ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าในโลกปัจจุบัน ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว บางครั้งก็เร็วเกินกว่าที่จินตนาการจะตามทัน และถึงแม้ว่าทุกการพัฒนาที่รุดหน้าไปมันจะได้มาซึ่งความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต รวมไปถึงการก่อกำเนิดของนวัตกรรมใหม่ ๆ แต่ทุกการเกิดขึ้น ย่อมมีสิ่งที่ต้องหายไป ถ้ามองในแง่ของอาชีพ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า มีหลากหลายอาชีพที่หมดสิทธิ์ไปต่อ และกำลังจะค่อย ๆ เลือนหายไป เพราะโดนความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเข้ามาทดแทนมนุษย์ และสิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงคือเรื่องราวของอาชีพช่างภาพเบื้องหลัง อาชีพที่หาได้ยากในปัจจุบัน ทั้งที่อาชีพช่างภาพเบื้องหลังนั้นเคยมีความจำเป็นสำหรับงานด้าน Production ในสมัยก่อน นั่นเพราะว่ากระบวนการทำงานต่าง ๆ ที่กว่าจะได้ผลงานแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานานเป็นปี ๆ เพราะเมื่อย้อนไปในอดีตยุคที่การทำ CG, VFX หรือ Visual effects นั้นยังไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยพอที่จะสร้าง CG ขึ้นมาทั้งดุ้นเหมือนในปัจจุบัน ในแต่ละฉาก สิ่งของวัสดุต่าง ๆ ล้วนถูกสร้างด้วยฝีมือของมนุษย์ ขั้นตอนอันยากเย็นของงาน Production จึงเป็นหมือนโมเม้นต์สำคัญ ที่ควรถูกบันทึกเอาไว้ หากจะบอกว่าในสมัยก่อน ภาพเบื้องหลังกองถ่ายนั้นมีความสำคัญไม่แพ้เนื้อเรื่องเบื้องหน้าของภาพยนตร์ก็ไม่ผิดนัก ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วภาพเบื้องหลังนั้นถูกนำมาใช้เป็นใบปิดหรือโปสเตอร์ในงานแต่ละงานด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ UNLOCKMEN จึงมีความสนใจในอาชีพช่างภาพเบื้องหลัง อาชีพที่ดูเหมือนว่ากำลังจะถูกเทคโนโลยีกลืนหายไป แต่กลับมีชายคนหนึ่งที่ยังหลงใหลในการถ่ายภาพเบื้องหลังอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้ยึดเป็นอาชีพหลัก แต่เขาก็รักที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเบื้องหลังอยู่เสมอในทุก ๆ ครั้งที่ออกกอง เราก็เลยถือโอกาสนัดเจอเพื่อพูดคุยกับเขา
เรามักจะตั้งข้อสงสัยกับตัวเองว่าการทำงานสไตล์ไหนถึงเหมาะสมกับตัวเรา บ้างก็อยากออกมาทำฟรีแลนซ์เพื่อความอิสระ หรือบางคนอาจจะชอบอยู่ในกรอบ safe zone ทำงานเป็นทีมในบริษัท แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหนทีมงาน UNLOCKMEN ได้มีข้อคิดมานำเสนอให้คุณลองมองในมุมที่ต่างออกไป เนื่องจากการทำงานทุกรูปแบบย่อมมีข้อดี และข้อเสียที่ไม่เหมือนกัน มาดูกันว่าสถานการณ์ไหนการทำงานแบบ Teamwork หรือ Individual ถึงเหมาะจะนำมาใช้และให้ได้ผลลัพธ์การทำงานในแบบที่ต้องการ #INDIVIDUAL เชื่อว่าทุกคนต้องอยากให้ผลลัพธ์ของงานออกมาดีที่สุด แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำงานคนเดียวเพื่อให้ไอเดียออกมาตามความคิดเรา หรือว่าจะทำเป็นทีมเวิร์คดีเพื่อจะได้มีคนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ถ้าอย่างนั้นเราอยากแนะนำให้ดูที่สไตล์งานและความสามารถของคุณดู เพราะข้อดีของการทำงาน Individual หรือ การทำงานคนเดียวนั้นก็คือ 1. งานที่ได้รับมอบหมายจะเสร็จอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคุณไม่ต้องคอยการตัดสินใจจากใครอำนาจสิทธิ์ขาดต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับคุณโดยตรง อีกทั้ง 2. คุณจะได้ใช้ไอเดียของคุณอย่างเต็มที่ ไม่ต้องมีความคิดคนอื่นเข้ามาผสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณก็จำเป็นจะต้องมีความสามารถด้านนั้นให้เพียงพอที่จะสามารถฉายเดี่ยวได้ 3. คุณจะได้เครดิตเป็นของคุณคนเดียวเต็ม ๆ เพราะว่างานที่เสร็จสมบูรณ์นั้นผ่านจากฝืมือของคุณเท่านั้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความกดดันอันมหาศาลหากชิ้นงานนั้นล้มเหลว ดังนั้นการทำงานแบบฉายเดี่ยวที่ไม่ต้องพึ่งใครอาจจะเหมาะกับสายงานประเภทศิลปิน นักแต่งเพลง โปรแกรมเมอร์ กราฟิกดีไซน์ ที่ไม่ต้องมีกฎเกณฑ์อะไรมาบีบคั้นมากนัก พอรับบรีฟแล้วก็มานั่งขลุกอยู่กับตัวเองเพื่อสร้างสรรค์งานออกมา แต่ที่สำคัญคือการทำงานคนเดียวคุณต้องคอยกระตุ้นตัวเองอยู่เสมอไม่เช่นนั้นก็คงจะไม่มีงานป้อนเข้ามาอย่างแน่นอน #Teamwork Teamwork ถือเป็นการทำงานที่เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นทำงานและอยากจะได้รับความรู้ความก้าวหน้าทางอาชีพการงานอย่างมั่นคง เนื่องจากคุณจะได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้คนมากมายที่มีความสามารถจนนำมาปรับปรุงเป็นสกิลของตนเอง โดยข้อดีของการทำงานเป็นทีมคือ 1. คุณจะรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง เนื่องจากการทำงานเป็นทีมจำเป็นจะต้องแยกตำแหน่งดูแลกันอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อนของงาน ดังนั้นคุณจะได้โฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่เพื่อไม่ให้ชิ้นงานทั้งหมดมาเกิดปัญหาที่คุณเพียงคนเดียว 2.ถ้าได้ทีมงานดี