เริ่มงาน Baselworld 2019 อย่างร้อนระอุกันไปแล้ว ท่ามกลางข่าวลืมไม่ค่อยดีเกี่ยวกับนาฬิกาแบรนด์หรูที่ว่าไปได้ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงดูเหมือนตลาดจะยังคึกคัก ไม่มีท่าทีจะซึมเศร้ายาวนานเหมือนที่หลายคนหวาดกลัว เอาแค่ Rolex แบรนด์เดียวก็มีการเปิดตัวนาฬิกาในงานนี้มากมายหลายรุ่น แต่บางรุ่นอย่างเช่นตระกูล Oyster Perpetual Datejust 36 หรือ Day-Date 36 ที่อาจจะไม่โดนใจเรามากนัก เราจึงขอเลือกนำเสนอ Rolex 3 รุ่นที่ทั้งโดนใจ เท่ และน่าสะสมกันดีกว่า Rolex Monochromatic Yacht-Master 42 เริ่มจากเรือนแรก ขอยกให้เป็นเรือนที่เราชอบมากที่สุดใน 3 เรือน นั่นคือ Monochromatic Yacht-Master 42 ที่มาในขนาดใหญ่เหมาะกับข้อมือผู้ชาย ใครมี Submariner หรือ GMT แล้วอยากได้เรือนที่ใหญ่กว่าน่าจะถูกใจ ตัวเรือน White Gold ขนาด 42mm จากเดิมที่หลายคนคุ้นกับขนาด 40mm ขับเคลื่อนด้วยกลไกรุ่นใหม่ Calibre 3235 สำรองพลังงานได้ถึง 70 ชั่วโมง ต้านสนามแม่เหล็กและมีความแม่นยำมากกว่าแฮร์สปริงแบบดั้งเดิมถึง
ในที่สุดแบรนด์แฟชั่นสตรีตสัญชาติอเมริกาอย่าง Stüssy ก็ตัดสินใจเปิดสาขาใหม่ในประเทศออสเตรเลียและตัดสินใจ collaboration กับ Supply เพื่อร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าให้โดนใจเหล่าวัยรุ่นดินแดนจิงโจ้มากที่สุด Stüssy แบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าสตรีต-ฮิปฮอป ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี 1980 โดยบริษัท Shawn Stussy ผู้ผลิตกระดานโต้คลื่นที่มีชื่อเสียงของแคลิฟอร์เนีย เน้นคอนเซปต์ดีไซน์เครื่องแต่งกายแบบ “California lifestyle” บอกเล่าเรื่องราวของฝั่งตะวันตก ถ้านึกถึงเด็กสตรีตนิวยอร์กก็ต้องพูดถึงสเกตบอร์ด แต่ถ้าเป็นสตรีตแบบแคลิฟอร์เนียร์ก็คือเด็กแนวที่มาพร้อมกับกระดานโต้คลื่นนั่นเอง ส่วน Supply คือร้านค้าปลีกชื่อดังของออสเตรเลีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2002 เป็นร้านที่รวบรวมสินค้าสตรีตแบรนด์ดังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Supreme, Silas หรือ Gimme V รวมถึงออกแบบลายกราฟิกต่าง ๆ และด้วยลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ Supply ได้ร่วม collaboration กับแบรนด์แฟชั่นหลายเจ้าเพื่อคิดโลโก้เท่ ๆ อยู่บ่อยครั้ง แฟชั่นไอเทมในคอลเลกชันพิเศษนี้เต็มไปด้วยหัวกะโหลกทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งเสื้อผ้าจากกลุ่มสีเทาอย่างเสื้อเชิ้ตแขนสั้น หมวกและกางเกงขายาว ทั้งหมดจะแต่งแต้มลวดลายด้วยกราฟิกหัวกะโหลกจำนวนมาก ดูนาน ๆ แล้วอาจลายตาไปบ้าง แต่จะต้องถูกใจเหล่าชาวสตรีตที่ชื่นชอบการแต่งตัวอย่างแน่นอน ส่วนคอลเลกชันกลุ่มสีดำจะไม่มีลายกราฟิกหัวกะโหลกซ้อนทับกันเป็นจำนวนมากเหมือนกับไอเทมสีเทาก่อนหน้า เสื้อยืดสีดำแปะสัญลักษณ์หัวกระโหลกไขว้สีเทา เสื้อแจ็คเก็ตเบสบอลสีดำทำจากขนแกะ ส่วนแขนเสื้อทำจากหนัง ประทับลายหัวกะโหลกไขว้ลายสีขาวไว้ที่แขน พร้อมกับปักโลโก้แบรด์ของ Stüssy ไว้ทางอกด้านขวาและตัวอักษร S
ถ้าถามว่าใครคือนักธุรกิจหนุ่มที่มาแรงที่สุดของยุคนี้ หลายคนคงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า Elon Musk ผู้เป็นทั้งอัจฉริยะและนักธุรกิจหนุ่มที่มีฉายา “ไอรอนแมนในโลกความจริง” ด้วยเหตุนี้เองทำให้ Musk ถูกจับตามองโดยสื่อต่าง ๆ รวมถึงสำนักข่าวแฟชั่นด้วยเช่นกัน เพราะหลายคนต่างอยากรู้ว่าอัจฉริยะอย่างเขาชื่นชอบหรือสวมใส่ไอเทมแฟชั่นของแบรนด์อะไรออกงานบ้าง สนีกเกอร์ที่ Musk ชื่นชอบและใส่ออกงานเป็นประจำคือ Nike Lunar Flyknit HTM NRG รองเท้าผ้าใบรุ่นพิเศษออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง 3 คน ได้แก่ Hiroshi Fujiwara เจ้าของฉายาเจ้าพ่อแห่งวงการสตรีตแวร์ ร่วมกับ Tinker Hatfield ผู้ออกแบบรองเท้าหลายรุ่นในตระกูล Nike Air Jordan และ Mark Parker ประธานผู้บริหารบริษัท Nike จากการออกแบบที่รวบรวมความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าดีไซเนอร์มากฝีมือจนออกมาเป็นรองเท้าหนึ่งคู่ ทำให้ Nike Lunar Flyknit HTM NRG ที่ Elon Musk ใส่ราคาพุ่งสูงและกลายเป็นรองเท้ารุ่นหายากไปโดยปริยาย อย่างไรก็ตาม รองเท้าผ้าใบของ Musk ที่ถูกพูดถึงในตอนนี้กลับไม่ใช่รองเท้าคู่ดังกล่าวแต่อย่างใด รองเท้าของ Musk
หลังจาก Louis Vuitton เลือกนำแรงบันดาลใจจากราชาเพลงป๊อบ Michael Jackson กลับมาเล่าใหม่บนเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษในฤดูกาล Fall/Winter 2019 และได้รับความสนใจจากเหล่าสาวกแฟชั่นตั้งแต่ประกาศธีมครั้งแรกไปจนถึงวันงาน ซึ่งนอกจาก MJ อีกหนึ่งสิ่งที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กันก็คือกระเป๋าใบยักษ์ที่ปรากฏตัวครั้งแรกบนรันเวย์แฟชั่นโชว์ หลังจากคอลเลกชัน Michael Jackson ผลงานของดีไซเนอร์ชื่อดัง Virgil Abolh ประสบความสำเร็จไปเป็นที่เรียบร้อย กระแสของ MJ ยังเป็นกระแสอย่างต่อเนื่องจากภาพยนตร์สารคดี Leaving Neverland ที่ออกฉายช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในหนังพูดถึงชายสองคนที่กล่าวหาว่า Michael Jackson ล่วงละเมิดทางเพศพวกเขาเมื่อตอนเป็นเด็กโดยช่วงที่ไมเคิลยังมีชีวิตอยู่ก็เคยออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา อีกทั้งตำรวจก็ไม่พบหลักฐานว่าเขามีความผิด ประเด็นอื้อฉาวจากภาพยนตร์สารคดีส่งผลกระทบต่อ Louis Vuitton เต็ม ๆ เพราะคอลเลกชันนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Michael Jackson และจัดขึ้น 8 วันก่อนสารคดีจะฉาย ไม่ว่ากระแสด้านลบจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม แต่ Virgil Abolh รวมถึง Michael Burke ประธานบริหารของแบรนด์ตัดสินใจไม่วางจำหน่ายไอเทมที่มีลวดลายจากอัลบั้มและเพลงของ MJ ส่วนกระเป๋าใบยักษ์ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับ MJ แต่อยู่ในคอลเลกชันกลายเป็นหนึ่งไอเทมที่ Louis Vuitton ตัดสินใจให้ไปต่อ นอกจากดราม่าสารคดีของ
สำหรับใครที่ตามกระแสแฟชั่นเมื่อปีก่อนก็จะทราบว่าแบรนด์ยอดนิยมที่ถูกค้นหาบน google มากเป็นอันดับหนึ่งของปี 2018 คือ Gucci หลังจากที่ได้รับความสนใจมาตลอดทั้งปี ปีนี้แบรนด์เครื่องแต่งกาย Hi-End พร้อมส่งไอเทมเท่ ๆ เข้าสู่ตลาดแฟชั่น Streetwear ด้วยการนำแรงบันดาลใจจากหมวกเบสบอล New York Yankees อันโด่งดังมาไว้บนผลิตภัณฑ์เครื่องหนังของแบรนด์ โลโก้ NY ที่ฮอตฮิตนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากทีมเบสบอล New York Yankees แต่ช่วงแรกกลุ่มคนที่ใส่หมวกหรือเครื่องแต่งกายที่มีสัญลักษณ์ของทีมก็มักจะเป็นแฟนคลับ ต่อมาโลโก้ของทีม NY Yankees ถูกพูดถึงมากในปี 1990 เพราะนักเรียกร้องสิทธิมนุษยชนผิวสีชื่อดัง Nelson Mandela เดินทางมายัง Yankee Stadium พร้อมกับสวมหมวกเบสบอลปักตัวอักษร NY และกล่าวสุนทรพจน์ที่กินใจผู้คน จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ไม่ใช่แค่แฟน ๆ ของทีมเบสบอลนิวยอร์กแยงกี้เท่านั้นที่จะสวมใส่ไอเทมที่มีโลโก้ NY แต่คนอเมริกันส่วนมากต่างก็หาหมวกดังกล่าวมาใส่กันจนเป็นกลายแฟชั่นที่ใครหลายคนมองว่าเท่ แถมสัญลักษณ์ของทีมนิวยอร์กแยงกี้ก็ยังคงความนิยมไม่เคยเสื่อมคลายมาจนถึงปัจจุบัน เห็นได้จากแรปเปอร์หนุ่ม Jay-Z และศิลปินชื่อดังหลายคนก็ชื่นชอบการสวมหมวกทีมีสัญลักษณ์ NY ด้วยเช่นกัน เหตุผลที่ทำให้ Gucci ตัดสินใจนำโลโก้ของทีม New York Yankees
คงจะดีไม่น้อยถ้ารองเท้าผ้าใบของเราถอดคาแรกเตอร์มาจากการ์ตูนเรื่องโปรด ปีที่แล้วแบรนด์รองเท้าสัญชาติอเมริกัน Skechers ก็ทำให้ฝันของใครหลายคนเป็นจริงด้วยการจับมือกับการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังเรื่อง One Piece ออกรองเท้ารุ่นพิเศษ 6 สี จากตัวละครทั้ง 6 คนในเรื่อง ถือเป็นคอลเลกชันที่โดนใจเหล่าแฟนการ์ตูนเป็นอย่างมาก ทำให้ปีนี้ One Piece x Skechers ร่วมกันหยิบตัวละครเด่นอื่น ๆ มาใช้เล่าเรื่องอีกครั้ง จาก One Piece x Skechers ที่เลือกใช้ตัวละครของสมาชิกกลุ่มโจรสลัดหมวกฟางอย่างกัปตันลูฟี่ นักดาบโซโล ซันจิกุ๊กโหดประจำเรือและคุณหมอช็อปเปอร์ รวมถึงพันธมิตรของกลุ่มหมวกฟางอย่าง ทราฟาลก้า ลอว์ และตัวร้ายสุดเท่ โด ฟลามิงโก้ ไปแล้ว คอลเลกชันล่าสุดจะเล่าเรื่องแบบเดิมแต่ใช้ตัวละครอื่นมาเสริมทัพสร้างความหลากหลายมากขึ้น คาแรกเตอร์จากการ์ตูนวันพีซทั้งหมดจะอยู่บนรองเท้ารุ่น D’Lites ที่โดดเด่นเรื่องน้ำหนักเบา ดีไซน์สวย และระบายอากาศได้ดี สนีกเกอร์วันพีซคอลเลกชันล่าสุดจะยังมีสองตัวละครจากรองเท้ารุ่นแรกอย่างลูฟี่และลอว์มาร่วมแจมด้วย พร้อมกับตัวละครใหม่คนอื่น ๆ อย่าง ทีชหนวดดำ กัปตันหนวดขาว หัวหน้าหน่วยมัลโก้ อดีตเจ็ดเทพโจรสลัดจินเบ เอสหมัดอัคคี และจักรพรรดินีโจรสลัด โบอา แฮนค็อก รวมทั้งหมดเป็น
เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา การ์ตูนเด็กสเกตสุดกวนจากยุค 90 อย่าง Beavis and Butt-Head ร่วมสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นแบบสตรีตกับ Adidas ปีนี้ทั้งสองโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งพร้อมกับไอเทมเด็ดที่ไม่ควรพลาด สำหรับบางคนที่ยังไม่รู้จัก Beavis and Butt-Head คือการ์ตูนคู่หูจอมป่วนเสียดสีสังคมอเมริกันจากช่อง MTV ที่เล่าเรื่องเด็กวัยรุ่นสองพี่น้องผู้ไม่ได้รับการดูแลจากครอบครัว ทำให้ทั้งสองกลายเป็นเด็กแสบพากันทำเรื่องกวน ๆ ให้คนทั้งชุมชนไฮแลนด์ในรัฐเท็กซัสต้องปวดประสาท ซีซันแรกออกฉายเมื่อปี 1993 ท่ามกลางบรรยากาศวันเก่า ๆ ที่เหล่าวัยรุ่นกำลังฮิตเล่นสเกตบอร์ด และแพรวพราวไปด้วยมุกตลกซึ่งชาวยุค 90 ต่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี ส่วน Adidas Skateboarding คือ รองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ชอบเล่นสเกตบอร์ด เพราะขนาดที่พอดีเท้า ทำจากหนังแต่มีน้ำหนักเบา การดีไซน์ลวดลายและโครงสร้างรองเท้าถูกคิดมาให้ยึดเกาะกับพื้นผิว รองรับแรงกระแทก ปรับให้มีความเหมาะสมกับการเล่นสเกตบอร์ดโดยเฉพาะ รองเท้าทั้งสองแบบในคอลเลกชันมาพร้อมสีสันสดใสและลายกราฟิกของสองพี่น้อง Beavis and Butt-Head โดยรองเท้าผ้าใบรุ่น 3MC ที่เหมาะทั้งใส่เล่นสเกตบอร์ดและใส่ลำลอง เต็มไปด้วยลายกราฟิกกระจัดกระจายอยู่บนผืนผ้าใบสีขาว แต่งสีตรงส้นรองเท้าด้วยสีดำ ลิ้นรองเท้าเย็บอย่างประณีต พื้นชั้นล่างของรองเท้าแบบ Geoflex ช่วยเรื่องความยืดหยุ่นและการยึดเกาะที่ดี อีกคู่หนึ่งคือรองเท้าหุ้มข้อสีขาวมีลูกเล่นกวน ๆ เพราะแต่ละข้างจะมีลายกราฟิกต่างกัน ด้านขวาเป็นใบหน้าของ Beavis
สำหรับใครที่ตามดูซีรีส์สุดฮิตอย่าง Game of Thrones มายาวนาน HBO ปล่อยตัวอย่างภาคสุดท้ายมาให้ชมกันเรียบร้อยแล้ว พร้อมข่าวลือที่ถูกพูดถึงเป็นระยะว่า Adidas Ultraboost เตรียมออกคอลเลกชันพิเศษร่วมกับซีรีส์ เหล่ากูรูและเว็บไซต์ต่าง ๆ พากันคาดเดาว่าทั้งสองจะสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันจริงหรือไม่ หรือหากเป็นจริงจะออกมาในรูปแบบใด ในที่สุดการคาดเดาของหลายคนก็ได้รับการยืนยันกับ Game of Thrones x Adidas Ultraboost การพบกันครั้งนี้ของ Game of Thrones x Adidas ก่อให้เกิดรองเท้าเท่ ๆ ที่ดึงชื่อของตระกูลในอาณาจักร Westeros และหยิบเรื่องราวจากซีรีส์ให้มาปรากฎตัวอยู่บนรองเท้าวิ่งรุ่น Ultraboost ที่มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี 6 เรื่องราวด้วยกัน White Walker รองเท้าผ้าใบโทนสว่างสีขาวอมฟ้าถอดแบบมาจากเหล่า White Walker อมนุษย์ผิวขาวซีดที่มีพลังควบคุมน้ำแข็งและความเย็น โดยสีโทนเย็นที่อยู่บนรองเท้าบอกเล่าเรื่องราวดินแดนแห่งฤดูหนาวตลอดกาล (The Lands of Always Winter) ที่เต็มไปด้วยหิมะและกำแพงน้ำแข็งยักษ์ซึ่งมีความสำคัญต่อเนื้อเรื่อง มาพร้อมลายคาดสามขีดสีดำตัดโดดเด่น กับปลายเชือกรองเท้าเขียนประโยคเท่ ๆ ว่า White
อาจสร้างความผิดหวังให้กับหนุ่ม ๆ ที่เป็นแฟนของค่าย Swoosh ได้ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะสาวกชาว Air Max เมื่อทางสปอร์ตแบรนด์ยักษ์ใหญ่ออกมาประกาศกร้าวว่า Air Max Day ของพวกเขาในปีนี้ จะไม่มีการเปิดตัวรองเท้าใหม่เพื่อแสวงหาผลกำไร แต่จะใช้เป็นโอกาสพิเศษเพื่อเปิดตัวโปรเจกต์เพื่อตอบแทนชุมชน การเดินทางของรองเท้าตระกูล Air Max เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ปี 1987 ซึ่งทาง NIKE ได้เปิดตัว Air Max 1 ออกมาให้เหล่าสนีกเกอร์ทั่วโลกได้รู้จัก จนกลายเป็นต้นกำเนิดความนิยมที่ทำให้เกิดรองเท้าสายการผลิต Air Max รุ่นต่าง ๆ ตามออกมาอีกจำนวนมาก ซึ่งแต่ละรุ่นก็ได้รับความนิยมมากน้อยแตกต่างกันไป แต่ก็สามารถพูดได้ว่าความไฮป์ของรองเท้าตระกูลดังกล่าวของ NIKE ทำให้เกิดอีเวนต์ประจำปีอย่าง Air Max Day ขึ้นมา Air Max Day จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2014 หรือ 27 ปีหลังจากวันเปิดตัว Air Max 1 เป็นครั้งแรก ปีนั้น
เดิมทีอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส มีผู้ซื้อรายใหญ่คือสหรัฐ และญี่ปุ่น แต่ต่อมาคงไม่มีใครปฏิเสธได้หรอกว่า อำนาจในการใช้เงินหรือซื้อของ luxury ถูกเปลี่ยนขั้วไปเป็นจีน และรัสเซีย โดยที่ใครต่อใครก็บอกว่าสองชาตินี้ขาดรสนิยม บ้างก็บ่นกันว่า ใช้เงินไม่เป็นบ้างหล่ะ ไม่เข้าใจศิลปะบ้างหล่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนยอมรับในตัวตนของสองชาตินี้มากขึ้น อาจเพราะสภาพเศรษฐกิจ หรือกำลังในการจับจ่ายวิ่งเข้าสู่สองประเทศนี้ จึงทำให้นาฬิกาแบรนต์หรูแห่กันไปเปิดร้าน รวมถึงทำ roadshow event, exhibition event ในสองประเทศนี้กันอย่างคึกคัก เพื่อหวังจะเป็นทางรอด และเป็นที่หนึ่งในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสให้จงได้ ต่อมา คนกลุ่มแรกที่สามารถหล่อหลอมการใช้เงินอย่างบ้าคลั่งของเศรษฐีทั้งสองประเทศก็คือ Independent watch ซึ่งก็คือนาฬิกาแนว ๆ แปลก ๆ แพง ๆ ทำน้อย ๆ ไม่เหมือนใคร โดยยุคทองของนาฬิกาแปลกนั้นถูกเริ่มโดย Mb&F, Urwerk และ Richard Mille อยู่ในช่วงเวลาประมาณปี 2009 ถึง 2013 ซึ่งความจริงแล้วยุคทองของ Indy Watch เกิดจากการเบื่อหน่ายนาฬิกาหน้าตาเดิมๆ ซึ่งผู้ที่ซื้อนาฬิกาเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็คือคนที่มี Rolex, Patek Philippe,


