เวลาผ่านไปรวดเร็วมาก เผลอแป๊ปเดียวผ่านพ้นไปแล้ว 5 ปีกับการจากไปของ Chester Bennington ฟรอนต์แมนผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลกจากวง Linkin Park ความรู้สึกในวันที่รับรู้ถึงการสูญเสียมันยังคงถูกจดจำไว้ได้เป็นอย่างดี มันเป็นข่าวที่เศร้าและสะเทือนวงการดนตรีอย่างแท้จริง นอกจากความรู้สึกที่ถูกผูกอยู่กับเหตุการณ์ ตัวดนตรีของ Linkin Park ก็ถูกเชื่อมโยงเข้ามาด้วยเช่นกัน ซึ่งมันคงจะเป็นเพลงไหนไปไม่ได้หากไม่ใช่ “One More Light” ผลงานจากอัลบั้มชื่อเดียวกับเพลงนี้ ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 19 พฤาภาคม 2017 หรือ 1 เดือนก่อนที่ Chester จะโบกมือลาพวกเราทุกคนไป ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอัลบั้ม “One More Light” ถูกโจมตีจากบรรดาแฟนเพลงเป็นอย่างหนัก เพราะซาวด์ที่เกิดขึ้นมันได้ลดทอนซาวด์ของร็อกอันคุ้นเคยออกไปจนแทบทั้งหมด และุถูกทดแทนด้วยดนตรีอิเลกทรอนิกส์/ป๊อป แทน แต่ถึงแม้ว่ารสชาติมันจะเปลี่ยนไป แต่สำหรับเพลงไตเติ้ลแทร็กอย่าง “One More Light” กลับให้ความรู้สึกที่รับรู้ได้ถึงความเศร้านับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะทำให้เรารู้สึกอินไปกับเพลงซักเท่าไหร่ แต่มันก็เปลี่ยนไปทันทีหลังจากเหตุการณ์น่าเศร้าได้เกิดขึ้น “One More Light” ถูกเขียนโดย Mike Shinoda ร่วมกับ Eg White
คุณรู้จักดนตรีแนวเมทัลดีขนาดไหน? บางคนอาจจะมาก บางคนอาจจะน้อย หรือบางคนก็อาจจะไม่รู้เลย ซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะมันเป็นดนตรีเฉพาะกลุ่มที่ต้องเสริมใยเหล็กในหูมาแล้วจึงได้เสพมันได้้อย่างเข้าถึงอารมณ์ แถมภาพจำของใครหลาย ๆ คนต่อชาวเมทัลมันคือความโหดร้ายไปซะอีก แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นเพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอก เพราะมีการพิสูจน์ได้ทางวิทยศาสตร์มาแล้วว่าดนตรีเมทัลมีอะไรดี ๆ มากกว่าที่คิดไว้มาก ดังเช่นเรื่องราวต่อไปนี้ ภาพลักษณ์ชาวเมทัลไม่จำเป็นต้องโหดเสมอไป หลาย ๆ คนยังติดตากับชาวเมทัลว่าต้องมีภาพลักษณ์ที่ดูดุดัน, ลึกลับ, น่ากลัว หรือมีทรงผมและหนวดเคราราวกับหลุดออกมาจากยุคไวกิ้ง โอเคถ้าคุณจะคิดแบบนั้นก็ไม่ผิด เพราะภาพลักษณ์ของวงดนตรีเมทัล โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้าสู่ยุค 2000’s ก็มีลักษณะแบบนั้นจริง ๆ แต่สำหรับในปัจจุบันมันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มีความหลากหลายเกิดขึ้นมากมาย การแต่งตัวก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องคุมธีมด้วยสีดำเท่านั้น และไม่ได้เป็นคนที่มีอารมณ์โกรธเกรี้ยวอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ทาง Laina Dawes นักชาติพันธุ์วิทยาชาวแคนาดา เจ้าของหนังสือ “What Are You Doing Here? A Black Woman’s Life and Liberation in Heavy Metal” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสำรวจชาวอเมริกันผิวสีที่มีแนวโน้มหันมาฟังเพลงเมทัลมากกว่าเดิม เธอได้สัมภาษณ์ทั้งศิลปินและแฟนเพลงเมทัลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ข้อมูลว่าดนตรีแนวพังก์, เพาเวอร์ไวโอเลนซ์ และไกรคอร์
ข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของ Chester Bennington นักร้องนำวง Nu Metal ระดับโลกอย่าง LINKIN PARK ด้วยวัยเพียง 41 ปี ทั้งที่เพิ่งจะออกเพลงใหม่มาให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอยู่หมาด ๆ ยังคงทำให้กลุ่มแฟน รวมไปถึงคนฟังเพลงทั่วโลกเสียใจกับการจากไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่มีอายุช่วง 20 ปลาย ๆ ด้วยแล้ว สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าแทบทุกคนได้โตขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้อง และเนื้อเพลงที่มีความหมายเท่ ๆ ของนักร้องนำผู้ล่วงลับคนนี้ ในขณะที่ทุกคนยังคงเสียดาย และหวังว่าข่าวการฆ่าตัวตายของเขาจะเป็นเพียงข่าวลือ รวมไปถึงคนบางกลุ่มที่ถึงขั้นหลั่งน้ำตาทันทีที่ได้ยินข่าว พร้อมกับสวดภาวนาให้กับผู้ชายที่ชื่อว่า Chester Bennington ไปสู่สุขคติอย่างสงบ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคิดว่า ต่อไปนี้คงไม่มีเสียงร้องแบบนี้ให้ฟังกันอีกต่อไปแล้ว ก็อดใจหายไม่ได้อยู่ดี หากเป็นแฟนเพลง หรือ คนที่รู้ถึงประวัติ และเรื่องราวของ Chester Bennington คงจะรู้ว่าทำไมจึงมีผู้คนมากมาย ต้องหลั่งน้ำตาให้กับการจากไปของผู้ชายคนนี้ ทั้งที่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ทั้ง ๆ ที่เกิดกันคนละทวีป วันนี้เราจะมาร่วมรำลึกถึงนักร้องนำผู้ที่เพิ่งจะกลายเป็นตำนานไปตลอดกาลคนนี้ ด้วยเรื่องราวดี ๆ ที่ยังคงหลงเหลือไว้ ให้เราสามารถนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเราได้ เช่นเดียวกับเนื้อเพลงที่เขาได้เขียน
“เห็นไหม ไม่มีเราเธอก็ทำได้” “เชื่อเหอะ ไม่มีเธอเราทำไม่ได้หรอก” ดู Fast and Feel Love ของ ‘เต๋อ นวพล’ แล้วอินจัง สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ แต่เสพมีมของหนังเข้าไปเยอะจนคิดว่าอันนี้หนังตลกใช่ปะ? คุณคิดถูกครับ (อ้าว) ยังพูดไม่จบ ๆ จะบอกว่านี่คือหนัง Action Comedy ที่พยายามให้เรามองแง่บวกกับชีวิต ถึงแม้หลาย ๆ เรื่องจะยากเกินกว่าหัวเราะออกก็ตาม และไม่ต้องอายที่จะร้องไห้เพื่อความฝัน ในวันที่ชีวิตจริงปล่อยหมัดฮุกใส่ตลอดเวลา เพราะเหล่าตัวละครจะตบบ่าคุณเบา ๆ พร้อมพูดว่า “เราเข้าใจแกว่ะ” หนังเล่าเรื่องของ ‘เกา’ ชายหนุ่มอายุใกล้ 30 ที่พยายามอย่างหนักทุกวันตั้งแต่สมัยเรียน เพื่อจะเป็นแชมป์ผู้ครองความเร็วที่สุดในโลกของกีฬา Sport Stacking โดยมี ‘เจ’ คอยซัพพอร์ตทุกด้านของชีวิตเสมอ แต่! (เสียงเอฟเฟกต์ฟ้าผ่าเข้า) เจมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถช่วยเกาได้อีกแล้ว และเกาก็ทำอะไรไม่เป็นเลยนอกจากเล่นสแต็ก ภารกิจพิชิตชีวิตประจำวันของเขาก็เริ่มต้นขึ้น ขอใช้พื้นที่ในบรรทัดนี้ขอบคุณ ‘เจ’ ในชีวิตจริงของตัวเอง ที่คอยซัพพอร์ตเสมอ ไม่ว่าทางข้างหน้าของเราจะยังอีกยาวไกลขนาดไหน ขอบคุณจริง ๆ
ยุคนี้รองเท้าทรง Slides ครองเมือง มีผลงานน่าสนใจออกมามากมาย และ ASICS ACTIBREEZE 3D คู่นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น ดีไซน์ที่แปลกตามาพร้อมจุดเด่น “Breatable” ผ่านช่องว่างรูปทรง honeycomb เป็นรูพรุนทั้ง ออกแบบและสร้างด้วยเทคโนโลยี 3D-printed เน้นการถ่ายเทอากาศที่ยอดเยี่ยม ลดความอับชื้นต้นตอของกลิ่นเท้าในดีไซน์ที่ล้ำสมัย รูปทรงของรองเท้าโค้งมน น้ำหนักเบา ความพิเศษคือพื้นรองเท้าจะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะเท้าของผู้สวมใส่ เพิ่มความนุ่มนวลและกระชับให้ผู้สวมใส่มากขึ้น ASICS พัฒนาดีไซน์นี้มาจากรองเท้าแตะสำหรับนักกีฬาสวมใส่หลังการแข่งขัน รวมถึงนักกีฬาที่บาดเจ็บใน Tokyo Olympics ใช้สวมใส่หลังรักษาตัวเพื่อเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อขาและเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นรองเท้าคู่นี้ ASICS ACTIBREEZE 3D ดีไซน์โดดเด่น เป็นมิตรกับสุขภาพเท้า เตรียมวางขายปลายเดือนนี้ในราคาราว 3,000 บาท
หากจะบอกว่าปีนี้เป็นปีของ ALBA ก็คงไม่ผิดนัก เพราะแบรนด์น้องที่ถ่ายทอด DNA เรือนเวลาคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่นจาก SEIKO ซึ่งโดดเด่นเรื่องดีไซน์ คุณภาพ ที่พร้อมให้ทุกคนสัมผัสได้อย่าง ALBA ยังคงเดินหน้าเปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่ ให้แฟน ๆ ได้ติดตามอัพเดทสไตล์เท่ที่เป็นตัวเองได้ไม่รู้จบ เพราะล่าสุด ALBA ได้เผยโฉมน้องใหม่ ALBA Nami / Yama ที่ยังคงความพิเศษในฐานะ Thailand Creation ซึ่งมีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น สำหรับคู่หู New ALBA Gent Thailand Creation สองสีใหม่ ยังคงไว้ซึ่งคอนเซ็ปต์ The Reflection of Japan สะท้อนภาพจิตวิญญาณญี่ปุ่น และคุณภาพระดับ Japan Product ออกมาภายใต้รูปลักษณ์นาฬิกาสปอร์ต ได้อย่างชัดเจน และความพิเศษสำหรับ ALBA Nami / Yama คืองานดีไซน์ที่ล้ำสมัย แต่มีกลิ่นอายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานนาฬิกาดำน้ำยอดนิยมของไซโกในยุค 1960 พร้อมผสานไอเดียคอนเซ็ปต์ของทะเลและภูเขาเข้ามา จึงเป็นที่มาของชื่อเล่นภาษาญี่ปุ่นสำหรับเรียกแทนตัวนาฬิกาทั้งสองเรือนนี้ โดย NAMI
ประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานหามรุ่งหามค่ำ หลายปีที่ผ่านมามีความพยายามแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ คือการออกข้อห้ามไม่ให้บริษัทสั่งพนักงานทำงานเกินเวลาที่กำหนด แต่บางครั้งการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป สำหรับคนที่งานก็ต้องทำ แต่ก็ง่วงจนจำเป็นต้องนอนสักงีบ บริษัท Itoki Corp ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิต furniture ร่วมมือกับบริษัท Koyoju Gohan KK จาก Hokkaido จับมือร่วมกันพัฒนาโปรเจค “Nap Box” ตู้สำหรับยืนนอนที่อยู่ในช่วงพัฒนาและจะผลิตออกมาจริงในอนาคต เหตุผลที่ต้องทำเป็นตู้สำหรับยืนหลับ เพราะในประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องออกแบบทุกอย่างให้ประหยัดพื้นที่เป็นอันดับแรก ซึ่งหากออกแบบให้นอนได้สบาย ก็จะช่วยให้พนักงานไม่ต้องไปแอบนั่งหลับในห้องน้ำหรือโต๊ะกินข้าว ซึ่งเป็นการนอนที่ไม่สะดวกสบาย และไม่ถูกสุขลักษณะเลย Nap Box ออกแบบการยืนหลับโดยได้แรงบันดาลใจจากนกฟลามิงโก ภายในถูกออกแบบให้รักษาตำแหน่งศีรษะ เข่า และหลัง อยู่ในท่าทางที่สบายที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งจะช่วยประคองไม่ให้คนหลับล้มลงมาได้ด้วย ซึ่งจุดประสงค์การนอนใน Nap Box คือการงีบหลับแบบ power naps ในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ตื่นตัวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า ด้วยเจตนา ก็พอจะเข้าใจได้ แต่ในความเป็นจริง ใครจะกล้าเข้าไปยืนหลับในตู้นี้จริงหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องลองเท่านั้นถึงจะรู้
ASTRO Stuffs แบรนด์เสื้อผ้าของนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง ไบร์ท วชิรวิชญ์ กับไอเดียแบรนด์สร้างสรรค์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยจุดเด่นของแบรนด์ ASTRO Stuffs คือ ทุกทุกคอลเล็กชันจะมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล รวมทั้งวัสดุที่ยั่งยืนอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมเรื่องการใช้ซ้ำ และการลดขยะในโลกใบนี้ CHILLIN’ SPACE COLLECTION เกิดจากแนวคิดที่อยากให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ผ่านแบรนด์ ASTRO Stuffs เพราะธรรมชาติคือแหล่งกำเนิดของทุกสิ่งและเป็นพื้นที่ผ่อนคลายให้ทุกคนได้พักผ่อนและสร้างสรรค์ความสุข เราจึงคัดสรรวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงดีไซน์ที่สะท้อนแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้สัมผัสธรรมชาติให้มากขึ้น เพราะธรรมชาตินั้นเป็นมิตรกับมนุษย์เสมอ คอลเลคชั่นนี้มีไอเทมที่น่าสนใจ เช่น แก้วซิลิโคนปราศจากสาร BPA พับ และพกพาได้ กระเป๋าผ้าฝ้ายรีไซเคิล 100% และเสื้อยืดลายพิเศษที่ร่วมออกแบบกราฟิกโดย Jonas Heen Haeg ศิลปิน digital collage art ชาวนอร์เวย์ โดยจะจัดจำหน่ายทาง astrostuffs.com และ LINE SHOPPING : ASTRO Stuffs
สัปดาห์ก่อนเราได้นำแนะนำให้กับทุกคนรู้จักกับ SETUP Thailand Pro Wrestling ค่ายมวยปล้ำแห่งแรกที่มีเจ้าของเป็นคนไทย โดยผ่านการสัมภาษณ์กับ คุณปูมิ – ปรัชญ์ภูมิ บุณยทัต ผู้ร่วมก่อตั้งค่าย จนได้ทราบเกี่ยวกับที่มีที่ไปกว่าที่จะเกิดเป็นค่ายมวยปล้ำไทยขึ้นมา แต่การจะรู้จักแค่เพียงผู้ร่วมก่อตั้งค่ายก็คงยังไม่เพียงพอ เพราะเรายังได้พูดคุยกับ “Monomoth” นักมวยปล้ำฟอร์มร้อนแรงที่กำลังจะมีคิวขึ้นปล้ำชิงแชมป์ประเทศไทยในเร็ว ๆ นี้ อีกทั้งยังได้เปิดเผยเรื่องราวของกีฬามวยปล้ำในหลาย ๆ แง่มุมที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน และที่สำคัญเขายังเป็นชาว LGBTQIA+ นั่นทำให้เรื่องราวของเขายิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ และต่อจากนี้คือเรื่องราวของ “Monomoth” แห่งค่าย SETUP Thailand Pro Wrestling ซึมซับมวยปล้ำตั้งแต่วัยเด็ก Monomoth หรือชื่อเล่นจริง ๆ คือ “มอธ” ซึ่งฉายาในวงการมวยปล้ำได้มาจากสมัยยังเป็นบลอกเกอร์ทำคอนเทนต์ลงทางยูทูป เขาได้เล่าให้ฟังว่าจุดเริ่มต้นความชื่นชอบมวยปล้ำมันมาจากตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ เพราะได้ซึบซับมาจากพี่ชายที่ชอบดูมวยปล้ำ จนพี่ชายได้เลิกดูไปแต่ตัวเขาก็ยังคงติดตามมันอยู่ตลอด และมีความชื่นชอบนักมวยปล้ำหญิงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งมอธมี Mickie James และ Rey Mysterio เป็นไอดอลของเขา “ตอนนั้นที่ดูก็ไม่รู้ทำไมเราถึงชอบดูมวยปล้ำหญิง เราก็พยายามจะดูคู่อื่นแต่ถ้าเวลาน้อยหรือไม่มีเวลาก็จะโฟกัสที่ผู้หญิงพราะรู้สึกชื่นชอบ ตามนักมวยปล้ำหญิงมากกว่านักมวยปล้ำชาย จะรู้สึกรู้ดี


