องของมหากาพย์เรื่องนี้กันเลยดีกว่า คงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก Ferdinand Porsche บรรพบุรุษของตระกูลผู้สร้างตำนานจารึกไว้ในโลกยานยนต์มาจนถึงทุกวันนี้ Ferdinand Porsche คือผู้ที่ถูกยกย่องให้เป็น วิศวกรเอกแห่งยุคที่มีความอัจฉริยะในระดับที่หาใครเทียบเท่าได้ยาก แต่ใครเล่าจะรู้ว่า ชีวิตของวิศวกรเอกผู้นี้กลับพลิกผันขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่แทบตลอดทั้งชีวิต จนแทบไม่ได้เชยชมกับความสำเร็จที่ตัวเองได้สร้างเอาไว้เลยด้วยซ้ำ Ferdinand Porsche ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอุดมการณ์แบบ Nazi อย่างชัดเจน เพราะสายสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับผู้นำ Nazi สุดอหังการ์อย่าง Adolf Hitler ซึ่งตัวผู้นำหนวดจิ๋มเองก็ชื่นชอบในความสามารถของ Ferdinand Porsche อยู่ไม่น้อย ถึงขั้นให้ผลิตรถสนองจิตวิญญาณ Nazi ออกมา จนเป็นที่รู้จักกันดีในปัจจุบันในนามรถ
พูดคำว่า “ไม่” กลายเป็นมิติพิศวงที่ชวนให้คนที่พูดมันออกมาต้องงุนงงทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนถูกขอร้อง ถูกขอความช่วยเหลือ แต่ไม่รู้ทำไม พอต้องปฏิเสธ พอต้องพูดว่าไม่ทีไร เราถึงต้องรู้สึกแย่ รู้สึกผิดทุกครั้งไป การช่วยเหลือคนมันก็ดีนั่นแหละ แต่ถ้าจะให้ช่วยทุกคน ช่วยทุกเรื่องก็คงมากไป แต่ไอ้ครั้นจะมามัวปฏิเสธไป รู้สึกผิดไปก็ดูจะทำร้ายจิตใจตัวเองมากเกินไปหน่อย UNLOCKMEN จึงเอาวิธีพูดคำว่า “ไม่” ไว้ปฏิเสธใคร ๆ แบบไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไปมาฝากกัน 1.เราไม่ได้ฆ่าคนตาย อย่าจมอยู่กับความรู้สึกผิดขนาดนั้น โอเค เรามาเริ่มกันที่ทำไมเราต้องรู้สึกผิดกับการพูดปฏิเสธ ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้ทำอะไรผิด? ก่อนอื่นเราอยากให้คุณทำความเข้าใจเรื่องนี้เสียใหม่ “ความรู้สึกผิด” สมควรที่เราจะรู้สึกก็ต่อเมื่อเราทำผิดต่อใครสักคน ทำร้ายเขา ทำให้เขาเจ็บปวด ไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ แต่เดี๋ยวก่อน! การปฏิเสธความช่วยเหลือ (ที่ขอมาหลายครั้งเกินไป หรือเหนือบ่ากว่าแรงเราจนช่วยไม่ไหว) ไม่ใช่การที่เราทำร้ายเขา แต่เป็นการบอกให้เขาเข้าใจเงื่อนไขของเรา และเขาจะได้หาคนที่เขาสามารถขอความช่วยเหลือที่เหมาะสมคนต่อไป หรือไม่ก็เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเอง ดังนั้นนี่ไม่ใช่การทำร้ายเขา เลิกรู้สึกผิดได้แล้ว! 2.เราไม่ใช่คนเลว เราแค่ไม่สะดวก อีกกรณีที่เรามักรู้สึกผิดเมื่อเราต้องบอกปัดอะไรจากใครสักคน เพราะเรากลัวการดูเป็นคนเลว การดูเป็นคนไม่มีน้ำใจ หรือการดูเป็นคนไม่อยากช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งไม่จริงเสมอไป เราควรถามตัวเองแทนว่าเพราะอะไรเราถึงปฏิเสธเขา? เพราะเขาขอร้องให้ช่วยเรื่องซ้ำ
หลังจากลืมตาตื่น อะไรคือสิ่งที่คุณทำเป็นอย่างแรก? เปิดสมาร์ทโฟนมาเลื่อนดูเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม? เช็คอีเมลงาน? คิดถึงงานที่ค้างจากเมื่อวาน? คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าการเริ่มต้นวันที่คุณกำลังทำอยู่นั้นส่งผลให้คุณทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ? Jacqueline Whitmore ผู้เขียนหนังสือ Poised for Success: Mastering the Four Qualities That Distinguish Outstanding Professionals จะมาร่วมแชร์วิธีการตื่นนอนอย่างสงบ ผ่อนคลายที่จะช่วยให้คุณจัดการวันของคุณให้มีประสิทธิภาพตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวขาลงจากเตียง 1.ลุกจากเตียงอย่างนุ่มนวล เรามักลุกจากเตียงอย่างรีบเร่ง เพราะคิดว่าใช้เวลานอนให้คุ้มค่าที่สุดด้วยการกดเลื่อนนาฬิกาปลุกออกไปเรื่อย ๆ แล้วจะถือว่าได้ใช้เวลาพักผ่อนนานขึ้น แต่ลองเปลี่ยนวิธีการลุกจากที่นอนดูใหม่ แทนที่จะรีบลุกอย่างเร่งร้อน ให้เราค่อย ๆ ลุกอย่างนุ่มนวล นอนให้เต็มตื่น ปลุกเวลาเผื่อเวลาต้องตื่นจริงสัก 5-10 นาที เลือกใช้เสียงปลุกที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุขที่ได้ฟังมากกว่าเสียงที่ทำให้ฟังแล้วรู้สึกเกลียดที่จะตื่นขึ้นมา 2.ยิ้ม วิธีโคตรง่ายอย่างการยิ้มนี่แหละ ที่จะทำให้วันทั้งวันของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะการยิ้มสามารถเปลี่ยนโทนของอารมณ์ได้ โดยการยิ้มช่วยเพิ่มปริมาณสาร endorphin ในร่างกายซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวด ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและรู้สึกดีเกี่ยวกับตัวเอง แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าคุณคิดว่าเรากำลังให้คุณตื่นขึ้นมาฉีกยิ้มพร่ำเพรื่อก็คงไม่ใช่ แต่เรากำลังแนะนำให้คุณหาอะไรที่ทำให้คุณยิ้มได้มาวางไว้หัวเตียง อาจจะเป็นสาวที่คุณชอบ สถานที่ที่คุณชอบไป ที่เที่ยวที่คุณฝันว่าจะไปมาตลอดชีวิต จะได้ตื่นมาแล้วยิ้มให้กับสิ่งดี ๆ เหล่านั้นก่อนเริ่มต้นวัน
ถ้าให้นึกถึงเรื่องราวในช่วงประถมหรือมัธยม เครื่องแบบนักเรียนเป็นหนึ่งในความทรงจำแรก ๆ ที่จะต้องจำได้แม่น และหากพูดถึงรองเท้าผ้าใบสีขาวในวันที่ต้องใส่ชุดพละ หรือรองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลในวันที่เรียนวิชาลูกเสือ ไปจนถึงรองเท้าสีดำในวันธรรมดา แบรนด์รองเท้าผ้าใบในวัยเด็กที่หลายคนเลือกมาใส่ก็คงจะมีแบรนด์ที่ชื่อว่า Breaker อยู่ด้วยอย่างแน่นอน หลังจากที่แบรนด์รองเท้าสัญชาติไทยอย่าง Breaker ออกรองเท้าผ้าใบสีพื้นขาว ดำ น้ำตาลให้เราใส่กันช่วงวัยเรียน วันนี้แบรนด์รองเท้าอายุหลายทศวรรษที่เติบโตมาพร้อมกันเริ่มหันมาบุกตลาดสนีกเกอร์ไทย ลุกมาแหกคอกการเป็นโมเดลรองเท้าโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อย! เมื่อเริ่มออกแบบรองเท้านอกกรอบต่างจากที่เคยทำ คอนเซ็ปต์ของสนีกเกอร์ย่อมต้องแตกต่างจากเดิม Extreme และ Bushix ซึ่งเป็น 2 รุ่นแรกที่เปิดตัวด้วยโทนสีดำสุดเท่ จึงเพิ่มลูกเล่นและรายละเอียดไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลายมาตอบโจทย์ เช่นเดียวกับที่มาไอเดียที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบครั้งนี้ที่เชื่อว่าถ้ารู้แล้วเราจะยิ่งอยากไล่ล่าเพื่อนำใส่มากขึ้นกว่าเดิม “Breaker X Outlaw” เมื่อ Breaker อยากแหกกฎตัวเอง พร้อมชวนคนใส่แหกกฎไปด้วยกัน สำหรับจุดกำเนิดของ “Breaker X Outlaw” คุณวิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย รองกรรมการผู้จัดการบริษัท S.C.S.Footwear เล่าว่า Breaker อยู่ในตลาดรองเท้ามานาน มีความพร้อมทั้งการผลิตและ know how วันนี้ก็ถึงเวลาที่ Breaker จะได้ออกรองเท้าแบบใหม่ๆบ้าง ซึ่งคอนเซ็ปต์ก็คือ เป็นโมเดลที่แปลกและแตกต่างจากที่ Breaker เคยทำมาทั้งหมด จึงเกิดเป็น “Breaker


