ช่วงต้นอาทิตย์ ข่าวรายงานโศกนาฏกรรมชวนช็อก เมื่อข่าวพูดถึงขวัญใจคอบาสอย่าง Kobe Bryant ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตก เสียชีวิตทั้งลำที่ คาลาบาซาส นครลอส แองเจลีส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สะเทือนใจวงการกีฬาทั่วโลก คนที่ติดตาม NBA ไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่หรือเก่า เราเชื่อว่าชื่อของ Kobe Bryant จะติดอยู่ในทำเนียบตำนานที่ควรรู้จักทั้งในเกมและนอกเกม ชีวิตของเขาไม่ใช่แค่โตมาในฐานะดาวรุ่ง แต่เปลี่ยนยุคของ Lakers ทีมบาสที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง และได้รับการ Draft ตัวมาตั้งแต่วัยเพียง 17 ปีเท่านั้น Kobe Bryant โลดแล่นอยู่ในวงการในฐานะนักเล่นอาชีพถึง 20 ปี คว้าแชมป์ NBA ได้มากถึง 5 สมัยก่อนจะวางมือไปเมื่อปี 2016 หลังจากเราเขียนบทความนำเสนอมุมมองของเขาที่น่าชื่นชมแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาที่จะเจาะลงไปให้ลึกอีกนิดว่า เขาเข้ามาสู่วงการนี้ได้อย่างไร ทำไมเขาถึงกลายเป็นไอดอลให้กับนักกีฬาหลายคน การแลกมือดีประจำทีม LAKERS กับเด็กชายวัย 17 Kobe เด็กชายชาวฟิลาเดเฟียเติบโตมาด้วยพรสวรรค์ด้านกีฬาบาสที่หลายคนกล่าวว่าถอด DNA มาจากพ่อและลุง เพราะทั้งคู่ล้วนเคยเป็นผู้เล่นในระดับ NBA ด้วยกันทั้งคู่ แต่แค่นั้นยังไม่มากเท่ากับความทะเยอทะยานที่อยากก้าวขึ้นไปเป็นตำนาน ซึ่งทำให้เขาหมกมุ่นกับการฝึกซ้อม
ยิงกระสุน 1 นัดทำให้กี่คนเจ็บก็ไม่มากเท่าไวรัส 1 สายพันธุ์ที่ไร้การควบคุม ตั้งแต่ช่วงปลายปีจนถึงวันนี้ ข่าวการติดเชื้อและเสียชีวิตของผู้คนจาก “ไวรัสโคโรนา” มากขึ้นเรื่อย ๆ ตอกหน้าให้ประชาชาติรับรู้ว่า “หายนะ” กำลังมาเยือนถึงหน้าบ้าน มันไม่ใช่หนังซีรีส์จาก Walking Dead ที่แค่เราดูแค่บันเทิง มีซอมบี้น่ากลัวดมกลิ่นมนุษย์สักคนเจอแล้วโผเข้าใส่กัดแบบที่เรามองเห็น แต่เป็นไวรัสปริศนาที่เราแยกมันไม่ออกระหว่างผู้ติดเชื้อกับคนปกติที่เดินอยู่ทั่วไป โคโรนาไวรัสน่ากลัวกว่าซอมบี้ ไวรัสโคโรนา 2019 เป็นไวรัสที่มีสัตว์เป็นพาหะติดต่อสู่คน และปัจจุบันได้แพร่จากคนสู่คนด้วยกัน! เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นจากปลายปี 2019 หลังมีคนพบผู้เสียชีวิตชาวจีนที่มีอาการปอดบวมอย่างไรสาเหตุ ก่อนจะสืบสาวราวเรื่องไปว่ามีคนที่มีอาการแบบเดียวกันและพบเชื้อไวรัสด้านระบบทางเดินหายใจคือไวรัสโคโรนาขึ้น ทุกคนล้วนเกี่ยวข้องกับตลาดอาหารทะเลแห่งหนึ่งของจีนที่ตั้งอยู่ในเมืองอู่ฮั่น (ตลาดแห่งนี้จำหน่ายเนื้อสัตว์หลากหลายทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ทั่วไป) ไวรัสที่พัฒนาจากการติดต่อจากข้ามสายพันธุ์ระหว่างสัตว์สู่มนุษย์ และสามารถทำให้ติดเชื้อระหว่างสายพันธุ์เดียวกัน ถือเป็นตลกร้ายที่ระบบสาธารณสุขและการแพทย์ยังเป็นเรื่องใหม่และเรื่องยาก ขณะนี้จึงยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดแบบ 100% หรือมียาต้าน เน้นเป็นการรักษาตามอาการ ซึ่งถือเป็นปกติของการรักษาเชื้อประเภทไวรัส ตามข้อมูลที่ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์เผยแพร่ ระบุว่าทีมวิจัยจุฬาฯ ถอดรหัสพันธุกรรมแล้วพบว่า ไวรัสโคโรนา 2019 (สายพันธุ์ที่ 7 ในตระกูลโคโรนา) มีความใกล้เคียงกับไวรัสที่พบใน “ค้างคาว” แต่ยังไม่พบว่าเชื้อนี้แพร่เข้าสู่คนได้อย่างไรเนื่องจากข้อมูลกลางของจีนยังไม่ได้ระบุรายละเอียด จากจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเลขตัวเดียว ภายในช่วงเวลาไม่ถึงสองเดือน ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักร้อย ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นหลักสิบ แถมยังกระจายออกนอกประเทศ
เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsody ปลุกกระแสให้ตำนานไม่มีวันตายอย่างวง Queen กลับเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูอีกครั้ง เรื่องความเจ๋งของเขาเราไม่เถียง เพราะพวกเขาเป็นวง Glam Rock ระดับตำนานที่ไม่มีใครมาล้มล้างได้ แต่ก็ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าหนังเรื่องนี้มีส่วนทำให้วงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แถมยังขยายฐานแฟนเพลงเด็กรุ่นใหม่มากมาย แม้สมาชิกในวงจะอายุรุ่นราวคราวปู่ ล่าสุดก็มีเรื่องราวดี ๆ เกิดขึ้นอีกแล้ว เมื่อโรงกษาปณ์ The Royal Mint แห่งสหราชอาณาจักรประกาศคอลเลกชันใหม่เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ความยิ่งใหญ่ของวง โดยเป็นชุดแรกของคอลเลกชันในหมวด ‘Music Legends’ ซึ่งวงแรกที่ได้รับเกียรตินั้นจะเป็นใครไม่ได้นอกจากพวกเขาวง Queen แน่นอนว่าเหรียญระดับพรีเมียมแบบนี้ไม่ได้มาแค่ชิ้นเดียว แต่ผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบให้คุณเลือกสรร (ถ้ากำลังทรัพย์ของคุณมากพอ) แบบธรรมดาราคา 13 ปอนด์ (ราว 514 บาท) แบบมีซองรูปวง Queen ราคา 15 ปอนด์ มีทั้งแบบธรรมดาและแบบ Limited Edition ผลิตแค่ 25,000 ชิ้น (ราว 593 บาท)
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เราทุกคนล้วนต้องผ่านช่วงเวลาเป็นเด็กด้วยกันทั้งนั้น และกิจกรรมวัยเด็กขาดไม่ได้คือการตื่นเช้ามานั่งรอดูการ์ตูน อ่านหนังสือการ์ตูนเรื่องที่ชอบ ตามซื้อนิตยสารการ์ตูนเพื่อจะได้อ่านตอนถัดไปก่อนใคร ตามเก็บของเล่นที่แถมมากับขนม และเอาเรื่องราวมัน ๆ ในการ์ตูนมาคุยกับเพื่อนที่โรงเรียน ยุคหนึ่งเคยมีการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากทั้งในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย มังงะจากเกาะญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องราวการผจญภัยของซุน โกคู เด็กชายผู้ออกตระเวนไปตามที่ต่าง ๆ เพื่อรวบรวมดราก้อนบอลให้ครบ 7 ลูก เพราะหากเก็บครบแล้วจะสามารถขอพรจากเทพเจ้ามังกร เรื่องราวการเดินทางที่ต้องพบเจอทั้งอุปสรรค เพื่อนฝูง เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการผจญภัย ทำให้เด็ก ๆ ทุกคนติดการ์ตูนเรื่อง Dragon Ball กันแจ DARGON BALL ในยุคคุณดังแค่ไหน ? เมื่อถูกถามขึ้นว่า “Dragon Ball ดังแค่ไหน ?” บางคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงถามคำถามนี้ เพราะคำตอบคือสิ่งที่รู้กันอยู่แล้วว่า “การ์ตูนเรื่องนี้แม่งโคตรดัง!” แต่เมื่อยุคสมัยผ่านไป คนรุ่นก่อนที่ทันอ่านมังงะเรื่องนี้ก็เติบโตขึ้นตามกาลเวลา ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูพบว่าช่วงเวลาที่ Dragon Ball ตีพิมพ์คือ ค.ศ. 1984-1995 (พ.ศ. 2527-2538) สรุปคือตอนนี้การ์ตูนเรื่องดังจบลงนานกว่า 25 ปีแล้ว เด็ก ๆ
เราคงไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาวว่า Bill Gates คือใคร หรือต่อให้ต้องนิยามความเป็นเขาให้ถ้วนทั่ว ก็ไม่อาจนิยามได้ในไม่กี่ประโยค นอกจากผู้คนจะจดจำเขาว่าคือมหาเศรษฐีระดับโลกและเป็นเจ้าพ่อไมโครซอฟต์แล้ว สิ่งที่ผู้คนมักจดจำเขาคือ “ผู้ไม่หยุดเรียนรู้” ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน รวยล้นฟ้าติดอันดับโลกเพียงใด Bill Gates ไม่เคยหยุดเรียนรู้ เขาอ่านหนังสือปีละหลายสิบเล่ม เขาพบปะผู้คนใหม่ ๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดอยู่เสมอ และ Ted Talk ก็นับเป็นอีกแหล่งที่มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ใช้ตักตวงความรู้ใหม่ ๆ นี่คือ 5 Ted Talk ที่ Bill Gates ฟังแล้วลงความเห็นว่าเขาชื่นชอบเป็นอันดับต้น ๆ The Danger of Science Denial ไม่ใช่แค่เมืองไทยที่มีความเชื่อผิด ๆ ทางการแพทย์ อย่างการกินน้ำมะนาวรักษามะเร็ง การบอกว่าเด็กไม่ควรฉีดวัคซีนเพื่อให้เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้คือการพยายามปฏิเสธการรักษาแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่ได้แค่ทำให้เกิดอันตรายเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่อาจหมายถึงความหายนะระดับมวลมนุษยชาติ หากความคิดแบบนี้แผ่ขยายเป็นวงกว้าง นี่จึงเป็นหนึ่งใน Ted Talk
ถ้าพูดถึง ‘ไบค์เกอร์’ หลายคนก็จะนึกถึงกลุ่มชายชาตรีหนวดเคราเฟิ้ม ใส่เสื้อหนัง สวมรองเท้าบู๊ท ขี่รถคันใหญ่ไปด้วยกันเป็นคาราวาน บางคนจะนึกถึงผู้คนที่ไม่อยู่ในกรอบและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ส่วนในต่างประเทศผู้คนมักพูดถึงแก๊ง Hell Angels, Outlaws, 69’rs หรือ Black Sabbath แต่ยังไม่ค่อยรู้จักแก๊งนักบิดชื่อว่า Motor Maids เท่าไหร่นัก UNLOCKMEN เคยเล่าเรื่องราวของชาวแก๊งนักบิดอยู่บ่อยครั้งทั้งแก๊ง Hell Angels หรือแก๊งนักซิ่งของฝรั่งเศส แต่เรายังไม่เคยเล่าเรื่องของสุภาพสตรีขี่บิ๊กไบค์จากยุค 40 ทั้งที่พวกเธอนั้นเต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่งตัวจัดจ้านได้เท่ไม่แพ้ผู้ชาย และจะไม่ยอมอยู่ในกรอบที่ถูกเขียนไว้ว่า ‘ผู้หญิงต้องแต่งงาน เป็นเมียที่ดี เป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบ’ เพราะพวกเธอจะเป็นคนเลือกเส้นทางการใช้ชีวิตของตัวเอง ‘DOT ROBINSON’ สตรีหมายเลขหนึ่งแห่งวงการมอเตอร์ไซค์ ย้อนกลับไปช่วงปี 40 ห้วงเวลาแห่งสงครามโลก มีหญิงสาวชาวออสเตรเลียคนหนึ่งชื่อว่า Dot Robinson เกิดปี 1912 เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการมอเตอร์ไซค์ของสหรัฐอเมริกา เธอมีความชอบแตกต่างจากหญิงสาวในยุคเดียวกัน เธอคลั่งไคล้มอเตอร์ไซค์มากและหลาย ๆ คนคาดว่าเธอได้รับอิทธิพลมาจากพ่อตัวเองที่เป็นนักออกแบบรถแถมยังเป็นนักแข่งมอเตอร์ไซค์อีก เธอชื่นชอบทุกอย่างเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ พออายุ 16 ปี ก็แวะเวียนไปยังร้าน Harley-Davidson
เอาหมัดไปแลกปืน เอาคนเป็นกองทัพไปแลกโดรน ใครจะเอาไปแลก ? ตอนนี้ข่าวเปิดวอร์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ทำให้ต้องเชื่อว่า กี่ชีวิตก็คงไม่พอแลก หรือต่อให้เก่งแค่ไหนบารมีหนาอย่างไร ถึงคราวคนมันจะล่อจากระยะไกล เราก็ตายได้ง่าย ๆ อยู่ดี เพราะทุกวันนี้อาวุธลอบสังหารมันล้ำขึ้นทุกวัน แล้วคุณเคยรู้จริง ๆ ไหมว่า นอกจากสหรัฐฯ ที่มีกองกำลังติดอาวุธเหนือน่านฟ้าที่ยากจะต่อรอง ยังมีประเทศไหนอีกบ้างที่มีโดรนเก็บไว้ในบ้าน เพื่อคลายข้อสงสัย UNLOCKMEN จะพาทุกคนไปรู้จักประเทศที่มี UAV (Unmanned aerial vehicle) หรือ UCAV (Unmanned Combat Air Vehicle) เก็บไว้เป็นไพ่ไม้ตาย รู้หรือไม่ว่าตอนนี้ทั่วโลกมีกองทัพทางการทหารที่มีโดรนสังหารในครอบครองมากถึง 39 ประเทศ! แต่ประเทศไหนมาก่อน-หลัง เราเรียงลำดับไว้ตามตัวเลขด้านล่างแล้ว 1. สหรัฐอเมริกา เริ่มที่ประเทศแรก อย่างที่เรารู้ ๆ กันดีว่า สหรัฐฯ เป็นตัวจี๊ดของสงครามโดรน เพราะเป็นประเทศแรกเลยที่คิดค้นกลยุทธ์และอาวุธทางการทหารแบบนี้ แถมยังเป็นพ่อค้าอาวุธโดรนเจ้าหลักในตลาดด้วย การคิดค้นและประดิษฐ์โดรนครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2001 สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ 9/11 ที่สหรัฐฯ สูญเสียกองกำลังและพลเรือนจากเหตุการณ์ก่อการร้าย ดังนั้นอเมริกาจึงหันมาผลิตอาวุธอากาศยานไร้คนขับ
หลายคนลืมตาตื่นบนที่นอนแล้วเปิดโทรศัพท์ดูในตอนเช้าจะพบว่ามีข้อความต่าง ๆ จากเพื่อนฝูง คนในครอบครัวว่า ‘อย่าลืมใส่แมสก่อนออกจากบ้าน’ หรือจะเป็น ‘พรุ่งนี้ไปดูเครื่องฟอกอากาศกันไหม’ ทั้งหมดคือความห่วงใยของผู้คนที่พยายามปกป้องตัวเองและคนที่รักจากฝุ่นควันเป็นพิษ เรารักตัวเอง เรารักคนรอบข้าง แล้วรัฐบาลที่ห่วงใยประชาชนกำลังทำอะไรอยู่ ? เมื่อลุกจากเตียงแล้วเปิดหน้าต่างดูก็จะเห็นด้วยตาตัวเองว่าฝุ่นหนาฟุ้งกระจายอยู่ทั่ว เพราะปัญหาฝุ่นควันที่เรียกกันจนติดปากว่า PM 2.5 เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิดแถมในตอนนี้มันก็ยังคงอยู่ UNLOCKMEN จึงอยากพาทุกท่านไปพบกับประเทศต่าง ๆ ที่พบปัญหาเดียวกันกับประเทศไทย และดูสิว่ารัฐบาลของแต่ละประเทศมีนโยบายหรือวิธีแก้ปัญหาอากาศไม่สะอาดอย่างไรกันบ้าง อินเดีย เริ่มจากประเทศที่คนไทยส่วนใหญ่ต้องร้อง ‘อี๋’ กันเป็นแถบกับสาธารณรัฐอินเดีย เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องฝุ่น เมืองที่มีประชากรอยู่มากที่สุดในโลก ผู้คนกว่า 1.339 พันล้านคน เมืองที่แสนเป็นตัวของตัวเอง มีชนชั้นวรรณะ มีไลฟ์สไตล์แสนเฉพาะตัว เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีคนเยอะที่สุดในโลก การผลิตในระบบอุตสาหกรรมก็ต้องมากตามจำนวนประชากร อินเดียเองก็เจอปัญหามลพิษทางอากาศไม่ต่างจากไทย แถมมีทีท่าจะหนักกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกประจำปี 2561 ระบุว่าแต่ละปีมีประชากรโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยมลพิษกว่า 6,500,000 คน และอินเดียก็เคยขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเมืองที่มีมลพิษเยอะที่สุดในโลก นโยบายของรัฐบาลอินเดียที่เร่งจัดการกับปัญหานี้มีหลายทางด้วยกัน ทั้งสั่งลดการก่อสร้างและการรื้อถอนที่ทำให้เกิดฝุ่นทันที มีมาตรการฉีดพ่นน้ำไม่ต่างจากไทย แต่น้ำที่อินเดียใช้อัดแน่นด้วยคุณสมบัติไฟฟ้าสถิต ผลที่ออกมาคือน้ำคุณสมบัติพิเศษนี้สามารถดักจับฝุ่นได้ดีกว่าน้ำประปาธรรมดา เมื่อพบว่าค่าฝุ่นขึ้นสูงเกินกำหนด มีคำสั่งให้ปิดโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินชั่วคราว ดึงมาตรการการจำกัดจำนวนรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนน เช่น รถยนต์เอสยูวีเครื่องยนต์
ต้องบอกว่าการเล่นเซ็กซ์และรสนิยมทางเพศของคนในยุคนี้ ก้าวหน้าไม่แพ้เทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย เมื่อโลกหมุน เปลี่ยนแปลง และเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทำเอาพฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนตามไปด้วย ผู้ชายบางคนชื่นชอบการมีเซ็กซ์แบบรุนแรง รู้สึกดีที่ได้ทรมานคนอื่นให้เจ็บปวด หลงรักห้วงเวลาที่สวมบทบาทเป็นเจ้านายกับทาสสาว แถมยังสะใจทุกครั้งหากได้สบถคำหยาบในระหว่างร่วมรัก โดยมีเชือก โซ่ แส้ กุญแจมือ และความร้อนวาบของน้ำตาเทียนช่วยให้เซ็กซ์ของพวกเขาสมบูรณ์ขึ้น UNLOCKMEN เลยอยากพาหนุ่ม ๆ ไปขุดคุ้ยต้นตอของเซ็กซ์ซาดิสม์ที่มีมาตั้งแต่อดีตและคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน เตรียมลิ้มรสความทรมานและซึบซาบความเจ็บปวดไปพร้อม ๆ กัน! ความซาดิสม์แห่งอดีตกาล เราเชื่อว่าทุกคนล้วนมีด้านมืดซ่อนอยู่ในตัวทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่จะปลดปล่อยมันออกมาอย่างโจ่งแจ้ง ใต้มวลความมืดที่ซ่อนอยู่ในจิตใจใครหลายคน คงไม่มีอะไรมืดมิดดำสนิทและขมุกขมัวได้เท่ากับด้านมืดของมาร์กีส์ เดอ ซาด (Marquis de Sade) ชายชาวฝรั่งเศสผู้เป็นต้นกำเนิดของคำว่า ‘ซาดิสม์’ เขาเสพติดความรุนแรงและสุขใจที่ได้มีเซ็กซ์สัมพันธ์บนความเจ็บปวดของหญิงสาว ซาดว่าจ้างโสเภณียกซ่องมามั่วเซ็กซ์ที่ปราสาทหลังแต่งงานได้ 7 วัน เขาพันธนาการและทารุณพวกเธออย่างโหดเหี้ยมเกินมนุษย์ จับมัดมือมัดเท้า เฆี่ยนตีจนบอบซ้ำ ก่อนจะเสพสมทางเพศอย่างสบายใจ แถมไอ้ตานี่ยังปลุกปล้ำนิยายลามกจกเปรตจนโด่งดังกระฉ่อนโลก พรรณนาความซาดิสม์และรสนิยมวิปริตของเขาผ่านตัวหนังสือที่ไม่อาจบรรยายเป็นภาษาได้ จากผลงานอื้อฉาวแห่งยุคทำให้เหล่านักวิชาการนำชื่อของเขามาดัดแปลงเป็นคำศัพท์ ‘SADISM’ นิยามถึงอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่ชอบเสพเซ็กซ์และระบายความใคร่อยากด้วยการทารุณ ความซาดิสม์ในปัจจุบัน คนซาดิสม์คือผู้ที่มีความสุขจากการทรมานคนอื่น ไม่ว่าจะก่อนมีเซ็กซ์หรือระหว่างมีเซ็กซ์ก็ตาม พวกเขามักเพลิดเพลินเมื่อได้สร้างความเจ็บปวดทั้งทางกายและทางใจแก่ผู้ร่วมรัก ซึ่งทางการแพทย์มองว่านี่เป็นการปลดปล่อยจินตนาการทางเพศที่ถูกระงับไว้ เป็นเหมือนสิ่งที่ช่วยชดเชยบางอย่างในชีวิตพวกเขา และนับเป็นความผิดปกติทางจิตเวชชนิดหนึ่ง
‘ลอสแอนเจลิสไม่เคยหลับ’ นี่คือคำกล่าวที่ได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ เกี่ยวกับแอลเอ เมืองขนาดใหญ่ทางเศรษฐกิจของรัฐแคลิฟอร์เนียร์ แหล่งรวมผู้คนที่มีฝันและแหล่งบ่มเพาะอาชญากรออกมาก่อคดีในยามวิกาล เสียงบดยางของเศรษฐีนักซิ่งซูเปอร์คาร์และคนเมาเพิ่งกลับจากงานปาร์ตี้ พวกเขาเหล่านี้มีส่วนทำให้เกิดอาชีพ ‘ช่างภาพข่าวอาชญากรรม’ ถ้าเลือกได้คนส่วนใหญ่ก็คงจะอยากถ่ายสิ่งสวยงาม ถ่ายสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่สำหรับช่างภาพสายข่าวอาชญากรรม พวกเขาจะต้องปรับวิถีชีวิตใหม่ให้สวนทางกับคนทั่วไป ถ่ายภาพไม่น่าดู และใช้ชีวิตในโลกสีเทา ๆ ที่ทำให้พวกเขามีกินมีใช้ ชีวิตของ Scott Lane มีไลฟ์สไตล์คล้ายภาพยนตร์เรื่อง Nightcrawler (หนังที่เล่าเรื่องราวของช่างภาพข่าวอาชญากรรมที่อยู่ตรงเส้นแบ่งระหว่างเงินกับจรรยาบรรณ) ส่วนชีวิตจริงของ Scott มีหน้าที่ถ่ายรูปส่งไปยังสำนักข่าวต่าง ๆ เขาพูดถึงงานของตัวเองว่ามันแสนง่าย เพียงแค่นอนตอนกลางวัน ทำงานตอนกลางคืน ออกตระเวนไปทั่วแอลเอเพื่อถ่ายภาพอุบัติเหตุใหญ่อย่างรถชน จับตาดูว่าจะมีโจรปล้นมินิมาร์ตหรือไม่ หาเหตุการณ์ไม่เข้าท่าเพื่อถ่ายรูปแลกกับเงิน เมื่อรู้เนื้องานที่ Scott ต้องทำอยู่ทุกวัน บางคนอาจจะอุทานว่านี่มันบ้า เพราะงานของเขาเสี่ยงไม่ต่างจากพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือนักดับเพลิง เขาต้องลงพื้นที่จริง ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อรูปถ่ายเพียงหนึ่งหรือสองใบ แถมต้องเห็นแต่ภาพน่าสยดสยอง ถ่ายรูปศพ บ้านที่กำลังไหม้ทั้งหลัง หรือแก๊งวัยรุ่นที่กำลังต่อยกัน อย่างไรก็ตาม Scott กล่าวว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่ต้องเสี่ยง อย่างเหตุการณ์รถซูเปอร์คาร์ชนเสาไฟฟ้าจนเละ เขาก็เพียงเข้าไปถ่ายรูปรถที่ชนไปแล้วและส่งให้สำนักข่าวเท่านั้น งานของ Scott เริ่มต้นขึ้นเมื่อการจราจรแน่นขนัดในยามเย็นเริ่มคล่องตัว เขาจะขับรถไปทั่วลอสแองเจลิส เมืองที่ไม่เคยหลับใหล มองหาเหตุฉุกเฉิน


