หลายคน พอยิ่งโต อาจยิ่งควบคุมอารมณ์ได้เก่งขึ้น แต่ก็มีบางคนเหมือนกันที่ถูกมองว่าเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา เพราะพวกเขาชอบทำอะไรตามใจ และไม่ค่อยคิดถึงผลของการกระทำของตัวเอง สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจได้แย่อยู่เสมอ จนเกิดผลเสียต่อตัวเองและคนรอบข้าง เราเรียกพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นว่า ’Impulsivity’ ซึ่ง UNLOCKMEN ได้นำวิธีป้องกันพฤติกรรมดังกล่าวมาฝากทุกคนด้วย อะไร คือ Impulsivity นักจิตวิทยาใช้คำว่า ‘Impulsivity’ ในการอธิบายพฤติกรรมลงมือทำอะไรบางอย่างโดยไม่คิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมา เช่น การเสียเงินให้กับสิ่งล่อตาล่อใจได้ง่าย หริอ เดินข้ามถนนโดยไม่มองซ้ายมองขวา เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้มักส่งผลเสียต่อเราและคนรอบข้าง เพราะการทำอะไรแบบไม่ยั้งคิด อาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่คาดฝันได้ เช่น การสูญเสียคนรัก การสูญเสียเงินโดยใช้เหตุ หรือ การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เป็นต้น Impulsivity เกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยเฉพาะกับเด็กที่ยังไม่ค่อยมีวุฒิภาวะมากนัก และสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ความผิดปกติของสมองส่วน Prefrontal Cortex ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลในการตัดสินใจ การสืบทอดความผิดปกติทางกรรมพันธ์ุ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเกิด Impulsivity ไปจนถึงความผิดปกติทางจิตประเภทต่าง ๆ เช่น ภาวะอารมณ์สองขั่ว โรคสมาธิสั้น (ADHD) ภาวะบุคลิกภาพผิดปกติชนิดก้ำกึ่ง (BPD) รวมไปถึง ความผิดปกติในการควบคุมตัวเอง
หากจะให้เอ่ยรายชื่อการ์ตูนที่มีอิทธิพลต่อเด็ก ๆ ที่เติบโตในช่วงยุค 90’s มากที่สุด เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องมีชื่อของ Dragon Ball Z อยู่ในใจอย่างแน่นอน ผลงานสุดคลาสสิคของอาจารย์อากิระ โทริยามะ เป็นการ์ตูนที่โดดเด่นด้วยลายเส้น คาแรคเตอร์ของตัวละคร รวมไปถึงเนื้อเรื่องที่บู๊ล้างผลาญสะใจแบบสุด ๆ เรื่องราวที่เข้มข้นขึ้นมากนับจากช่วงภาคเด็กของซุนโกคู มีการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจมากกว่าเดิมและเก่งขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นฟรีซเซอร์, เซลล์ และจอมมารบู สำหรับคนที่ดูมาก่อนก็น่าจะพอจำเนื้อเรื่องได้ไม่มากก็น้อย แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการ์ตูนเรื่องนี้มี 5 ข้อมูลลับที่ไม่ลับที่คุณอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน ซ่อนไว้ให้เหล่าคนช่างสังเกตได้เก็บไว้เป็นข้อมูล ซึ่งทาง UNLOCKMEN ขอยกหัวข้อเด่น ๆ มาให้ทุกคนได้อ่านกันดังต่อไปนี้ *เนื้อหามีสปอยล์เนื้อเรื่อง 1. โกคูฆ่าคนอื่นตายไปเพียง 2 ครั้ง (ไม่นับใน The Movie) สมชื่อพระเอกจริง ๆ สำหรับโกคู ที่ถือได้ว่าเป็นนักสู้ที่มีคุณธรรม มีความเมตตา และจิตใจอ่อนโยน นอกจากฝีมือการต่อสู้จะร้ายกาจแล้ว โกคูยังพัฒนาการต่อสู้ของตัวเองได้ตลอดเวลา เขายังมีความสามารถในการเปลี่ยนจิตใจคนชั่วร้ายให้กลับกลายเป็นคนดีได้ ตัวอย่างชัด ๆ เลยคือ พิคโกโล่ อดีตราชาปีศาจสุดท้ายกลายเป็นพ่อทูลหัวของโกฮังลูกชายของโกคู
ศิลปินแต่ละคนมีสไตล์ที่ชัดเจนและมักมีภาพผลงานสำเร็จในหัวที่ชัดเจนยิ่งกว่า ตัวตนและงานศิลปะคือหัวใจของศิลปิน แต่ยิ่งพวกเขารู้จักและเข้าใจตัวเองได้ดีก็ยิ่งง่ายกับการปฏิเสธผลงานที่ไม่ใช่สไตล์ตัวเองได้เร็วขึ้นเท่านั้น ทำให้หลายปีที่ผ่านมาแม้จะมีกระแสเรียกร้องผลงานของ ‘RUKKIT – รักกิจ ควรหาเวช’ ศิลปินสตรีทอาร์ตแถวหน้าของวงการในรูปแบบ 3D มากขนาดไหน ก็ยังไม่เคยมีใครได้เห็นชิ้นงานประติมากรรมที่ถอดแบบผลงานบนกำแพงจริง ๆ ของเขามาก่อน กระทั่งล่าสุด รักกิจปล่อย ‘Hunter’ ผลงานประติมากรรมชิ้นแรกที่ร่วมมือกับ PATIMA Design ในโปรเจกต์ BOO_X_ Rukkit ออกมาสู่สายตาทุกคนและผลงานชิ้นนี้เขาพูดกับเราอย่างเต็มปากว่า “ผมว่าอันนี้เป็นงาน 3D ที่ใกล้เคียงกับงาน 2D สมบูรณ์แบบ 100% ชิ้นแรกเลย” จึงเป็นที่มาที่ทำให้ UNLOCKMEN ต้องหาโอกาสบุกมาเยือน PATIMA Design เพื่อนั่งพูดคุยกับเขาในครั้งนี้ ‘HUNTER’ อิสระและสัญชาตญาณนักล่าของ RUKKIT ก่อนจะเริ่มพูดคุยกัน เราเดินวนเวียนอยู่รอบ ‘Hunter’ ประติมากรรมลอยตัวผลิตจากไฟเบอร์กลาสขนาด 75 ซม. รูปสุนัข ยกกล้องมือถือส่องเทียบระหว่างภาพถ่ายกับผลงานจริงอยู่นาน แต่ภาพในจอเทียบไม่ได้กับของจริงที่เรากำลังยืนมองและสัมผัสอยู่ตอนนี้ทั้งรูปทรง สีสันและความรู้สึกมีชีวิตชีวาอัดแน่นไปด้วยพลัง รักกิจเล่าที่มาของการทำงานชิ้นนี้ว่าช่วงโควิดที่ผ่านมาเขาได้รับการชักชวนจากพี่บุ๋ม Patima Design ผู้ริเริ่ม BOOxProject
กระแสข่าวแรงมาก สำหรับ ราล์ฟ รังนิก ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายกีฬาและพัฒนาของ โลโคโมทีฟ มอสโคว ทีมดังจากประเทศรัสเซีย ที่ ณ ตอนนี้มีหลายแหล่งข่าวฟันธงว่าเจ้าตัวตกลงเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนถึงสิ้นฤดูกาล พร้อมกับรับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาของสโมสรหลังจบฤดูกาล รังนิก สร้างชื่อของตัวเองมากที่สุดในตอนที่คุมทีมแอร์เบ ไลป์ซิก ถึงแม้ว่าตัวผู้เล่นจะไม่ได้มีชื่อเสียงระดับเวิร์ลคลาส แต่ด้วยแทคติกอันเฉียบคมทำให้ไลป์ซิกก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของบุนเดสลีกา แถมยังวางรากฐานที่สำคัญไว้ให้กับทีมอีกด้วย นอกจากนั้นรังนิกยังเคยพาชาลเก้ 04 คว้าแชมป์เดเอฟเบ โพลคา เมื่อฤดูกาล 2010-2011 มาแล้วด้วยเช่นกัน รังนิกเองก็ได้รับการยอมรับและยกย่องฝีมือการคุมทีมและบริหารทีมจากวงการฟุตบอลเป็นอย่างมาก แล้วอะไรคือจุดเด่นแทคติกของรังนิกที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแนวการเล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่แม้แต่ Jurgen Klopp ยังต้องเอ่ยปากว่า การมาของ Ralf Rangnick เป็นข่าวร้ายสำหรับทีมคู่แข่ง เรามาทำความรู้จักไปพร้อม ๆ กันครับ เจ้าพ่อแห่งการเพรสซิ่งหนักมาก จุดเด่นของรังนิกคือการ Counter Pressing ที่เต็มไปด้วยคุณภาพและหวังผลได้ ทันทีที่เสียบอลในแดนของคู่ต่อสู้ ลูกทีมของเขาตั้งแต่แนวรุกจนถึงแนวรับจะขยับไล่บีบให้คู่ต่อสู้เข้ามาอยู่ในนวงล้อมสี่เหลี่ยมโดยไม่ทันตั้งตัว แนวรับจะดันสูงขึ้นมาจนเกือบถึงบริเวณครึ่งสนาม หลังจากนั้นก็จะหาจังหวะดักแย่งบอลกลับคืนมาให้ไวที่สุด แทคติกที่ใช้นี้เป็นที่นิยมของฟุตบอลเยอรมันสมัยใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ “Gegenpressing” ซึ่ง เยอร์เกน คลอปป์,
ร้านอาหารจีนถือเป็นหมุดหมายที่ทำให้หลายครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน เพราะหลายบ้านมีพื้นเพเป็นคนจีนที่ออกจากบ้านเกิด เข้ามาตั้งรกรากในเมืองไทย เราจึงรู้สึกผูกพันกับอาหารจีนกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในกรุงเทพฯ ก็มีร้านอาหารจีนหลายแห่งที่น่าสนใจ และทุกคนควรลองไปกันสักครั้ง ซึ่ง UNLOCKMEN ได้รวบรวมห้องอาหารจีนที่มีดีทั้งอาหารและบรรยากาศมาเสิร์ฟให้ทุกคนถึงที่แล้ว Fei Ya ใครที่ชอบร้านอาหารจีนสไตล์โมเดิร์น ไม่ควรพลาด Fei Ya ที่อยู่บนชั้น 3 ของโรงแรม Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel โดยร้านนี้จะมีความโดดเด่นทั้งในเรื่องของบรรยากาศที่เหมือนอยู่ใน lounge ตะวันออกผสมตะวันตก และความมีระดับของอาหาร ซึ่งได้รับการปรุงโดยเชฟมากฝีมือ พร้อมส่งรสชาติอาหารสไตล์จีนแท้สู่จานอาหารแต่ละจาน นอกจากเรื่องอาหารและบรรยากาศแล้ว คุณภาพของร้านยังได้รับการการันตีด้วยรางวัล Thailand’s Best Restaurant 5 สมัยซ้อน (2011 – 2015) เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในร้านอาหารจีนคุณภาพดีที่เราควรไปกันสักครั้งในชีวิต ภายในร้านจะมีทั้งมุมทานอาหารปกติ และห้องส่วนตัวที่บรรจุคนได้ 8 – 10 ท่าน และมีเมนูหลากหลายให้เราเลือกทาน ไม่ว่าจะเป็น ติมซำ เมนูอาหารทะเลจีน เมนูข้าวผัด เมนูซุป ไปจนถึงเมนูซิกเนเจอร์อย่าง
หลายคน รู้จักเขาจากในฐานะผู้เปิดกระแสดนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ในยุคที่ Britpop ครองเมือง หลายคน คุ้นเคยในฐานะ Virtual Band สุดเท่ Gorillaz และหลายคนจดจำเขาในบทบาทของเจ้าพ่อโปรเจกต์ที่สร้างงานหลากสไตล์หลายรูปแบบที่นับไม่หวาดไม่ไหว แน่นอนว่าคำว่า “ดนตรีในหัวใจ” อาจจะเป็นคำที่ดูแสนเชย แต่สำหรับ Damon Albarn แล้ว กว่า 30 ปี ในวงการดนตรีแล้ว ไม่มีคำไหนจะเหมาะสมเท่ากับคำๆนี้แล้ว Blur ผู้เปิดศักราชใหม่แห่งดนตรี Britpop สำหรับแฟน ๆ ยุค 90s แฟนเพลงร็อคหลายคน ไม่มีใครไม่รู้จักวง Blur หนึ่งในวงดนตรีที่เปิดศักราชแห่งยุคสมัยของ Britpop Era ให้กลายเป็นกระแสหลักของโลก ด้วยการหยิบจับอัตลักษณ์ของชาวอังกฤษในซาวด์ผู้ดีสุดเนี๊ยบ ผสมผสานกับการขี้แซะและประชดประชัน จนทำให้แนวดนตรีนี้สามารถยึดหัวหาดของกระแสให้กับนักฟังเพลง และทำให้วงการดนตรีอังกฤษคึกคักเป็นอย่างมากในยุคนั้น แต่มันไม่ง่ายเลยกว่าจะถึงจุด ๆ นั้น เขาและเพื่อนพ้องวง Blur ต่างดิ้นรนขวนขวายในการสร้างวงดนตรี กว่าจะเป็นที่จดจำในวงกว้างนั้นยากลำบากมาก Damon ร่วมกับเพื่อนพ้องทำวง Blur ในช่วงปลายยุค ’80s กับ
“และแล้วก็ถึงเวลา และแล้วเธอก็ต้องไป” ท่อนร้องจากเพลง “เกิดมาแค่รักกัน” ของวง Big Ass ดังขึ้นมาในหัวทันทีหลังจากที่ทราบข่าวการถูกปลดออกจากตำแหน่งกุนซือทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็นการเซ่นผลงานอันย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา 12 นัด แพ้ไปถึง 5 นัด ซึ่งฟางเส้นสุดท้ายของบอร์ดบริหารเกิดขึ้นในนัดที่แพ้วัตฟอร์ดไป 4-1 จริงอยู่ที่บรรดาแฟนบอลปีศาจแดงต่างต้องการให้โซลชาร์ลงจากตำแหน่งมาซักพักแล้ว แต่พอจากไปจริง ๆ กลับรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งมันอาจจะมาจากทั้งความรักและความผูกพันตั้งแต่สมัยที่โซลชาร์ยังเป็นนักเตะในฐานะตำนานของสโมสรกับบทบาทซุปเปอร์ซับฉายา “เพชรฆาตหน้าทารก” เป็นนักเตะที่ไม่เคยปริปากบ่นแม้จะลงเล่นในตำแหน่งตัวสำรองเป็นประจำก็ตาม แต่ลงมาทีไรก็สามารถสร้างสถานการณ์ที่ช่วยให้ปีศาจแดงกลับมาได้เปรียบอยู่เสมอ ในเมื่อโซลชาร์จากไปแล้ว ความขุ่นเคืองในใจของแฟนบอลก็ค่อย ๆ ลดลงตามไปด้วย และเพื่อเป็นการให้เกียรติความจงรักภักดีและความทุ่มเทของโซลชาร์ เราขอพาย้อนความทรงจำอันสวยงามกับ 5 แมตช์ยอดเยี่ยมของแมนยูไนเต็ดในยุคโซลชาร์ คาร์ดิฟ ซิตี้ 1-5 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018/2019 : วันที่ 23 ธันวาคม 2018) หลังจากที่โชเซ่ มูริญโญ่ ถูกปลดจากตำแหน่ง โซลชาร์ก็เข้ามารับหน้าที่ต่อในฐานะผู้จัดการทีมชั่วคราว และสามารถสร้างความประทับใจให้แฟนบอลได้ทันทีด้วยการบุกไปประเทศเวลส์ถล่มคาร์ดิฟ ซิตี้
รอบตัวเราอาจจะมีใครสักคนหนึ่งที่ชอบอวดเบ่งและทำเป็นเก่งอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเวลาที่เราอยู่กับคนนั้น เราอาจเกิดความงุนงงและไม่สบายใจสักเท่าไหร่ว่าทำไมเขาถึงไม่ฟังใครเลยและชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง ทางจิตวิทยามีคำว่า ‘Superiority Complex’ เพื่อใช้อธิบายพฤติกรรมของคนที่ชอบอวดเก่ง ซึ่ง UNLOCKMEN อยากจะมาแนะนำวิธีรับมือกับคนประเภทดังกล่าวด้วย ความหมายของ Superiority Complex ในช่วงปี ค.ศ.1990 นักจิตวิทยารายบุคคลชื่อดัง Alfred Adler ได้พูดถึงคำว่า Superiority Complex หรือ กลไกการป้องกันตัวเองแบบหนึ่งที่ทำให้คนมองเห็นคุณค่าในตัวเองสูง เพื่อปิดบังความรู้สึกต่ำต้อยและความภูมิใจในตัวเองต่ำ โดยคนที่เป็น Superiority Complex มักเชื่อว่าตัวเองเก่งกาจหรือมีความสามารถสูงกว่าคนรอบตัว พวกเขาจึงชอบแสดงพฤติกรรมอวดเบ่งหรือก้าวร้าวใส่คนอื่น Superiority Complex จะเป็นอาการที่ตรงข้ามกับ Inferiority Complex ซึ่งเป็นกลไกการป้องกันตัวอีกแบบหนึ่งที่ทำให้คนรู้สึกไม่มีค่าหรือต่ำต้อยกว่าคนอื่น เพื่อซ่อนความต้องการบางอย่างของตัวเองเอาไว้ คนกลุ่มนี้อาจรู้สึกไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง และมีความกล้า ๆ กลัวในการทำเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเอง อาการของ Superiority Complex มักมีดังนี้ มองเห็นคุณค่าในตัวเองสูง ชอบโอ้อวดแบบไม่มีเหตุผลหรือความเป็นจริงมาสนับสนุน ใส่ใจกับรูปลักษณ์ภายนอก หรือ เหย่อหยิ่ง เชื่อว่าตัวเองมีอำนาจสูงส่ง ไม่ยอมฟังคนอื่น อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย
Aristotle นักปราชญ์ชาวกรีกเคยกล่าวเอาไว้ว่า “Man is by nature a social animal” ซึ่งเป็นสิ่งนิยามถึงธรรมชาติของมนุษย์ในการรวมกลุ่ม มีการติดต่อสื่อสาร และพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกัน ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานอกจากจะเป็นสัญชาติญาณพื้นฐานเพื่อการอยู่รอดแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเหตุผลที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่พวกเรานั้นจำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน นั่นก็เพราะว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบกาย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คนรัก หรือแม้กระทั่งการสังสรรค์กับเพื่อนสนิท คือสิ่งที่ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตยืนยาวกว่าที่คิด ยืนยันได้จากงานวิจัยของ Harvard ที่ศึกษากลุ่มตัวอย่างมายาวนานกว่า 80 ปี และที่ผ่านมาสำหรับใครที่ติดอยู่กับภาระหน้าที่ รวมถึงข้อจำกัดต่าง ๆ จนทำให้ไม่มีเวลาได้เจอะเจอเพื่อนฝูงบ่อยนัก เราบอกเลยว่าช่วงเวลา Festive Season ปลายปีแบบนี้คือจังหวะเหมาะที่จะรีเฟรชต่อมความสุข ด้วยการรวมก๊วนชวนเพื่อนสนิทมิตรสหายมาจอยกันสักที กับช่วงเวลาที่ถือเป็น Golden Moment อันอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งมิตรภาพ ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพระหว่างเพื่อนฝูง ครอบครัวหรือคนรัก ซึ่งทุกคนต่างรอคอยที่จะใช้ช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกัน และในช่วงเวลาพิเศษแบบนี้แบรนด์เครื่องดื่มพรีเมียมสัญชาติไทยอย่าง ‘ช้าง’ ที่ได้ร่วมเป็นหนึ่งในโมเมนต์ดี ๆ ของเพื่อนฝูงมาโดยตลอด จึงถือโอกาสต้อนรับการกลับมาของความสนุกสนาน เพื่อให้เทศกาลเฉลิมฉลองช่วงปลายปีครั้งนี้มีความเฟรชยิ่งกว่าเดิม ซึ่งการอัพเกรดความเฟรชกับช้างครั้งนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะ ‘ช้าง’ ได้ร่วมกับแบรนด์ ‘มิตรสหาย’ ปล่อยงาน


