Red Hot Chili Peppers ชื่อนี้คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธกับตำแหน่ง “วงร็อกระดับโลก” วงดนตรีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานกว่าเกือบ 40 ปี ออกเดินทางตระเวนเล่นคอนเสิร์ตไปทั่วโลก มีลีลาการเล่นสดที่ถึงพริกถึงขิง สร้างเพลงฮิตด้วยสไตล์ฟังก์ร็อกสุดเท่มาประดับวงการไว้มากมาย และหนึ่งในเพลงที่จะต้องปรากฏในทุก ๆ เซตลิสต์ของทางวงนั่นคือ “Californication” ผลงานจากอัลบั้มที่ 7 ที่ใช้ชื่อเดียวกับเพลงนี้ ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 1999 แน่นอนว่าแฟนเพลง RHCP หรือแฟนเพลงร็อกสากลย่อมรู้จักเพลงนี้เป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่า กว่าเพลงนี้จะเสร็จสมบูรณ์จนกลายเป็นเพลงฮิตตลอดกาล เพลง “Californication” มันก็มีเรื่องราวมากมายซ่อนอยู่เบื้องหลังได้อย่างน่าสนใจ JOHN FRUSCIANTE ผู้กอบกู้ CALIFORNICATION ใครจะไปคาดคิดว่าจริง ๆ แล้วมันเกือบจะไม่มีเพลง “Californication” ออกมาให้ได้ฟังซะแล้ว เนื่องจากในตอนนั้นสมาชิกภายในวงกำลังมีปัญหาเรื่องการทำเพลงด้วยกันอย่างหนัก ฃตอนแรกทาง Anthony Kiedis นักร้องนำของวงได้เขียนเพลงนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขามั่นใจมาก ๆ ว่ามันคือเนื้อเพลงที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเขียนมาเลย แต่สมาชิกในวงคนอื่น ๆ หาไอเดียการทำดนตรีเพื่อมาใส่เพลงนี้ไม่ถูก ส่งผลให้งานมันค้างอยู่แบบนั้นและมีท่าทีว่าจะเสร็จไม่ทันตามไทม์ไลน์ที่วางเอาไว้ ซึ่งมันหมายความว่าอัลบั้มใหม่ของ RHCP จะไม่มีเพลงนี้รวมอยู่ด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่คับขัน ทาง
ปี 2012 หรือ 10 ปีที่แล้ว วงการดนตรีเริ่มจะเข้าสู่ยุคไร้รูปร่างตายตัว ไม่มีแนวดนตรีไหนที่ยึดหัวหาดความนิยมได้อย่างเหนียวแน่นทนนานเหมือนทศวรรษก่อนๆ แต่สิ่งที่ทดแทนมาคือความหลากหลายที่ทำให้รับรู้ได้ว่า หากเพลงที่ทำดีและเจ๋ง ก็สามารถสร้างความนิยมให้คนฟังได้เสมอ โดยเฉพาะวัฒนธรรม K-Pop ที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน สุดท้ายก็สัมฤทธิ์ผลเป็นกระแสสุดแรงแจ่มชัดในปีนี้ เรามาย้อนเวลากลับไปหาเพลงเหล่านี้กัน มาดูกันว่าเมื่อปี 2012 เพลงไหนที่ฮิตและโดนใจเป็นกระแสในวงกว้างกันบ้าง Arctic Monkeys – R U Mine? ซิงเกิ้ลเปิดอัลบั้ม AM ที่สุดจะ Garage Rock ของคณะลิงขั้วโลก ในยุคที่ทำเพลงได้มันส์สะเด่าเด็ดดวง โดย R U Mine? ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาที่วงได้เดินสายทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกันกับ The Black Keys โดยฟรอนท์แมนอย่าง Alex Turner ได้บอกถึงที่มาของเพลงนี้ว่า “มันเป็นช่วงเวลายาวนานที่เรากินนอนอยู่บนรถทัวร์ ระหว่างนั้นเราก็ทั้งรู้สึกเหนื่อยล้ากับการเล่นเพลงอัลบั้มก่อนหน้า (Suck It and See ) เราอยากยกระดับการแสดงสดของเราให้คนที่มาดูไม่ยืนหาวหรือเดินออกไปซื้อฮอตด็อกหรือป็อปคอร์นแดกกันขณะที่พวกเรากำลังเล่นสดอยู่” โดย Alex ได้แรงบันดาลใจจากการเขียนเพลงแนวพรรณาโวหารของแร็ปเปอร์