Audemars Piguet แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้นำเสนอนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ 3 โมเดลใหม่ที่พัฒนาจากรุ่นดั้งเดิมในปี 1993 รังสรรค์ด้วยวัสดุที่แตกต่างกัน ได้แก่ สเตนเลส สตีล (Stainless steel) ไทเทเนียม(Titanium) และพิ้งค์โกลด์ 18 กะรัต ถึงแม้จะคงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญของนาฬิการุ่นดั้งเดิม ทว่าเรือนเวลาขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรทั้ง 3 เรือนนี้มาพร้อมกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายแบ็ก โครโนกราฟ (Selfwinding Flyback Chronograph) คาลิเบอร์ล่าสุดจากโอเดอมาร์ ปิเกต์ รวมถึงระบบถอดเปลี่ยนสายด้วยตนเองแบบใหม่ อีกทั้งยังมีการปรับดีไซน์หน้าปัดเล็กน้อย พร้อมยังนำฝาหลังแซฟไฟร์กลับมาใช้อีกครั้งเพื่อนำเสนอกลไกโครโนกราฟซึ่งรังสรรค์อย่างประณีต แม้รังสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ รุ่นดั้งเดิมจากปี 1993 ทว่านาฬิกา 3 เรือนใหม่ในขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตร มาพร้อมกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง ฟลายแบ็ก โครโนกราฟใหม่ล่าสุด และระบบถอดเปลี่ยนสายด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีการปรับดีไซน์บนหน้าปัดเล็กน้อย การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย นาฬิการุ่นรอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ใหม่ทั้ง
Audemars Piguet เปิดตัวนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ ขนาดหน้าปัด 42 มิลลิเมตรรุ่นใหม่ที่ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 300 เรือน เช่นเดียวกับนาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ 3 โมเดลที่เปิดตัวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ 4308 ซึ่งเป็นกลไกเซลฟ์ไวนด์ดิ้ง (Selfwinding) ล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ อีกทั้งยังใช้ระบบถอดเปลี่ยนสายนาฬิกาด้วยตนเอง พร้อมดีไซน์หน้าปัดที่ตอบโจทย์ทุกการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะบนบกหรือใต้น้ำ กลไกที่พร้อมสำหรับทุกการผจญภัย นาฬิการอยัล โอ๊ค ออฟชอร์ ไดเวอร์ รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น มาพร้อมกลไกอัตโนมัติแบบล่าสุดของโอเดอมาร์ ปิเกต์ พร้อมการแสดงวินาทีและการแสดงวันที่แบบ Instant-Jump คาลิเบอร์ 4308 ถูกติดตั้งพร้อมกลไกที่ช่วยมอบเสถียรภาพและความแม่นยำเมื่อปรับฟังก์ชันของนาฬิกา สเกลเวลาการดำน้ำที่แสดงอยู่บนวงแหวนด้านในที่สามารถหมุนได้ของหน้าปัดสามารถเปิดใช้งานด้วยกลไกการคลิกแบบทิศทางเดียวที่ถูกติดตั้งให้เชื่อมกับเม็ดมะยมตรงที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ฝาหลังแซฟไฟร์เผยให้เห็นเทคนิคการตกแต่งสุดประณีตของคาลิเบอร์ 4308 ไม่ว่าจะเป็นลาย โกตส์ เดอ เฌอแนฟ (Côtes de Genève) เทคนิคเทรตส์ ทิเรส์
ช่วงนี้เรากำลังนิยมนาฬิกาดีไซน์ย้อนยุคที่ถูกปลุกขึ้นมาใหม่พร้อมใส่เทคโนโลยีทันสมัยเข้าไป มันให้ฟีลลิ่งความสนุกสนานที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร หลังจากเปิดตัว Pac-man x A100WEPC ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด Casio ก็ตอกย้ำกระแสความ Vintage อีกครั้งด้วยการนำ “F-100” ที่โด่งดังในปี 1978 มานำเสนอใน collection ล่าสุด “A100” หน้าปัดทรงเหลี่ยมจอดิจิทัลที่หลายคนคุ้นตาตั้งแต่วัยเด็ก หากใครเกิดไม่ทันยุค ’70s นาฬิกา Casio F-100 ในยุคนั้นเปิดตัวมาอย่างอลังการ ได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยความแตกต่างของ resin case น้ำหนักเบา เป็นนาฬิกา digital ที่ล้ำสุด ๆ ในยุคนั้นก็ว่าได้ มันเข้าถึงภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่อย่าง Alien (1979) ที่ Ridley Scott นำ F-100 2 เรือนมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้ดูล้ำหน้าเหมาะกับยุคอวกาศในบทภาพยนตร์ ก็ยิ่งดันให้มันดังเปรี้ยงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว Casio Vintage A100 Series นำความคลาสสิคของ F-100 นาฬิกาหน้าจอดิจิทัลระดับ Iconic ให้กลับมาใหม่อีกครั้งในรูปแบบ
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘SEIKO (ไซโก)’ คำภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า “นาที” “ความดีเยี่ยม” และ “ความสำเร็จ” เป็นคำคุ้นหูที่หลายคนรู้จักในฐานะชื่อแบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่อยู่คู่กับคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย นอกจากชื่อเสียงที่ชาวไทยคุ้นเคย ในระดับโลก SEIKO ยังถือเป็นแบรนด์ที่สร้างมาตรฐานใหม่บนหน้าประวัติศาสตร์วงการนาฬิกามาแล้วมากมาย ทั้งในฐานะแบรนด์นาฬิกาข้อมือแบรนด์แรกของญี่ปุ่นที่ริเริ่มผลิตนาฬิกาควอตซ์จนทำให้เกิดยุค Quartz Crisis และเป็นแบรนด์ที่ผลิตนาฬิกาดำน้ำไทเทเนียมรุ่นแรกของโลก รวมถึงนวัตกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย จากประสบการณ์ที่ถูกสั่งสมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลากว่า 140 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่ SEIKO ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1881 จนกลายเป็นความเชี่ยวชาญที่ผลักดันให้ SEIKO ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทนาฬิกาชั้นนำในญี่ปุ่น เป็น House of Watchmaking ที่ผลิตทุกชิ้นส่วนของนาฬิกาด้วยโดยช่างผู้ชำนาญการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของนาฬิกา ภายใต้คติ Keep Going Forward ซึ่งหมายถึงการไม่หยุดพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ ที่ SEIKO ยึดถือมาจนถึงปัจจุบัน และในปี 2021 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสพิเศษของแบรนด์คุณภาพจากญี่ปุ่นที่เดินทางมาครบรอบ 140 ปีเท่านั้น ซึ่งพวกเราชาวไทยที่เป็นสาวก SEIKO มาตั้งแต่ยุคบุกเบิกน่าจะรู้กันดีว่าช่วงเวลานี้ถือเป็น “ช่วงเวลาพิเศษ” ของไซโก
ผู้ชายมักต้องแบกรับภาระมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่าบ้าน ค่าเลี้ยงดูครอบครัว ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ฯลฯ ถ้าวันใดซวยป่วยไข้แล้วต้องเจอกับค่ารักษาพยาบาลอีก เราคงจะเหนื่อยกันมากเกินไป UNLOCKMEN จึงอยากมาแนะนำวิธีการป้องกันปัญหาด้านสุขภาพที่มักเจอบ่อยในหมู่ผู้ชาย เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างแฮปปี้ยาวนานกันร่างกายและการเงิน โรคหลอดเลือดและหัวใจ (Cardiovascular Disease) โรคหลอดเลือดและหัวใจ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกไปเป็นจำนวนมาก องค์การอนามัยโลกพบว่าในปี 2019 คนจำนวนกว่า 17.9 ล้านคน เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดและหัวใจ (CVDs) เช่น โรคหัวใจวาย หรือ โรคหลอดเลือดสมอง คิดเป็น 32% ของการตายทั่วโลกเลยทีเดียว โรคนี้มักถูกเรียกว่าเป็นนักฆ่าเงียบ (Silent Killer) อีกด้วย เพราะผู้ป่วยที่คอเลสเตอรอลอุดตันในเส้นเลือด มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก แถมยังมีการศึกษาและพบว่าผู้ชายเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้หญิงอีกด้วย มันจึงเป็นโรคที่อันตรายสำหรับชาวเรามาก และจะดีที่สุดถ้ารู้จักป้องกันมันตั้งแต่ต้น วิธีป้องกันโรค: ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกายให้เพียงพอ (2.5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สำหรับการออกกำลังกายปานกลาง หรือ 75 นาทีต่อสัปดาห์สำหรับการออกกำลังกายหนัก) และถ้าคุณเป็นสิงห์อมควันหรือผู้ชื่นชอบแอลกอฮอล์ตัวยง ควรลดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง หรือถ้าเลิกได้จะดีมาก โรคเบาหวาน (Diabetes)
ขยับเข้ามาใกล้ทุกทีแล้ว สำหรับ Tokyo 2020 Olympics มหกรรมการแข่งขันกีฬาที่จะจัดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น แม้จะมีปัญหาจากโควิด-19 คอยรบกวนการจัดงานอยู่บ้าง แต่ถ้ามองข้ามเรื่องนั้นไป ก็ยังมีความน่าสนใจเกี่ยวกับ Olympics ครั้งนี้อีกหลายอย่างที่ญี่ปุ่นทำได้ดี หนึ่งในนั้นก็คือโพเดียมรับเหรียญ ที่ผลิตแบบ 3D Prints จากขยะขวดพลาสติกจากบ้านเรือน 100% จุดประสงค์ของทีมผู้จัดงานของญี่ปุ่นคือต้องการให้ประชาชนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นครั้งนี้ ก่อนหน้านี้เราได้เห็นการผลิตเหรียญรางวัลจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่บริจาคโดยประชาชนมาแล้ว เช่นเดียวกับโพเดียมรับเหรียญรางวัลในโทนสีฟ้าเข้มนี้ ที่สร้างขึ้นจากขยะขวดพลาสติกจำนวน 400,000 ขวด ที่ชาวญี่ปุ่นนำไปทิ้งในกล่องสะสมขยะพลาสติก 2,000 จุดตามห้างสรรพสินค้าและโรงเรียนในระยะเวลา 9 เดือน “เราต้องการแสดงให้โลกได้เห็นถึงความ sustainability ในสังคมญี่ปุ่น และต้องการให้ชาวญี่ปุ่นได้มีส่วนร่วมกับ Olympics ที่ทุกคนเป็นเจ้าภาพด้วยกัน” ลวดลายบนโพเดียมได้แรงบันดาลใจมาจากโลโก้ Olympics เกิดจากลูกบาศก์สี่เหลี่ยมหลาย ๆ ชิ้นประกอบเข้าด้วยกันโดยเทคโนโลยี 3D Prints จนเป็นแท่นยืนขนาดใหญ่ที่ยาวกว่าโพเดียมปกติเนื่องจากสถานการณ์สังคมปัจจุบันที่ต้อง Social Distance และยังสามารถปรับระดับให้ลาดลงสำหรับนักกีฬา Paralympics หลัง Olympics จบลงได้อีกด้วย การปรับโลโก้ 2D ให้กลายเป็น 3D ทำให้โพเดียมมีมิติและมีระดับสีฟ้าเข้มที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแสงที่แตกต่างกัน
เมื่อได้มองดูภูมิทัศน์อันงดงามและเงียบสงบของโลกใบนี้เรามักจะลืมตระหนักไปว่า จุดเริ่มต้นของดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลกได้กำเนิดจากพลังอันมหาศาล ที่รุนแรงและยากยิ่งต่อการดำรงชีวิต อีกครั้งที่ Azimuth ได้ใช้จินตนาการพาเราท่องไปยังอดีตกาลซึ่งเป็นปฐมบทของโลกใบนี้ ณ สถานที่ ที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟและลาวาอันร้อนระอุ ผ่านยานสุดแกร่งชื่อ SPACESHIP PREDATOR LAVA OVERLAND 2021 SPACESHIP PREDATOR LAVA OVERLAND เป็นผลผลิตจากความหลงใหลที่ดำเนินมาอย่างยาวนานระหว่าง Azimuth และโลกแห่งนิยายวิทยาศาสตร์ ความหลงใหลเหล่านี้ก่อให้เกิดคอลเลกชันที่โดดเด่นของแบรนด์ อาทิ Mr. Roboto, Spaceship และ Twin Turbo SPACESHIP PREDATOR LAVA OVERLAND ได้รับการผสมผสานระหว่างการขึ้นรูปตัวเรือนที่ล้ำยุค การเคลือบวัสดุที่เป็นเอกลักษณ์ และการออกแบบที่ล้ำหน้า เป็นทายาทโดยตรงของคอลเลกชัน Spaceship คอลเลกชันยอดนิยมของ Azimuth ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องสุนทรียศาสตร์ในการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากยานอวกาศ แสดงเวลาด้วยเข็มชั่วโมงแบบกระโดดอันชาญฉลาด และมีสไตล์ด้วยเข็มนาทีแบบกว้าง รูปลักษณ์ที่โดดเด่นของ SPACESHIP PREDATOR LAVA OVERLAND ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ค็อกพิทนักบิน” แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งการประดิษฐ์ที่แน่วแน่ของ Azimuth ตัวเรือนสองส่วนออกแบบด้วยแคปซูลด้านในและแชสซีด้านนอก ทำการสลักโครงสร้างตัวเรือนแบบโมดูลาร์
หากพูดถึงแบรนด์ EPOS ขึ้นมา เชื่อว่านักสะสมนาฬิกาน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เพราะ EPOS นั้นไม่ใช่แบรนด์นาฬิกาน้องใหม่หรือไก่กาแต่อย่างใด แต่เป็นแบรนด์นาฬิกาจากสวิสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานถึงเกือบ 100 ปี ซึ่งถ้าพูดถึงนาฬิกาคุณภาพดี มีมาตรฐานระดับสวิส บรรจุฟังก์ชันที่น่าสนใจในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง นาฬิกาแบรนด์ EPOS มีคุณสมบัติดังกล่าวครบถ้วนแน่นอน และถ้าพูดถึงอนิเมะระดับตำนานจากญี่ปุ่น Astro Boy หรือเจ้าหนูปรมาณู ก็จะต้องติดทำเนียบความขลังและเป็นหนึ่งในอนิเมะที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากแฟน ๆ ทั่วโลกแน่นอน นับตั้งแต่ปี 2495 ที่เจ้าหนูปรมาณูได้เฉิดฉายสู่สายตาชาวโลกเป็นครั้งแรก ผ่านการพัฒนาและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย จนมาถึงเวอร์ชั่นล่าสุดที่ปล่อยออกมาในปี 2019 โดยใช้ชื่อว่า Go Astro Boy Go การร่วมมือของแบรนด์นาฬิกาคุณภาพจากสวิสและเจ้าของลิขสิทธิ์อนิเมะระดับตำนานจากญี่ปุ่น เปิดตัวประวัติศาสตร์ของวงการเครื่องบอกเวลา EPOS X Go Astro Boy Go เรือนเวลาที่โดดเด่นด้วยตัวเรือนสตีลแบบ classic pilot watch ขนาด 42 มิลลิเมตร (ไม่รวมเม็ดมะยม) แมทชิ่งได้ง่าย ไม่เลือกขนาดข้อมือผู้สวมใส่ โดยใช้ดีเอ็นเอจากนาฬิกา EPOS รุ่น
บาสเกตบอลถือเป็นส่วนสําคัญในการขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นการก่อกําเนิดรองเท้า Iconic มากมาย เช่น Converse All Star Chuck Taylor, ซีรีส์ Air Jordan, Air Force 1 หรือ สงครามเกมการตลาดของแบรนด์ใหญ่ที่ฟาดฟันพัดเปลี่ยนกันมาอย่างต่อเนื่องทั้งฝั่งยุโรป Reebok, Adidas หรือแบรนด์ในอเมริกาอย่าง Nike, Under Armor แม้กระทั่งจีนเองก็ส่งแบรนด์อย่าง Anta หรือ Li-Ning เพื่อมากอบโกยส่วนแบ่งจากตลาดนี้ นอกเหนือจากวัฒนธรรมรองเท้าที่เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับกีฬาบาสเกตบอล ตัวนักกีฬาเองก็กลายมาเป็นสปอร์ตไลท์และมีสถานะไม่ต่างจากดาราซุปเปอร์สตาร์ เพราะนักกีฬา NBA ส่วนใหญ่นั้นมีไลฟ์สไตล์ที่หรูหราหวือหวา และถูกบรรดาสื่อมวลชนจับจ้องอยู่ตลอดเวลา แต่จากบรรดาผู้เล่นมากมายกว่าหลายพันคนจากอดีตถึงปัจจุบัน มีนักบาสเกตบอลอยู่คนหนึ่งที่โดดเด่นทั้งในเรื่องฝืมือ สไตล์ พฤติกรรมสุดโต่ง ความติสท์อินดี้ที่แม้แต่ในยุคปัจจุบันก็ยังไม่สามารถหาผู้เล่นคนไหนมาทาบรัศมีได้ ชายคนนั้นก็คือ Dennis Rodman หรือที่แฟน ๆ บาสเกตบอลจดจําเขาในฉายา “The Worm” Dennis Rodman ถือเป็นนักกีฬาระดับออลสตาร์ที่มีสไตล์การเล่นเกมรับอันดุดันโดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่งของยุค 90s และได้รับเครดิตอย่างมากในช่วงเวลาที่จับมือรวมพลังกับ
เชื่อว่าผู้หลงใหลในเรือนเวลาทั้งหลาย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ‘Captain Cook’ อีกหนึ่งซีรีส์ระดับ Masterpiece ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ RADO มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1962 ซึ่งล่าสุดความคลาสสิกจากอดีต และความล้ำสมัยด้านนวัตกรรมวัสดุ รวมถึงกลไกบอกเวลาคุณภาพสูง ได้ถูกนำมากล่าวขานเป็นตำนานบทใหม่กับเรือนเวลาสุดพิเศษอย่าง RADO Captain Cook High-Tech Ceramic ที่รวบรวมทุกความเจ๋งของ RADO เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มตั้งแต่นวัตกรรมซึ่งถือเป็น DNA ของผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุอย่าง RADO กับโครงสร้างตัวเรือนที่ใช้วัสดุ High-Tech Ceramic ชิ้นเดียวที่มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วนและอาการแพ้ อีกทั้งขับเคลื่อนโดยกลไกออโตเมติก Cal.R734 ความถี่การทำงาน 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง ปกป้องการรบกวนของสนามแม่เหล็กรอบตัวด้วยแฮร์สปริง Nivachron™ พร้อมถ่ายทอดความสวยงามของจักรกลให้ผู้สวมใส่ได้ยลโฉมเป็นสุนทรียภาพทางสายตา ด้วยหน้าปัด Skeleton และฝาหลังไทเทเนียมกรุแผ่นกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ เผยให้เห็นการทำงานของกลไกภายในอย่างชัดเจน นอกจากนี้เรื่องราวการเดินทางแห่งท้องทะเล ที่ถูกนำเสนอผ่านรูปแบบของ Diver Watch มาอย่างยาวนาน ยังได้ถูกตีความใหม่ใน RADO Captain Cook High-Tech
ช่วงนี้หลายคนคงได้ยินคำว่า NFT กันอย่างหนาหู ไม่ว่าจะเป็นจาก ข่าวการประมูลทวีตแรกบน Twitter หรือ ข่าวการประมูลงานศิลปะ ‘CryptoPunk’ ซึ่งทำราคาขายได้หลายสิบล้านบาท UNLOCKMEN เลยอยากมาแนะนำวิธีการหาเงินจากธุรกิจ NFT เพื่อให้ทุกคนรู้จักช่องทางในการหาเงินมากขึ้นในช่วงที่เกิดวิกฤต COVID-19 ทำไมคนถึงซื้อขายงานศิลปะ NFT กัน ก่อนอื่นเราขออธิบายเรื่อง NFT ก่อน เพราะบางคนน่าจะใหม่กับเรื่องนี้มาก และเพิ่งเคยได้ยินชื่อมันครั้งแรก NFT ย่อมาจากคำว่า ‘Non-Fungible Token’ หมายถึง เหรียญหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีอะไรมาทดแทนมันได้ โดยข้อมูลที่คนนิยมนำมาทำเป็น NFT มักเป็น รูปภาพ หรือ วิดีโอ NFT จะเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับ Fungible Token หรือ สกุลเงินคริปโตที่เรารู้จักกันทั่วไป เช่น Bitcoin หรือ Ethereum ซึ่งเป็นเหรียญเหล่านี้เป็นเหรียญที่สามารถทดแทนกันเองได้ เพราะ 1 เหรียญมีค่าหรือราคาเท่ากันเสมอ แตกต่างจาก NFT ซึ่งเปรียบได้กับของที่มีชิ้นเดียวบนโลก เช่น
G-Shock ฉลองครบรอบ 25 ปีให้กับซีรีส์ MR-G สุดแกร่งด้วย edition พิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดเกราะซามูไรญี่ปุ่น จำนวนจำกัดเพียง 400 เรือน ความพิเศษของ G-Shock MR-G Hana-Basara MRG-B2000BS เรือนนี้ความความคราฟที่ละเอียดตั้งแต่ก่อนดีไซน์ ด้วยการให้นักออกแบบชุดเกราะซามูไรชื่อดังของญี่ปุ่น “Suzukine Yuzan” ออกแบบชุดเกราะที่ตีความจากนาฬิกาซีรีส์ MR-G ขึ้นมาหนึ่งชุด จากนั้น G-Shock จึงใช้ชุดเกราะนั้นเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ MR-G Hana-Basara สุดพิเศษเรือนนี้ ความแกร่งพิเศษของ Hana-Basara มาจากการใช้วัสดุสุดแข็งแรงที่ชื่อ COBARION alloy วัสดุที่แข็งเป็น 4 เท่าของ titanium ในการผลิตขอบ bezel ผ่านการตกแต่งเหลี่ยมแบบ Facet-Cut เทคนิคการเจียระไนเพชร ขัดเงา และเคลือบด้วย DLC coating สี dark green ด้วยฝีมือของศิลปิน carving artisan “Komatsu Kazuhito”


